สลับชะตา ชายามือสังหาร - ตอนที่ 369 วีรบุรุษช่วยสาวงาม
คนของหุบเขามารเทพยังมีความรู้สึกราวกับฝันไปจนกระทั่งตอนนี้ แต่เมื่อเทียบกับฝันร้ายของจงไห่แล้ว ความฝันของพวกเขาก็ยังนับว่างดงาม
ความจริงแล้วตอนที่มารเฒ่ากลับมาประกาศว่าได้รับศิษย์คนหนึ่งจากดินแดนอี้หลิน นอกจากนี้ศิษย์ผู้นี้ยังได้รับการยอมรับจากแหวนโลหิต กลายเป็นเจ้าหุบเขาน้อยของพวกเขาเรียบร้อยแล้ว คนของหุบเขามารเทพต่างพรั่นพรึงกันทุกคน บางคนถึงขนาดต่อต้านด้วยซ้ำ
สำหรับพวกเขาแล้ว คนของโลกเบื้องล่างนั้นใช้ไม่ได้ คนพรรค์นี้ไม่มีคุณสมบัติในการเป็นเจ้าหุบเขาน้อย พวกเขาจำนวนไม่น้อยอยากได้รับการยอมรับจากมารเฒ่าแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ สุดท้ายกลับถูกคนจากโลกเบื้องล่างคนหนึ่งแย่งตำแหน่งที่พวกเขาใฝ่ฝันไป
แต่กฎของหุบเขามารเทพเป็นเช่นนี้ ไม่ปล่อยให้พวกเขาทำอะไรไปมากกว่านี้ได้ ดังนั้นตอนที่อวิ๋นอี้ได้พบซือหม่าโยวเย่ว์ ถึงแม้จะไม่พึงพอใจอยู่บ้าง แต่ก็จำเป็นต้องคารวะเธอ
แต่พวกเขาคิดไม่ถึงว่า เจ้าหุบเขาน้อยที่พวกเขาไม่เห็นอยู่ในสายตามาโดยตลอดผู้นี้จะหล่นลงมาจากฟากฟ้าเพื่อช่วยเหลือพวกเขา ดึงพวกเขาออกมาจากความเป็นความตาย
นอกจากนี้เธอยังสังหารได้อย่างเฉียบขาด มีพรสวรรค์สูงส่งยิ่งกว่าพวกเขาเสียอีก ทำให้พวกเขายอมสวามิภักดิ์จากก้นบึ้งของหัวใจ
“เจ้าหุบเขาน้อย คิดไม่ถึงจริงๆ ว่า แยกจากกันไปเพียงเก้าเดือนเท่านั้น ท่านจะเลื่อนจากระดับราชันวิญญาณไปถึงระดับจ้าววิญญาณแล้ว” อวิ๋นอี้รำพึง
“โชคดีบังเอิญได้รับโอกาสมาเท่านั้นเอง” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“เลื่อนจากระดับราชันวิญญาณไปถึงระดับจ้าววิญญาณภายในเก้าเดือนอย่างนั้นหรือ” เสิ่นเหรามองซือหม่าโยวเย่ว์อย่างตกตะลึง “ก่อนหน้านี้เจ้าหุบเขาน้อยเป็นระดับราชันวิญญาณขั้นสุดยอดหรือ”
“ไม่ใช่” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“เช่นนั้น…”
“ก่อนหน้านี้โยวเย่ว์เป็นระดับราชันวิญญาณขั้นห้า เก้าเดือน… โอ้… เลื่อนสี่ขั้นอย่างนั้นหรือ” เจ้าอ้วนชวีพูด
“เลื่อนสี่ขั้นภายในเก้าเดือนหรือ แล้วหนึ่งในนั้นยังเป็นการข้ามผ่านระดับขั้นใหญ่ด้วยหรือ” เสิ่นเหราร้องขึ้นมา ดึงดูดความสนใจของคนอื่นๆ ในที่นั้น
เมื่อได้รู้เรื่องที่ซือหม่าโยวเย่ว์เลื่อนระดับ ศิษย์หุบเขามารเทพคนอื่นๆ ก็พากันปากอ้าตาค้าง ไม่เคยเห็นการเลื่อนระดับพรรค์นี้มาก่อนเลย
ถึงแม้ว่าพวกเขาที่ดินแดนเบื้องบนจะเลื่อนระดับได้ค่อนข้างเร็ว ก็ไม่เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นกับใครมาก่อนเลย
“เจ้านาย เกิดเรื่องขึ้นข้างหน้า” เจ้าวิหคน้อยพูดแทรกขึ้นมา ตัดตอนความพรั่นพรึงของทุกคน
“ทำไมหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“มีการต่อสู้”
“พวกเราไปดูกันหน่อยดีกว่า” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ถ้าหากเป็นคนของขุมอำนาจเหล่านั้น พวกเราก็เข้าไปจัดการเลย”
“ได้เลยเจ้านาย”
เจ้าวิหคน้อยพาพวกเขาเข้าไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ไม่นานเท่าใดนักก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังต่อสู้กันอยู่ ฝ่ายหนึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง การแต่งกายคล้ายคลึงกัน น่าจะเป็นสำนักวิชาสักแห่ง ส่วนอีกฝ่ายนั้นดูไม่ออกว่าเป็นขุมอำนาจแห่งใด
“เป็นคนของสำนักรุ้งจันทรา!” เสิ่นเหราจำหญิงสาวที่สวมอาภรณ์สีขาวพลิ้วไหวเหล่านั้นได้ในทันที
“มีความสัมพันธ์สนิทสนมกับพวกเราหรือไม่” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“ไม่เลวเลยละ ท่านเจ้าหุบเขารองมีความสัมพันธ์ที่ค่อนข้างดีกับผู้อาวุโสของพวกนางท่านหนึ่ง… แม่เฒ่าเฟิง” อวิ๋นอี้พูด
“นั่นจงเฉวียนนี่!” ทันใดนั้นเสิ่นเหราก็ชี้ชายหนุ่มผู้หนึ่งในนั้น
เมื่อเห็นความไม่เข้าใจบนใบหน้าซือหม่าโยวเย่ว์ อวิ๋นอี้จึงอธิบายว่า “จงเฉวียนเป็นพี่ชายของจงไห่ พวกเขาล้วนเป็นคนของถ้ำเมฆขาว”
“หากพูดเช่นนี้ก็หมายความว่าจงเฉวียนพาคนกลุ่มหนึ่งมาไล่ล่าสังหารคนของสำนักรุ้งจันทราอย่างนั้นหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเจ้ายังมัวรออะไรกันอยู่เล่า ยังไม่ไปทำตัวเป็นวีรบุรุษช่วยสาวงามอีกหรือ!”
เธอออกคำสั่ง คนของหุบเขามารเทพมีจิตใจพร้อมต่อสู้อย่างเต็มที่ขึ้นมาในทันที แต่ละคนแทบจะรีบใช้กำลังภายในเหาะเข้าไปร่วมตะลุมบอน ช่วยเหลือเหล่าสาวงามที่กำลังต่อสู้อย่างยากลำบากออกมา
“สาวงาม พวกเจ้าอย่ามัวขัดขืนกันอยู่เลย รีบยอมแต่โดยดี ให้พวกเราเหล่าพี่ชายน้องชายได้เสพสุข เช่นนี้ก็พอจะช่วยยืดเวลาให้มีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกหน่อย” ชายลามกผู้หนึ่งยิ้มอย่างหื่นกระหาย
“ต่อให้พวกเราต้องตายก็ไม่มีทางยอมให้พวกเจ้าสมใจอยากหรอก!” หญิงสาวผู้หนึ่งตวาด
“จงเฉวียน เจ้าพาคนมาไล่ล่าสังหารคนรุ่นเยาว์ของแต่ละสำนักเช่นนี้ ไม่กลัวว่าหลังจากออกไปแล้วพวกเจ้าถ้ำเมฆขาวจะถูกแต่ละสำนักไล่ล่าหรืออย่างไร”
จงเฉวียนและจงไห่ดูคล้ายคลึงกันเป็นอย่างยิ่ง แต่ดูแล้วหยาบโลนยิ่งนัก
เมื่อได้ยินคำด่าทอของอีกฝ่าย เขาจึงหัวเราะเยียบเย็นเสียงหนึ่ง “ในเมื่อพวกเราตัดสินใจเช่นนี้แล้ว สถานการณ์ย่อมเป็นไปตามนั้น แน่นอนว่าพวกเรามีความสามารถ จึงทำเรื่องเหล่านี้ได้!”
“ที่แท้ก็มีความสามารถนี่เอง!” เสียงของซือหม่าโยวเย่ว์ดังแว่วมา ทำให้คนที่กำลังต่อสู้กันอยู่ตกใจ
“พวกเจ้ามิได้ถูก…” เมื่อเห็นคนของหุบเขามารเทพ จงเฉวียนจึงเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า “น้องชายข้าเล่า”
“ส่งเขาลงนรกไปแล้วน่ะสิ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ตอนนี้ก็จะมาส่งเจ้าไปหาเขาด้วย”
“อวิ๋นอี้!” เมื่อเทียบกับพวกเจงเฉวียนแล้ว คนของสำนักรุ้งจันทราตื่นเต้นกว่ามากนัก
“พวกเจ้ายังมัวรออะไรกันอยู่เล่า เมื่อครู่ยังตะโกนว่าจะไปช่วยหญิงงามกันอยู่เลย จนป่านนี้ยังไม่ไปอีกหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์โบกไม้โบกมือ
“ได้เลย!”
คนของหุบเขามารเทพเข้าร่วมในการต่อสู้ด้วย พวกเขาโจมตีเข้าใส่คนของจงเฉวียน
ซือหม่าโยวเย่ว์ก็เข้าร่วมการต่อสู้ด้วย เพื่อรวบรวมกำลัง คนของหุบเขามารเทพเห็นเธอตีจ้าววิญญาณขั้นสามคนหนึ่งจนไร้ซึ่งเรี่ยวแรงต่อกรก็ตื่นตกใจจนคางแทบจะร่วงลงพื้น
“พลังการต่อสู้แข็งแกร่งเหลือเกิน!”
“การต่อสู้แบบเขานี้ไม่กินแรงเลยแม้แต่น้อย!”
“เจ้าหุบเขาน้อยผู้เยี่ยมยุทธ์!”
“บ้าจริง การเคลื่อนไหวนี่ช่างล้ำเลิศนัก!”
ทุกคนรำพึง
อวิ๋นอี้เห็นความสามารถในการต่อสู้ของซือหม่าโยวเย่ว์แล้วอดชื่นชมมิได้ พลังยุทธ์ของคนผู้นี้เรียกว่าไร้ซึ่งศัตรูในระดับเดียวกัน มิน่าเล่าจึงได้ถูกเลือกเป็นเจ้าหุบเขาน้อย ความสามารถเช่นนี้ ต่อให้เป็นคนของหุบเขามารเทพเอง ก็ยังไร้ซึ่งผู้เทียบเคียงในรุ่นเดียวกัน
อวิ๋นอี้เป็นจ้าววิญญาณขั้นสุดยอด การจัดการคนเหล่านี้ย่อมมิใช่เรื่องยาก ดังนั้นการต่อสู้จึงพลิกกลับอย่างรวดเร็ว คนที่เย่อหยิ่งจองหองในตอนแรกเหล่านั้นล้วนถูกคนของหุบเขามารเทพทำร้ายจนสูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหว
หลังจากที่คนของหุบเขามารเทพมาถึงแล้ว คนของสำนักรุ้งจันทราก็ค่อยๆ ถอนตัวออกมาจากการต่อสู้ หลังจากที่การต่อสู้สิ้นสุดลงทั้งหมดแล้ว จึงส่งหญิงงามคนหนึ่งเข้ามาแสดงความขอบคุณต่ออวิ๋นอี้
“อวิ๋นอี้ ขอบใจพวกท่านมาก ถ้าหากไม่ใช่เพราะพวกท่าน เกรงว่าวันนี้พวกเราคงเคราะห์ร้ายมากกว่าเคราะห์ดีเสียแล้ว” หญิงงามยิ้มน้อยๆ ทำเอาเจ้าอ้วนชวีน้ำลายแทบไหลย้อยลงมา
“หากเจ้าอยากขอบคุณก็ขอบคุณเจ้าหุบเขาน้อยของพวกเราแล้วกัน” อวิ๋นอี้พูด
“เจ้าหุบเขาน้อยหรือ อิงไป่ชวนเข้ามาในโลกย่อส่วนแห่งนี้ไม่ได้มิใช่หรือ” หญิงงามขมวดคิ้วน้อยๆ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ แล้วเขาให้คนมาช่วยเหลือพวกตนได้อย่างไรกัน
“ข้าหมายถึงเจ้าหุบเขาน้อยอีกคนหนึ่ง” อวิ๋นอี้ชี้ไปยังซือหม่าโยวเย่ว์ที่กำลังชี้นำทุกคนให้ชิงข้าวของจากการต่อสู้
“เขาคือเจ้าหุบเขาน้อยของพวกท่านหรือ” ริมฝีปากแดงระเรื่อของสาวงามอ้าค้างเล็กน้อยเพราะความตกใจ เย้ายวนใจคนเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อครู่นางก็เห็นการต่อสู้ของเขาแล้ว ค่อนข้างร้ายกาจก็จริง แต่หุบเขามารเทพมีเจ้าหุบเขาน้อยอีกคนหนึ่งตั้งแต่เมื่อใดกัน
แล้วยิ่งมีคติธรรมเช่นนี้อีกด้วย
“เฮ้ๆๆ พวกเจ้ารีบหน่อยสิ เก็บรวบรวมแหวนเก็บวัตถุอะไรต่างๆ ของพวกเขาขึ้นมาเสีย นี่คือผลพลอยได้จากสงครามของพวกเรา จะทิ้งเอาไว้ให้เสียเปล่าที่นี่ไม่ได้นะ…”
“ไอ้หยา เจ้านี่ช่างมีภูมิหลังใหญ่โตนัก ในนี้มีสิ่งล้ำค่ามากมายน่าดูเลยทีเดียว…”
“เจ้าอ้วน เจ้ามัวยืนเซ่อซ่าอยู่ตรงนั้นทำไมกันเล่า อย่าให้ข้ารู้ว่าเจ้าแอบอมของเอาไว้ล่ะ…”
“เฮ้อ ตอนลงมือเมื่อครู่น่าจะเบามือหน่อย อาวุธวิญญาณที่ยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้ถูกข้าทำลายเสียแล้ว เจ้านี่ช่างไม่รู้จักเบามือเสียบ้างเลย! โอ้… สิ่งล้ำค่าของข้า!”
หญิงงามมองท่าทีอันธพาลอันไม่สงวนเอาไว้เลยแม้แต่น้อยของซือหม่าโยวเย่ว์แล้วมองอวิ๋นอี้อย่างสงสัย ความหมายในแววตาชัดแจ้งเป็นอย่างยิ่งว่าเขาคือเจ้าหุบเขาน้อยของพวกท่านจริงๆ หรือ
…………………………………….