สู่วิถีอมตะ - บทที่ 100 สู่เกาะเทวะ
เจ้าแคว้นหมิงเฉินรออยู่นอกดินแดนลับ
สวมอาภรณ์ม่วง ท่วงท่าสง่างาม รอยยิ้มเป็ นมิตรประดับใบหน้า เมื่อยืนกลางฝูงชน ก็มิอาจมองออกว่าเป็ นเจ้าแคว้นได้เลย
“คาดว่าในสามเดือนนี้ ทุกคนล้วนก้าวหน้า พักสักวันเถิด แล้ว วันพรุ่งไปเกาะเทวะกัน”
ทันใดนั้น รอยยิ้มก็หายไปจากใบหน้าของเขา เปลี่ยนสู่ความ เคร่งขรึม
“เขียนจดหมายถึงครอบครัวให้ดี มันอาจ… เป็ นการติดต่อ ครอบครัวครั้งสุดท้ายของพวกเจ้า”
ก่อนหน้านี้ อัจฉริยะทั้งสิบยังดื่มด่าสาราญกับความคืบหน้า
วาทะของเจ้าแคว้นทาให้อารมณ์ของพวกเขาร่วงดิ่งเฉียบพลัน
ศึกที่เกาะเทวะมิได้สงบสุขเช่นการคัดเลือกในแคว้นหมิงหวังที่ไม่ อาจฆ่ากันได้
ศึกเผชิญแคว้นหลิงไถคือต้องตายกันไปข้าง
หมายความว่าจะมีคนตาย
อัจฉริยะทั้งสิบแยกย้าย ผ่านความลาบากสามเดือน ก็ถึงการ พักผ่อนแล้วจริง ๆ
เมิ่งจิงคว้าแขนเจียงผิงอัน ลากไปซื้อของในเมืองด้วยรอยยิ้ม หวานประดับหน้า
“ยามกลับจากเกาะเทวะ กลับบ้านกับข้านะ ท่านพ่อข้ามีเรื่อง อยากบอกเจ้า”
“อันใดหรือ?” เจียงผิงอันถามอย่างสงสัย
ไม่อาจรู ้ว่าท่านอาเมิ่งมีสิ่งใดอยากกล่าว
“เรากลับไปก็รู ้เอง”
เมิ่งจิงเบือนหน้าหนี ไม่กล้ามองเขาตรง ๆ
แสงตะวันฉายลงบนใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักเป็ นประกายแดงเรื่อ ดู งดงามน่าชม
เจียงผิงอันมิได้ถามมากความ เขาไม่ได้พบท่านอาเมิ่งและผู้ อาวุโสหลี่มาเกือบปี ยามศึกที่เกาะเทวะจบลง ก็ควรต้องไปพบทั้งสอง จริง ๆ
ไหน ๆ ก็ไหน ๆ จะได้ให้ทรัพยากรกับทั้งสอง ให้พัฒนาฝีมือกัน โดยเร็วที่สุดด้วยเลย
ยิ่งขอบเขตทะยานสูง อายุขัยยิ่งยาวนาน เมื่อถึงขอบเขต วิญญาณแรกก าเนิดก็อยู่ได้เป็ นพันปี
วันนี้ได้หยุดพัก เมิ่งจิงจึงพาเจียงผิงอันไปซื้อของ
และได้พบคนรู ้จักสองคนระหว่างทางด้วย ซึ่งก็คือหวังหลานและ จางรั่วรั่ว
หวังหลานสู้กับเจียงผิงอันหนึ่งวันเต็ม สุดท้ายก็จบที่แพ้พ่าย แต่ ก็ติดสิบอันดับแรกอยู่ดี
จางรั่วรั่วคือหนึ่งในสามสตรีในสิบอันดับแรก
สองบุคคลไม่รู ้คบหากันแต่ยามใด ทั้งสองเดินจูงมือกัน ดูรักใคร่ หวานล้า
“สหายเจียง จบศึกเกาะเทวะยามใด ข้าจะท้าประลองเจ้าอีกหน ครั้งนี้ข้าจะทาให้เจ้าเหนื่อยพ่ายให้ได้!” หวังหลานยิ้มอย่างมั่นใจ
“ได้” เจียงผิงอันมิได้สัมผัสจิตมุ่งร ้ายจากอีกฝ่ าย เขาแค่อยาก ประลองฝีมือกันเท่านั้น
สองฝ่ายพูดคุยกันเล็กน้อย ก่อนจะแยกกันไปซื้อของ
เจียงผิงอันและเมิ่งจิงเดินแวะซ ้ายขวาแต่เช ้าจรดเย็น จากร ้าน ขนมอบหนึ่งสู่อีกร ้าน
ปากน้อย ๆ ของเมิ่งจิงมิได้หยุดนิ่งเลย
“อันนี้ อันนี้ ข้าอยากได้ขนมอบรูปกระต่ายนี่!”
“อันนี้ไม่อร่อย ให้เจ้ากิน จะเสียของไม่ได้”
“เจ้าท่อนไม้ ข้าจะเปิ ดร ้านขนมอบแน่ ๆ ถึงยามนั้น เจ้าเป็ น ลูกจ้างในร ้านให้ข้านะ”
ขณะมองเมิ่งจิงดีดเด้งไปมา อารมณ์ของเจียงผิงอันก็ผ่อนคลาย เกินครั้งใด
นี่เป็ นครั้งแรกนับแต่ยามสิ้นบุพการีที่เขารู ้สึกเช่นนี้
ราวจอกแหนไร ้รากพบจุดให้ฝังรากยึด
“นี่ เจ้าท่อนไม้ แล้วเจ้าล่ะ ตกลงเป็ นลูกจ้างในร ้านให้ข้าหรือไม่?”
เมิ่งจิงแยกเขี้ยวเช่นแม่เสือน้อย ดูราวจะขย้าเจียงผิงอันหากไม่ ตกลง
“ได้สิ” เจียงผิงอันกล่าวพลางยิ้มบาง
“ฮิ ๆ”
เมิ่งจิงแย้มยิ้มอีกครั้ง กระโดดเกาะหลังเจียงผิงอัน ซบลงบนไหล่ อีกฝ่าย “ข้าซื้อของจนเหนื่อยแล้ว เจ้าแบกข้ากลับไปทีนะ”
“อืม”
เจียงผิงอันกอดต้นขาเรียวบางของเมิ่งจิง เดินกลับจวนเจ้าเมืองที ละก้าว
ยามตะวันรอน เงาของทั้งสองยืดยาวทอดลงบนถนน
ในจวนเจ้าเมือง
เซี่ยชิงในชุดกระโปรงยาวสีขาวนั่งในสวน มือถือม้วนหยกม้วน หนึ่งไว้
เมื่อเห็นทั้งสองกลับมา เซี่ยชิงก็แย้มยิ้ม “พวกเจ้าคู่รักสนุกกัน ใหญ่เลยนะ”
“คู่รักอะไรเจ้าคะ มิใช่เสียหน่อย”
เมิ่งจิงลงจากหลังเจียงผิงอันด้วยใบหน้าแดงฉาน รีบพุ่งไปกอด แขนเซี่ยชิง
“องค์หญิงเจ้าคะ จะไปเกาะเทวะกับเราด้วยหรือไม่?”
เซี่ยชิงส่ายหน้า “เพื่อป้ องกันอุบัติเหตุ เจ้าแคว้นจะไปกับพวกเจ้า เจ้าแคว้นหลิงไถก็จะมาเช่นกัน”
นางส่งม้วนหยกให้กับเมิ่งจิง “นี่คือข้อมูลที่ได้จากแคว้นหลิงไถ บันทึกสิบอัจฉริยะไว้ในนี้”
“ในหมู่คนทั้งหลาย มีสามคนแข็งแกร่งเป็ นพิเศษ ระดับประมาณ เดียวกับเยี่ยอู๋ฉิงและผิงอันเลย เจ้าต้องระวังตัวนะ ศึกนี้ยากมากแน่”
เมิ่งจิงรับม้วนหยกมาแล้วโยนให้เจียงผิงอันอย่างไม่คิดอ่านเอง
“เจ้าท่อนไม้ ข้าไม่ลงมือนะ เดี๋ยวพวกเขาจะกลัวกันหมด ให้เจ้า จัดการกวาดล้างคนเดียวก็พอ!”
เจียงผิงอันรับม้วนหยกมาพลางจ้องตาเซี่ยชิงตรง ๆ “พี่หญิง เรื่องเคล็ดวิชาสูงสุดของต้าเซี่ย……”
“ไว้เจ้ากลับมาค่อยคุยกัน”
เซี่ยชิงขัดวาทะเจียงผิงอันเฉียบพลัน “มีข้อมูลมาว่าแคว้นหลิงไถ ท าอะไรลับ ๆ ล่อ ๆ ไม่รู ้คิดแผนอันใดไว้ ข้าจะกลับเมืองเฮยเฟิงก่อน”
เซี่ยชิงรีบร ้อนจากลา ภาพตรงหน้าเขย่าสั่นรวดเร็ว ใบหน้างาม สะพรั่งเจือเค้าเศร ้าโศกเล็กน้อย
นางมิอาจคาดคิดว่าสิ่งที่นางพูดเล่น ๆ เมื่อกาลก่อน อีกฝ่ ายจะ บรรลุได้จริง
ยามแรกพบเจียงผิงอัน อีกฝ่ายอ่อนแอเสียจนมิคิดเสวนา
ขณะนั้น นางไม่คิดเลยว่าเจียงผิงอันจะมีคุณสมบัติผ่านการ คัดเลือกของเมืองเฮยเฟิงได้เลยสักนิด
เกินคาด เจียงผิงอันกลับได้ตาแหน่ง ซ้ายังชนะได้อันดับหนึ่ง!
เรื่องเหมือนฝันเช่นนี้ทาให้เซี่ยชิงรู ้สึกเหลือเชื่อเล็กน้อย
เจียงผิงอันบรรลุข้อตกลงเดิมพัน นางก็ต้องมอบวิชาลับต้าเซี่ย ให้เขา
เพียงแต่ว่า เคล็ดวิชาระดับนี้ นางหามีคุณสมบัติมอบแก่ผู้อื่นไม่
เป็ นเรื่องน่าหนักใจยิ่ง
นางทาได้เพียงถ่วงเวลาไปก่อน แล้วค่อยหาสิ่งอื่นมาชดเชย
เจียงผิงอันเห็นอีกฝ่ายไม่มีเวลา เขาเองก็มิได้เร่งเร ้า
เขาพินิจม้วนหยกในมือ อ่านข้อมูลภายใน
รู ้เขารู ้เรา รบร ้อยครั้งชนะร ้อยหน อีกฝ่ ายเป็ นอัจฉริยะสูงสุดของ แคว้นหลิงไถ เขาก็ไม่ควรเลินเล่อ
ม้วนหยกนี้ล้าหน้านัก มีการบันทึกภาพการต่อสู้ของอัจฉริยะ จากแคว้นหลิงไถไว้ด้วยครบถ้วน
เจียงผิงอันมองอีกฝ่ายต่อสู้พลางคิดว่าจะรับมือเช่นไร
เช ้าตรู่รุ่งขึ้น
เจียงผิงอันและอัจฉริยะทั้งสิบถูกเจ้าแคว้นหมิงเฉินเรียกมายัง ค่ายกลเคลื่อนย้าย
“เราจะไปเกาะเทวะกันแล้ว ศึกนี้จะร ้ายแรงถึงตาย ยังมีโอกาส ถอนตัว ผู้ใดคิดถอนตัวบ้าง?”
หมิงเฉินถามพลางมองไปยังอัจฉริยะทั้งสิบ
ไร ้ผู้ตอบกลับ หนุ่มสาวทั้งหลายล้วนเปี่ยมขวัญกาลังใจต่อสู้
แคว้นหลิงไถและราชสานักต้าฉู่ร่วมมือกันรุกล้าสังหารสหายร่วม แผ่นดินต้าเซี่ย หากมิใช่เพราะตระกูลกีดกัน พวกเขาคงปรี่สู่สมรภูมิ กันนานแล้ว
ยามนี้เมื่อมีโอกาสสังหารอัจฉริยะจากแคว้นหลิงไถ พวกเขาย่อม ไม่มีทางถอนตัวกลับ
หมิงเฉินพยักหน้าอย่างพอใจ “ดีแล้วที่ไม่ถอนตัว หาไม่คงมี ผลลัพธ ์เพียงหนึ่ง”
หมิงเฉินมิได้พูดอะไรอีก เขาหันกลับไปเปิดค่ายกลเคลื่อนย้าย
ทุกผู้ทราบดีว่าผลลัพธ ์คืออะไร
ตาย
ใช ้ทรัพยากรของต้าเซี่ยฝึกฝน แต่มิสร ้างผลงาน ซ้ายังหนีศึก ไม่มีทางที่หมิงเฉินจะปล่อยเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นได้
ผู้ใดคิดถอนตัวเมื่อครู่ คือคนตายแน่แท้
ค่ายกลเคลื่อนย้ายทางาน อักขระลึกลับลอยขึ้นสู่ฟ้ า โอบล้อม คนทั้งหลายไว้
“เคลื่อนย้ายล่ะนะ”
สิ้นคา ทุกคนก็รู ้สึกเหมือนฟ้ าดินพลิกกลับด้าน สติรับรู ้รวนเร
ขณะที่ร่างนี้เจียนแหลกสลาย ทัศนวิสัยก็หวนคืน ทว่ามัน แตกต่างจากกาลก่อนไปแล้ว
ค่ายกลเคลื่อนย้ายถูกล้อมโดยทหารติดอาวุธ จิตสังหารคละคลุ้ง ชวนอึดอัด
ทหารเหล่านี้ล้วนเป็ นยอดฝีมือขอบเขตจินตาน!
“ที่นี่คือเกาะเทวะหรือ?”
อัจฉริยะผู้หนึ่งเอ่ยถามอย่างสงสัย
“เปล่า ที่นี่คือเมืองลั่วเสีย เกาะเทวะอยู่บนทะเล”
หมิงเฉินสะบัดมือ มิติถูกผ่าเป็ นรูตรงหน้า
จากช่องมิตินี้ หนึ่งเกาะมหึมาตั้งตระหง่านตรงหน้า รายล้อมด้วย น้าทะเลครามใส
ฟากหนึ่งของเกาะมีเรือเหาะลาหนึ่งจอดอยู่
เจียงผิงอันลอบตกใจ ที่แท้เจ้าแคว้นก็มีอานาจมิติเช่นกัน
อานาจเช่นนี้น่าสะพรึงกลัวนัก สามารถเคลื่อนย้ายผ่านมิติได้ ตามใจ มิอาจทราบว่าแข็งแกร่งเกินวรยุทธ ์สายความเร็วไปกี่เท่า
หากภายหน้ามีโอกาส ต้องพยายามเรียนให้ได้
“ไปกันเถอะ”
หมิงเฉินเห็นเรือเหาะ ณ อีกฟากของมิติ สีหน้าก็เคร่งเครียด ขึ้นมา
อัจฉริยะมากมายข้ามช่องว่างมิติสู่ท้องนภาเหนือมหาสมุทร
เจียงผิงอันยังไม่ได้เรียนวรยุทธ ์เหาะเหินใด ๆ จนบัดนี้ จึงทาได้ เพียงกอดเอวเมิ่งจิงไว้
ใบหน้าของเมิ่งจิงฉายแววเจ้าเล่ห์ คืบตัวเข้าใกล้เด็กหนุ่ม
“หมิงเฉิน ไอ้แก่อย่างเจ้ายังไม่ตายอีกหรือ ปล่อยเรารอมาตั้งสาม วัน”
ทางฝั่งเกาะเทวะ หนึ่งเสียงขุ่นเคืองดังมาจากเรือเหาะ