สตรีอย่างข้าน่ะหรือ คือขันที?! - ตอนที่ 310 เริ่มก่อนครั้งแรก (รีไรท์)
สำหรับอาการปากไม่ตรงกับใจของซินเอ๋อร์ เหลิ่งอวี้เซวียนอดหัวเราะดังลั่นไม่ได้
“ฮ่าๆ ภรรยาตัวน้อย เจ้าหึงหวง แต่ยังไม่ยอมรับอีก!”
หลังได้ยิน ซินเอ๋อร์ทำปากจู๋
“ข้าไม่ได้หึงหวง ข้าไม่ได้ชอบหึงหวง ตกลงท่านเคยหวีผมให้ผู้ใดกัน หากท่านไม่พูด ข้าจะ ข้าจะ…”
“เจ้าจะทำสิ่งใด!” หลังได้ยินซินเอ๋อร์อ้ำอึ้ง ไม่รู้ควรเอ่ยเช่นใดต่อไป ใบหน้าประณีตนั้นแดงระเรื่อ น่ารักยิ่งนัก
ทำให้เหลิ่งอวี้เซวียนอดดวงตาเป็นประกายไม่ได้
ซินเอ๋อร์ได้ยิน และเห็นสายตาหยอกล้อของเหลิ่งอวี้เซวียน เพียงเม้มริมฝีปาก
ทันใดนั้น เหลิ่งอวี้เซวียนคล้ายฉุกคิดบางสิ่งขึ้นมา เอ่ยถามขึ้น
“เจ้าอยากรู้จริงหรือ”
เหลิ่งอวี้เซวียนเอ่ยขึ้น ด้วยน้ำเสียงล่อลวง
น่าเสียดายซินเอ๋อร์ไม่รับรู้ หลังได้ยินคำพูดชายหนุ่ม อดพลันพยักหน้าไม่ได้
เหลิ่งอวี้เซวียนเห็นเช่นนั้น อดกล่าวยิ้มๆ ไม่ได้
“หากต้องการรู้ความจริงก็ได้ แต่หากข้าพูดแล้ว เจ้าต้องจุมพิตข้า เป็นเช่นไร!”
สมกับเป็นพ่อค้า เวลานี้ยังไม่ลืมเจรจาต่อรอง
ซินเอ๋อร์หมดคำพูดเสียจริง
ทันใดนั้นส่ายหน้า
เหลิ่งอวี้เซวียนเห็นเช่นนั้นไม่แปลกใจ พลันเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“ตกลง เจ้าไม่จุมพิตข้าก็ได้ เช่นนั้นหากข้าพูด ข้าจะจุมพิตเจ้า เป็นเช่นไร!”
“เอ่อ”
หลังได้ยิน ซินเอ๋อร์ยิ่งหมดคำพูด
ความต้องการลักษณะนี้ของเขาไม่ได้เหมือนกันหรือ เหตุใดก่อนหน้านี้เธอจึงไม่รู้ว่าชายผู้นี้ไม่มีเหตุผลขนาดนี้!
ซินเอ๋อร์คิดในใจ ดังนั้นส่ายหน้าขึ้นอีกครั้ง ก่อนเอ่ยขึ้น
“ข้าไม่ต้องการ!”
“โอ เมื่อเป็นเช่นนี้ น่าเสียดายเสียจริง เช่นนั้นข้าคงไม่พูด”
พอเอ่ยถึงตรงนี้ เหลิ่งอวี้เซวียนมีสีหน้าเสียดาย พลันหวีผมให้แก่ซินเอ๋อร์อีกครั้ง
ทว่าเพราะรู้ว่าเหลิ่งอวี้เซวียนเคยหวีผมให้หญิงอื่นมาก่อน ในใจซินเอ๋อร์ยิ่งไม่พอใจ
เวลานี้เมื่อเห็นเหลิ่งอวี้เซวียนหวีผมให้ตน เธอไม่ได้รู้สึกมีความสุขและตื่นเต้นเช่นในตอนแรก
ดังนั้น จึงหมุนตัวแย่งหวีในมือเหลิ่งอวี้เซวียนมา ก่อนเอ่ยขึ้น
“ข้าทำเองเพียงพอแล้ว ท่านไปหวีผมให้หญิงอื่นเถิด!”
หลังได้ยิน เหลิ่งอวี้เซวียนอดยิ้มไม่ได้ ก่อนโน้มตัวลงประชิดแก้มของซินเอ๋อร์ และกล่าวยิ้มๆ ว่า
“เป็นอันใด โมโหหรือ!”
“ฮึ!”
สำหรับการเข้าใกล้ของเหลิ่งอวี้เซวียน ซินเอ๋อร์อดหันหน้าออกไปไม่ได้
ไม่ผิด เธอตอนนี้กำลังโมโห
ในใจดุจกดทับด้วยหินขนาดใหญ่ ทำให้เธอหายใจไม่ออก
เธอไม่รู้ตนใจแคบเกินไปหรือไม่ ชายหนุ่มในยุคสมัยนี้ ผู้ใดไม่มีอนุภรรยามากมายกัน โดยเฉพาะชายที่โดดเด่นเช่นเซวียนนี้
มีทั้งอำนาจ บารมี มั่งคั่ง และหล่อเหลา คือชายหนุ่มในฝันของหญิงสาวทุกคน
ชายหนุ่มโดดเด่นเช่นเขานี้ มีหญิงอื่นความจริงถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลก
แต่…
พอคิดถึงตรงนี้ ใจของซินเอ๋อร์ทรมานอย่างมาก
กระทั่งดวงตาสดใสแพรวพราวคู่นั้น ค่อยๆ ปกคลุมด้วยความโศกเศร้า
อาจเพราะสังเกตถึงความเสียใจจากใบหน้าของซินเอ๋อร์ ในใจเหลิ่งอวี้เซวียนแม้จะเจ็บปวด แต่กลับดีใจมากที่สุด
เพราะซินเอ๋อร์เสียใจ โมโห แสดงถึงว่าเธอกำลังใส่ใจเขามิใช่หรือ!
พอคิดถึงตรงนี้ เหลิ่งอวี้เซวียนอดจุมพิตลงบนแก้มเนียนนุ่มของซินเอ๋อร์อย่างรวดเร็วไม่ได้ ก่อนเอ่ยขึ้น
“เด็กโง่ โมโหจริงหรือ เอาล่ะ ข้าไม่ล้อเล่นกับเจ้าแล้ว ข้าเคยหวีผมให้หญิงอื่นจริง แต่หญิงผู้นั้นคือน้องห้าของข้า เป็นเช่นใด ตอนนี้เจ้าหึงหวงกระทั่งเด็กน้อยหรือ!
“อะไรนะ ที่แท้หญิงผู้นั้น คือน้องสาวคนที่ห้าของท่าน!”
หลังได้ยินคำตอบออกมา ทันใดนั้นซินเอ๋อร์ตกใจในใจอย่างหนัก ใบหน้าตะลึงงัน
เพราะเหตุใดเธอจึงคิดไม่ถึงว่าหญิงสาวที่เขาเอ่ยถึง จะเป็นน้องสาวคนที่ห้าของเขา
นี่จะโทษเธอไม่ได้ เพราะเด็กสาวอายุน้อยขนาดนั้น ผู้ใดจะคิดว่าเป็นหญิงสาวกัน!
ทว่าน้องคนที่ห้าของเขาคือสตรี
พอคิดถึงตรงนี้ ซินเอ๋อร์กระจ่างแก่ใจว่าเธอถูกเหลิ่งอวี้เซวียนหลอกเข้าแล้ว
และเมื่อนึกถึงท่าทางโมโหหึงหวงของตนเมื่อครู่ ซินเอ๋อร์อับอายอย่างหนัก
สวรรค์ ครั้งนี้เธออับอายขายหน้ายิ่งนัก หึงหวงกระทั่งเด็กสาว
พอคิดถึงตรงนี้ ซินเอ๋อร์ทั้งเขินอายและอับอายในใจ สายตาที่มองเหลิ่งอวี้เซวียนแฝงความหงุดหงิด ก่อนยื่นมือทุบเหลิ่งอวี้เซวียน
ท่าทางนั้น คือท่าทางเขินอายจนกลายเป็นโมโห
ทว่าเหลิ่งอวี้เซวียนปล่อยให้เธอทุบตีตามใจ
เพราะหญิงผู้นี้ไร้เรี่ยวแรง หมัดที่ทุบลงบนร่างกายเขา คล้ายนวดผ่อนคลายให้แก่เขา สบายยิ่งนัก
“ฮ่า ๆ เป็นเช่นไร ตอนนี้ยังโมโหอีกหรือไม่!” พลางปล่อยให้ซินเอ๋อร์ทุบหน้าอก ก่อนเหลิ่งอวี้เซวียนเอ่ยขึ้นอย่างภูมิใจ
ซินเอ๋อร์ได้ยิน เอ่ยขึ้นทันที
“โมโห!”
“ฮ่า ๆ เอาล่ะ เช่นนั้นข้าจะให้เจ้าทุบตีตามใจ มา ทุบตรงนี้ ตรงนี้ อืม สบายยิ่งนัก ออกแรงเพิ่มอีกนิด!”
เหลิ่งอวี้เซวียนพลางเอ่ย พลางหันหลัง เพื่อให้ซินเอ๋อร์ทุบลงแผ่นหลังของตน
ซินเอ๋อร์เพียงเห็น พลันรู้สึกเพียงขบขัน
ความโมโห เสียใจที่มีพลันสลายไป
อาจเพราะรับรู้ถึงเรื่องนี้ เหลิ่งอวี้เซวียนจึงอดหมุนตัวกลับมา ยื่นมือใหญ่กุมมือเล็กของซินเอ๋อร์ไว้แน่น พลันใช้ปลายนิ้วนวดมือคู่นั้นของซินเอ๋อร์ ก่อนกล่าวยิ้มๆ
“เป็นเช่นไร หายโมโหแล้วหรือ!”
“ฮึ”
ซินเอ๋อร์เพียงแค่นเสียงตอบกลับเหลิ่งอวี้เซวียน
ทว่าเสียงฮึแผ่วเบานี้ เผยความจริงที่ว่าเธอหายโมโหแล้วออกมา
เหลิ่งอวี้เซวียนเห็นอดยื่นแขนโอบกอดซินเอ๋อร์ไว้ไม่ได้ ทำให้ร่างกายของซินเอ๋อร์ถูกรัดไว้ในอ้อมกอดเขา ก่อนเอ่ยขึ้นช้าๆ ว่า
“ในชีวิตของข้า นอกจากครอบครัว เจ้าคือคนที่ข้าสนใจมากที่สุด ชั่วชีวิตนี้ หญิงที่ข้ารัก มีเพียงเจ้าผู้เดียว ชั่วชีวิตนอกจากเจ้า ข้าจะไม่แต่งกับผู้ใด!”
เสียงชายหนุ่มแผ่วเบา แต่แฝงความหนักแน่นอย่างหาที่เปรียบเทียบไม่ได้
หลังได้ยิน ซินเอ๋อร์อดซาบซึ้งในใจไม่ได้
“จริงหรือ”
“ย่อมจริงแน่นอน”
เหลิ่งอวี้เซวียนได้ยิน อดก้มหน้าลงมองริมฝีปากของซินเอ๋อร์ไม่ได้
อาจเพราะมีความสุข ซาบซึ้งเกินไป ดังนั้นเมื่อริมฝีปากเหลิ่งอวี้เซวียนลดต่ำลงมา ซินเอ๋อร์อดยื่นมือเหนี่ยวรั้งคอชายหนุ่มไม่ได้
นี่คือครั้งแรกที่ซินเอ๋อร์แสดงท่าทางเช่นนี้ออกมา
ทำให้ใจของเหลิ่งอวี้เซวียน พลันเบิกบานขึ้นมา
“ซินเอ๋อร์ ซินเอ๋อร์ของข้า”
เหลิ่งอวี้เซวียนพึมพำเสียงเบา ความจริงนี้เป็นเพียงจุมพิตแผ่วเบาราวขนนก ก่อนค่อยๆ ยากที่จะถอนตัว
จุมพิตป่าเถื่อน ดุดัน ร้อนแรง ลิ้นยาวสอดเข้าไป หมายเอาชนะ พัวพันลิ้นแน่นหนาเช่นนี้ แทบทำให้ซินเอ๋อร์รับมือไม่ไหว
สุดท้ายเสียงครวญครางชวนฟังนั้น ดังออกมาจากปากของซินเอ๋อร์
และเมื่อเหลิ่งอวี้เซวียนได้ยินเสียงไพเราะนี้ ทำให้เขาจิตใจฟุ้งซ่าน สั่นไหวในใจ
ดังนั้น เหลิ่งอวี้เซวียนอดทนไม่ได้อีกต่อไป ยื่นแขนรวบตัวซินเอ๋อร์ ก่อนยกเธอขึ้นวางบนโต๊ะเครื่องแป้ง
มือใหญ่คู่นั้น เคลื่อนไหวบนร่างกายงดงามของเธอไม่หยุด
ก่อนหยอกล้อกับบริเวณไวต่อสัมผัสที่สุดของหญิงสาวอย่างช้าๆ
ซินเอ๋อร์รู้สึกเพียงเรี่ยวแรงบนกายตนทั้งหมดถูกสูบออกไป ร่างกายคล้ายเถาวัลย์พันรัดบนกายชายหนุ่มอย่างแน่นหนา
ทว่าเมื่อเธอเหลือบมองที่กระจกด้านข้างอย่างไม่ตั้งใจ ร่างกายพลันตกใจ
สวรรค์!
หญิงสาวในกระจก คือเธอจริงหรือ!
อรชรบอบบาง ใบหน้าแดงระเรื่อ ริมฝีปากดุจดอกเหมย ดวงตาละมุนดุจเส้นไหม
เส้นผมดำขลับ ดุจสายน้ำยาวจรดเอว ยุ่งเหยิงบางส่วน แต่กลับทำให้หญิงสาวในกระจก อ่อนช้อยอย่างยิ่ง
และเสื้อผ้าบนกายหญิงสาว ถูกชายหนุ่มดึงลงมากองที่เอว เผยไหล่กลมมนบอบบาง ผิวเกลี้ยงเกลา เผยเอี๊ยมสีชมพูนั้นออกมา
สิ่งที่น่าอับอายที่สุดคือ สองขาเรียวยาวขาวผ่องคู่นั้น เวลานี้กำลังรัดแน่นที่เอวชายหนุ่ม
เมื่อเห็นภาพที่เย้ายวนใจนี้ ซินเอ๋อร์ตกตะลึงสุดขีด
เพราะเธอเองไม่รู้ว่าตนมีด้านที่งดงามเย้ายวนเช่นนี้
ตนในกระจก ดูคุ้นตาและแปลกตา แต่กลับกระตุ้นเย้ายวนใจ
อาจเพราะรับรู้ว่าซินเอ๋อร์กำลังจ้องมองตนในกระจก ริมฝีปากของเหลิ่งอวี้เซวียน อดก้มชิดใบหูของเธอ ก่อนกัดเบาๆ ไม่ได้ ลมหายใจร้อนผ่าวนั้น พ่นรดเข้าใบหูของเธอ
ทันใดนั้น ซินเอ๋อร์รู้สึกเพียงความวาบหวิวทะลุจากใบหูพุ่งสู่ทั่วร่างกายอย่างรวดเร็ว
กระทั่งกระดูกแทบอ่อนระทวย
ทันใดนั้น เสียงทุ้มทรงเสน่ห์ของชายหนุ่มนั้น ดังขึ้นข้างใบหูเธอ
“ซินเอ๋อร์ เจ้าเวลานี้งดงามจริงๆ!”
เหลิ่งอวี้เซวียนเอ่ยขึ้น
ซินเอ๋อร์แม้ตกตะลึงกับตนที่เย้ายวนในกระจก แต่ต้องพูดว่าตนในกระจก งดงามอย่างยิ่งเสียจริง
งดงามราวปีศาจน้อยน่าหลงใหลตนหนึ่ง
ไม่ต้องพูดว่าชายหนุ่มได้เห็นแล้วใจเต้นแรง กระทั่งตนยังตกตะลึง
ทว่าซินเอ๋อร์ยังคงเขินอายในใจ โดยเฉพาะเมื่อเห็นเหลิ่งอวี้เซวียนในกระจก ริมฝีปากร้อนผ่าวนั้น กำลังจุมพิตปากเล็กอวบอิ่มของเธอนั้นอีกครั้ง
หลังการกระทำนี้ของชายหนุ่ม เสื้อผ้าบนกายเธอค่อยๆ หลุดลงไป
“ซินเอ๋อร์ ซินเอ๋อร์ของข้า”
เสียงทุ้มทรงเสน่ห์ของชายหนุ่มนั้น ดังสะท้อนในหูของซินเอ๋อร์ไม่หยุด
ทุกครั้งที่ถึงจุดอารมณ์พลุ่งพล่าน ชายหนุ่มเรียกชื่อเธอไม่หยุด
ด้วยเสียงเรียกแหบพร่า เย้ายวนใจเช่นนี้
เวลานี้เป็นฤดูร้อน แสงอาทิตย์ด้านนอกเจิดจรัส พระอาทิตย์บนท้องฟ้าสาดส่องเสน่ห์ออกมาอย่างไร้ขีดจำกัด
ความร้อนแรงนั้น คล้ายทำให้ทั่วพื้นดินร้อนระอุขึ้นมา
แต่อุณหภูมิภายในห้อง เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ คล้ายร้อนแรง เรืองรองกว่าพระอาทิตย์ด้านนอก
เสียงหายใจติดขัดของชายหนุ่ม และเสียงครวญครางของหญิงสาว ผสมผสานกันดังขึ้นอย่างไม่ขาดสาย
น่าสงสารเพียงเหล่าบ่าวรับใช้ด้านนอก
เพราะเมื่อครู่เหลิ่งอวี้เซวียนรับสั่งให้พวกเขาคอยอยู่ด้านนอก
และในมือพวกเขาถือถาดอาหารไว้มากมาย
น่าเสียดาย พวกเขารออยู่ตั้งแต่เช้าถึงเที่ยงวัน กระทั่งเที่ยงวันรอจนถึงพลบค่ำ ประตูไม้ลายสลักที่ปิดสนิทนั้น ไม่เปิดอ้าออกมา
ส่วนเสียงที่ทำให้คนหน้าแดง ใจเต้นแรงในห้องนั้น กลับดังออกมาไม่ขาดสาย