สลับชะตา ชายามือสังหาร - ตอนที่ 377 ชักกระบี่น้าวธนู
หรือจะเหมือนกับที่คนของถ้ำเมฆขาวพูดจริงๆ คนของพวกเขาตายอยู่ภายในนั้นหมดแล้วอย่างนั้นหรือ
เห็นสีหน้าคนของถ้ำเมฆขาวดูเหมือนจะมั่นอกมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง ดูแน่ใจเป็นอย่างมากว่าคนของตนจะออกมาได้
“เจิงเฉิง เจ้าว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่พวกเขาจะทำอะไรบางอย่างน่ะ เท่าที่ข้ารู้ พวกเขาส่งคนเข้าไปไม่น้อยเลย” คนที่สำนักรุ้งจันทราพามาด้วยพูดกับเจิงเฉิง
เจิงเฉิงมองคนผู้นั้นด้วยสีหน้าไม่พอใจปราดหนึ่งแล้วเอ่ยว่า “ถ้าหากพวกเขากล้าลงมือทำอะไรจริงๆ หุบเขามารเทพย่อมไม่มีทางปล่อยพวกเขาไปอย่างแน่นอน!”
“อุโมงค์ทางเดินใกล้จะปิดลงแล้ว” คนของสำนักรุ้งจันทราเห็นอุโมงค์ทางเดินเลือนรางลงเรื่อยๆ จึงพูดอย่างกังวลใจอยู่บ้าง
“คนที่จะออกมาก็น่าจะออกมากันหมดแล้ว นอกจากพวกเรา คนของถ้ำเมฆขาวและตำหนักผู้วิเศษก็มิได้ออกมาด้วยเช่นกัน” เจิงเฉิงพูด
“หรือว่าคราวนี้จะเกิดเรื่องอันใดขึ้นเล่า” คนของสำนักรุ้งจันทรากังวลใจเป็นอย่างยิ่ง
“หวังว่าคงจะไม่…”
ไม่เพียงแค่คนของหุบเขามารเทพและสำนักรุ้งจันทราเท่านั้นที่กังวลใจ แม้กระทั่งคนของตำหนักผู้วิเศษกับถ้ำเมฆขาวก็กังวลใจอย่างยิ่งเช่นเดียวกัน เพราะคนของพวกเขาก็มิได้ออกมาด้ วย!
หรือว่าจะเกิดเรื่องอันใดขึ้นจริงๆ เล่า แต่ไม่ถูกต้องสิ สองสำนักวิชารวมกันแล้วมีจำนวนคนมากกว่าหุบเขามารเทพและสำนักรุ้งจันทรามหาศาลนัก เย่อวี๋ฝานยังมีสัตว์อสูรเหนือเทพ พอยู่ด้วย ว่ากันตามหลักแล้วไม่ควรจะมีเรื่องนอกเหนือความคาดหมายเกิดขึ้นเลยถึงจะถูก!
แต่เรื่องราวก็มักจะนอกเหนือความคาดหมายอยู่ตลอด นอกจากนี้สิ่งนอกเหนือความคาดหมายนี้ยังทำให้พวกเขาสูญเสียอย่างใหญ่หลวงด้วย!
“อุโมงค์ทางเดินจะหายไปอยู่เดี๋ยวนี้แล้ว…”
“มีคนออกมา!”
ไม่รู้ว่าใครตะโกนเสียงดังลั่น ทุกคนจึงมองไปยังปากอุโมงค์ทางเดิน โดยเฉพาะหุบเขามารเทพ สำนักรุ้งจันทรา ถ้ำเมฆขาว และตำหนักผู้วิเศษซึ่งคนที่รอคอยยังไม่มา นัยน์ตาที่จ้องมอง ทางออกอยู่นั้นแทบจะถลนออกมาแล้ว
อวิ๋นอี้พาคนของหุบเขามารเทพและสำนักรุ้งจันทราออกมาในตอนที่อุโมงค์ทางเดินกำลังจะปิดลงในวินาทีสุดท้าย ก่อนที่อุโมงค์ทางเดินจะปิดสนิทลง
คนของหุบเขามารเทพและสำนักรุ้งจันทราเบิกบานใจไม่น้อย ส่วนคนของตำหนักผู้วิเศษกับถ้ำเมฆขาวนั้นพรั่นพรึงและเดือดดาลกันเป็นอย่างยิ่ง
พวกเขาบอกแล้วว่าจะจัดการกับคนของหุบเขามารเทพ ตอนนี้พวกเขาออกมาแล้ว แต่คนของตนมิได้ออกมา นี่ก็แสดงว่าคนของพวกตนถูกพวกเขาสังหารกลับเสียแล้ว!
“ไอ้หยา เมื่อครู่พวกเจ้าพูดได้ถูกต้อง มีคนที่ต้องติดอยู่ข้างในออกมาไม่ได้จริงๆ แต่ยังโชคดีที่มิใช่คนของพวกเรา” เจิงเฉิงพูดแล้วหัวเราะเสียงดังลั่น
“คารวะท่านผู้อาวุโสสิบแห่งหุบเขานอก” อวิ๋นอี้พาทุกคนไปตรงที่หุบเขามารเทพอยู่ เจิงเฉิงเอ่ยทำความเคารพ
“พวกเจ้าออกมาช้าเช่นนี้ ทำเอาพวกเรากังวลใจแทบตายเลยทีเดียว!” เจิงเฉิงพูดพลางตบบ่าพวกเขา
“แม่เฒ่าอวิ๋น” เฉียวย่าก็พาคนไปคารวะคนของสำนักรุ้งจันทราเช่นเดียวกัน
“พวกเจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่ เหตุใดจึงออกมาช้าเช่นนี้เล่า” แม่เฒ่าอวิ๋นมองพวกเฉียวย่าด้วยความรักใคร่
“อืม มีเรื่องบางอย่างถ่วงเวลาเอาไว้น่ะเจ้าค่ะ” เฉียวย่าพูด
“เป็นเพราะไม่รู้ว่าอุโมงค์ทางเดินแห่งนี้เปิดก่อนเวลา ก็เลยออกมาไม่ทันใช่หรือไม่” แม่เฒ่าอวิ๋นพูด
“ไม่ใช่ เพราะเรื่องอื่นน่ะเจ้าค่ะ” เฉียวย่าพูด
“จะเป็นไปได้อย่างไรกัน! เหตุใดคนของพวกเราจึงไม่ออกมาเลยแม้แต่คนเดียว” คนของถ้ำเมฆขาวพูดอย่างไม่อยากเชื่อ เมื่อเห็นคนของหุบเขามารเทพที่สงบปลอดภัยทางด้านนั้นแล้วจึงเอ่ย ยอย่างเดือดดาลว่า “พวกเจ้าสังหารคนของพวกเราจนหมดสิ้นเลยใช่หรือไม่ จะต้องเป็นพวกเจ้าแน่!”
อวิ๋นอี้มองค้อนเขาปราดหนึ่งแล้วเอ่ยว่า “โลกย่อส่วนกว้างใหญ่ถึงเพียงนี้ ภายในนั้นยังมีคนอีกมากมายขนาดนั้น แต่พวกเจ้ากลับมั่นใจว่าเป็นพวกเราที่สังหารคนของพวกเจ้า พวก เจ้ารู้ว่าคนของพวกเจ้าจะต้องหาตัวพวกเราพบแน่นอนอย่างนั้นหรือ แต่ข้าได้ยินมาว่าคนของถ้ำเมฆขาวของพวกเจ้าที่เข้าไปนั้นมีมากกว่าพวกเราเกินสามเท่าเสียอีก!”
“ทำไม พวกเขาเข้าไปหาเรื่องพวกเจ้าข้างในนั้นหรือ” เจิงไท่พูดพลางถลึงตาใส่คนของถ้ำเมฆขาว
“หาเรื่องหรือไม่นั้น คนของถ้ำเมฆขาวย่อมรู้ดีอยู่แล้ว!” อวิ๋นอี้พูด
“เจ้า… เฮอะ! พวกเรากลับกันเถิด!” คนของถ้ำเมฆขาวตะโกนใส่คนที่อยู่ด้านหลัง ก่อนจะดีดร่างขึ้นออกไปจากที่นั่น
ถึงแม้ว่าคนของตำหนักผู้วิเศษจะมิได้พูดอะไร แต่สีหน้าที่มองคนของหุบเขามารเทพก็มิสู้ดีนักเช่นกัน หลังจากมองพวกเขาหลายทีแล้วจึงจากไป
หลังจากคนของขุมอำนาจอื่นๆ รับคนของตัวเองไปแล้วก็ทยอยกันจากไป ตอนนี้อุโมงค์ทางเดินปิดลงอย่างสมบูรณ์แล้ว ต่อให้ภายในนั้นมีคนอยู่ก็ออกมาไม่ได้แล้ว จากนั้นคนอื่นๆ จึงพา กันจากไป
เมื่อบนภูเขาเหลือเพียงแค่คนของหุบเขามารเทพและสำนักรุ้งจันทราแล้ว เจิงเฉิงจึงค่อยเก็บงำรอยยิ้มลำพองใจแล้วถามว่า “มีเรื่องอันใดกัน”
“พวกเราถูกถ้ำเมฆขาวและตำหนักผู้วิเศษร่วมมือกันไล่ล่าสังหารภายในนั้น จนพวกเราสูญเสียกำลังคนไปส่วนหนึ่ง” อวิ๋นอี้พูด
“นอกจากนี้ตำหนักผู้วิเศษยังมอบสัตว์อสูรเหนือเทพตนหนึ่งให้กับเย่อวี๋ฝานด้วย พวกเราชีวิตเกือบจะหาไม่กันหมดแล้ว” เฉียวย่าเอ่ยเสริม
“สัตว์อสูรเหนือเทพหรือ!”
ทุกคนตกใจอย่างใหญ่หลวง มีเพียงแค่คนที่อยู่ต่ำกว่าระดับเทพลงไปเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปภายในนั้นได้ ถ้าหากมีสัตว์อสูรเหนือเทพอยู่จริงๆ แล้วพวกเขามีชีวิตรอดมาได้อย ย่างไรกัน
“คิดไม่ถึงว่าตำหนักผู้วิเศษจะกล้าทำเรื่องเช่นนี้ออกมาได้” แม่เฒ่าอวิ๋นพูดอย่างชิงชัง “ยังคิดจริงๆ ว่าพวกเขามีจำนวนคนมาก ก็มีอิทธิพลแข็งแกร่งแล้วอย่างนั้นหรือ ถ้ำเมฆขาวก็ ด้วย ถ้าหากต้องการเปิดศึกจริงๆ สำนักรุ้งจันทราของข้าก็ใช่ว่าใครจะมารังแกได้โดยง่าย!”
เมื่อเทียบกับความเดือดดาลของแม่เฒ่าอวิ๋น เจิงเฉิงก็มีสติมากกว่า จึงเอ่ยถามว่า “ในเมื่อพวกเขามีจำนวนคนมากกว่าพวกเจ้า ทั้งยังมีสัตว์อสูรเหนือเทพอยู่ด้วย แล้วพวกเจ้าหนีออก กมาได้อย่างไรกัน เหตุใดพวกเขาจึงไม่เหลือรอดออกมาแม้แต่คนเดียวเลยเล่า”
“ต้องยกความชอบให้ท่านเจ้าหุบเขาน้อย ถ้าหากมิใช่เพราะเขา ตอนนี้ผู้ที่ออกมาก็คงเป็นคนของตำหนักผู้วิเศษกับถ้ำเมฆขาวแล้ว” อวิ๋นอี้พูด
“เจ้าหุบเขาน้อยหรือ”
“อิงไป่ชวนหรือ มิใช่ว่าเขาเข้าไปมิได้หรอกหรือ”
“แม่เฒ่าอวิ๋น มิใช่อิงไป่ชวนหรอกเจ้าค่ะ แต่เป็นเจ้าหุบเขาน้อยอีกคนหนึ่งต่างหากเล่า” เฉียวย่าพูด
“หรือว่าจะเป็น… ศิษย์ผู้สืบทอดของท่านเจ้าหุบเขารอง” เจิงเฉิงพูด
“ถูกต้อง เขาช่วยเหลือพวกเราออกมาก่อน หลังจากนั้นยังผลาญสังหารขุมอำนาจต่างๆ ที่ตำหนักผู้วิเศษและถ้ำเมฆขาวรวบรวมเอาไว้อีกด้วย”
“พวกเจ้าไปพบเจอเขาได้อย่างไรกัน พวกเจ้ารีบเล่าเรื่องเหล่านี้ให้ข้าฟังเร็วเข้าสิ”เจิงเฉิงพูดอย่างทึ่มทื่ออยู่บ้าง
จากนั้นพวกเขาจึงเล่าเรื่องที่ถูกคนไล่ล่าสังหารอย่างไร ซือหม่าโยวเย่ว์ช่วยเหลือพวกเขาทั้งหมดอย่างห้าวหาญได้อย่างไร แล้วช่วยเหลือคนของสำนักรุ้งจันทราหลังจากนั้นอย่างไรบ้าง ทั้งยังผลาญสังหารคนกว่าหมื่นคนนั้นได้อย่างไร
“ฮ่าๆ เจ้าหุบเขาน้อยผู้นี้บ้าระห่ำยิ่งนัก!” เจิงไท่ได้ฟังแล้วหัวเราะเสียงดังลั่น
ฝ่ายตรงข้ามคิดจะอาศัยจังหวะนี้สังหารคนรุ่นเยาว์ของพวกเขา แต่กลับไม่คิดว่าคนที่ตนส่งเข้าไปนั้นจะถูกฆ่าจนหมดสิ้น!
พร้อมกันนั้นนัยน์ตาของเขาก็มีแววเดือดดาล ดูเหมือนว่าตำหนักผู้วิเศษและถ้ำเมฆขาวนี้อยากจะก่อสงครามจริงๆ เสียแล้ว
“การต่อสู้ระหว่างสัตว์อสูรเหนือเทพสองตนส่งผลกระทบต่อห้วงมิติภายในนั้น มิน่าเล่า อุโมงค์ทางเดินถึงได้เปิดออกก่อนเวลา” แม่เฒ่าอวิ๋นพูด “คราวนี้ต้องขอบคุณพวกเจ้ามากจริงๆ ถ้ าหากไม่ได้เจ้าหุบเขาน้อยของพวกเจ้า คนของพวกเราก็คงตกอยู่ในอันตรายแล้ว”
“ฮ่าๆ พูดได้ดี!” เจิงเฉิงกล่าว “แม่เฒ่าอวิ๋น เรื่องคราวนี้พวกเราหุบเขามารเทพจะไม่ยอมปล่อยไปเฉยๆ แน่ พวกเจ้าสำนักรุ้งจันทราจะว่าอย่างไรเล่า”
“เฮอะ พวกเขาคิดจะฆ่าคนของพวกเราก็ฆ่าได้อย่างนั้นหรือไร” แม่เฒ่าอวิ๋นส่งเสียงเฮอะเยียบเย็น “รอให้พวกเรากลับไปรายงานท่านเจ้าสำนักก่อน ถ้าหากมีการตัดสินใจเช่นไร พวกเราค่อยบ บอกพวกเจ้าแล้วกัน”
“ได้สิ พวกเราก็ต้องกลับไปรายงานบรรดาท่านเจ้าหุบเขาเช่นเดียวกัน” เจิงเฉิงพูด
“ลาก่อน”
แม่เฒ่าอวิ๋นพาพวกเฉียวย่าจากไป เจิงเฉิงก็พาพวกอวิ๋นอี้กลับไปยังหุบเขามารเทพเช่นเดียวกัน แล้วไปพบเจ้าหุบเขาเพื่อรายงานเรื่องราวเหล่านี้
ศิษย์คนอื่นๆ ของหุบเขามารเทพล่วงรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในโลกย่อส่วนอย่างรวดเร็ว แต่ละคนเดือดดาลไม่น้อย พร้อมกันนั้นก็เกิดความสนใจในตัวซือหม่าโยวเย่ว์เป็นอย่างยิ่ง ต ต่างหวังว่าจะได้พบกับเจ้าหุบเขาน้อยผู้บ้าระห่ำของพวกตนผู้นี้โดยเร็ว