สวรรค์บันดาล: ข้าพเจ้าสร้างวิถี - บทที่ 767 ห้าแก่นแท้บรรพกาล
ท่ามกลางความโกลาหลวุ่นวาย
จิตสำนึกที่หลับใหลของหลินหยวนค่อยๆ ตื่นขึ้น
“จุติลงมายังโลกต้นกำเนิดแห่งที่สี่แล้ว?”
หลินหยวนแบ่งจิตใจออกไปสำรวจรอบด้าน
ในขณะนี้ เขายังไม่มีแนวคิดเรื่อง ‘ดวงตา’
ทุกสิ่งทุกอย่างต้องอาศัยการรับรู้ของตนเอง
“ครั้งนี้ ร่างจุติของเราคือศิลาเทพก้อนหนึ่ง ศิลาเทพบรรพกาล”
หลินหยวนคิดในใจ
หลังจากกลายเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา การจุติลงมาผ่านประตูสู่ภพหมื่น
สามารถเลือกสรรร่างจุติได้
และครั้งนี้ ร่างจุติที่หลินหยวนเลือกคือศิลาเทพบรรพกาลก้อนหนึ่ง
ช่วยไม่ได้ โลกต้นกำเนิดแห่งนี้อยู่ในช่วงเวลาถือกำเนิดใหม่สรรพสิ่งล้วน
อยู่ในสภาวะโกลาหล สิ่งที่สามารถใช้เป็นร่างจุติได้มีไม่มากนัก
ศิลาเทพบรรพกาลเป็นศิลาเทพก้อนแรกที่โลกต้นกำเนิดแห่งนีก่อกำเนิด
ขึ้น พรสวรรค์และคุณสมบัติถือว่าไม่เลว เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดของหลิน
หยวน
“มหาเต๋าปรากฏชัด ต้นกำเนิดไหลเวียน…”
หลินหยวนเพียงสำรวจเล็กน้อย ก็สัมผัสได้ถึง ‘พลังชีวิตอันเบ่งบาน’ ของ
ฟ้าดินรอบข้าง
ทั้
ในช่วงเวลาถือกำเนิดใหม่ของโลกต้นกำเนิด มิติ ทั้งหมดยังไม่ก่อตัวเป็นรูป
เป็นร่าง
ในช่วงเวลานี้ มหาเต๋าต้นกำเนิดอันล้ำค่าที่สุดสำหรับสิ่งมีชีวิตโดยพื้นฐาน
แล้วจะปรากฏชัดออกมาโดยไม่มีสิ่งใดปิดบัง
การอยู่ในสภาพแวดล้อมการบำเพ็ญเพียรเช่นนี้ ต่อให้เป็นหมูตัวหนึ่ง ก็สา
มารรถบำเพ็ญเพียรไปถึงระดับ 12 ขั้นสมบูรณ์แบบได้อย่างราบรื่น
นอกจากนี้ ในช่วงเวลานี้ สายธารแห่งกาลเวลาก็ยังไม่ควบแน่นขึ้นมา
กล่าวคือ สิ่งมีชีวิตทั้งหมดที่ถือกำเนิดในช่วงเวลานี้ โดยกำเนิดแล้วไม่มี
พันธนาการของสายธารแห่งกาลเวลา
ไม่จำเป็นต้องมีการก้าวกระโดดขั้นสูงสุดจากระดับ 11 สู่ระดับ 12
ขอเพียงไม่ตายกลางคัน ย่อมมีคุณสมบัติที่จะท้าทายการเป็นสิ่งมีชีวิตแห่ง
กาลเวลาได้อย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งมีชีวิตที่สามารถก่อกำเนิดขึ้นในช่วงเวลาถือกำเนิดใหม่
ของโลกต้นกำเนิด ไม่ว่าจะเป็นพรสวรรค์หรือคุณสมบัติล้วนแข็งแกร่งอย่างสุด
ขั้ว
สามารถคาดการณ์ได้ว่า ในช่วงกาลเวลาอันยาวนานหลังจากนี้ฟ้าดินแห่ง
นี้ โดยพื้นฐานแล้วจะถูกปกครองโดยสิ่งมีชีวิตกลุ่มแรกทีถือกำเนิดขึ้น
“ตามการพัฒนาของเส้นเวลาปกติ สายธารแห่งกาลเวลาศิลาเทพบรรพ
กาลก้อนนี้ของเรา จะก่อกำเนิดสิ่งมีชีวิตบรรพกาลสายธารแห่งกาลเวลาที่
แข็งแกร่งตนหนึ่งขึ้นมาหลังจากผ่านกาลเวลาอันยาวนาน”
หลินหยวนคิดในใจ
นี่ก็เป็นผลลัพธ์จากการสังเกตการณ์เส้นเวลาอนาคตของเขา
“ตอนนี้เราจุติลงมาแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องใช้เวลายาวนานอีกต่อไป”
หลินหยวนจิตใจขยับเล็กน้อย ปราณแห่งความโกลาหลบรรพกาลอันไร้
ขอบเขตจากทั่วทุกสารทิศเริ่มหลั่งไหลเข้ามาหาเขา
การบำเพ็ญเพียรโดยรอรับ กับการบำเพ็ญเพียรโดยลงมือเองนั้นแตกต่าง
กันอย่างสิ้นเชิง ยิ่งไปกว่านั้น หลินหยวนในฐานะสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา
ประสิทธิภาพในการบำเพ็ญเพียรโดยลงมือเองนั้นสูงส่งอย่างยิ่งยวด เรียกได้ว่า
พิสดารเหลือเชื่อ
เพียงแค่ผ่านไปหนึ่งเดือน
ร่างจุติ ‘ศิลาเทพบรรพกาล’ ที่หลินหยวนเข้าสิง ก็แปรเปลี่ยนรูปร่างได้
สำเร็จ
แตกต่างจากการก่อกำเนิดสิ่งมีชีวิตจากภายในศิลาเทพบรรพกาล การ
แปรเปลี่ยนรูปร่างโดยตรงด้วยศิลาเทพบรรพกาล สามารถใช้ประโยชน์จากตัว
ศิลาเทพบรรพกาลเองได้มากที่สุด
“ในที่สุดก็สามารถลงมือได้อย่างเต็มที่แล้ว”
หลินหยวนเผยรอยยิ้มบนใบหน้า
ก่อนแปรเปลี่ยนรูปร่าง แก่นแท้ของเขายังคงเป็นศิลาเทพบรรพกาล ไม่
สามารถเคลื่อนไหวได้โดยง่าย
นี่คือข้อจำกัดที่มหาเต๋าของโลกต้นกำเนิดแห่งนี้มีต่อเขา
แต่หลังจากแปรเปลี่ยนรูปร่างแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อจำกัด
เหล่านี้อีกต่อไป
“จิตสำนึกโลกต้นกำเนิดไม่ได้ให้ความสนใจเรามากนักรึ?”
ในชั่วขณะที่แปรเปลี่ยนรูปร่าง หลินหยวนสัมผัสได้ถึงพลังที่ไร้รูปร่างสาย
หนึ่งมาเยือนอย่างเลือนราง แล้วก็ถอยกลับไปในพริบตา
น่าจะเป็นจิตสำนึกโลกต้นกำเนิด
ที่
ลี่
นี้
การที่หลินหยวนแปรเปลี่ยนรูปร่างล่วงหน้าเช่นนี้ ถือเป็นตัวแปรผิดปกติ
โดยสมบูรณ์ ทำลายสามัญสำนึก
ตามปกติแล้ว สิ่งมีชีวิตตนแรกที่เดินท่องไปในโลกต้นกำเนิดแห่งนี้ ไม่ใช่
หลินหยวน
แต่ตอนนี้หลินหยวนกลับทำได้ เห็นได้ชัดว่าเกินความคาดหมายของ
จิตสำนึกโลกต้นกำเนิดไปบ้าง
อันที่จริง ต่อให้เป็นจ้าวแห่งกาลเวลาเช่นจ้าวเทียนกวงที่ต้องจ่ายราคาอัน
มหาศาล เพื่อหลอมรวมเข้ามาในช่วงถือกำเนิดใหม่ของโลกต้นกำเนิด
ก็ไม่กล้าทำเช่นหลินหยวน จะถูกจิตสำนึกโลกต้นกำเนิดตรวจพบในทันที
และถูกลบล้างในทันที
จ้าวแห่งกาลเวลาหลังจากหลอมรวมเข้ากับมิติแห่งหนึ่งแล้ว พลังจะลดลง
อย่างมาก โดยพื้นฐานแล้วแทบไม่มีพลังป้องกันตัวเอง
ในเวลานี้ การเผชิญหน้ากับการลบล้างของจิตสำนึกโลกต้นกำเนิด จุดจบ
ย่อมคาดเดาได้
ดังนั้น จ้าวแห่งกาลเวลาหลังจากหลอมรวมเข้ากับโลกต้นกำเนิดแล้ว แม้
จะสามารถสังเกตการณ์เส้นเวลาอนาคต รู้ถึงวาสนาและผลประโยชน์มากมาย
ก็ไม่กล้าทำอะไรมากนัก
ผลประโยชน์และวาสนามากมายในช่วงเวลาถือกำเนิดใหม่ของโลกต้น
กำเนิด โดยพื้นฐานแล้วถูกกำหนดไว้แล้ว สิ่งมีชีวิตจากภายนอกไหนเลยจะกล้า
ยุ่งเกี่ยว?
แต่หลินหยวนแตกต่างออกไป เขาจุติลงมายังโลกต้นกำเนิดแห่งนี้ด้วย
ประตูสู่ภพหมื่น เทียบเท่ากับการหลอมรวมอย่างสมบูรณ์แบบต่อให้ถูก
จิตสำนึกโลกต้นกำเนิดตรวจสอบสารพัด ก็จะถูกมองว่าเป็นสิ่งมีชีวิตท้องถิ่น
ของโลกต้นกำเนิดเท่านั้น
ที่
ต่อให้กระทำการที่เกินสามัญสำนึกออกไป จิตสำนึกโลกต้นกำเนิดก็จะไม่
กระทำการใดๆ
ในสายตาของจิตสำนึกโลกต้นกำเนิด หลินหยวนก็เหมือนกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ
ที่ก่อกำเนิดขึ้นมา ล้วนเป็นบุตรของตน
ส่วนสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่แอบเข้ามาล่ะ? นั่นคือผู้บุกรุกเข้ายึดครอง ขอ
เพียงค้นพบ ก็จะลบล้างโดยไม่ลังเล
“ออกไปเดินเล่นสักหน่อย”
หลินหยวนเริ่มเดินท่องไปบนผืนดินของโลกต้นกำเนิดในช่วงเวลาถือ
กำเนิดใหม่แห่งนี้ทันที
ในเวลานี้ แก่นแท้การทำงานของมหาเต๋าต้นกำเนิดเผยออกมาอย่างเต็มที่
แก่นแท้ของมหาเต๋าต้นกำเนิดอันล้ำค่าที่สุดสำหรับสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา แทบ
จะไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆ ก็สามารถเข้าใจได้
“กฎเกณฑ์แก่นแท้ของมหาเต๋าแห่งโลกต้นกำเนิดแห่งนี้…ช่างพิเศษถึง
เพียงนี้”
หลินหยวนดวงตาเป็นประกาย กฎเกณฑ์แก่นแท้การทำงานของมหาเต๋า
ต้นกำเนิดของทุกมิติล้วนแตกต่างกัน นี่ก็เป็นสาเหตุทีสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา
ต้องสำรวจมิติทีละแห่งๆ
โลกต้นกำเนิดยิ่งเป็นเช่นนั้น
เมื่อเทียบกับมิติอื่นๆ แล้ว ระดับขั้นของโลกต้นกำเนิดสูงกว่าแก่นแท้ก็สูง
กว่า ความช่วยเหลือต่อหลินหยวนย่อมมากขึ้นตามไปด้วย
“นอกจากการทำความเข้าใจแก่นแท้การทำงานของมหาเต๋าต้นกำเนิดที่
ปรากฏออกมาตามธรรมชาติแล้ว ยังสามารถศึกษาสิ่งมีชีวิตบรรพกาลกลุ่มแรก
ที่โลกต้นกำเนิดแห่งนี้ก่อกำเนิดขึ้นได้อีกด้วย”
หลินหยวนคิดในใจ
สิ่
ล้ำ
ที่
ที่
นึ่
ขึ้
สิ่งล้ำค่าที่สุดที่โลกต้นกำเนิดแห่งหนึ่งก่อกำเนิดขึ้นคืออะไร?
สมบัติล้ำค่า?
ของมหัศจรรย์?
หรือศาสตราวุธ?
ไม่ใช่เลย
สิ่งล้ำค่าที่สุดคือชีวิต
เพราะมีเพียงชีวิตเท่านั้น ถึงจะมีศักยภาพอันไร้ขีดจำกัด ถึงจะมีความหวัง
ที่จะทลายข้อจำกัดได้
โดยเฉพาะสิ่งมีชีวิตกลุ่มแรกที่ก่อกำเนิดขึ้นในช่วงเวลาถือกำเนิดใหม่ของ
โลกต้นกำเนิด ยิ่งกักเก็บความลับมากมายระหว่างฟ้าดินไว้
โลกต้นกำเนิดแห่งแรกที่หลินหยวนสำรวจ สิ่งมีชีวิตตนแรกทีก่อกำเนิดขึ้น
‘หยวนหลง’ ก็พิเศษอย่างยิ่งยวด และแข็งแกร่งอย่างยิ่งยวดเช่นกัน
หากไม่ใช่เพราะบรรพชนต้นกำเนิดต้าฝูกลายเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา
ก่อน ‘หยวนหลง’ ตนนั้นคาดว่าจะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาไปแล้ว
“สิ่งมีชีวิตบรรพกาลกลุ่มแรกที่โลกต้นกำเนิดแห่งนี้ก่อกำเนิดขึ้นมี 3,000
ตน ยุคสมัยอันไร้สิ้นสุดหลังจากนี้ เรียกขาน 3,000 สิ่งมีชีวิตบรรพกาลนี้ว่า
3,000 เทพแห่งห้วงโกลาหล” (三千混沌 神 – Sānqiān Hùndùn Shén)
หลินหยวนสังเกตการณ์เส้นเวลาอนาคตทีละสายๆ 3,000 สิ่งมีชีวิตบรรพ
กาลนี้ เริ่มต้นก็มีพลังระดับ 12 แล้ว ตนที่แข็งแกร่งที่สุดไม่กี่ตนกระทั่งใกล้เคียง
กับสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลา
แน่นอนว่า นั่นคือหลังจากก่อกำเนิดออกมาโดยสมบูรณ์แล้ว
ส่วนตอนนี้? 3,000 สิ่งมีชีวิตนี้ยังอยู่ในระหว่างการก่อกำเนิด
ที่
อย่างมากที่สุดก็แค่ควบแน่นจิตสำนึกออกมาได้เล็กน้อย
“ผาน! ผาน! ผาน!!!” ภายในไข่ยักษ์สีโกลาหลใบหนึ่ง จิตสำนึกสายหนึ่ง
ค่อยๆ ควบแน่นขึ้น ส่งเสียง ‘ผาน’ ออกมาอย่างต่อเนื่อง
ในขณะนั้นเอง ชายหนุ่มคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นข้างไข่ยักษ์ใบนี้
จิตสำนึกภายในไข่ยักษ์ตกตะลึงอย่างฉับพลัน ขณะเดียวกันก็งุนงงอยู่บ้าง
ในความรับรู้ของตน ไม่เคยคิดว่าจะเกิดภาพเช่นนี้ขึ้นจะมีสิ่งมีชีวิตที่ไม่รู้จักเข้า
มาใกล้ตนถึงเพียงนี้?
“เจ้า เจ้าคือผู้ใด?” จิตสำนึกภายในไข่ยักษ์เอ่ยถาม นี่เป็นการสอบถามโดย
สัญชาตญาณของตน ขณะเดียวกันก็มีความสงสัยใคร่รู้
สงสัยใคร่รู้ว่าเหตุใดหลินหยวนถึงสามารถปรากฏตัวที่นี่ ปรากฏตัวต่อหน้า
ตนได้
“ข้าคือผู้ใดรึ?” หลินหยวนพิจารณาไข่ยักษ์ขึ้นๆ ลงๆ
ในการพัฒนาของเส้นเวลาปกติ ไข่ยักษ์ใบนี้คือสิ่งมีชีวิตบรรพกาลตนแรก
ที่โลกต้นกำเนิดแห่งนี้ก่อกำเนิดขึ้น และเป็นตนทีแข็งแกร่งที่สุดด้วย
ในอนาคตอันห่างไกล สิ่งมีชีวิตภายในไข่ยักษ์ใบนี้จะถูกนำทางโดย
จิตสำนึกโลกต้นกำเนิด สังหารเทพแห่งห้วงโกลาหลอีก 2,999 ตนจนหมดสิ้น
สุดท้ายเบิกฟ้าบุกเบิกปฐพี ทำให้โลกต้นกำเนิดผ่านพ้นช่วงเวลาถือกำเนิดใหม่
ไปได้อย่างราบรื่น
“ใช่ เจ้าคือผู้ใด?”
จิตสำนึกภายในไข่ยักษ์สอบถามต่อไป
“เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้ว่าข้าคือผู้ใด” หลินหยวนส่ายหน้า “ตอนนี้ห้ามต่อ
ต้าน ให้พลังของข้าแทรกซึมเข้าไป”
ไข่ยักษ์ในฐานะเทพแห่งห้วงโกลาหลตนแรกที่โลกต้นกำเนิดก่อกำเนิดขึ้น
พลังในอนาคตยิ่งใกล้เคียงกับสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาแก่นแท้แข็งแกร่งอย่าง
ยิ่
ที่
ยิ่งยวด หาได้ยากในโลก น่าเสียดายที่เพราะแข็งแกร่งเกินไป ชะตากรรมจึงถูก
กำหนดไว้แล้ว ไม่สามารถกลายเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่แท้จริงได้
จุดประสงค์ที่โลกต้นกำเนิดก่อกำเนิดไข่ยักษ์ขึ้นมา ก็เพื่อผลักดันให้ตนเอง
ผ่านพ้นช่วงเวลาถือกำเนิดใหม่ เทพแห่งห้วงโกลาหลอีก 2,999 ตนก็เช่นกัน
เป็นเพราะเหตุนี้เอง หลินหยวนถึงได้สงสัยใคร่รู้ในแก่นแท้ของไข่ยักษ์เป็น
อย่างยิ่ง พลังแบบใดกันแน่ ที่ทำให้ไข่ยักษ์ในอนาคตมีพลังใกล้เคียงกับสิ่งมี
ชีวิตแห่งกาลเวลา?
“ไม่ ข้าจะต่อต้าน”
จิตสำนึกภายในไข่ยักษ์ต่อต้านการให้พลังของหลินหยวนแทรกซึมเข้ามา
โดยสัญชาตญาณ
“หากกล้าต่อต้าน ก็ฆ่าเจ้าทิ้ง” หลินหยวนน้ำเสียงราบเรียบกล่าว
อันที่จริง นี่เป็นการข่มขู่ไข่ยักษ์ล้วนๆ จิตสำนึกของโลกต้นกำเนิดแห่งนี้ให้
ความสนใจไข่ยักษ์อย่างยิ่ง หากหลินหยวนลงมือย่อมต้องถูกขัดขวางอย่าง
แน่นอน
จิตสำนึกโลกต้นกำเนิดอนุญาตให้หลินหยวนกระทำการที่ออกนอกลู่นอก
ทางได้บ้าง แต่ไม่อนุญาตให้ทำลายกระบวนการวิวัฒนาการโดยเด็ดขาด
ไข่ยักษ์และเทพแห่งห้วงโกลาหลอีก 2,999 ตน มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการ
วิวัฒนาการของโลกต้นกำเนิด ไม่อนุญาตให้ตายกลางคันโดยเด็ดขาด
“ฆ่าข้า?” จิตสำนึกไข่ยักษ์สัมผัสได้ถึงความหวาดกลัว “เช่นนั้นข้าไม่ต่อ
ต้านแล้ว”
“ดี” หลินหยวนพยักหน้าอย่างพอใจ
จิตสำนึกของเทพแห่งห้วงโกลาหลเหล่านี้ยังไม่ควบแน่นขึ้นมาโดยสมบูรณ์
สติปัญญายังไม่สมบูรณ์ หลอกง่ายอย่างยิ่ง
ไม่นาน
ทั้
หลินหยวนก็ทำความเข้าใจไข่ยักษ์ทั้งภายในภายนอกจนทะลุปรุโปร่ง
ระหว่างนั้น จิตสำนึกโลกต้นกำเนิดก็เฝ้าจับตามองอยู่ตลอดป้องกันไม่ให้
หลินหยวนลงมือสังหารไข่ยักษ์
ส่วนการที่หลินหยวนทำความเข้าใจแก่นแท้ที่ไข่ยักษ์กักเก็บไว้จิตสำนึก
โลกต้นกำเนิดกลับไม่ได้ใส่ใจมากนัก ขอเพียงไข่ยักษ์ไม่ตายก็พอ
“เรียบร้อย”
หลายปีต่อมา หลินหยวนทำความเข้าใจแก่นแท้ของไข่ยักษ์ได้เกือบ
ทั้งหมด ลุกขึ้นจากไป
“เจ้า เจ้าจะไปแล้วรึ?” จิตสำนึกภายในไข่ยักษ์มองดูหลินหยวนทีจากไป
พลันรู้สึกอาลัยอาวรณ์อยู่บ้าง
แม้ว่าหลินหยวนจะเผด็จการอย่างยิ่งยวด บังคับให้ตนเปิดเผยตัวเอง แต่
หลายปีที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยกันเป็นครั้งคราวกลับทำให้จิตสำนึก
ภายในไข่ยักษ์มีความสุขอย่างยิ่ง
“หืม?”
หลังจากหลินหยวนจากไป จิตสำนึกภายในไข่ยักษ์พลันพบว่าส่วนลึกของ
สมองมีวิชาลับเพิ่มขึ้นมาบทหนึ่ง
“นี่คือ?”
จิตสำนึกภายในไข่ยักษ์สงสัยใคร่รู้อยู่บ้าง คาดเดาว่าวิชาลับบทนี้น่าจะ
เป็นสิ่งที่หลินหยวนทิ้งไว้ให้
“ขอเพียงฝึกวิชาลับบทนั้นสำเร็จ ก็น่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงชะตากรรม
ของเจ้าได้”
หลินหยวนเดินท่องไปบนผืนดินของโลกต้นกำเนิดที่ถือกำเนิดใหม่ ก่อน
จากไป เขาจงใจทิ้งวิชาลับบทหนึ่งไว้ให้จิตสำนึกไข่ยักษ์
นี้
ประโยชน์ของวิชาลับบทนี้ คือการทำให้จิตสำนึกภายในไข่ยักษ์สามารถ
เก็บรักษาพลังจิตใจส่วนหนึ่งไว้เพื่อกลับชาติมาเกิดในยามทีตนเองดับสูญได้
สาเหตุที่ไข่ยักษ์ถือกำเนิดขึ้น คือเพื่อใช้เป็นเครื่องมือของจิตสำนึกโลกต้น
กำเนิดในการผลักดันการวิวัฒนาการของตนเองส่วนเหตุใดจึงต้องตาย? เพราะ
เมื่อโลกต้นกำเนิดทำการวิวัฒนาการของตนเองเสร็จสิ้น ไข่ยักษ์ก็จะไม่มี
ประโยชน์อีกต่อไป
แต่ไม่มีประโยชน์ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องตายอย่างแน่นอน นีก็ถือ
เป็นการหยั่งเชิงและการต่อรองครั้งหนึ่งของหลินหยวนต่อจิตสำนึกโลกต้น
กำเนิด
ต่อไป
หลินหยวนยังคงเดินท่องไปบนผืนดินของโลกต้นกำเนิด ทำความเข้าใจ
แก่นแท้ของเทพแห่งห้วงโกลาหลอีก 2,999 ตน
เทพแห่งห้วงโกลาหล 3,000 ตนนี้ เป็น ‘ผลผลิต’ ของช่วงเวลาถือกำเนิด
ใหม่ของโลกต้นกำเนิด เป็นสิ่งที่จิตสำนึกโลกต้นกำเนิดใช้พลังงานมหาศาลก่อ
กำเนิดขึ้นมา ส่วนสิ่งมีชีวิตที่ถือกำเนิดขึ้นหลังจากช่วงเวลาถือกำเนิดใหม่ ก็จะ
ไม่ได้รับการปฏิบัติเช่นนี้อีกต่อไป
ดังนั้น หลินหยวนจึงศึกษาแก่นแท้ของสิ่งมีชีวิตเหล่านีโดยเฉพาะ ก็ถือ
เป็นการชดเชยอย่างหนึ่งให้กับตนเอง
การก่อกำเนิดชีวิต โดยเฉพาะการก่อกำเนิดชีวิตที่มีพรสวรรค์แข็งแกร่ง
พลังแข็งแกร่ง ศักยภาพแข็งแกร่ง ไม่ใช่เรื่องง่าย
เป็นเช่นนี้
เวลาผ่านไปร้อยปีในพริบตา
……….
ความว่างเปล่าแห่งความโกลาหล
นั่
หลินหยวนนั่งขัดสมาธิ
ในสมองปรากฏแสงแห่งความเข้าใจมากมาย จักรวาลภายในร่างกายยิ่งสั่น
สะเทือนไม่หยุด
การทำความเข้าใจแก่นแท้การทำงานของมหาเต๋าต้นกำเนิดของโลกต้น
กำเนิดแห่งที่สี่ ทำให้จักรวาลภายในร่างกายของหลินหยวนสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
“เวลาหนึ่งร้อยปี จักรวาลภายในร่างกายของเราเกิดการแปรสภาพหลาย
ครั้ง แต่ล้วนเป็นการทำให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ส่วนความสมบูรณ์แบบที่แท้จริง
เรารู้สึกว่ายังห่างไกลนัก”
หลินหยวนทอดถอนใจในใจ
จากความไม่สมบูรณ์แบบสู่ความสมบูรณ์แบบ ช่วงห่างนั้นกว้างใหญ่เกิน
ไป สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลากับสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาทีสมบูรณ์แบบแม้จะห่างกัน
เพียงระดับเดียว แต่กลับรู้สึกราวกับฟ้ากับดิน
จากสิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาสู่สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาที่สมบูรณ์แบบ ยิ่งใหญ่
กว่าจากระดับหนึ่งสู่สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลาเสียอีก
“มิน่าเล่า จ้าวแห่งกาลเวลาจำนวนมากถึงได้เลือกเส้นทางหลุดพ้นสาย
ชีวิตสมบูรณ์แบบ เพราะเส้นทางหลุดพ้นสายอื่นๆ มองไม่เห็นจุดสิ้นสุดเลย มี
เพียงชีวิตสมบูรณ์แบบเท่านั้น สำเร็จคือสำเร็จ ไม่สำเร็จคือไม่สำเร็จ สามารถ
เห็นผลลัพธ์ได้ทันที”
หลินหยวนคิดในใจเงียบๆ ตอนนี้เขายังไม่มีอารมณ์สิ้นหวังเช่นนี้
เพราะยังเยาว์วัยเกินไป และก้าวหน้าอยู่ตลอดเวลา แต่จ้าวแห่งกาลเวลา
คนอื่นๆ ไม่มีพรสวรรค์เช่นหลินหยวน
“พลังของเราในตอนนี้…”
หลินหยวนเผยรอยยิ้มบนใบหน้า
ที่
ที่สี่
ที่
ช่วงเวลาร้อยปีที่สำรวจโลกต้นกำเนิดแห่งที่สี่ ก็เป็นช่วงเวลาร้อยปีที่พลัง
ของหลินหยวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน
ประการแรกคือการแปรสภาพของจักรวาลภายในร่างกายจักรวาลภายใน
ร่างกายคือรากฐานของหลินหยวน การแปรสภาพของจักรวาลภายในร่างกาย
จะทำให้หลินหยวนได้รับการยกระดับในทุกๆ ด้าน
และการทำงานของแก่นแท้ของมหาเต๋าแห่งโลกต้นกำเนิดแห่งทีสี่ ก็ทำให้
จักรวาลภายในร่างกายของหลินหยวนเกิดการแปรสภาพหลายครั้ง พลังของ
หลินหยวนก็ได้รับการยกระดับหลายครั้งเช่นกัน
ประการที่สองคือการศึกษาแก่นแท้ของชีวิตของเทพแห่งห้วงโกลาหล
3,000 ตนแห่งโลกต้นกำเนิดแห่งที่สี่ ก็ทำให้หลินหยวนได้รับประโยชน์มากมาย
สุดท้ายผลเก็บเกี่ยวมากมายหลอมรวมกันยิ่งสร้างสรรค์เคล็ดวิชาขึ้นมาบทหนึ่ง
มีนามว่า 《ห้าแก่นแท้บรรพกาล》 (先天五太 – Xiāntiān Wǔ Tài)
นี่คือเคล็ดวิชาที่หลินหยวนรวบรวมมหาเต๋าทั้งหมดของตนเองสร้างสรรค์
ขึ้นมา ปัจจุบันเพียงแค่ทำให้กระบวนท่าแรกสมบูรณ์—— มหาปฐมกาล (มหา
ปฐมกาล)(太初 – Tàichū)
กระบวนท่านี้มีต้นกำเนิดมาจากช่วงเวลาถือกำเนิดใหม่ของโลกต้นกำเนิด
แห่งที่สี่ สรรพสิ่งล้วนอยู่ในช่วงเริ่มต้น ทุกสิ่งทุกอย่างมีต้นกำเนิดมาจากจุดเริ่ม
ต้น หรือก็คือ ‘มหาปฐมกาล’ (มหาปฐมกาล)
‘มหาปฐมกาล’ เป็นเคล็ดวิชาที่ครอบคลุมอย่างยิ่งยวด สามารถใช้ได้ทั้ง
โจมตี และป้องกัน ยิ่งกว่านั้นยังสามารถใช้รักษาชีวิตได้อีกด้วย และไม่ว่าจะ
เป็นด้านใด ก็ล้วนน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งยวด
“《ห้าแก่นแท้บรรพกาล》 แม้จะสร้างสรรค์ขึ้นมาเพียงกระบวนท่าแรก แต่
อานุภาพ น่าจะถึงระดับที่ 2 ของจ้าวแห่งกาลเวลาแล้ว” หลินหยวนประเมินใน
ใจ
จ้าวแห่งกาลเวลาแบ่งออกเป็นสามระดับตามเส้นทางหลุดพ้นสาย ‘อนันต
ทุกข์’
รั้
ระหว่างแต่ละระดับ มีความแตกต่างของทุกข์นับร้อยล้านครั้ง นับพันล้าน
ครั้ง
จ้าวแห่งกาลเวลาระดับที่ 2 ถือว่าแข็งแกร่งมากแล้ว
หลินหยวนปัจจุบันด้วยร่างขอบเขต 2 มีวิถีที่เทียบเท่ากับจ้าวแห่งกาล
เวลาระดับที่ 2 สิ่งมีชีวิตแห่งกาลเวลามากมายในมิติอันไร้สิ้นสุดเกรงว่าจะไม่
เคยได้ยินมาก่อน…