สตรีอย่างข้าน่ะหรือ คือขันที?! - ตอนที่ 303 ความผิดปกติของอ้าวเทียนเสวี่ย (รีไรท์)
“ซินเอ๋อร์ เหตุใดรอยยิ้มของเจ้า จึงมีให้เพียงเขา หรือข้าเทียบกับเขาไม่ได้จริงๆ!”
ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น ด้วยสีหน้าท้อแท้และหมดอาลัย
แต่สำหรับเรื่องนี้ ซินเอ๋อร์กลับไม่รู้แม้สักนิดเดียว เพราะเวลานี้เธอคือสาวน้อยที่กำลังมีชายหนุ่มที่ตนมีใจรักใคร่
ความคิดจิตใจของเธอ จึงอยู่บนกายชายหนุ่มข้างกาย จะสนใจผู้อื่นได้เช่นไร!
…
เมื่อพวกซินเอ๋อร์มาถึงตำหนักหลิงซิน พวกเขาเห็นผู้คนกำลังยืนเรียงอยู่หน้าประตูใหญ่ของตำหนัก
ผู้นำคืออ้าวเทียนเสวี่ย แต่งกายอย่างงดงาม!
เห็นเพียงวันนี้อ้าวเทียนเสวี่ยแต่งตัวอย่างประณีตชัดเจน
กระปรงหลัวฉวินโปร่งบางสีแดงห่อหุ้มกาย ด้านบนปักลายดอกโบตั๋นขนาดใหญ่กำลังเบ่งบาน
เนื้อผ้ากระโปรงหลัวฉวินบางเบานั้น แม้จะเป็นฤดูร้อน แต่เมื่อสวมผ้าชนิดนี้ ราวกับไม่สวมสิ่งใด
ทว่าต้องเอ่ยว่ากระโปรงหลัวฉวินโปร่งบางสีแดงนี้ เหมาะสมกับอ้าวเทียนเสวี่ยอย่างยิ่ง สีแดงสดใสนั้นขับเน้นผิวขาวเกลี้ยงเกลา เนียนนุ่มของเธอ
รวมทั้งใบหน้าที่ประทินโฉมอย่างงดงามของเธอนั้น
คิ้มเข้มโก่งงอน ดวงตากระจ่างใส จมูกโด่งงามสง่า ริมฝีปากทาชาดแดง งดงามดุจดอกบัวกำลังเบ่งบาน สวยจนทำให้คนอยากลิ้มลอง
อ้าวเทียนเสวี่ยหลังเห็นซินเอ๋อร์และเหลิ่งอวี้เซวียนปรากฎตัวขึ้น พลันเปลี่ยนจากเย่อหยิ่งในอดีต ยิ้มแย้มดุจบุปผาขึ้นบนใบหน้า ก่อนมองพวกซินเอ๋อร์ที่เดินเข้ามา
ซินเอ๋อร์เห็นเช่นนั้น ตะลึงงัน อาจเพราะตกใจกับท่าทีของอ้าวเทียนเสวี่ย จึงทำตัวไม่ถูก
หลังเห็นอ้าวเทียนเสวี่ยอยู่ตรงหน้า จึงรีบคารวะ แต่กลับถูกอ้าวเทียนเสวี่ยห้ามปรามไว้
“น้องสาวคนดีของข้า เจ้ากับข้ามีความสัมพันธ์เช่นใดกัน ไม่มีคนนอก น้องสาวไม่ต้องมากพิธี”
อ้าวเทียนฉีกล่าวยิ้มๆ อย่างอ่อนโยนและเป็นมิตร
ซินเอ๋อร์เห็นเช่นนั้น แม้จะสงสัยในใจ ยังเอ่ยขึ้น
“แต่องค์หญิงคือองค์หญิง การคารวะนี้ จำเป็นต้องทำ”
ซินเอ๋อร์เอ่ยจบ คารวะอ้าวเทียนเสวี่ย
อ้าวเทียนเสวี่ยเห็น เพียงยิ้มอย่างจนปัญญา
หลังซินเอ๋อร์คารวะเสร็จ รีบดึงมือเล็กซินเอ๋อร์ขึ้น ก่อนเอ่ยอย่างห่วงใย
“วันนี้ได้ยินคนในวังเอ่ยว่า น้องสาวโชคร้ายตกน้ำ ข้าจึงกังวลอย่างยิ่ง เดิมคิดไปดูอาการของเจ้า แต่…” เอ่ยถึงตรงนี้ อ้าวเทียนเสวี่ยชะงัก แต่ซินเอ๋อร์เข้าใจความหมายของเธอ
ต้องเป็นเพราะอ้าวเทียนเสวี่ยกลัวว่าหากเธอไปเยี่ยมแล้ว เซวียนจะไม่ให้เธอเข้าไป
ซินเอ๋อร์คิดในใจ และได้ยินอ้าวเทียนเสวี่ยเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“โชคดีที่เวลานี้เจ้าปลอดภัย มา ข้าตั้งใจให้พ่อครัวหลวงจัดเตรียมอาหารและสุราไว้แล้ว มียาบำรุงที่ตั้งใจเตรียมไว้เพื่อเจ้าด้วย”
อ้าวเทียนเสวี่ยเอ่ยขึ้น ก่อนรีบดึงมือซินเอ๋อร์เดินเข้าไปในตำหนักหลิงซิน
และเพียงพยักหน้าให้กับเหลิ่งอวี้เซวียนตามมารยาท ไม่ได้เห็นเขาอยู่ในสายตา คล้ายกับความจริงเหลิ่งอวี้เซวียนไม่ใช่คนในหัวใจของเธอ
แม้จะเป็นเช่นนี้ เหลิ่งอวี้เซวียนกลับอดขมวดคิ้วงามไม่ได้ สายตาที่มองอ้าวเทียนเสวี่ย แฝงความสงสัยและสำรวจ
ครั้งนี้ เขาไม่คิดมาที่นี่ เพราะหญิงผู้นี้ ทำให้เขาไม่สบอารมณ์
และสายตาเธอที่มองเขา หมายความเช่นไรกันแน่ เขาย่อมเข้าใจ ดังนั้นที่ผ่านมาจึงมักมีท่าทีไม่ดีต่อเธอ
แต่เขาไม่ต้องการปฏิเสธซินเอ๋อร์ จึงตามมา
แม้หญิงผู้นี้จะเล่นลูกไม้ใด มีเขาอยู่ เขาจะไม่ให้ซินเอ๋อร์ได้รับความไม่เป็นธรรมแน่
เหลิ่งอวี้เซวียนคิดอย่างหนักแน่นในใจ ก่อนเดินตามหลังซินเอ๋อร์และอ้าวเทียนเสวี่ยเข้าไปในตำหนักหลิงซิน
เห็นเพียงตำหนักหลิงซินสว่างด้วยโคมไฟ ตกแต่งอย่างหรูหรา ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเผยกลิ่นอายสูงศักดิ์ออกมา
พื้นหินอ่อนมันวาว ด้านบนปูด้วยพรมดอกโบตั๋นสีแดง
สองข้างของห้องโถงใหญ่วางโต๊ะและเก้าอี้ลายสลักทำจากไม้จื่อถาน ของล้ำค่าบนตู้ด้านข้าง เปล่งประกายนุ่มนวลออกมาใต้แสงเทียนสลัว
ม่านมุกเอนไหว โปร่งบางเบา บนที่จุดกำยานอันสวยงาม กำลังเผาไม้จันทน์หอมและกุหลาบ จึงอบอวลด้วยกลิ่นหอมสดชื่น
เมื่อซินเอ๋อร์ได้กลิ่นหอมของกุหลาบนั้น อดสูดดมอยู่นาน พลันยิ้มมุมปาก เอ่ยชื่นชมไม่ได้
“หอมยิ่งนัก”
หลังได้ยินคำพูดของซินเอ๋อร์ อ้าวเทียนเสวี่ยยิ้มมุมปาก ก่อนเอ่ยขึ้น
“ฮ่า ๆ ข้าชื่นชอบเครื่องหอม ดังนั้น ภายในห้องจึงต้องหอมหวน กลิ่นกุหลาบนี้ ข้าตั้งใจให้คนผสมออกมา หากเจ้าชื่นชอบ ประเดี๋ยวข้าจะให้คนนำเครื่องหอมเหล่านี้ไปส่งให้แก่เจ้า”
อ้าวเทียนเสวี่ยเอ่ยอย่างอ่อนโยน ซินเอ๋อร์ได้ยินรีบเอ่ยปฏิเสธ
“ไม่เป็นไร ขอบพระทัยองค์หญิง ข้าไม่จำเป็นต้องใช้ ”
“ฮ่า ๆ อยู่กับข้า เจ้าเกรงใจอันใด เรียข้าว่าพี่สาวเพียงพอแล้ว”
เอ่ยจบ ซินเอ๋อร์ถูกอ้าวเทียนเสวี่ยดึงไปที่โต๊ะด้านหน้า
เห็นเพียงอ้าวเทียนเสวี่ยให้คนจัดเตรียมอาหารมากมายจริงๆ เมื่อเห็นอาหารอันโอชะวางบนโต๊ะกว่าสิบเมนู ทำให้คนน้ำลายสอ
เพราะซินเอ๋อร์ไม่ชอบฟุ่มเฟือย ทว่าครั้งนี้มีคนเชื้อเชิญ และยังให้พ่อครัวรังสรรค์ออกมา ซินเอ๋อร์ย่อมไม่เอ่ยสิ่งใด
“มา ซินเอ๋อร์ องค์ชาย พวกท่านนั่งลงเถิด อาหารพวกนี้ ข้าตั้งใจให้ครัวหลวงรังสรรค์ออกมา รสเลิศยิ่งนัก!”
อ้าวเทียนเสวี่ยเอ่ยจบ เริ่มคีบอาหารให้แก่ซินเอ๋อร์
ซินเอ๋อร์เห็นย่อมตกใจ
“องค์หญิง ข้าจัดการเองดีกว่า”
หลังได้ยินคำพูดของซินเอ๋อร์ อ้าวเทียนเสวี่ยเพียงพยักหน้า ก่อนกล่าวยิ้มๆ
“ตกลง เช่นนั้นเจ้าลงมือเถิด”
เอ่ยจบ พลันโบกมือเพื่อให้เหล่านางกำนัลออกไป
“ฮ่า ๆ มีผู้อื่นอยู่ ข้ามักรู้สึกอึดอัด”
“อืม”
สำหรับคำพูดของอ้าวเทียนเสวี่ย ซินเอ๋อร์ไม่สงสัยแม้แต่นิดเดียว
เพียงทานอาหารบนโต๊ะอย่างช้าๆ
ต้องพูดว่าอาหารพวกนี้ รสชาติล้ำเลิศ ถูกปากเธอยิ่งนัก ดังนั้นซินเอ๋อร์จึงทานอาหารมื้อนี้อย่างเอร็ดอร่อย
เหลิ่งอวี้เซวียนกำลังมองการกระทำทุกอย่างของอ้าวเทียนเสวี่ยอย่างระแวดระวัง เห็นเช่นนั้นอดใจอ่อนไม่ได้ จึงเอ่ยขึ้น
“เจ้าทานช้าๆ ระวังจะติดคอ”
“อืม”
หลังได้ยินคำพูดของเหลิ่งอวี้เซวียน ซินเอ๋อร์อดเงยหน้ายิ้มให้เขาไม่ได้
ประจวบกับเหลิ่งอวี้เซวียนเห็นริมฝีปากซินเอ๋อร์มีเม็ดข้าวติดอยู่ ดังนั้นอดยื่นนิ้วเกลี่ยเม็ดข้าวบนมุมปากซินเอ๋อร์ลงไม่ได้
ทุกการกระทำนั้น เปี่ยมด้วยความเอ็นดูและรักใคร่ที่มีต่อเธอ
และทำให้อ้าวเทียนเสวี่ยด้านข้างโมโหเดือดดาลในใจ
เพราะชายหนุ่มด้านหน้า หล่อเหลาดุจเทพเซียน มีอำนาจบารมี บุคลิกโดดเด่น คือคนรักในฝันของสตรีทุกนาง
แต่ชายหนุ่มยอดเยี่ยมเช่นนี้ กลับรักหญิงชั้นต่ำ นี่จะเป็นไปได้เช่นไร!
เธอต้องได้ชายผู้นี้ ต้องได้ครอบครอง!
อ้าวเทียนเสวี่ยคิดอย่างหนักแน่นในใจ แต่บนใบหน้ากลับยังคงอ่อนหวาน
ความจริงในใจเดือดดาลสุดชีวิต
แต่เธอเชื่อว่าหลังผ่านวันนี้ไป ชายผู้นี้จะเป็นของเธอ เพราะ…
พอคิดถึงตรงนี้ ดวงตาแต่งแต้มอย่างประณีตของอ้าวเทียนเสวี่ย ปรากฎประกายความเจ้าเล่ห์ออกมา
ก่อนมองเหลิ่งอวี้เซวียนที่กำลังทานอาหาร อย่างรักใคร่ลึกซึ้ง
ทันใดนั้น เคลื่อนสายตาไปบนใบหน้าชายหนุ่ม เมื่อเห็นดวงตาดำขลับเปี่ยมด้วยความเฉลียวฉลาดของชายหนุ่ม ค่อยๆ เลื่อนลอย ดวงตาคู่งามของอ้าวเทียนเสวี่ยเปล่งประกายชั่วขณะ พลันเอ่ยกั บซินเอ๋อร์
“อืม จริงสิ ด้านนอกตำหนักของข้ามีดอกโบตั๋นสีเลือด สีสันสวยงาม บานเฉพาะตอนกลางคืน พวกเราไปดูกันดีหรือไม่”
“จริงหรือ โบตั๋นสีเลือด ข้ายังไม่เคยเห็นมาก่อน เซวียน พวกเราไปดูกันดีหรือไม่!”
หลังได้ยินคำพูดของอ้าวเทียนเสวี่ย ซินเอ๋อร์พลันดีใจ
เพราะเธอชื่นชอบดอกไม้ ดังนั้นจึงย่อมอยากไปชื่นชม
ทว่าเมื่อหันไปคุยกับชายหนุ่มข้างกาย ชายหนุ่มกลับไม่รู้กำลังคิดสิ่งใดอยู่ เพ่งมองไปด้านหน้า แต่กลับไม่ตอบสนองเธอ เห็นเช่นนั้น ซินเอ๋อร์อดขมวดคิ้วเข้มไม่ได้ แววตาเต็มไปด้วย ความสงสัย
เพราะไม่รู้เหตุใด เธอรู้สึกว่าเซวียนตอนนี้แปลกไป แต่แปลกที่ใดกันแน่ เธอกลับไม่แน่ใจ
ขณะซินเอ๋อร์สงสัยในใจ อ้าวเทียนเสวี่ยด้านข้างเห็นเช่นนั้น รีบดึงมือซินเอ๋อร์ ก่อนกระซิบข้างใบหูว่า
“น้องสาว พวกเราไปชมกันสองคนเถิด ดูท่าองค์ชายคงเหนื่อย เฮ้อ เพราะเขาต้องจัดการกิจการใหญ่โตเพียงผู้เดียว ทุกวันเหนื่อยทั้งกายทั้งใจ ตอนนี้อาจกำลังคิดเรื่องกิจการ ฉะนั้นพ พวกเราไปชมดอกไม้กันเถิด ปล่อยให้องค์ชายพักผ่อนอยูที่นี่ !”
หลังได้ยิน ซินเอ๋อร์รู้สึกมีเหตุผล
เพราะเซวียนต้องจัดการเรื่องราวต่างๆ มากมาย และยังต้องหาเวลามาอยู่เป็นเพื่อนเธอ คงเหนื่อยล้าจริงๆ
อาจเพราะตอนนี้ เขากำลังคิดเรื่องกิจการอยู่!
พอคิดถึงตรงนี้ ซินเอ๋อร์หันมาเอ่ยกับอ้าวเทียนเสวี่ย
“เช่นนั้นองค์หญิง พวกเราไปชมโบตั๋นสีเลือดนั้นกันเถิด!”
“อืม ตกลง”
หลังได้ยิน อ้าวเทียนเสวี่ยพลันยิ้มมุมปากอย่างดงามน่าหลงใหล
แต่รอยยิ้มนั้นกลับไม่ได้ออกมาจากใจจริง แววตาเป็นประกาย โดยซินเอ๋อร์ไม่รู้ตัว
หลังจากพวกเธอลุกขึ้น ก็เดินออกไปที่ด้านนอกตำหนักหลิงซิน
ระหว่างทางซินเอ๋อร์พบว่าตำหนักหลิงซินเงียบงันยิ่งนัก ไม่มีบ่าวไพร่แม้แต่ผู้เดียว ดังนั้นจึงอดขมวดคิ้วสงสัยไม่ได้
อาจเพราะรับรู้ถึงความสงสัยของซินเอ๋อร์ อ้าวเทียนเสวี่ยจึงเอ่ยขึ้น
“ข้าไม่ชอบให้ผู้อื่นมารบกวนพวกเรา ดังนั้นจึงให้พวกเขารออยู่ด้านนอก
“ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง”
ซินเอ๋อร์ได้ยิน อดพยักหน้าอย่างเข้าใจไม่ได้
เธอจึงเดินเคียงข้างกับอ้าวเทียนเสวี่ยมาที่สวนในตำหนักหลิงซิน
เห็นเพียงเวลานี้ พระจันทร์ลอยเด่นบนท้องฟ้า แสงจันทร์กระจ่างใสนั้น สาดส่องลงมาอ่อนโยนดุจผ้าไหม จนพื้นดินดุจปกคลุมด้วยชั้นหมอกหลากสีสัน งดงามอย่างที่สุด
โคมไฟที่ถูกแขวนด้านใน ไหวเอนไปตามสายลม แสงไฟสลัวนั้นทำให้รอบด้านสว่างไสว
ซินเอ๋อร์เดินอยู่ด้านหลังอ้าวเทียนเสวี่ย ไม่นานมาถึงด้านในของสวน
เห็นเพียงภายในสวนแห่งนี้ วางเต็มไปด้วยกระถางดอกไม้ล้ำค่ามากมาย
มีกุหลาบ ดอกคิเคียว ลิลลี่เป็นต้น
แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาที่สุดคือ โบตั๋นสีเลือดที่กำลังชูช่ออวดโฉมตรงกลางคู่นั้น