สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 674 มหาปราชญ์ไร้เทียมทานที่ไม่มีผู้
ใดโต้แย้ง
มหาปราชญ์ระดับสูงสุด คือ มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่นะครับ ผมย้อนแก้ให้
แล้ว
………….
จุดจบของมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่สองคน ทำให้ผู้แข็งแกร่งมากมายบนทวีป
แห่งความโกลาหลหยินเหอสับสน
มหาปราชญ์ในบริเวณใกล้เคียงที่กำลังสังเกตการณ์อย่างระมัดระวัง ก็ไม่
ได้ตอบสนองเช่นกัน
มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่มาถึงทวีปแห่งความโกลาหลหยินเหอตะโกนให้มหา
ปราชญ์หยินเหอออกมาพบ ถึงแม้ว่าท่าทางจะดูเย่อหยิ่งเล็กน้อย แต่ก็
สอดคล้องกับฐานะของมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่
พลังของมหาปราชญ์หยินเหอนั้นน่ากลัวมาก กวาดล้างมหาปราชญ์แห่ง
ความโกลาหลจนไม่มีใครเทียบได้ แต่จากการแสดงออกในจักรวาล’เซียนฮวง’ ก็
ยังห่างไกลจากมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ทีแท้จริงอยู่บ้าง
แต่ตอนนี้?
เนื่องจากการลงมือของหลินหยวนครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อสร้างความเกรง
ขาม ภาพการทำลายมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่สองคนจึง
ไม่ได้ถูกปกปิด ผู้แข็งแกร่งระดับมหาปราชญ์สามารถมองเห็นได้อย่าง
คร่าวๆ ส่วนมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลายสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
ผู้แข็งแกร่งมากมายมองดูมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่สองคนที่มีพลังน่ากลัว ถูก
ทำลายลงอย่างสิ้นเชิงภายใต้แสงตะวันที่มหาปราชญ์หยินเหอกลายร่างเป็น
ซึ่
ดิ้
ไร้ซึ่งการดิ้นรน
ไร้ซึ่งการต่อต้าน
ราวกับเหมันต์ที่พานพบกับดวงตะวัน ละลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย
เป็นไปได้อย่างไร?
มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่จะอ่อนแอเช่นนี้ได้อย่างไร?
หรือว่ามหาปราชญ์หยินเหอแข็งแกร่งเกินไป
แต่ต่อให้แข็งแกร่งแค่ไหน ก็ไม่น่าจะถึงขั้นฆ่ามหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ได้
ราวกับฆ่ามดปลวกเช่นนี้?
มหาปราชญ์แต่ละคนรู้สึกพูดไม่ออก มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ทีสูงส่งในใจ
พวกเขา ผู้ที่เดินทางไปทั่วความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
จะมีวันที่อ่อนแอเช่นนี้ได้อย่างไร?
“สองคนนั้น เป็นมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่จริงๆ หรือ?”
“จริง ข้าเคยได้ยินชื่อเสียงของพวกเขามาบ้าง”
“มหาปราชญ์หยินเหอ แข็งแกร่งเพียงใดกัน!”
หลังจากที่เงียบไปชั่วครู่ ผู้แข็งแกร่งมากมายก็เริ่มพูดคุยกัน
ในขณะเดียวกัน ภาพที่มหาปราชญ์หยินเหอลงมือปราบปรามมหาปราชญ์
ผู้ยิ่งใหญ่สองคนเมื่อครู่ ก็แพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วผ่านเครือข่ายของ
มหาปราชญ์
ในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลอันกว้างใหญ่ การต่อสู้ระหว่างมหา
ปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่นั้นหาได้ยาก
ยิ่งเป็นการกดขี่ฝ่ายเดียวเช่นนี้?
ยิ่
ขี่
ทั้
มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ถูกกดขี่ฝ่ายเดียว อีกทั้งยังมากถึงสองคน?
เมืองที่ใหญ่ที่สุดบนทวีปแห่งความโกลาหลหยินเหอ
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนและผู้แข็งแกร่งสูงสุดอีกแปดคนของ
อารยธรรมมนุษย์มองหน้ากัน
“พลังของหยินเหอ…”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซวียนหยวนรู้สึกเหมือนฝันไป มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่สอง
คนมาถึงเมื่อครู่ เขาตกใจมาก กลัวว่าหลินหยวนจะเสียเปรียบต่อหน้ามหา
ปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่
ไม่คิดว่ามหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่จะอ่อนแอเช่นนี้?
“น่ากลัวเกินไป”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดซวีเสินไม่อยากจะเชื่อ ตั้งแต่จักรวาลบ้านเกิดของพวก
เขา เขาก็ตระหนักถึงพรสวรรค์ที่น่ากลัวของหลินหยวนแล้ว
จริงๆ แล้วก็เป็นเช่นนั้น พาอารยธรรมมนุษย์ทั้งหมดผ่านการล่มสลายของ
จักรวาล ตั้งหลักในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล จนถึงตอนนี้ สร้างทวีป
แห่งความโกลาหลหยินเหอ ทำให้อารยธรรมมนุษย์กลายเป็นผู้ครอบครองที่แท้
จริงของบริเวณโดยรอบหลายหมื่น หลายแสนแห่ง
แต่ตอนนี้?
ภาพที่มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่สองคนนั้นถูกกำจัดเหมือนฟองสบู่ทำให้ผู้
แข็งแกร่งสูงสุดซวีเสินรู้สึกเหมือนอยู่ในภวังค์
นั่นคือมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลในช่วงหลายล้าน
ล้านยุคจักรวาล
กลับถูกหยินเหอปราบปรามเช่นนี้
“หยินเหอ ก้าวเข้าสู่ระดับ 13 แล้วเหรอ?”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดหวี่เตี๋ยอดไม่ได้ที่จะพูด การฆ่ามหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ได้
อย่างง่ายดายเช่นนี้ ในความเห็นของนาง ไม่ใช่สิ่งที่มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่
สามารถทำได้
“น่าจะยัง”
“การที่จะก้าวเข้าสู่ระดับ 13 จะต้องมีปรากฏการณ์ที่น่าตกใจอย่าง
แน่นอน”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดเซี่ยฉินครุ่นคิดแล้วกล่าวต่อว่า
“แต่ถึงแม้ว่าหยินเหอจะยังไม่ก้าวเข้าสู่ระดับ 13 พลังของเขาก็น่าจะเหนือ
กว่าระดับ 12 แล้ว”
ผู้แข็งแกร่งสูงสุดคนอื่นๆ พยักหน้า เห็นด้วยอย่างยิ่ง ในขณะเดียวกันก็
รู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก
หลินหยวนมาจากอารยธรรมมนุษย์ ยิ่งเขาแข็งแกร่งมากเท่าไหร่
อารยธรรมมนุษย์ก็จะได้รับประโยชน์มากขึ้นเท่านั้น
ในสถานที่ลับที่มืดมิด
ร่างจริงของชายหัวโล้นลืมตาขึ้นทันที
“นี่…”
ชายหัวโล้นไม่อยากจะเชื่อ ภาพที่มหาปราชญ์หยินเหอกลายร่างเป็นตะวัน
เพลิงนิรันดร์ส่องสว่างไปทั่วทุกทิศทุกทางปรากฏขึ้นในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า หัวใจ
ของเขาเริ่มสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
“แข็งแกร่งเกินไป แข็งแกร่งเกินไป”
ชายหัวโล้นกลืนน้ำลาย ถึงแม้ว่าจะเผชิญหน้ากับมหาปราชญ์หลัวโหว เขา
ก็ไม่เคยรู้สึกถึงแรงกดดันที่น่าหายใจไม่ออกเช่นนี้
ยิ่
ที่
มหาปราชญ์หลัวโหวแข็งแกร่งมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งมรดกระดับ 13 ที่
ฝึกฝนสำเร็จ แต่ต่อให้แข็งแกร่งเพียงใด ชายหัวโล้นก็รู้สึกว่าตัวเองยังสามารถ
ดิ้นรนต่อต้านได้
แต่เมื่อเผชิญหน้ากับหลินหยวน ชายหัวโล้นกลับไม่มีความคิดทีจะดิ้นรน
ต่อต้านเลย
“มหาปราชญ์หยินเหอผู้นั้น…”
ในเวลานี้ ร่างแยกของร่างผอมปรากฏขึ้น นั่งลงตรงหน้าชายหัวโล้น
มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่สองคนนี้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด มิฉะนั้นจะไม่ทำงาน
ให้กับมหาปราชญ์หลัวโหวด้วยกัน
“ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลนี้ จะมีผู้แข็งแกร่งที่แข็งแกร่งเช่นนี้ได้
อย่างไร?”
ชายหัวโล้นมองร่างผอมแล้วกล่าวด้วยความงุนงง
“ข้าก็ไม่รู้”
ร่างผอมส่ายหัว เขาก็ยังงุนงงอยู่จนถึงตอนนี้
“แต่มหาปราชญ์หยินเหอแค่ทำลายร่างหลักของพวกเรา ไม่ได้ลงมือกับ
ร่างแยกอื่นๆ ดูเหมือนว่าพวกเราน่าจะปลอดภัยแล้ว?”
ร่างผอมถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“อืม”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ชายหัวโล้นก็รู้สึกโล่งใจ
เมื่อมหาปราชญ์หยินเหอสามารถทำลายร่างแยกและวิธีการเอาชีวิตรอด
ทั้งหมดของจิ่วเฟิ่งและอิงโม่ได้ในพริบตา คงเชี่ยวชาญวิชาสาปแช่งเหตุและผล
เป็นอย่างมาก ผู้แข็งแกร่งเช่นนี้ ไม่ต้องพูดถึงว่าสามารถสาปแช่งร่างแยกและ
วิธีการเอาชีวิตรอดทั้งหมดของพวกเขาได้หรือไม่
ทั้
อย่างน้อยก็สามารถระบุตำแหน่งต้นกำเนิดของเหตุและผลทั้งหมดของ
พวกเขาได้อย่างชัดเจน
ระบุตำแหน่งต้นกำเนิดของเหตุและผล แล้วไล่ล่าและกำจัดทีละคน ด้วย
พลังของมหาปราชญ์หยินเหอ มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่สองคนอย่างพวกเขาไม่มี
ทางต้านทานได้เลย
หากต้องการรอดชีวิต คงต้องยอมแพ้และกลับชาติมาเกิดใหม่
แต่ถึงแม้จะเป็นมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ การกลับชาติมาเกิดก็มีความเสี่ยง
หากไม่สำเร็จ ก็จะตกอยู่ในวัฏสงสารตลอดไป ซึ่งแย่กว่าการติดอยู่ในวังวนแห่ง
กาลเวลา
“พวกเราจะทำอย่างไรต่อไป? แล้วมหาปราชญ์หลัวโหวล่ะ?”
ร่างผอมถาม
“พลังของมหาปราชญ์หยินเหอแข็งแกร่งเกินไป มหาปราชญ์หลัวโหวคงไม่
ตำหนิพวกเรา”
ชายหัวโล้นกล่าว
“แต่พวกเราก็ต้องไปพบท่าน อธิบายให้ท่านฟัง”
“ก็จริง”
ร่างผอมพยักหน้า
พวกเขาแค่ทำงานให้กับมหาปราชญ์หลัวโหว ไม่ใช่ทาส มีสิทธิเลือก
ต่อให้เป็นมหาปราชญ์ไร้เทียมทาน ก็เลือกที่จะไม่บีบบังคับมหาปราชญ์ผู้
ยิ่งใหญ่มากเกินไป
ในพระราชวังอันยิ่งใหญ่ ตั้งตระหง่านอยู่ในส่วนลึกของกาลอวกาศ
บนบัลลังก์ที่สูงที่สุด มีร่างที่ประกอบด้วยหมอกสีเทานั่งอยู่
“มหาปราชญ์หยินเหอ?”
ร่างหมอกสีเทาคือมหาปราชญ์หลัวโหว ในขณะนี้เขากำลังพึมพำกับตัว
เอง ภาพเหตุการณ์นอกทวีปแห่งความโกลาหลหยินเหอปรากฏขึ้นต่อหน้าเขา
ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ป้ายหยกที่เขามอบให้ถูกบดขยี้ เขาส่งร่างแยกไป จึงได้เห็นฉากที่หลิน
หยวนลงมือ
“มหาปราชญ์หยินเหอผู้นี้ ฝึกฝนมรดกระดับ 13 สำเร็จกี่อย่างกันแน่?”
ร่างหมอกสีเทาไม่อยากจะเชื่อ ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงการมองแวบเดียว แต่
เขาก็รู้สึกได้อย่างเลือนรางว่า ในช่วงที่ร่างแยกของเขาถูกทำลาย พลังระดับ 13
ที่เกี่ยวข้องน่าจะมีสามหรือสี่อย่าง
เช่น การกดขี่กาลอวกาศที่แพร่กระจายไปทุกที่ เช่น ดวงตะวันทีมหา
ปราชญ์หยินเหอกลายร่างเป็น
ล้วนมีพลังที่เหนือกว่าระดับ 12 น่าจะเป็นมรดกระดับ 13 บางอย่าง
“มรดกระดับ 13 สามหรือสี่อย่าง ไม่เพียงแต่ฝึกฝนสำเร็จเท่านั้นยังหลอม
รวมเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ? มหาปราชญ์หยินเหอผู้นี้…”
มหาปราชญ์หลัวโหวไม่เข้าใจ
หลังจากฝึกฝนมรดกระดับ 13 สำเร็จหนึ่งอย่างแล้ว การฝึกฝนมรดกระดับ
13 อย่างที่สอง ความยากจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก มรดกระดับ 13 มีพลังระดับ 13
การที่มหาปราชญ์ระดับ 12 รับพลังระดับ 13 ก็ยากอยู่แล้ว ยิ่งรับพลังระดับ 13
มากกว่าหนึ่งอย่าง ยิ่งยากขึ้นไปอีก
วูบ!
ในเวลานี้
ชายหัวโล้นและร่างผอมปรากฏตัวในพระราชวัง
“ท่านมหาปราชญ์”
ชายหัวโล้นและร่างผอมโค้งคำนับเล็กน้อย
“ไม่ต้องพูดมาก ข้ารู้แล้ว”
มหาปราชญ์หลัวโหมองลงไปที่มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่สองคน
“มหาปราชญ์หยินเหอผู้นั้น ต่อไปพวกเจ้าไม่ต้องสนใจเขาแล้ว”
“ขอรับ”
ชายหัวโล้นและร่างผอมตอบรับ ถึงแม้ว่ามหาปราชญ์หลัวโหวจะสั่งให้
พวกเขาจัดการกับมหาปราชญ์หยินเหอ มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่สองคนนี้ก็คงจะ
ปฏิเสธ
ล้อเล่นหรือ?
จัดการกับมหาปราชญ์หยินเหอ?
ไม่ต่างอะไรกับการหาที่ตาย?
“ท่านมหาปราชญ์หลัวโหว มหาปราชญ์หยินเหอเขา…”
ชายหัวโล้นถามอย่างระมัดระวัง พวกเขารู้แค่ว่ามหาปราชญ์หยินเหอ
แข็งแกร่งมาก แต่ไม่รู้ว่าแข็งแกร่งแค่ไหน
แต่มหาปราชญ์หลัวโหวมีพลังเหนือกว่าพวกเขามาก คงเห็นได้ชัดเจนกว่า
พวกเขา
“มหาปราชญ์หยินเหอ… แข็งแกร่ง แข็งแกร่งมาก ข้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา”
มหาปราชญ์หลัวโหวเงียบไปครู่หนึ่งแล้วกล่าวความจริง
ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงร่างแยกที่มองแวบเดียว แม้แต่พลังที่แท้จริงของมหา
ปราชญ์หยินเหอก็ยังไม่เห็น แต่มหาปราชญ์หลัวโหวก็รู้ดีว่าเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของ
มหาปราชญ์หยินเหอ
ถึงแม้จะเป็นแค่ร่างแยก แต่ก็ใช้จิตสำนึกเดียวกัน และในตอนนั้นมหา
ปราชญ์หลัวโหวรู้สึกเหมือนความว่างเปล่าแห่งความโกลาหลทั้งหมดกำลังถล่ม
ลงมา
มหาปราชญ์หลัวโหวมีความรู้สึกว่า ต่อให้ในตอนนั้นเป็นร่างแยกที่เผชิญ
หน้ากับมหาปราชญ์หยินเหอ ต่อให้เป็นร่างจริง ผลลัพธ์สุดท้ายก็คงจะไม่ต่าง
กัน คงถูกทำลายลงภายใต้แสงตะวันที่มหาปราชญ์หยินเหอกลายร่างเป็น
ความจริงใจของมหาปราชญ์หลัวโหว ทำให้ชายหัวโล้นและร่างผอมเงียบ
ไป
มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่สองคนนี้ รู้สึกได้ว่ามหาปราชญ์หลัวโหวด้อยกว่า
มหาปราชญ์หยินเหอ แรงกดดันที่ทั้งสองคนมอบให้นั้นต่างกัน
แต่การที่มหาปราชญ์หลัวโหวยอมรับอย่างจริงใจเช่นนี้ ทำให้ชายหัวโล้น
และร่างผอมรู้สึกตกใจยิ่งขึ้น
นั่นหมายความว่าพลังของทั้งสองฝ่ายไม่เพียงแต่ต่างกัน แต่ยังต่างกันมาก
ต่างกันจนมหาปราชญ์หลัวโหวไม่มีความคิดที่จะต่อสู้เลย
“ต่อไป พวกเจ้าไม่ต้องติดตามข้าแล้ว อยากทำอะไรก็ไปทำเถอะ”
มหาปราชญ์หลัวโหวมองไปที่มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่สองคน ถอนหายใจใน
ใจ แล้วกล่าว
เดิมทีเขาวางแผนที่จะกวาดล้างความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล เพื่อให้
ได้ชื่อว่า ‘มหาปราชญ์ไร้เทียมทาน’ ดังนั้นจึงรวบรวมมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่บาง
คน วางแผนที่จะใช้พวกเขาในการปกครองบริเวณกว้างใหญ่ในอนาคต
มหาปราชญ์ไร้เทียมทานแต่ละคน มักจะสร้างกองกำลังของตัวเอง มีผู้
ติดตามมากมาย
แต่ตอนนี้?
มหาปราชญ์หลัวโหวรู้ว่าแผนการของเขาไม่สามารถเป็นจริงได้
มีมหาปราชญ์หยินเหออยู่ ต่อให้เขามีพลังของมหาปราชญ์ไร้เทียมทาน
ทั่วไป ก็ไม่สามารถเป็นมหาปราชญ์ไร้เทียมทานได้ เพราะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมหา
ปราชญ์หยินเหอ
“ขอรับ”
ชายหัวโล้นและร่างผอมมองหน้ากัน ไม่ได้ปฏิเสธ
ในฐานะมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ การที่พวกเขายินดีติดตามมหาปราชญ์หลัว
โหว ก็เพราะเชื่อว่าเขาจะสามารถเป็นมหาปราชญ์ไร้เทียมทานได้ในอนาคต
ตอนนี้ความเป็นไปได้นี้ไม่มีแล้ว ชายหัวโล้นและร่างผอมย่อมไม่ต้องการ
ติดตามต่อไป
มหาปราชญ์หลัวโหวมองชายหัวโล้นและร่างผอมหายไป
จากนั้นก็เรียกมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่รวบรวมมาแล้วไล่กลับไปสุดท้ายก็
ปิดผนึกพระราชวังโดยสมบูรณ์
“ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล อันยาวนาน ต่อให้มีพลังทีแข็งแกร่ง
เพียงใด ก็แค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น มีเพียงการก้าวเข้าสู่
ระดับ 13 กลายเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา ถึงจะได้รับอิสรภาพทีแท้จริง”
จิตใจของมหาปราชญ์หลัวโหวสงบนิ่ง ตัดสินใจที่จะก้าวเข้าสู่ระดับ 13
ทันที
ตอนนี้เขาได้ทำทุกอย่างถึงขีดสุดแล้ว ทั้งขอบเขต พลัง ความเข้าใจ พลัง
ของมรดกระดับ 13
หากไม่ใช่เพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองในความว่างเปล่าแห่งความ
โกลาหล เตรียมที่จะเป็นมหาปราชญ์ไร้เทียมทาน เขาก็เริ่มก้าวเข้าสู่ระดับ 13
มานานแล้ว
ที่
บี้
ในกาลอวกาศที่บิดเบี้ยว
จิตสำนึกของสิ่งมีชีวิตพิเศษหลายคนมองดูทวีปแห่งความโกลาหลหยินเห
อที่อยู่ไกลออกไป
“มหาปราชญ์หยินเหอผู้นี้ ไม่ใช่เพียงแค่มหาปราชญ์ไร้เทียมทานอันดับ
ต้นๆ ของความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล”
ดาบยาวที่หักเป็นสองท่อนส่งคลื่นจิตสำนึกออกมา
“เขาเป็นมหาปราชญ์ไร้เทียมทานที่แข็งแกร่งที่สุด แม้แต่สิ่งมีชีวิตแรกที่
เกิดขึ้นในความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมหาปราชญ์หยิน
เหอในตอนนี้”
ดาบยาวที่หักเป็นสองท่อนกล่าวด้วยความรู้สึก พวกเขาสังเกตการณ์อย่าง
ใกล้ชิด พบรากฐานที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นของหลินหยวนถึงแม้ว่าการฆ่ามหาปราชญ์ผู้
ยิ่งใหญ่สองคนจะเป็นเพียงการโจมตีธรรมดา แต่ในสายตาของสิ่งมีชีวิตพิเศษ
หลายคน ระดับพลังทีเกี่ยวข้องนั้นเหลือเชื่ออย่างยิ่ง
“มหาปราชญ์ไร้เทียมทานที่แข็งแกร่งที่สุด…”
จิตสำนึกของสิ่งมีชีวิตพิเศษอื่นๆ รู้สึกซาบซึ้ง สิ่งมีชีวิตแรกทีเกิดขึ้นใน
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล ได้รับโอกาสมากมายจากการกำเนิดของ
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล รากฐานทีลึกซึ้งนั้นยากจะประเมินได้ ภายใต้
สถานการณ์เช่นนี้
ยังคงด้อยกว่ามหาปราชญ์หยินเหอ?
แม้แต่สิ่งมีชีวิตพิเศษอย่างพวกเขาก็รู้สึกไม่อยากจะเชื่อ
“มหาปราชญ์หยินเหอผู้นี้ ฝึกฝนอย่างไรกันแน่?”
จิตสำนึกของจิตวิญญาณแท่นบูชาโบราณกล่าว ขัดกับหลักเหตุผลโดยสิ้น
เชิง
“มหาปราชญ์หยินเหอ…”
มื่
ดวงตามหมื่นวิถีรู้สึกยินดี
มันคาดหวังในตัวหลินหยวนมาก แต่ก็ไม่คิดว่าเขาจะเติบโตได้ถึงขนาดนี้?
มหาปราชญ์ไร้เทียมทานที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของความว่าง
เปล่าแห่งความโกลาหล?
เมื่อเวลาผ่านไป
ข่าวการต่อสู้นอกทวีปแห่งความโกลาหลหยินเหอก็แพร่กระจายออกไป
ด้วยความเร็วที่น่ากลัว
มหาปราชญ์แห่งความโกลาหลและมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่หลายคนต่างก็
เห็นภาพเหตุการณ์นั้น
“แข็งแกร่งเกินไปแล้ว”
“ไม่ใช่คู่ต่อสู้”
“ข้าก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้”
“จะต้านทานได้อย่างไร? ในการต่อสู้ครั้งนี้ มหาปราชญ์หยินเหอน่าจะไม่
ได้ใช้พลังทั้งหมด”
มหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่โบราณหลายคน หลังจากที่เห็นภาพเหตุการณ์การ
ต่อสู้แล้ว ก็ไม่มีความคิดที่จะท้าทาย ยอมรับว่าด้อยกว่าโดยตรง
ในฐานะมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ พวกเขารู้จักพลังของตัวเองเป็นอย่างดี หาก
แข็งแกร่งกว่าพวกเขาเพียงเล็กน้อย พวกเขาย่อมไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แต่ความต่าง
ระหว่างมหาปราชญ์หยินเหอและพวกเขานั้น
ไม่ใช่แค่เล็กน้อย?
“มหาปราชญ์หยินเหอ คือมหาปราชญ์ไร้เทียมทานของยุคสมัยนี้”
“ใช่ มหาปราชญ์ไร้เทียมทานที่ไร้ซึ่งผู้ใดโต้แย้ง”
ยิ่
มีมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่บางคนแสดงความคิดเห็น ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับการ
ยอมรับจากมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหมด แต่ก็ไม่มีมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่คนใด
คัดค้าน
ผู้ใดจะกล้าคัดค้าน?
และสำหรับมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ การไม่คัดค้านก็เท่ากับการยอมรับ
ส่วนลึกของทวีปแห่งความโกลาหลหยินเหอ
หลินหยวนก็รับรู้ถึงผลกระทบที่การลงมือของเขามีต่อความว่างเปล่าแห่ง
ความโกลาหล แม้กระทั่งเริ่มถูกมองว่าเป็นมหาปราชญ์ไร้เทียมทานของยุค
สมัยนี้แล้ว
“มหาปราชญ์ไร้เทียมทาน?”
หลินหยวนมีสีหน้าแปลกๆ มหาปราชญ์ไร้เทียมทานในประวัติศาสตร์ของ
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล ล้วนผ่านการต่อสู้ที่ยากลำบากนับไม่ถ้วน
ปราบปรามมหาปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่เหล่านั้น จนได้รับการยอมรับว่าเป็นมหา
ปราชญ์ไร้เทียมทาน
แต่เขาที่ลงมือเพียงครั้งเดียว ก็ถูกมองว่าเป็นมหาปราชญ์ไร้เทียมทาน
แล้ว?
“แต่ด้วยพลังของเราในตอนนี้ คงไม่มีจิตวิญญาณของสถานทีพิเศษใด
กล้าเป็นศัตรูกับเรา ล่ะมั้ง?”
ความคิดของหลินหยวนแผ่ขยายออกไป นึกถึงภาพเส้นเวลาในอนาคตที่
เลือนรางที่เขาเห็นภายใต้การเสริมพลังของหม้อมรรคาสุญญาทัณฑ์…