สู่วิถีอมตะ - บทที่ 241-250
บทที่ 241 เผ่ามนุษย์จงเจริญ
ถุงเก็บสัตว์ภูตที่เจียงผิงอันโยนลงมาเกี่ยวแขวนบนต้นไม้ต้น หนึ่ง
ยามเรือเหาะทะยานจาก แสงประหลาดสายหนึ่งก็วูบไหวในถุง เก็บสัตว์ภูต หนึ่งร่างปรากฏขึ้นกะทันหัน
เขาคือเจียงผิงอัน
“จากข้อมูลของเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ที่ท่านป้ าหลานให้มา ถิ่น ของเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ตั้งอยู่เพียงทิศประจิมถัดจากเผ่ากระทิงสาม เขา เดินทางเพียงไม่กี่เดือนก็ถึง
เจียงผิงอันหยิบถุงเก็บสัตว์ภูตขึ้นมาแขวนที่เอว ทะยานออกทิศ ประจิมด้วยความเร็วสูง
“ทาร ้ายอาจารย์ข้าหนึ่งคน ข้าจะฆ่าพวกเจ้าจระเข้กลืนสวรรค์ หมื่นตนชดใช ้!”
เจียงผิงอันแตะเกราะรบจานงศึกที่ข้อมือ ดวงตาเรืองจิตสังหาร
สิ่งที่เขาอยากฆ่าคือจระเข้กลืนสวรรค์
เรื่องนี้จะบอกพวกเมิ่งจิงมิได้ หาไม่พวกเขาจะไม่มีทางเห็นด้วย จึงท าได้เพียงลอบออกมาล าพัง
บนเรือเหาะ ทุกผู้ล้วนสนใจเหลยซื่อชิง จึงไม่สังเกตการกระทา เล็กน้อยของเจียงผิงอันเลย
หนานกงเสินเดินมาหาอวตารเทพพฤกษาของเจียงผิงอัน “จะ แข่งกันว่าผู้ใดได้ที่หนึ่งหรือไม่”
เขาไม่เต็มใจอยู่ในเงาของเจียงผิงอัน และอยากก้าวข้ามเจียงผิง อันด้านจานวนกระทิงสามเขาที่ฆ่าได้
“ไม่สนใจ” เจียงผิงอันปฏิเสธ
“นี่เจ้าดูถูกข้าหรือ?” สีหน้าของหนานกงเสินเย็นเยียบ
เจียงผิงอันไม่สนใจ เมื่อเห็นเหลียงผิงจากแดนศักดิ์สิทธิ์เทียน เจ๋อเดินออกมา จึงเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย
เมื่อเห็นท่าทีของเจียงผิงอัน หนานกงเสินก็กาหมัด “รอก่อนเถอะ ครั้งนี้ข้าจะฆ่าศัตรูมากกว่าเจ้าแน่!”
ยามเจียงผิงอันมาหาเหลียงผิง เขาก็กุมกาปั้นคารวะ “ผู้อาวุโส ขอบคุณส าหรับวรยุทธ ์”
เขาเป็ นผู้รู ้คุณคน อีกฝ่ ายช่วยเขาเพียงนี้ จะไม่ขอบคุณอีกฝ่ าย ได้อย่างไร?
เหลียงผิงเห็นเจียงผิงอันเข้ามาขอบคุณตนก็ขมวดคิ้ว
หากเจียงผิงอันมาต่อว่าเขา เขาจะสุขใจยิ่ง แต่ทาไมอีกฝ่ ายจึง ขอบคุณ?
“วรยุทธ ์ที่ผู้อาวุโสให้มา ทาให้ผู้อื่นกลายเป็ นคนไร ้ค่า แต่พอดี ว่าส าหรับข้า มันคือโอกาสส าคัญในการก้าวเดินต่อไป”
เจียงผิงอันแบ่งปันความสุข “เดิมที ข้าติดค้างสัญจรต่อมิได้ ต้อง ขอบคุณวรยุทธ ์ที่ผู้อาวุโสให้ ยามนี้เหลือเพียงเวลา ข้าก็จะบรรลุขั้น ที่สอง”
ได้ยินเช่นนี้ สีหน้าของเหลียงผิงก็นิ่งค้าง
วรยุทธ ์ที่เขาให้ช่วยเจียงผิงอันได้?
และยังช่วยให้เจียงผิงอันพบเส้นทางก้าวเดินต่อด้วย?
เป็ นไปไม่ได้ เป็ นไปไม่ได้เด็ดขาด!
“กุเรื่องมาหลอกตาเฒ่าผู้นี้หรือ? เจ้าคิดว่าตาเฒ่าผู้นี้จะเชื่อหรือ ไร? แท้จริงเจ้ามิได้ฝึกมันเลยต่างหากใช่หรือไม่?”
เหลียงผิงไม่เชื่อว่าวรยุทธ ์ทาร ้ายคนนี้จะมีประโยชน์ต่อเจียงผิง อัน
เจ้าเด็กนี่น่าจะรู ้ถึงอันตรายของวรยุทธ ์ และมาใช ้วาทะเหล่านี้ กวนประสาทเขาเสียมากกว่า
เจียงผิงอันแย้มยิ้ม “ภายหลัง บุตรของผู้อาวุโสจะได้ประจักษ์วร ยุทธ ์ที่บิดาเขาให้มาหวนเอาชนะเขาเอง”
เหลียงผิงเห็นความมาดมั่นจากสีหน้าของเจียงผิงอัน ม่านตาก็ หดตัว
หรือจะจริง? หทัยสูตรจักรพรรดิมนุษย์นั่นช่วยเหลือเจียงผิงอัน ได้หรือ?
เจียงผิงอันไม่พูดมากกว่านั้น เขากุมกาปั้นคารวะ “ขอบคุณผู้ อาวุโสอีกครั้ง”
ว่าแล้ว เขาก็หันหลังจากไปด้วยรอยยิ้ม
เหลียงผิงมองตามท่าทีหยิ่งยโสของเจียงผิงอันแล้วกาหมัดแน่น จิตสังหารในใจหลากทะลัก
เขาอยากฆ่าเจียงผิงอัน แต่มิอาจทาได้ตอนนี้
เจียงผิงอันก าลังถูกฝึกฝนโดยสามขุมกาลังใหญ่ ใช ้เพื่อต่อสู้กับ อัจฉริยะเผ่าปีศาจ
หากเขากล้าลงมือกับอัจฉริยะเช่นนี้ตรง ๆ เขาจะถูกอีกสองขุม ก าลังหลักตราหน้าว่าเป็ นภัยต่ออนาคตมนุษยชาติ
ตราบาปนี้ร ้ายแรงยิ่ง แดนศักดิ์สิทธิ์เทียนเจ๋อมิอาจปล่อยผ่านไป ได้
ดังนั้น เหลียงผิงจึงทาเพียงส่งวรยุทธ ์มีปัญหาเพื่อจัดการกับเจียง ผิงอัน เมื่อเกิดเรื่องใดขึ้น เขาก็ยังแสร ้งทาไขสือเลี่ยงความรับผิดชอบ
เหลียงผิงจ้องตามแผ่นหลังของเจียงผิงอันด้วยจิตสังหารคุกรุ่น คิดในใจว่าจะจัดการกับเจียงผิงอันเช่นไร
ขณะนี้ ใครบางคนก็สังเกตเห็นบางสิ่ง ตะโกนออกมา “ข้างล่างนี่ มีกระทิงสามเขา!”
ทุกคนวิ่งไปที่ราวระเบียงของเรือเหาะ มองลงไปโดยพร ้อมเพรียง
ปีศาจหัวกระทิงกลุ่มหนึ่งเดินลัดป่าพร ้อมด้วยมนุษย์กลุ่มหนึ่ง
ปีศาจร่างมนุษย์หัวกระทิงเหล่านี้คือกระทิงสามเขา ร่างบึกบึน แข็งแกร่ง สูงอย่างน้อยหกฉื่อ ศีรษะมีเขาแหลมคมสามเขา ปราณ ปีศาจอัดแน่นยิ่งใหญ่
ตรงกลางกลุ่มกระทิงสามเขาเหล่านี้คือมนุษย์กลุ่มหนึ่งที่ถูกมัด ไว้ ใบหน้าต่างสิ้นหวังจนหนทาง
ขณะที่ผู้คนบนเรือเหาะมองลงมา ก็เห็นปี ศาจกระทิงตนหนึ่ง กาลังจะกลืนทารกมนุษย์คนหนึ่งลงไป
“สารเลว!”
ดวงตาของเมิ่งจิงแดงฉาน นางไหวกายลงไปฉวยตัวทารกมา ขณะเดียวกันก็ฟาดมือสังหารกระทิงสามเขาระบายโทสะ
“ศัตรูเผ่ามนุษย์โจมตี!”
ยามกระทิงสามเขาเห็นสหายตกตาย ก็แผดเสียงสุดล าคอ “กล้า ท าร ้ายเราเผ่ากระทิงสามเขา! วอนตาย!”
“ฮ่า ๆ ช่างเป็ นมนุษย์ที่งามนัก ข้าจัดการเอง! ข้าชอบสตรีเผ่า มนุษย์ที่สุด!”
กระทิงสามเขาเหล่านี้ยังไม่สาเหนียกถึงความร ้ายแรงของ สถานการณ์
จนกระทั่งผู้ฝึกตนมนุษย์คนแล้วคนเล่าโรยตัวลงตามกันจากเรือ เหาะ ปราณทรงพลังจึงทาให้รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้ากระทิง สามเขาเหล่านี้หดหาย
เหตุใดที่นี่จึงมียอดฝีมือเผ่ามนุษย์อยู่เยอะนัก!
จบแล้ว ตายแน่ ๆ
ประกายดาบเงากระบี่ฟาดตวัด กฎเกณฑ์วูบไหว กระทิงสามเขา เหล่านั้นถูกสับเป็ นเสี่ยง มิอาจหนีรอด
เหล่ามนุษย์ผู้ตกเป็ นเชลย ยามเห็นผู้ฝึ กตนมนุษย์ปรากฏขึ้น ความสิ้นหวังก็แปรเปลี่ยนสู่ลิงโลด หยาดน้าตาไหลอาบเกินควบคุม
“ผู้ฝึกตนมนุษย์มาแล้ว!”
“รอดแล้ว รอดแล้ว!”
“ข้านึกว่าจะต้องเป็ นอาหารปีศาจเหล่านี้เสียแล้ว ขอบคุณพวก ท่าน ขอบคุณ”
“ลูกแม่!”
สตรีนางหนึ่งเห็นทารกถูกเมิ่งจิงช่วยไว้ก็วิ่งเข้ามาคุกเข่าโขกหัว ให้เมิ่งจิงทั้งน้าตา “ขอบคุณเจ้าค่ะ ขอบคุณผู้อาวุโสที่ช่วยลูกข้าเจ้า ค่ะ!”
เมิ่งจิงรีบพยุงคนผู้นี้ขึ้น ส่งทารกคืนให้อย่างเบามือ “แค่ ช่วยเหลือยามยาก มิต้องมากพิธีนักหรอก”
ขณะนี้เอง ชายวัยกลางคนหนวดเคราแข็งเป็ นตอผู้หนึ่งพลันเข้า มาคุกเข่าตรงหน้าเมิ่งจิง
“วอนผู้อาวุโสมอบโอสถผลาญโลหิตให้ข้าด้วย”
โอสถผลาญโลหิตเป็ นโอสถผลาญชีวิตแลกพลัง มีเพียงผู้ฝึกตน จนมุมเท่านั้นที่กินเพื่อสู้ยิบตา
เมิ่งจิงเอ่ยปาก “รีบลุกขึ้นเถอะ ชีวิตเจ้าถูกช่วยเหลือแล้ว รีบออก จากที่นี่เสีย ครอบครัวเจ้ายังรออยู่นะ”
ร่างของชายวัยกลางคนสะท้าน ดวงตาเลื่อนลอย น้าเสียงแหบต่า “ลูกเมียข้าถูกกระทิงสามเขากินไปแล้ว บิดาข้าถูกฆ่าในศึก มารดาก็ ฆ่าตัวตาย กลับบ้านไปก็ไร ้ญาติ”
“พรสวรรค์ข้ามีจ ากัด ถึงขอบเขตสร ้างรากฐานได้ก็นับว่าสุด ทางแล้ว ต่อให้กลับไปฝึ กฝนต่อก็มิอาจก้าวหน้าใด ๆ ได้ วอนผู้ อาวุโสมอบโอสถผลาญโลหิตให้ข้าสักเม็ดเถิด ข้าปรารถนาล้าง แค้น!”
ชายผู้นั้นโขกหัวลงสู่พื้น น้าตาเจิ่งนองคลอเบ้า
กล่าวกันว่าบุรุษเพศมีทองใต้เข่า ชั่วชีวิตจะคุกเข่าเพียงหน
และนี่จะเป็ นครั้งสุดท้าย
หัวใจของเมิ่งจิงสะท้านรุนแรง ดวงตาแดงฉาน
นางเหมือนยังมีสิ่งอื่นอยากพูด แต่มารดานางเหลยหลานเดินมา หา ใช ้ปราณดึงโอสถผลาญโลหิตสีแดงเม็ดหนึ่งออกมาส่งให้ชายวัย กลางคนผู้นั้น
“ขอบคุณผู้อาวุโส!”
ชายผู้นั้นรับโอสถผลาญโลหิตด้วยสองมือ โขกหัวหนัก ๆ ให้ เหลยหลานสามหน
“วอนผู้อาวุโสมอบโอสถผลาญโลหิตให้เราด้วย!”
ผู้ฝึ กตนอีกหลายคนที่ได้รับการช่วยชีวิตพากันคุกเข่าด้วยสี หน้าตั้งมั่นสละชีวิต
ญาติมิตรของพวกเขาสิ้นแล้ว และยามนี้ พวกเขาปรารถนา เพียงใช ้กาลังเฮือกสุดท้ายล้างแค้นให้ผู้เป็ นที่รักของพวกตน
“พวกแกมนุษย์น่ารังเกียจ บังอาจบุกมายังถิ่นเรา!”
หนึ่งเสียงคารามดังขึ้น เผ่ากระทิงสามเขาจานวนมากปรากฏตัว
ยอดฝีมือเผ่ากระทิงสามเขาตนหนึ่งสังเกตเห็นคนเหล่านี้ และพา สหายร่วมเผ่ามากมายมาโจมตี
กระทิงสามเขาเหล่านี้อาละวาดบ้าคลั่ง แดนดินสั่นสะท้าน ต้นไม้ ล้มโค่นระเนระนาด ปราณปีศาจคละคลุ้งชวนสะพรึง
ชายผู้รับโอสถผลาญโลหิตไปกลืนมันลงคอโดยไร ้ลังเล
ยามโอสถตกถึงท้อง ชีวิตถูกผลาญเผา ปราณทะยานสูง เฉียบพลัน
“เมียข้า ลูกพ่อ ท่านพ่อท่านแม่… ข้าจะล้างแค้นให้เอง!”
ชายผู้นั้นเผชิญหน้ากับเผ่ากระทิงสามเขาอย่างไร ้ความกลัว สี หน้ายามเผชิญความตายดุจได้กลับบ้าน เขาแปรเป็ นล าแสงพุ่งเข้า ใส่กระทิงนับพันหมื่นมือเปล่า
“เผ่ามนุษย์จงเจริญ!”
ชายผู้นั้นแผดเสียงดังสนั่นสะท้านท้องนภา ระเบิดตัวเองทันทีเมื่อ มาถึงตรงหน้าเผ่ากระทิงสามเขา
แสงสีเลือดเฉิดฉันปกคลุมรอบกระทิงสามเขามากมาย ตกตาย ไปด้วยกัน
“เผ่ามนุษย์จงเจริญ!”
ผู้ฝึ กตนคนอื่น ๆ ที่ได้รับโอสถผลาญโลหิตเองก็ไม่คิดอยู่ต่อ ด้วยความแค้นลึกล้าต่อเผ่ากระทิงสามเขา พวกเขาแลกชีวิตที่ เหลืออยู่กับชีวิตศัตรูเพื่อล้างแค้นให้ญาติมิตร
แสงแห่งชีวิตอันเรืองรองจุดประกายจิตสังหารในหัวใจอัจฉริยะ มากมาย
“ฆ่า!”
เดิมที อัจฉริยะเหล่านี้มาเพื่อพัฒนาตนเอง คิดประชันทาอันดับ สูง ๆ เพื่อหาทรัพยากร
จนเมื่อได้เห็นผู้ฝึกตนระดับต่าระเบิดตนเองคนแล้วคนเล่า ในใจ พวกเขาจึงเหลือเพียงโทสะและจิตสังหาร พุ่งเข้าไปประหัตประหาร ทันที
เมิ่งจิงเชิญอัสนีลูกแล้วลูกเล่า ดุจฝูงมังกรทะลวงสู่แดนดิน ทลาย สรวงสะบั้นภพ สังหารกระทิงสามเขาไปมากมาย
หนานกงเสินตวัดกระบี่ ประหารศัตรูสามพันตนในคราวเดียว
อวิ๋นหวงปลดปล่อยเพลิงวิหคอมตะ ผลาญผ่านที่ใด กระทิงสาม เขาล้วนมอดเป็ นเถ้าธุลี……
อัจฉริยะต่างผู้ล้วนแผลงเคล็ดวิชา ประกายดาบเงากระบี่ ฉวัดเฉวียนเช่นมังกรเหิน
เสียงการต่อสู้ดังก้องหล้าสะท้านนภา
ศึกสังหารเปิดฉากอย่างเป็ นทางการ
บทที่ 242 เห็นความตายเช่นคืนเหย้า
ยอดฝีมือทั้งหลายเบิกทาง ต้านยอดฝีมือจากเผ่ากระทิงสามเขา ไว้
กฎเกณฑ์สะท้านไหว สารพัดวิชาฉวัดเฉวียนเก็บเกี่ยวชีวิตล้ม ตายตามกัน
อวิ๋นหวงบุกทะลวงฆ่าฟัน สังเวยกระทิงสามเขามากมายในเพลิง วิหคอมตะของนาง
เมื่อแรงกดดันพูนทวี อวิ๋นหวงพลันสังเกตว่าตนบุกลึกเกินไป ถูก กระทิงสามเขาสิบกว่าตนรุมล้อม!
กระทิงสามเขาเหล่านี้เชี่ยวชาญวิชาประสานพิเศษ ยามร่วมมือ ต่อสู้ พลังป้ องกันและโจมตีล้วนโผนทะยาน
นอกจากนั้น พวกมันยังถืออาวุธทาจากเขาสัตว์คล้ายหอก มี ฤทธิ์ทาลายเกราะคุ้มกันและกฎเกณฑ์ มีอานาจทาลายล้างรุนแรง!
ดวงตากระทิงจ้องมองอวิ๋นหวงอย่างเดือดดาลระคนหยาบโลน
“นังหนูเน่านี่! เก่งนักนะ!”
“ฆ่านางเสีย แต่อย่าทาลายร่างนางนะ นังนี่งามนัก เหลาจื่ออยาก ใช ้งานสักหน่อย”
“อย่าเลินเล่อ จริงจังหน่อย!”
กระทิงสามเขาขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดสิบกว่าตนรุม โจมตีอวิ๋นหวง ปีศาจกระทิงตนหนึ่งฉวยโอกาสทะลวงเกราะคุ้มกันขอ งอวิ๋นหวง หอกเขาสัตว์แทงใส่หลังของหญิงสาว
เปรี้ยง!
อวิ๋นหวงกระเด็นทรุดลงกับพื้นอย่างแรง ฝุ่ นตลบคลุ้งเป็ นม่าน หมอก
ทว่าอวิ๋นหวงนั้นไม่เป็ นไร ก่อนหน้านี้นางฟังคาแนะของเจียงผิง อัน และตั้งใจเรียนวิชาฝึกฝนกายา
หาไม่ การโจมตีนี้ทะลวงร่างนางได้แน่นอน
เมื่อเห็นปีศาจกระทิงเหล่านั้นจู่โจมเข้ามาอีก สีหน้าของอวิ๋นหวง ก็ย่าแย่
ทันใดนั้น ร่างของปี ศาจกระทิงสิบกว่าตนนั้นพลันเกิดกิริยา ประหลาด พวกมันร่วงลงกองกับพื้นโครมสนั่น ต้นไม้ใกล้เคียงหัก โค่น ฝุ่นควันคลุ้งกระจาย
อวิ๋นหวงฉวยโอกาสนี้ใช ้วิชาลับเผ่าวิหคอมตะสุดกาลัง
วิหคอมตะตนหนึ่งทะลวงร่างปี ศาจกระทิงทั้งหลาย ผลาญเผา พวกมันเป็ นถ่านด า
หลังจัดการปีศาจกระทิงเหล่านี้ได้ อวิ๋นหวงก็ถอนหายใจโล่งอก เงยหน้ามองเจียงผิงอันบนอากาศพลางกล่าว “ขอบคุณ”
เหตุที่ปีศาจกระทิงสิบกว่าตนเหล่านี้หน้าทิ่มพื้นเมื่อครู่ ก็เพราะ เจียงผิงอันใช ้กฎแห่งแรงโน้มถ่วงช่วยเหลือนาง
หาไม่ แม้นางจะทะลวงวงล้อมออกมาได้ ก็มิพ้นบาดเจ็บแน่แท้
“สู้ให้เต็มที่ ข้าจะระวังหลังให้” เจียงผิงอันกล่าวเสียงเรียบ
ได้ยินเช่นนี้ อวิ๋นหวงก็อุ่นใจเกินยามใด นางเหินเวหาเข้าฆ่าศัตรู อีกครั้ง
เจียงผิงอันมิได้เปิดฉากฆ่าศัตรูก่อน แต่ช่วยเหลืออวิ๋นหวงและ เมิ่งจิงอยู่ในแนวหลัง
เหตุหลักนั้นเป็ นเพราะร่างนี้มิใช่ร่างต้น แต่เป็ นเพียงอวตารเทพ พฤกษา พลังต่อสู้มีจ ากัด
เขาไม่สนใจสู้ชิงอันดับหนึ่ง เขาแค่จะทาให้แน่ใจว่าเมิ่งจิง และอวิ๋นหวงปลอดภัยเท่านั้น
มีเจียงผิงอันช่วยเหลือ อวิ๋นหวงและเมิ่งจิงก็เหมือนทิ้งการป้ องกัน ต่างฝ่ายล้วนเหมือนเทพีแห่งสงคราม บุกทะลวงไร ้กลัวเกรง
ไม่นานนัก กระทิงสามเขาทั้งหลายก็ถูกสังหาร
แต่นี่เป็ นเพียงเผ่าย่อยขนาดเล็ก ยอดฝีมือสูงส่งมิได้มีมากนัก
เพื่อแบ่งส่วนทรัพยากร ยิ่งประชากรมีมากยิ่งรวมกลุ่มกันน้อย มี เพียงโอกาสพิเศษเท่านั้นจึงผนวกรวม
เผ่ามนุษย์ก็กระจัดกระจายเช่นกัน
เผ่ากระทิงสามเขานี้เทียบได้กับขุมกาลังระดับกลางของเผ่า มนุษย์ พื้นที่อิทธิพลของพวกมันมิได้ด้อยไปกว่าต้าเซี่ยทั้งแดนดิน จึงอยู่กันกระจัดกระจายยิ่ง
บางทีอีกไม่นาน หัวหน้าเผ่ากระทิงสามเขาอาจได้ข่าวแล้ว เคลื่อนทัพรวมพลมาจัดการพวกเขาก็ได้
ยอดฝีมือจากสามขุมก าลังใหญ่และอัจฉริยะมากมายจู่โจมเผ่า กระทิงสามเขาอย่างดุเดือด ท าลายเผ่ากระทิงสามเขาย่อย ๆ ลงตาม กัน
ในเวลาเพียงหนึ่งเดือน ข่าวก็สะพัดออกไปจากปากเหล่าผู้ได้รับ ความช่วยเหลือ
กาลก่อน สานักชิงเฟิงเกือบถูกเผ่ากระทิงสามเขาล้างสิ้น ผู้ฝึก ตนส่วนใหญ่ในสานักหนีมาได้พร ้อมบาดแผล ขณะที่เจ้าสานักถูก สังหารในศึกไปแล้ว
ขณะนี้ พวกเขาเตรียมพร ้อมลาจากสถานที่ซึ่งพวกตนอาศัยนับ หมื่นปี หนีไปอยู่ที่แดนดินอื่น
หากไม่บีบคั้นจนมุมจริง ๆ ใครจะอยากออกจากบ้านเกิดบ้าง
“จริงหรือ? มียอดฝีมือจู่โจมเผ่ากระทิงสามเขาอยู่จริง ๆ หรือ?”
ยามรองเจ้าส านักได้ยินสายสืบรายงาน สีหน้าของเขาก็ตกตะลึง “ขุมกาลังใดกันที่โจมตีเผ่ากระทิงสามเขา? เบื่อชีวิตกันแล้วหรือไร?”
“จริงขอรับ! ข้าเห็นกับตาว่าคนกลุ่มนั้นล้างเผ่าย่อยไปแล้วหลาย แห่ง และยอดฝี มือกลุ่มนั้นน่ากลัวสุดยอดเลยขอรับ! หนึ่งคนสู้กับ กระทิงสามเขาได้เป็ นสิบ!”
สายสืบตื่นเต้นอย่างยิ่ง
เพื่อยืนยันความจริงกับรองเจ้าสานัก เขาจึงส่งศิลาบันทึกเงาซึ่ง บันทึกภาพเหตุการณ์ให้รองเจ้าส านัก
รองเจ้าสานักผู้นี้เป็ นยอดฝีมือขอบเขตหลอมสุญตาผู้หนึ่ง กาล ก่อนก็เคยออกสัญจร เมื่อเห็นภาพภายในศิลาบันทึกเงา ดวงตาของ เขาก็เบิกกว้างอย่างตกตะลึง
“วิหคอมตะ! นี่คือร่างเทวะวิหคอมตะ!”
“เซียนอัสนี! มีคนจากตระกูลเหลยโบราณอยู่ด้วย!”
“คนผู้นี้… เจียงผิงอันผู้กวาดล้างอัจฉริยะเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ที่ ซากโบราณมหาจักรพรรดินี่!”
รองเจ้าสานักผู้นี้เคยพาศิษย์ไปเยือนซากโบราณมหาจักรพรรดิ มาก่อน และได้เห็นการต่อสู้ระหว่างเจียงผิงอันและเผ่าจระเข้กลืน สวรรค์ จึงจ าเจียงผิงอันได้
“คนเหล่านี้แข็งแกร่งยิ่งนัก ต้องเป็ นอัจฉริยะแดนบูรพาที่สามขุม ก าลังใหญ่คัดกรองไว้เป็ นแน่!”
“สามขุมก าลังใหญ่ลงมือกับเผ่ากระทิงสามเขาแล้ว!”
รองเจ้าสานักตื่นเต้นเสียจนหลั่งน้าตา “ศิษย์ทุกคนฟังบัญชา หยุดการอพยพไว้ก่อน เราจะตอบโต้กลับ!”
เผ่ากระทิงสามเขาท าลายส านัก ฆ่าเจ้าส านักและศิษย์ของพวก เขาไปมากมาย แค้นนี้ต้องชาระ!
เดิมทีพวกเขาคิดถอยไปหาที่หลบภัย แต่เมื่อเห็นยอดฝีมือจาก สามขุมกาลังใหญ่พาอัจฉริยะทั้งหลายออกมาสู้กระทิงสามเขา พวก เขาจะไม่ให้คนเหล่านี้สู้โดยลาพังแน่นอน!
ในถ้าไม่ไกลออกไปนัก มนุษย์กลุ่มหนึ่งซ่อนตัวจากเผ่ากระทิง สามเขาอยู่ในนั้น
คนเหล่านี้แต่งกายหรูหราสูงส่ง ก่อนหน้านี้พวกเขาต้องมีฐานะ เลิศล้าเป็ นแน่ แต่ขณะนี้ พวกเขาล้วนอยู่ในสภาพดูไม่จืด
“ฝ่ าบาท อย่ากลับไปเลยเพคะ! อันตรายเกินไปเพคะ!” สตรีผู้ หนึ่งสะอื้นพลางรั้งชายแขนเดียวเอาไว้
“เมืองพินาศแล้ว คนก็ตายไปแล้ว บุตรข้าตายในศึก แล้วประมุข ของเมืองเช่นข้าจะอยู่ยงตราบกาลได้หรือ? ยามนี้เมื่อยอดฝีมือออก ศึก นี่คือโอกาสล้างแค้น!”
ชายแขนเดียวผลักสตรีผู้นั้นออกไป มองเด็กน้อยในอ้อมแขน ของนางอย่างอ่อนโยน “อยู่ต่อไป สืบทอดสายเลือดราชวงศ์ต่อไปนะ”
ว่าแล้ว สีหน้าของชายผู้นั้นก็เปี่ยมความเคร่งขรึม เขาใช ้แขน ข้างเดียวของตนชักกระบี่ ตะโกนกล่าวกับเหล่าทหารผู้บาดเจ็บ “ทหารทุกนายจงฟัง ติดตามข้าไปสังหารศัตรูเสีย!”
“รับด้วยเกล้า!”
เหล่าชายฉกรรจ์กล่าวลาลูกเมีย ออกเดินทางสู่เทือกเขาไร ้ สิ้นสุดด้วยหัวใจมาดมั่นพร ้อมสละชีพ
การรุกรานของเผ่ากระทิงสามเขาท าให้เมืองของพวกเขาเจียน ล่มสลาย ผู้ฝึกตนมากมายหนีกระเจิง
เมื่อได้ยินว่ามีขุมกาลังใหญ่จู่โจมตอบโต้เผ่ากระทิงสามเขา ผู้ ฝึกตนซึ่งกระจายกันไปล้วนกลับมาอย่างไม่ลังเล ดั้นด้นบุกเทือกเขา ไร ้สิ้นสุดเพื่อสมทบฆ่าศัตรูกับอัจฉริยะและยอดฝีมือจากสามขุมกาลัง ใหญ่
คนตายได้ แต่เมืองห้ามดับสิ้น!
แม้จะรู ้ว่าต้องตาย พวกเขาก็ยังเหมือนแมลงเม่าหยอกอัคคี คิด ดับไฟด้วยสังขารตน
ขณะเดียวกัน ร่างจริงของเจียงผิงอันซึ่งกาลังเร่งรุดสู่ถิ่นเผ่า จระเข้กลืนสวรรค์ประจักษ์สีหน้าเคืองแค้นของเหล่าผู้ฝึกตนต่อเผ่า กระทิงสามเขาผ่านอวตารเทพพฤกษา และได้พบเหตุผลที่เผ่ามนุษย์ บรรลุจุดสูงสุดแห่งโลกหล้าผู้ฝึกตน
แม้ผู้ฝึกตนกลุ่มนี้ต้องมอดมลาย พวกเขาก็ขอฉีกเนื้อเถือกระดูก ศัตรูไปกับตน
ความแค้นในใจเจียงผิงอันต่อเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ก็มิได้ด้อยไป กว่าผู้ฝึกตนเหล่านี้เลย
เพราะเหตุนี้ เขาจึงยอมเสี่ยงบุกถิ่นเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์
จุดประสงค์หลักคือเพื่อล้างแค้น
เพื่อความปลอดภัย เขาจึงเปลี่ยนลักษณ์ตนล่วงหน้าเพื่อลด ความเสี่ยง
เพราะถึงอย่างไร ก่อนหน้านี้ที่ซากโบราณมหาจักรพรรดิ จระเข้ กลืนสวรรค์มากมายเห็นหน้าเขา และหากตัวตนถูกเปิ ดเผย สัตว์ ประหลาดเฒ่าบางตนอาจปรากฏกาย เพิ่มความอันตรายเข้าไปอีก
ทันใดนั้น เจียงผิงอันซึ่งกาลังมุ่งหน้าสู่ถิ่นเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ก็ สังเกตเห็นบางอย่าง สีหน้าของเขานิ่งค้าง
อักขระพริบพรายเคลื่อนวน โอบล้อมกายเขาอย่างรวดเร็ว แล้วผู้ ฝึกตนสิบกว่าคนก็ปรากฏขึ้นรายล้อม ปราณดุดันแข็งแกร่ง
“เขาไม่มีปราณปี ศาจ มิใช่จระเข้กลืนสวรรค์ แต่เป็ นมนุษย์ผู้ หนึ่ง!” ผู้ฝึกตนคนหนึ่งรีบร ้อนตะโกนขึ้น
“มนุษย์? มนุษย์มาทาอะไรที่นี่ลาพัง?” ผู้ฝึ กตนในเกราะสีขาว เชื่อไม่ลง เขาเหวี่ยงกระบี่โจมตีเจียงผิงอัน
กระบี่นี้มิได้มีอานาจฆ่าฟันรุนแรงนัก แค่วาดมันเพื่อตัดสินว่า เจียงผิงอันมีปราณปีศาจในกายหรือไม่
เจียงผิงอันปลดปล่อยพลังจากกาย ขวางกระบี่นี้เอาไว้
หลังแน่ใจว่าไร ้ปราณปีศาจจริง ๆ ผู้ฝึกตนสิบกว่าคนล้วนถอน หายใจโล่งอก
“แย่ชะมัด ข้าเสียปราณวิญญาณไปเยอะแยะเพื่อเปิดค่ายกล คิด ไปว่าจะเป็ นจระเข้กลืนสวรรค์ เจ้าว่าเจ้าเป็ นมนุษย์ แล้วเจ้าจะไปท า อะไรในถิ่นจระเข้กลืนสวรรค์ล่ะ”
ผู้ฝึกตนชุดเขียวซึ่งควบคุมค่ายกลบ่นอุบ
หลังออกเดินทางสองเดือน เจียงผิงอันก็มาถึงถิ่นของเผ่าจระเข้ กลืนสวรรค์
มิคาดว่าพอมาถึง สิ่งแรกที่พบมิใช่จระเข้กลืนสวรรค์ แต่กลับ เป็ นมนุษย์ด้วยกัน
ในหมู่คนสิบกว่าคนนี้ มีผู้ฝึกตนขั้นต้นขอบเขตแปรเทวะผู้หนึ่ง ขณะที่คนอื่น ๆ อยู่ในขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิด
ขณะที่เจียงผิงอันกาลังจะเหินจาก ผู้ฝึกตนหญิงขั้นต้นขอบเขต แปรเทวะก็มาขวางหน้าเขาไว้
ผู้ฝึ กตนหญิงนางนี้สวมชุดเกราะสีน้าเงิน ให้บรรยากาศ หาญกล้าองอาจ แม้ครึ่งใบหน้าจะซ่อนในหมวกเกราะสีน้าเงิน ก็ยังมิ อาจปิดบังคู่เนตรงามอันกระจ่างดุจริ้วธารได้
“สหายเต๋า เจ้าไปผิดทางแล้ว ตรงนั้นมีเผ่าย่อยของจระเข้กลืน สวรรค์อยู่แห่งหนึ่ง”
เฉิงเซวียนกล่าวเตือน “ที่นั่นมีปีศาจขอบเขตแปรเทวะอยู่สองตน และยอดฝี มือขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดอีกมากมาย ด้วยการ ฝึกฝนของสหายเต๋า ไปก็มีแต่ตายเปล่า”
นางเห็นได้ว่าเจียงผิงอันเป็ นผู้ฝึ กตนขอบเขตวิญญาณแรก ก าเนิด จึงเตือนด้วยหวังดี
“ขอบคุณมาก”
เจียงผิงอันกล่าวขอบคุณ เขาอยากเจอเผ่าย่อยจระเข้กลืน สวรรค์เช่นนี้อยู่พอดี
การล้างแค้นให้อาจารย์และปลุกพลังกลืนกินของอวตารจะส าเร็จ ได้ยามพบเผ่าย่อยนี้
เจียงผิงอันเดินผ่านผู้ฝึกตนหญิงในเกราะสีน้าเงิน ทะยานต่อบน เส้นทางเดิม
เมื่อเห็นเจียงผิงอันยังคงมุ่งหน้าไปต่อ เฉิงเซวียนก็ผงะไป ก่อนจะ เหินไปหยุดเจียงผิงอัน “เมื่อครู่ไม่ได้ยินที่ข้าพูดหรือ?”
บทที่ 243 ร่วมทางสัญจร
ป่าโบราณในเทือกเขาไร ้สิ้นสุดสูงตระหง่านบังนภา ภายใต้ร่มไม้ สูง ผู้ฝึกตนสิบกว่าคนล้อมผู้ฝึกตนเพียงหนึ่ง
เฉิงเซวียนกล่าวย้าวาทะเมื่อครู่
“ข้างหน้ามีเผ่าย่อยของจระเข้กลืนสวรรค์ ที่นั่นมีปีศาจขอบเขต แปรเทวะอยู่สองตน อันตรายมากนะ”
เจียงผิงอันพยักหน้า “เมื่อครู่ข้าได้ยินชัดแล้ว”
“ได้ยินแล้วท าไมจึงยังไป?” ผู้ฝึ กตนขอบเขตวิญญาณแรก กาเนิดผู้หนึ่งข้างกายเขากล่าวขึ้น
“เพราะได้ยินชัดแล้วจึงไป” เจียงผิงอันตอบ
ทุกผู้ผงะไปทันที
เข้าใจแล้วยังจะไป?
หากเป็ นยอดฝี มือขอบเขตแปรเทวะก็ว่าไปอย่าง แต่ผู้ฝึ กตน ขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดบุกเผ่าย่อยจระเข้กลืนสวรรค์ นี่มันหาที่ ตายชัด ๆ
เฉิงเซวียนถามคาถามคาใจ “เจ้าอยากไปหาที่ตายหรือไร?”
“อาจารย์ข้าบาดเจ็บสาหัสเพราะจระเข้กลืนสวรรค์ ข้าจึงมาล้าง แค้น” เจียงผิงอันตอบเสียงเรียบ
กล่าวจบ เขาก็อ้อมร่างเฉิงเซวียนอีกครั้ง ขณะจะเดินจากไป ก็ ถูกเฉิงเซวียนตะครุบตัวไว้
เฉิงเซวียนมองเจียงผิงอันอย่างอับจนค าพูด
พูดให้รื่นหูหน่อยคือ คนผู้นี้กตัญญูรู ้คุณอาจารย์
แต่พูดให้แย่หน่อยคือเป็ นคนโง่
“แม้เจ้าจะอยากล้างแค้น เจ้าก็ต้องยอมรับสัจธรรมด้วย เจ้า เอาชนะยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะสองคนได้หรือ?”
“ข้าไม่คิดเผชิญหน้าตรง ๆ จะลอบโจมตีต่างหาก” เจียงผิงอันยัง มิได้คิดแผนชัดเจน สรุปคือทุกอย่างจะเป็ นไปตามสถานการณ์
“แม้จะลอบโจมตี ก็ไม่มีทางฆ่ายอดฝี มือขอบเขตแปรเทวะได้ หรอก อาจารย์เจ้ามิได้สอนให้เจ้าอย่าวู่วามหรือ?”
เฉิงเซวียนเว้นช่วง จู่ ๆ ก็ก าหมัดกล่าวเสียงเบา “เมืองของเรา ประชากรพันกว่าล้านคน… ล้วนถูกจระเข้กลืนสวรรค์กินไปสิ้น เรา อยากล้างแค้นยิ่งกว่าเจ้าอีก แค้นจระเข้กลืนสวรรค์กว่าเจ้าด้วย แต่ เราไม่บุ่มบ่ามเช่นเจ้า”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ ผู้ฝึ กตนสิบกว่าคนรอบกายล้วนเข่นเขี้ยว เคี้ยวฟัน สีหน้าเปี่ยมความเกลียดแค้น ผู้ฝึกตนหญิงหลายคนดวงตา แดงฉาน
หากมิใช่เพราะคนเหล่านี้ไปแสวงโชคที่ซากโบราณมหา จักรพรรดิ คงถูกยอดฝีมือเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์กินไปแล้วเช่นกัน
ประชากรพันกว่าล้านคนทั้งดินแดนถูกเขมือบไปหมดสิ้น!
แม้เจียงผิงอันจะเยือกเย็นยิ่ง ยามได้ยินเช่นนี้ สีหน้าของเขาก็ยัง แปรเปลี่ยนเล็กน้อย
หากต้าเซี่ยถูกจระเข้กลืนสวรรค์กลืนกิน คงยากที่เขาจะคาดเดา โทสะที่จะเกิดแก่ตนได้
คนสิบกว่าคนที่นี่ต้องแบกรับความแค้นใหญ่หลวง
“ทุกอย่างเป็ นเพราะเจียงผิงอัน ไอ้เวรนั่น! เขาฆ่าจระเข้กลืน สวรรค์ไปมากมายที่ซากโบราณมหาจักรพรรดิ ทาให้เผ่าจระเข้กลืน สวรรค์เอาโทสะมาลงกับเมืองเรา!”
ผู้ฝึกตนคนหนึ่งแผดเสียงอย่างเคืองแค้น
เฉิงเซวียนชาเลืองผู้ฝึกตนคนนั้นอย่างนุ่มนวล “น้องชาย อย่า ผลักความรับผิดชอบให้ผู้ที่ไม่สมควรรับ”
“ต่อให้ไม่มีเจียงผิงอัน ยามเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์เรืองอ านาจ ก็ จะยังจู่โจมเราอยู่ดี ผู้ที่เราควรเกลียดแค้นคือจระเข้กลืนสวรรค์ ต่างหาก”
เมื่อได้ยินวาทะพี่สาวตน เฉิงอวี่เฉินก็เอียงคอ “แต่ผู้ที่ไปยั่วโทสะ เผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ก็คือเจียงผิงอันอยู่ดี”
เฉิงเซวียนอ้าปาก ไม่คิดอธิบายอะไรน้องชายตนอีก แต่กล่าวกับ เจียงผิงอัน “หากเจ้าคิดล้างแค้น เราร่วมมือกันดีกว่า เพิ่มหนึ่งคนก็ เท่ากับเพิ่มกาลัง”
“อีกสิบวัน เผ่าย่อยตรงหน้าจะปลุกพรสวรรค์กลืนกินให้ทายาท เราจะลงมือกันยามนั้น”
เฉิงอวี่เฉินแย้งทันที “ไม่ เพิ่มคนยิ่งอันตราย คนผู้นี้อาจขัดขวาง แผนของข้าก็ได้”
เฉิงเซวียนในชุดเกราะสีน้าเงินกล่าว “แต่หากเขาไปล้างแค้น ยามนี้ แผนของเราจะพังหมดนะ”
เฉิงอวี่เฉินสุดแสนไม่เต็มใจ แต่ที่ว่ามาก็ถูก “ไปก็ได้ แต่ห้ามเล่า แผนให้เขาฟัง”
เฉิงเซวียนพยักหน้า หันมาหาเจียงผิงอันอีกครั้ง
“สหายเต๋าท่านนี้ เราก็อยากล้งแค้นเช่นกัน แต่การล้างแค้นของ เจ้าอาจกระทบถึงแผนของเรา”
“ยามนี้ ไม่ว่าจะตกลงหรือไม่ ก็ตามเรามาเถิด โปรดอภัยให้ข้า ด้วย”
ว่าแล้ว นางก็ปลดปล่อยปราณขั้นต้นขอบเขตแปรเทวะ บอกผู้ ฝึกตนตรงหน้านางกลาย ๆ ว่าตนแข็งแกร่ง
เจียงผิงอันเงียบไปนาน สุดท้ายก็พยักหน้า
คนเหล่านี้รู ้เรื่องของเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์มากกว่าเขา และใน เมื่อจะไปฆ่าศัตรูเหมือนกัน ตามไปย่อมปลอดภัยกว่า
นอกจากนั้น คนเหล่านี้ยังจะไม่ยอมให้เขาจากไปทั้งเช่นนี้ด้วย
สตรีชุดเกราะน้าเงินบอกว่าอีกสิบวัน จะเป็ นยามเผ่าย่อยของ จระเข้กลืนสวรรค์จะปลุกพรสวรรค์กลืนกิน ประจวบเหมาะแก่การ ปลุกพลังกลืนกินให้อวตารของเขาพอดี
“ตามมาดี ๆ ล่ะ อย่ากระทบแผนเรา!”
เฉิงอวี่เฉินเตือนเจียงผิงอันเสียงเย็น ก่อนจะหันกายเหินสู่ต้นไม้ ข้างตัว
คนอื่น ๆ ก็กระจายกันไปซ่อนเช่นกัน
เฉิงเซวียนมิได้ไปไหน นางคงอยากอยู่จับตามองเจียงผิงอัน “สหายเต๋าท่านนี้ พลังต่อสู้เป็ นเช่นไร?”
“ยากพบคู่มือในขอบเขตเดียวกัน” เจียงผิงอันตอบตามจริง
“พรืด~”
เฉิงอวี่เฉินซึ่งนั่งบนต้นไม้ได้ยินเช่นนี้ ก็อดหัวเราะออกมามิได้
“ขออภัย ข้านึกถึงเรื่องตลกขึ้นมาน่ะ”
ว่าแล้ว เฉิงอวี่เฉินก็เหินไปข้าง ๆ ผู้ฝึ กตนคนอื่นแล้วกระซิบ กระซาบขบขัน “เจ้านี่อวดเก่งจริง ๆ บอกว่าตนมีคู่มือน้อยนักใน ขอบเขตเดียวกัน”
“บางทีอาจมิได้หยอกก็ได้ แค่เพราะเขาเป็ นผู้ฝึกตนจากสถานที่ เล็ก ๆ คู่ต่อสู้ก็นับว่าอ่อนแอ มีเพียงเขาแข็งแกร่งกว่าใคร หาไม่คงไม่ โง่บุกถิ่นเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์มาหาที่ตายหรอก”
ผู้ฝึกตนอีกคนกล่าว
ผู้ฝึกตนคนอื่น ๆ หาถือวาทะเจียงผิงอันจริงจังไม่
ยากหาคู่ต่อกร? พูดออกมาได้ กระทั่งอัจฉริยะจากสามขุมกาลัง หลักแดนบูรพายังมิกล้าพูดเช่นนี้เลย
เฉิงเซวียนนาโอสถขวดหนึ่งส่งให้เจียงผิงอัน “นี่คือโอสถ วิญญาณแรกกาเนิด เติมปราณวิญญาณได้ อีกเดี๋ยวเมื่อเกิดศึก ใหญ่ โอสถนี้จะมีประโยชน์แก่เจ้า”
“ก่อนหน้านั้น ต้องรบกวนสหายเต๋าทนอยู่กับเราที่นี่ไปก่อน”
เจียงผิงอันมิได้รับโอสถวิญญาณแรกกาเนิดมา โอสถนี้เติม ปราณวิญญาณให้ผู้ฝึ กตนขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดได้ แต่ ประโยชน์ต่อเขานั้นน้อยแทบไม่มี
เขาในยามนี้หากจะฟื้นปราณวิญญาณ ต้องกินโอสถปราณลึก ล้าที่ผู้ฝึกตนขอบเขตแปรเทวะกินกัน
เจียงผิงอันเอนพิงต้นไม้ข้างกาย ท าสมาธิฝึกฝน วาดอักขระเทพ ของ ‘หทัยสูตรจักรพรรดิมนุษย์ บทชีพจร’ แปรสภาพชีพจรใน แขนขวาของตน
ทุกครั้งที่เบิกหนึ่งจุดชีพจรใหม่ เขาก็จะสามารถเก็บกักปราณ วิญญาณและปราณโลหิตได้มากมาย นอกจากนั้นยังเพิ่มน้าหนักตน ได้ด้วย
เมื่อแปรสภาพชีพจรในแขนขวาทั้งสามสิบจุดได้แล้วเหวี่ยงแขน ก็สามารถขยี้ผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดมากมายตกตาย ได้ไม่ยากเลย
แน่นอน ไม่มีใครเหวี่ยงแขนยามต่อสู้หรอก มีแต่จะออกหมัด
เฉิงเซวียนเห็นว่าเจียงผิงอันเป็ นผู้ไม่ชอบเสวนา นางจึงสงวนค า นั่งลงจับตามองเขาขณะฝึกฝนไม่ห่างกันนัก
สิบวันจากนี้จะมีศึกใหญ่ เพื่อญาติมิตรที่ตายไปและประชาชน นับพันล้าน การล้างแค้นนี้ต้องลุล่วง
หลายวันจากนั้น เจียงผิงอันนั่งนิ่งไม่ขยับ จนสุดท้ายในวันที่เก้า เขาก็สร ้างชีพจรจักรพรรดิมนุษย์แห่งที่สองสาเร็จ
นามชีพจรจักรพรรดิมนุษย์นี้ เจียงผิงอันเพิ่งคิดขึ้นเพื่อราลึกถึง มหาจักรพรรดิผู้เลิศล้า
หากมิใช่เพราะวิชาที่ผู้อาวุโสท่านนี้ทิ้งไว้ เขาคงยากพบทางก้าว เดินต่อไป
น้าหนักแขนขวาของเขาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ขณะนี้ สองชีพจรพิเศษ หนักเทียบได้กับบรรพตสองลูก
เขาใช ้วิชาดึงดารากับแขนขวา เพื่อมิให้มันส่งผลกระทบต่อการ เคลื่อนไหวร่างกาย
น้องชายของยอดฝี มือขอบเขตแปรเทวะ เฉิงอวี่เฉิน เดินมา ตรงหน้าเจียงผิงอัน
“จะถึงเวลาแล้ว ต่อจากนี้ห้ามทาการบุ่มบ่าม เจ้าต้องฟังพี่สาวข้า หาไม่ หากเจ้าท าแผนพัง เราฆ่าเจ้าแน่!”
เจียงผิงอันลืมตามองอีกฝ่ายอย่างราบเรียบ
นับแต่เขาปรากฏตัว ชายผู้นี้ก็เขม่นตั้งแง่มาตลอด ห่วงว่าแผน ของตนจะถูกท าลาย
เฉิงอวี่เฉินโยนยันต์แผ่นหนึ่งให้เจียงผิงอัน “นี่ยันต์ล่องหน แปะ ไว้กับตัว เตรียมพร ้อมลงมือเสีย”
เจียงผิงอันสังเกตเห็นว่า ยามผู้อื่นแปะยันต์ ร่างของพวกเขาก็ มลายหาย มิอาจสัมผัสปราณใดได้อีก
แน่นอน นั่นคือยามที่เขาไม่ได้ใช ้พลังเนตร
ขอเพียงใช ้พลังเนตรสักนิด ยันต์ล่องหนก็ไร ้ประโยชน์
“ทุกผู้ควบคุมอารมณ์ให้ดี อย่าเผยพิรุธผลีผลาม!” เฉิงเซวียนก ล่าวเตือนเสียงเย็น
ทุกผู้พยักหน้า ก่อนจะเหลือบมองเฉิงอวี่เฉินอย่างเผลอตัว
เจียงผิงอันสัมผัสได้ว่าสายตาของพวกเขาเต็มไปด้วยอารมณ์อัน ซับซ ้อน แต่มิอาจทราบว่าคือสิ่งใด
เจียงผิงอันเองก็แปะยันต์บนตัว ตามคนเหล่านั้นเหินต่า ๆ สู่ถิ่น ที่ตั้งเผ่าย่อยจระเข้กลืนสวรรค์
ภารกิจนี้แม้เต็มไปด้วยอันตราย เพื่ออาจารย์และเพื่อปลุกพลัง กลืนกินให้อวตาร เขาต้องไป
บทที่ 244 แผนจู่โจม
หนึ่งวันต่อมา ในที่สุดก็ได้พบเผ่าย่อยจระเข้กลืนสวรรค์
เผ่าย่อยนี้ตั้งรกรากแสนเก่าแก่ บ้านทุกหลังล้วนสร ้างโดยการใช ้ ปราณวิญญาณเจาะต้นไม้สุ่ม ๆ จะว่าเป็ นบ้านคงดีเกินไป เหมือนเป็ น โพรงต้นไม้มากกว่า
ปีศาจส่วนใหญ่ในโลกหล้าผู้ฝึกตนสร ้างบ้านไม่เป็ น อาวุธที่ทา ได้ก็สุดแสนเก่าแก่ดึกด าบรรพ์ ชอบปล้นบ้านชิงอาวุธเผ่ามนุษย์กัน เป็ นที่สุด
ในเผ่าย่อยนี้น่าจะมีจระเข้กลืนสวรรค์หลายล้านตน เต็มไปด้วย ปราณปีศาจ ขัดเคืองใจเป็ นอย่างยิ่ง
จากปราณที่สัมผัสได้ ทุกผู้ต่างย่อยไปที่กลางเผ่าอย่างระมัดระวัง เห็นแท่นบวงสรวงขนาดมหึมาแท่นหนึ่งปกคลุมด้วยอักขระลึกลับ
แท่นบวงสรวงนี้แผ่อานาจกฎเกณฑ์ลึกลับ ลูกจระเข้กลืนสวรรค์ ที่ยังไม่มีร่างมนุษย์ตนหนึ่งนอนบนนั้น
จระเข้กลืนสวรรค์ซึ่งยังไร ้ร่างมนุษย์นี้กาลังเข้ารับพิธีปลุกพลัง
จระเข้กลืนสวรรค์จ านวนมากรวมตัวกันรอบแท่นบวงสรวง เพียง ขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดล าพังก็มีหลายสิบ ปราณปีศาจเข้มข้น หนาแน่น
ที่กลางลานพิธีมีจระเข้กลืนสวรรค์ขั้นต้นขอบเขตแปรเทวะอยู่ สองตน ซึ่งพวกมันทั้งสองแปลงร่างเป็ นมนุษย์ได้สมบูรณ์แล้ว
จระเข้กลืนสวรรค์ตนหนึ่งถือไม้เท้ากระดูกขาว ไม่สิ มันถือแท่ง เขี้ยวแท่งหนึ่งอยู่
แท่งเขี้ยวนั้นใหญ่โตครึ่งตัวคน ดูเหมือนไม้เท้ากระดูกขาว วาด อักขระปีศาจเกินรับรู ้
จากข้อมูลที่ระบุไว้ เผ่าย่อยต่าง ๆ ของจระเข้กลืนสวรรค์จะจัด พิธีปลุกพลังทุกหกเดือนให้กับจระเข้กลืนสวรรค์เกิดใหม่
พิธีปลุกพลังต้องใช ้สองสิ่ง หนึ่งคือแท่นบวงสรวง สองคือ สื่อกลางอันสร ้างจากอักขระปีศาจ
แท่งเขี้ยวมหึมานั้นคือสื่อปลุกพลังซึ่งสร ้างโดยเผ่าจระเข้กลืน สวรรค์
ภายใต้สายตาของเจียงผิงอัน จระเข้กลืนสวรรค์ขั้นต้นขอบเขต แปรเทวะซึ่งถือสื่อปลุกพลังอยู่ชี้ปลายเขี้ยวไปที่หว่างคิ้วของจระเข้ ตรงหน้าตน
ทันทีที่ทั้งสองสัมผัส จระเข้กลืนสวรรค์ตัวน้อยก็เผยปราณปีศาจ รุนแรง พลังกลืนกินหลากจากร่าง แล้วปราณวิญญาณในฟ้ าดินก็ ทะลักเข้าสู่ร่างของมันอย่างบ้าคลั่ง
เห็นเช่นนี้ หัวใจของเจียงผิงอันก็เร่งจังหวะเล็กน้อย
นี่แหละสิ่งที่เขาต้องการ!
หากปลุกพลังกลืนกินให้อวตาร ผนวกกับสายเลือดที่บรรพชน เผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ทิ้งไว้ พลังต่อสู้ของเขาจะพัฒนาได้อีกหลาย ระดับ!
เฉิงเซวียนในชุดเกราะเหล็กสีน้าเงินมองจระเข้กลืนสวรรค์ เหล่านี้แล้วกาหมัด ดวงตาแดงฉานด้วยความแค้น
นางหันมาถ่ายทอดกระแสปราณกล่าวกับคนทั้งหลาย “ทาตาม แผน”
“แผนคืออะไร?” เจียงผิงอันส่งกระแสปราณถาม
ฝั่งพวกเขามียอดฝีมือขั้นต้นขอบเขตแปรเทวะเพียงหนึ่ง ขณะที่ อีกฝ่ายมีสอง และยังเป็ นจระเข้กลืนสวรรค์อันแข็งแกร่ง
ต้องใช ้แผนใดจึงสู้จระเข้กลืนสวรรค์เหล่านี้ได้?
ทันใดนั้น เฉิงอวี่เฉินซึ่งตามคนทั้งหลายมาพลันนาธงค่ายกลผืน หนึ่งออกมา
ธงค่ายกลเรืองแสงเจิดจรัส อักขระคลี่ตัวเต็มฟ้ า สร ้างม่านอาคม มหึมากักร่างคนทั้งหลายไว้
คนทั้งสิบกว่าชีวิตพลันปรากฏลักษณ์ ขณะที่เฉิงอวี่เฉินถอยห่าง เฉียบพลัน
เมื่อสัมผัสอานาจนี้ได้ จระเข้กลืนสวรรค์นับหมื่นรายล้อมพลัน หันกลับมาพร ้อมเพรียง
จระเข้กลืนสวรรค์ขั้นต้นขอบเขตแปรเทวะทั้งสองเห็นพวกเขา ทันที
หัวใจของเจียงผิงอันดิ่งวูบ เขาหาคาดคิดถึงสถานการณ์นี้ไม่
ปรากฏว่าเฉิงอวี่เฉินเป็ นคนทรยศ แล้วเขาถูกหลอกใช ้!
“ถอย!” เฉิงเซวียนค าราม
นางชักมีดที่เอวฟันใส่อาคม แต่อาคมนั้นแข็งอย่างยิ่ง หาได้ สะทกสะท้านไม่
พวกเขาติดอยู่ที่นี่! แม้ยอดฝีมือขั้นต้นขอบเขตแปรเทวะลงมือก็ มิอาจฝ่าไปได้!
สีหน้าปวงชนแปรเปลี่ยนมหันต์ หันมองเฉิงอวี่เฉินนอกอาคม อย่างไม่อยากเชื่อ
“อวี่เฉิน นี่เจ้าจะทาอะไร!” เฉิงเซวียนแผดเสียงใส่เฉิงอวี่เฉินนอก อาคม
เฉิงอวี่เฉินมิกล้ามองหน้าเฉิงเซวียนในอาคม “พี่หญิง ข้าขอโทษ ข้าเคยถูกพวกมันจับตัวไปฝังแมลงกลืนกินในตัว หากข้าไม่เชื่อฟัง พวกมัน ข้าจะตาย ข้า… ไม่อยากตาย”
ในช่วงท้าย เฉิงอวี่เฉินพูดไม่ออก เขาก้มหน้าลงอย่างละอาย
แมลงกลืนกินเป็ นแมลงพิเศษที่เกี่ยวข้องกับจระเข้กลืนสวรรค์ หากฝังในตัวผู้ฝึกตน จะสามารถควบคุมวิญญาณแรกก าเนิดในตัวผู้ ฝึกตนได้
จระเข้กลืนสวรรค์สามารถสั่งการแมลงให้สังหารผู้ที่มันชอนไช อยู่ได้ในค านึงเดียว
ขอเพียงถูกฝังแมลงนี้ ก็ไร ้ทางแก้เว้นแต่ผู้ควบคุมจะสั่งการปลด แมลงด้วยตนเอง
“ฮ่า ๆ~”
จระเข้กลืนสวรรค์ขั้นต้นขอบเขตแปรเทวะทั้งสองเหินเข้ามาด้วย รอยยิ้มย่ามใจ
“ไอ้พวกโง่ คิดว่าเราไม่รู ้หรือว่าพวกเจ้าคิดลอบโจมตี? พวกเจ้า เผ่ามนุษย์เรียกว่าอะไรนะ แผนซ ้อนแผนไงล่ะ!”
เฉิงเซวียนและผู้ฝึกตนอีกสิบกว่าคนในอาคมดูสิ้นหวัง
จระเข้กลืนสวรรค์ขอบเขตแปรเทวะอีกตนกล่าวกับเฉินเซวียน เสียงเย็น “มิคาดเลยว่าจะยังมีผู้เหลือรอดจากเมืองเสินปิงอยู่อีก”
“ได้ยินว่าเมืองเสินปิงของพวกเจ้ามีวิชาลึกลับที่สามารถฝึกฝน ศาสตราได้นี่ ส่งวิชาลับนั่นมา แล้วให้ข้าผู้ยิ่งใหญ่ฝังแมลงกลืนกิน เสีย ข้าผู้นี้ก็จะยอมหลับตาปล่อยเจ้ารอดไปได้ หาไม่… ตาย!”
เฉิงเซวียนเมินจระเข้กลืนสวรรค์ไป สายตามองเพียงเฉิงอวี่เฉิน น้าตาเอ่อคลอ กล่าวอย่างสุดร ้าวราน “ข้าเป็ นพี่สาวเจ้านะ!”
ผู้ฝึกตนคนอื่น ๆ สบถด่าอย่างเคืองแค้น “เฉิงอวี่เฉินไอ้สารเลว! ต่อให้ตายเป็ นผี ข้าก็จะไม่ละเว้นเจ้า!!”
“เฉิงอวี่เฉิน! เมืองเราถูกสารเลวพวกนี้ทาลาย! แต่เจ้ากลับเป็ น สุนัขรับใช ้พวกมัน!”
ยามเผชิญเสียงก่นด่าอย่างโกรธแค้นจากเหล่าสหาย เฉิงอวี่เฉิน ก็เบือนหน้าหนี หยาดน้าตาอาบแก้ม “ขอโทษด้วย ข้าแค่อยากมี ชีวิต”
ในที่สุดจระเข้กลืนสวรรค์ตนอื่น ๆ ก็ประจักษ์แจ้ง ที่แท้หัวหน้า เผ่าย่อยก็วางกับดักล่อมนุษย์กลุ่มหนึ่งมา ตกใจหมด นึกว่าศัตรูบุก เสียอีก
“ปากบอกเผ่ามนุษย์ไม่กลัวตาย ขาจะตายแล้ว ที่แท้ก็มีแต่พวก มนุษย์ตาขาว”
“อวดโอ่ทั้งเพ ข้าเคยกินมนุษย์มาก็เยอะ ทุกครั้งก่อนกินไป ข้า บอกให้พวกมันคุกเข่าขอชีวิตแล้วข้าจะปล่อยไป พวกมันก็ท าจริง ๆ คุกเข่าขอความเมตตากันใหญ่ สนุกมากเลยล่ะ ฮ่า ๆ~”
“ฮ่า ๆ~”
เหล่าจระเข้กลืนสวรรค์เสสรวล มนุษย์เหล่านี้ช่างโง่เง่าเสียนี่ กระไร
ขณะที่จระเข้กลืนสวรรค์กาลังหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เฉิงอวี่เฉินก็ หันมามองพี่สาวและสหายตนในอาคมด้วยสายตาอ่อนโยน ขณะ พึมพ าว่า “ลาก่อนนะ”
โดยไม่รอจระเข้กลืนสวรรค์เหล่านี้ไหวตัว อักขระลึกลับตัวหนึ่งก็ ระเบิดออกจากร่างของเฉิงอวี่เฉิน อานาจของมันอย่างน้อยก็ แข็งแกร่งมิต่างกับการลงมือสุดกาลังของยอดฝีมือขั้นกลางขอบเขต แปรเทวะ!
อานาจนี้ปกคลุมจระเข้กลืนสวรรค์ทั้งหลายโดยพลัน ไม่ว่ากวาด ผ่านที่ใด จระเข้กลืนสวรรค์ซึ่งสรวลเสเฮฮาต่างกลายเป็ นธุลี
ฟ้ าดินแปรเปลี่ยนสีสัน เมฆลมคารนลั่นเลื่อน พลังชวนผวาแผ่ ไกลร ้อยลี้ เรืองรัศมีกลบแสงมวลดารา
จระเข้กลืนสวรรค์นับล้านในเผ่าย่อยล้วนมิพ้นขอบเขตพลังนี้
ยามระเบิดเลื่อนลั่น อาคมใกล้เคียงสั่นไหวรุนแรง ผู้ฝึกตนสิบ กว่าคนล้วนรื้นน้าตาอยู่ภายใน
เจียงผิงอันซึ่งกาลังคิดว่าจะหนีเช่นไรผงะไปทันที
เฉิงอวี่เฉิน… มิใช่ไส้ศึก
ในที่สุด ขณะนี้เขาก็ได้ทราบว่าแผนที่ว่าคืออะไร
เฉิงเซวียนคุกเข่าลงกับพื้น ร่าไห้อย่างเงียบเชียบ
เมื่อเดือนก่อน พวกเขาเข้ามาในถิ่นจระเข้กลืนสวรรค์เพื่อหา โอกาสฆ่าจระเข้กลืนสวรรค์สักสองสามตนเพื่อระบายโทสะ
แต่น้องชายของนางถูกยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะของเผ่าจระเข้ กลืนสวรรค์ตนหนึ่งจับได้ ฝังแมลงกลืนกินเข้าไป ตั้งใจควบคุม น้องชายมาฆ่าพวกนางทั้งหมด
น้องชายนางรู ้ว่าตนไม่อาจรอด จึงใช ้ตนเป็ นไส้ศึก แสร ้งท าเป็ น หักหลังพวกนาง ตั้งใจใช ้ยันต์แผ่นหนึ่งซึ่งสะกดการโจมตีของยอด ฝีมือขั้นกลางขอบเขตแปรเทวะเพื่อฆ่าตัวตายไปกับยอดฝีมือขั้นต้น ขอบเขตแปรเทวะทั้งสองและจระเข้กลืนสวรรค์นับล้านเหล่านี้
นี่คือแผนสุดท้าย
นับแต่แรกจนบัดนี้ เฉิงอวี่เฉินไม่เคยทรยศบ้านเมืองและ มนุษยชาติ
ดวงตาของเฉิงเซวียนพร่ามัว ในใจล่องลอยไปถึงบทสนทนา ระหว่างนางและน้องชายในวันนั้น
“น้องชาย เจ้ากลัวหรือไม่?”
เฉิงอวี่เฉินแย้มยิ้มเรียบเรื่อย “ฆ่าศัตรูล้างแค้นให้บ้านเมือง ไฉน เลยต้องกลัว?”
ความตายนั้นเลวร ้าย แต่ยามผู้เป็ นที่รักตกตายอย่างน่าเวทนา บ้านเมืองพินาศสิ้น ความตายนับเป็ นอะไร?
เดิมทีเฉิงอวี่เฉินมีอนาคตยาวไกล แต่โลกหล้านั้นไร ้จีรัง เขาต้อง ตกตายอย่างน่าเวทนา กระทั่งซากยังไม่เหลือให้เก็บ
เจียงผิงอันเงียบไป เขาจ้องมองจุดที่เฉิงอวี่เฉินระเบิดตัวตาย อย่างเคร่งขรึม สายตาสุดแสนชื่นชม
กร๊อบ!
ม่านอาคมสลายตัว
ม่านอาคมนี้มิได้สร ้างไว้เพื่อกักพวกเขา แต่เพื่อปกป้ องพวกเขา
ทันใดนั้น เจียงผิงอันก็เห็นบางสิ่ง ม่านตาของเขาหดตัว ตะโกน ขึ้นว่า “ยอดฝีมือขั้นต้นขอบเขตแปรเทวะสองตนนั่นยังไม่ตาย!”
ทันใดนั้น ทุกผู้ซึ่งจมในความเศร ้าอาลัยต่างหัวใจสะท้านรุนแรง สะกดความเศร ้าไว้ทันที
“ไอ้พวกแมลงเผ่ามนุษย์น่ารังเกียจ! ข้าผู้ยิ่งใหญ่จะกัดเจ้าให้ แหลกตาย!”
ท่ามกลางฝุ่นควัน หนึ่งเสียงคารามด้วยโทสะดังออกมา
บทที่ 245 ยังมีชีวิต
จระเข้กลืนสวรรค์แผ่ปราณชวนสะพรึงออกมาปัดเป่ าฝุ่ นควัน เผยร่างโชกเลือดของพวกมัน
จระเข้กลืนสวรรค์ขอบเขตแปรเทวะทั้งสองบนแท่นบวงสรวงถูก เผาผลาญดาเกรียม กระดูกด่างดาหลายจุด โลหิตหลากหลั่ง
แท่นบวงสรวงใต้เท้าของพวกเขาเปล่งแสงประหลาด หยุดการ ลอบโจมตีของยันต์ สลายปราณส่วนใหญ่ไปสิ้น
มิเช่นนั้น พวกมันคงตายไปแล้ว!
สีหน้าของเฉิงเซวียนและคณะแปรเปลี่ยนเฉียบพลัน ดวงตา ปรากฏความกลัว
จระเข้กลืนสวรรค์ที่แข็งแกร่งสูงสุดทั้งสองรอดตาย!
จระเข้กลืนสวรรค์ทั้งสองรีบกลืนโอสถล้าค่าคืนสภาพตนเอง
จระเข้กลืนสวรรค์ทางซ ้ายฉีกผิวไหม้บนร่างออก จ้องมองคณะ ของเฉิงเซวียนพลางแผดเสียงอย่างดุดัน “ข้าจะกินพวกเจ้าให้หมด!”
“ข้าจะตามไป! รีบวิ่งเสีย!” เฉิงเซวียนกามีดในมือ ดวงตาแดงก่า
เฉิงอวี่เฉินสละชีพ แต่มิอาจสังหารจระเข้กลืนสวรรค์ทั้งสองได้ ทาได้เพียงให้พวกมันบาดเจ็บสาหัสเท่านั้น
แม้การโจมตีจะรุนแรง แต่ถึงอย่างไรพวกมันก็เป็ นจระเข้กลืน สวรรค์ขั้นต้นขอบเขตแปรเทวะสองตน พละกาลังเหนือชั้นกว่าผู้ฝึก ตนขั้นต้นขอบเขตแปรเทวะทั่วไป
เฉิงเซวียนตัดสินใจหนี ผู้อื่นจึงมีโอกาสรอด
ผู้ฝึ กตนขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดสิบกว่าคนช าเลืองกัน ดวงตาเรืองประกายเด็ดเดี่ยว
พวกเขาไม่หนี แต่โยนสมบัติวิเศษเก็บของของตนให้กับเฉิงเซ วียน ก่อนจะพุ่งตรงเข้าใส่จระเข้กลืนสวรรค์ทั้งสอง
“องค์หญิง! โปรดอยู่รอดต่อไปด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”
“ท่านต้องล้างแค้นให้เราด้วยนะ!”
“ท่านคือความหวังสุดท้ายของเราเมืองเสินปิง!”
พวกเขาทราบจุดจบของการเผชิญหน้าจระเข้กลืนสวรรค์ทั้งสอง ดี แต่ในขณะนี้หามีความกลัวในสายตาไม่ มีเพียงความเด็ดเดี่ยว เท่านั้น
ยามเห็นผู้ฝึกตนมนุษย์ขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดปรี่เข้ามา จระเข้กลืนสวรรค์ทั้งสองก็เผยสีหน้าเหยียดหยัน
ผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดเหล่านี้มิอาจทาร ้ายพวก เขาได้สักนิด…
เปรี้ยง!
เปรี้ยง! เปรี้ยง!
ผู้ฝึ กตนซึ่งพุ่งเข้ามาหามีเจตนาต่อสู้ไม่ พวกเขาส่งปราณ ทั้งหมดสู่วิญญาณแรกกาเนิด ระเบิดตัวเองใส่อีกฝ่ายทันที!
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
แรงระเบิดร ้ายกาจสะท้านสู่ท้องนภา ปกคลุมไปหลายสิบลี้
“ไม่!”
เฉิงเซวียนแผดเสียงจนแหบแห้งอย่างสุดอาวรณ์ คนเหล่านี้เป็ น ผู้เหลือรอดกลุ่มสุดท้ายในเมืองเสินปิงแล้ว
“องค์หญิง หนีไปเถิด อย่าให้เราต้องตายเปล่า!” ผู้ฝึกตนหญิง คนสุดท้ายกล่าวก่อนระเบิดตนเอง
การระเบิดตนเองของผู้ฝึกตนสิบกว่าคนสร้างก าแพงปราณหนา ทึบ ตัดก าลังสองยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะเพื่อถ่วงเวลาช่วยชีวิต เฉิงเซวียน
หยาดน้าตาโลหิตไหลอาบแก้มเฉิงเซวียนอย่างร ้าวราน โทสะอัด แน่นปะปนกับความอาดูร ขณะที่นางพาเจียงผิงอันซึ่งเหลืออยู่เพียง หนึ่งรีบหนีไป
การระเบิดตนเองของผู้ฝึ กตนขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด ทั้งหลายน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก สร ้างอานาจมหาศาลจนกระทั่งจระเข้
กลืนสวรรค์ขั้นต้นขอบเขตแปรเทวะทั้งสองยังมิกล้ารับตรง ๆ ได้แต่ ก่อม่านพลังเข้าฝืนต้าน
“แมลงน่าโมโหพวกนี้!”
การระเบิดตนเองของผู้ฝึ กตนขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด ทั้งหลายซื้อเวลาได้เพียงครู่ ยามแรงระเบิดคลายตัว จระเข้กลืน สวรรค์ขั้นต้นขอบเขตแปรเทวะทั้งสองก็เดือดดาล แปรเป็ นลาแสงไล่ ล่าตามไป
แต่พวกเขาถูกเปิดฉากลอบโจมตีมาไม่พอ ยังถูกกระทบจาก การระเบิดตนเองของผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดเหล่านี้ ปราณส่วนใหญ่ในกายสิ้นไปแล้ว จึงมิอาจตามเฉิงเซวียนได้ทัน
ขณะนี้ จระเข้กลืนสวรรค์ตัวมหึมา ยาวพันจั้งยืนขวางตรงหน้า เฉิงเซวียน
จระเข้กลืนสวรรค์ตนที่สามนี้ ปรากฏว่าอยู่ในขั้นต้นขอบเขต แปรเทวะ!
“ข้าบังเอิญผ่านมาพอดี ก็คิดอยู่ว่าเอะอะอะไรกันเสียงดังเชียว ที่ แท้ก็มีแมลงหาญกล้า มาบุกถิ่นเราเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์”
ปราณเย็นเยียบชวนสะพรึงจี้ตรงมายังเฉิงเซวียนและเจียงผิงอัน
ความหวังซึ่งเพิ่งบังเกิดในหัวใจเฉิงเซวียนมลายสิ้น มิคาดเลยว่า โชคของนางจะเลวร ้ายจนบังเอิญมีจระเข้กลืนสวรรค์ผ่านทางมาพบ เข้า
หากมิใช่เพราะจระเข้กลืนสวรรค์ตนนี้ นางจะหนีได้อยู่แล้วเชียว
แต่คิดไปก็ถูก ถึงอย่างไร ที่นี่ก็คือถิ่นของจระเข้กลืนสวรรค์ จะ พบจระเข้กลืนสวรรค์ตนอื่นก็เป็ นเรื่องธรรมดา
เฉิงเซวียนเหวี่ยงร่างเจียงผิงอันออกไป “หนีไปซะ!”
นางรู ้ว่าหนนี้โชคไม่ดีอย่างยิ่ง หากมีใครสักคนรอดไปได้ ก็ยัง ดีกว่าตายที่นี่กันหมด
เจียงผิงอันรีบใช ้แรงส่งนี้หนีไปอย่างรวดเร็ว
“คิดหนีหรือ! อย่าฝันไปหน่อยเลย!”
จระเข้กลืนสวรรค์ตัวยาวพันจั้งอ้าปาก หลุมดามหึมาปรากฏขึ้น แรงสูบมหาศาลดูดปราณในฟ้ าดินเข้ามาพร ้อมกับเจียงผิงอัน
เฉิงเซวียนรีบเงื้อมีดฟันใส่จระเข้กลืนสวรรค์สุดแรง เจตจานงมีด ทะลวงฟ้ าช าแรกดิน คิดช่วยชีวิตเจียงผิงอัน
จระเข้กลืนสวรรค์เงื้อกรงเล็บอันเต็มไปด้วยซี่เกล็ดขึ้นรับ เจตจานงมีดนั้นระเบิดพร ้อมเสียงโลหะปะทะสนั่น แม้แต่เกล็ดก็มิอาจ สร ้างความเสียหาย
“ข้าผู้นี้บ่มร่างในศิลาหลอมพันปี กายาแข็งเกินใดเปรียบ การ โจมตีขยะพรรค์นี้จะทาร ้ายข้าผู้ยิ่งใหญ่ได้หรือ?”
คู่เนตรชวนสะพรึงของจระเข้กลืนสวรรค์จ้องมองเฉิงเซวียนอย่าง เหยียดหยามดูแคลน
เฉิงเซวียนมองเจียงผิงอันผู้เจียนถูกกลืนด้วยสีหน้าร้าวราน ชะรอยวันนี้พวกนางจะไม่เหลือผู้ใดรอด
นอกจากจระเข้กลืนสวรรค์ตนนี้ ยังมีอีกสองตนไล่หลังมา มิอาจ หนีพ้นได้เลย
เมืองเสินปิงจะเหลือเพียงประวัติศาสตร ์อย่างสมบูรณ์
ขณะที่เจียงผิงอันกาลังจะถูกจระเข้กลืนสวรรค์กลืนกิน เขาก็เงื้อ หมัดชกออกมา
จระเข้กลืนสวรรค์เห็นการกระท าของเจียงผิงอัน แต่หาได้สนใจ ไม่
ผู้ฝึ กตนในขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิดเป็ นเพียงตัวตนจ้อย ร่อย อย่าว่าแต่หนึ่งหมัดเลย หมื่นหมัดก็ไม่สะท้านผิว
พริบตานั้น มือขวาของเจียงผิงอันก็ปกคลุมด้วยอักขระคนเถื่อน เสริมก าลังสองเท่าตัว
วิชาเทียมเทพสงครามขั้นสามถูกเรียกใช ้ทวีพลังต่อสู้ขึ้นอีก
กฎแห่งก าลังและกฎจานงสัประยุทธ ์ปกคลุมทั่วกาย
อานาจทั้งหมดรวมกันที่แขนขวา
ด้วยอานาจทั้งหมดนี้ มิติรอบข้างบิดเบี้ยวแปรปรวน
ในที่สุดจระเข้กลืนสวรรค์ก็ประจักษ์ถึงอันตราย ม่านตาของมัน หดตัวรวดเร็ว
มันคิดหลบเลี่ยง แต่ก็สายไป
ตู้ม!
หนึ่งแรงระเบิดสะท้านฟ้ าดินเลื่อนลั่น อานาจรุนแรงก่อเกิดกระแส ลมกระโชกคลั่ง ทลายบรรพตลงมากมาย ขณะที่เฉิงเซวียนก็ถูกหอบ กระเด็น
ศีรษะมหึมาของจระเข้กลืนสวรรค์แหลกระเบิด โลหิตย้อมนภา เป็ นพิรุณเลือด
เฉิงเซวียนผู้สิ้นหวังและจระเข้กลืนสวรรค์ทั้งสองที่ไล่ตามมาต่าง ผงะจังงังไปยามประจักษ์ ศีรษะว่างโล่ง
พวกเขาเผลอคิดไปกระทั่งว่าตนประเมินการฝึกฝนของเจียงผิง อันผิดไป
แต่การรับรู ้หาผิดเพี้ยนไม่ แม้ปราณในกายคนผู้นี้จะพิกล แต่ เขาไม่มีทางเป็ นยอดฝี มือขอบเขตแปรเทวะได้เลย เขามีขอบเขต เพียงวิญญาณแรกกาเนิดเท่านั้น!
แต่ผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดคนหนึ่งจะระเบิดศีรษะ จระเข้กลืนสวรรค์ขั้นต้นขอบเขตแปรเทวะในหนึ่งหมัดได้อย่างไร!
ร่างกายเผ่าปีศาจส่วนใหญ่แข็งแกร่งกว่าเผ่ามนุษย์ โดยเฉพาะ จระเข้กลืนสวรรค์ซึ่งมีสภาพร่างกายเป็ นเลิศในหมู่ปี ศาจด้วยกัน กระทั่งก้าวข้ามเผ่ามังกรยามบรรพกาลด้วยซ้าไป
แม้จระเข้กลืนสวรรค์ขณะนี้จะตกต่า แต่ก็ยังฝึกกายาถึงขีดสุด
เมื่อครู่เฉิงเซวียนออกแรงฟันแทงสุดชีวิต แต่ก็ยังทาลายการ ป้ องกันของอีกฝ่ายมิได้!
แต่ศีรษะของผู้มีกายาแข็งแกร่งชวนสะพรึงนี้เองที่ถูกผู้ฝึ กตน ขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดผู้นี้ระเบิดแหลก
หากจระเข้กลืนสวรรค์ตนนี้ไม่เลินเล่อและขัดขืน มันอาจไม่ถูก ชกศีรษะแหลก
จระเข้กลืนสวรรค์ตนนี้ไม่คิดเลยว่าพละกาลังของเจียงผิงอันจะ แข็งแกร่งเพียงนี้
แต่ค าว่า ‘ถ้า’ ไม่มีอยู่จริง
ใครจะคิดว่าผู้ฝึ กตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดผู้หนึ่งจะมี พละกาลังน่ากลัวเพียงนี้
เมื่อเห็นอักขระคนเถื่อนบนร่างเจียงผิงอัน สัมผัสกฎจานง สัประยุทธ ์และปราณพิเศษจากกายอีกฝ่ าย หัวใจของเฉิงเซวียนก็สั่น สะท้านรุนแรง
“เขาคือ…”
ยามการต่อสู้ระหว่างเจียงผิงอันและจระเข้กลืนสวรรค์บังเกิด เฉิง เซวียนก็อยู่ในเหตุการณ์
แม้ทั้งสองมีรูปลักษณ์แตกต่าง แต่นี่คือเจียงผิงอันไม่ผิดแน่!
มีเพียงเจียงผิงอันที่จะมีอานาจชวนสะพรึงเช่นนี้!
เจียงผิงอันเท่านั้นที่มีปราณประหลาดเช่นนี้ในกาย นี่คือปราณ ของขอบเขตผนึกวิญญาณ
“ระวัง! เขายังไม่ตาย!”
หลังอึ้งไปครู่หนึ่ง เฉิงเซวียนก็ตะโกนอย่างร ้อนใจ
ยามบรรลุขอบเขตแปรเทวะ การจะฆ่าให้สิ้นด้วยเพียงทาลาย ศีรษะนั้นมิเป็ นผลแล้ว ต้องทาลายวิญญาณแรกกาเนิดซึ่งแปรสภาพ เป็ นวิญญาณเทวะในกายด้วย
จระเข้กลืนสวรรค์ซึ่งศีรษะระเบิดเงื้อกรงเล็บตบเข้าใส่เจียงผิงอัน
เจียงผิงอันไหวกายพริบตา เปลี่ยนสู่อัสนีเคลื่อนหลบ
แม้ระยะการเคลื่อนที่ของ ‘อัสนีพริบตา’ ขั้นสามจะมีเพียงสามพัน จั้ง แต่มันก็รวดเร็วอย่างยิ่งราวเคลื่อนย้ายมิติ ตามทฤษฎีแล้ว หากใช ้ อัสนีพริบตาได้ต่อเนื่อง ก็จะมีความเร็วสูงล้ากว่ายอดฝี มือขั้นต้น ขอบเขตแปรเทวะทั่วไป
หลังหลบการโจมตีอย่างง่ายดาย เจียงผิงอันก็น าธงค่ายกล ออกมา จ่ายพลังเข้าไป แล้วอักขระก็กางปกคลุมแดนดินในระยะร ้อย ลี้ โอบล้อมทุกชีวิตที่นี่ไว้
นี่คือค่ายกลสังหารสี่ทิศที่เขาได้มาจากผู้ฝึ กตนจากหุบเขา พยัคฆ์ด า
เพื่อจะสู้กับสานักขวานฟ้ า หุบเขาพยัคฆ์ดาทุ่มทุนที่รอมริบมา หลายร ้อยปีเพื่อซื้อค่ายกลสังหารสี่ทิศ
ค่ายกลสังหารนี้แข็งแกร่งที่สุด สามารถขวางการโจมตีของยอด ฝีมือขั้นปลายขอบเขตแปรเทวะได้
เมื่อถูกค่ายกลกางครอบ ศัตรูจะถูกสูบปราณอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ฝ่ายผู้ใช ้จะมีปราณเติมไม่ขาดสาย
หลังแปรสภาพมันหลายปี มันก็อยู่ในควบคุมของเขาเนิ่นนาน
เจียงผิงอันยืนกลางอากาศ สีหน้าเรียบเฉย จ้องมองจระเข้กลืน สวรรค์ทั้งสามอย่างเฉยชา
“ข้าสาบานไว้ว่า ทาร ้ายอาจารย์ข้าหนึ่งหน ข้าจะฆ่าพวกเจ้า จระเข้กลืนสวรรค์หมื่นตน”
ร่างของจระเข้กลืนสวรรค์สั่นสะท้านรุนแรง หนึ่งความคิดน่าขัน ปรากฏในใจ
พวกมันทั้งสามเป็ นยอดฝีมือขั้นต้นขอบเขตแปรเทวะ แต่กลับถูก ผู้ฝึกตนขอบเขตจิตวิญญาณแรกกาเนิดผู้หนึ่งต้อนจนมุม!
บทที่ 246 ประชันแปรเทวะ
สีหน้าของเจียงผิงอันเคร่งขรึม ถามเฉิงเซวียนว่า “ข้ารับมือหนึ่ง เจ้ารับมือสอง ขัดข้องหรือไม่?”
โดยไม่รอเฉิงเซวียนตอบกลับ วิญญาณแรกก าเนิดในร่างจระเข้ กลืนสวรรค์ซึ่งถูกขยี้ศีรษะก็แผดเสียงอย่างเดือดดาล
“แมลงงี่เง่า! อย่ากร่างไปหน่อยเลย! เมื่อครู่ข้าผู้ยิ่งใหญ่ก็แค่ เลินเล่อ จากนี้ข้าจะสับเจ้าเป็ นหมื่น ๆ ชิ้น!”
ปรากฏว่าเขาถูกผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดผู้หนึ่งชก หัวระเบิด
หากเรื่องนี้แพร่งพราย อย่าหวังเลยว่าจะพบหน้าใครได้
เมื่อเร่งปราณวิญญาณในกาย ศีรษะที่ระเบิดไปก็งอกใหม่ด้วย ความเร็วสูงจนเห็นได้ด้วยตาเปล่า
เมื่อบรรลุขอบเขตแปรเทวะ การงอกอวัยวะใหม่ง่ายดายอย่างยิ่ง แต่จะแลกมาด้วยปราณมหาศาล
ทว่า ปราณที่เหลือก็เพียงพอรับมือผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณ แรกก าเนิดสักคนได้
“รุมเลย! เขมือบแมลงสองตัวนี่เสีย!”
จระเข้กลืนสวรรค์บาดเจ็บทั้งสามรุมโจมตีพวกเขาทั้งสอง
จระเข้กลืนสวรรค์ขั้นต้นขอบเขตแปรเทวะเช่นพวกมันกลับต้อง เสียหายเพียงนี้เพราะมนุษย์ไม่กี่คน นี่เป็ นความอับอายสถานหนัก ฆ่าพวกเขาสองคนไปก็ยังมิอาจปล่อยวางได้
หัวใจเฉิงเซวียนเองก็เปี่ ยมความแค้น เมืองเสินปิ งถูกทาลาย สหายและน้องชายล้วนตกตายอย่างน่าเวทนา
ต้นตอของเรื่องทั้งหมดนี้คือจระเข้กลืนสวรรค์!
เฉิงเซวียนกามีดในมือ จู่โจมสองยอดฝีมือขั้นต้นขอบเขตแปรเท วะที่ไล่ตามมา
เจียงผิงอันเผชิญจระเข้กลืนสวรรค์ซึ่งถูกตนเล่นงานไปเมื่อครู่
จระเข้กลืนสวรรค์ฟาดกรงเล็บเต็มก าลัง วายุหวีดหวิวเผยอ านาจ ชวนสะพรึงเจียนฉีกกระชากสุญตา
“แมลงหน้าโง่! ตายซะ!”
แม้พละกาลังของมนุษย์ตรงหน้าจะสูงส่ง แต่สุดท้ายนั่นก็เป็ น เพียงตัวตนขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด ตบเพียงหนก็ตายแล้ว
เจียงผิงอันมิได้หลบ เขาเงื้อหมัดเข้ารับการโจมตี
ยามจระเข้กลืนสวรรค์เห็นภาพนี้ มันก็เหมือนพินิจคนโง่
แม้มนุษย์นี่จะแข็งแกร่ง แต่จะประมือยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะ ตรง ๆ ได้หรือ?
ยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะนั้นเริ่มทาความเข้าใจกฎเกณฑ์ขั้น สองแล้ว
กฎเกณฑ์ขั้นสองเผชิญขั้นหนึ่ง ขั้นสองย่อมแข็งแกร่งกว่าเป็ น ไหน ๆ
เว้นแต่ศัตรูจะใช ้กฎเกณฑ์ขั้นหนึ่งสองอย่างขึ้นไปออกมาพร ้อม กัน จึงพอสกัดกฎเกณฑ์ขั้นสองได้
หาไม่ ได้ระเบิดแหลกแน่แท้!
“ไอ้โง่สมองน้อย!” กรงเล็บของจระเข้กลืนสวรรค์เรืองประกาย เย็นเยียบ เฉียดเข้ามาใกล้เจียงผิงอัน
สายตาของเจียงผิงอันเยือกเย็น ขณะนี้ เขาสื่อจิตถึงเกราะรบ จานงศึกที่ข้อมือ
ชุดเกราะเย็นเยียบสีดาสนิทปกคลุมทั่วร่างของเขาทันใด ผืนผ้า คลุมสะบัดโบก ปราณทะยานสูงเป็ นสี่เท่า ดุจทหารกล้าบรรพกาลผู้ ไร้ปรานี
เปรี้ยง!
สองฤทธิ์ปะทะกัน
ภาพอันสะเทือนขวัญของทั้งเฉิงเซวียนและจระเข้กลืนสวรรค์ ขอบเขตแปรเทวะอีกสองตนปรากฏขึ้น
จระเข้กลืนสวรรค์ขนาดพันจั้งถูกฟาดกระเด็นกลับไปอย่าง โหดร ้าย ขณะที่เจียงผิงอันไม่เขยื้อนสักนิด!
เมื่อเห็นเกราะบนตัวเจียงผิงอัน เฉิงเซวียนและเหล่าจระเข้กลืน สวรรค์ก็ตกตะลึง
“เกราะรบจานงศึกขั้นสี่!”
พวกเขาล้วนรู ้จักเกราะที่เจียงผิงอันสวม
เกราะรบจานงศึก เป็ นเลิศทั้งคุ้มกันโจมตีนี้ มหาจักรพรรดิเป็ น ผู้สร ้าง ตกทอดกันมาจนทุกวันนี้ มีบทบาทสาคัญในประวัติศาสตร ์ การเรืองอ านาจของเผ่าพันธุ์มนุษย์
และยังเป็ นหนึ่งในชุดเกราะอันลือนามสูงสุดในโลกหล้าผู้ฝึกตน
ควรค่ากล่าวถึงว่าชุดเกราะสีน้าเงินบนร่างเฉิงเซวียนก็เป็ นเกราะ รบจ านงศึกเช่นกัน
แต่มันระดับสูงไม่เท่าชุดเกราะที่หวังเหรินซื้อให้เจียงผิงอัน
เกราะที่เฉิงเซวียนสวมเป็ นเกราะรบจานงศึกขั้นสอง ขณะที่เกราะ ของเจียงผิงอันเป็ นขั้นสี่ เพิ่มพลังทั้งป้ องกันโจมตีสี่เท่าตัว
เกราะของเจียงผิงอันยังยืดหดตามใจ พกพาสะดวกยิ่ง ขณะที่ เกราะรบจานงศึกขั้นสองไร ้ความสามารถนี้
ความแตกต่างสูงสุดระหว่างเกราะรบจานงศึกและเกราะอื่น ๆ นั้น อยู่ตรงที่ ยิ่งจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้กล้าแกร่ง เกราะนี้ยิ่งทรงพลัง
เข้ากันได้อย่างสมบูรณ์แบบกับกายาศักดิ์สิทธิ์ซึ่งบรรลุกฎจานง สัประยุทธ ์
นี่จึงเป็ นเหตุให้หวังเหรินซื้อสมบัตินี้แก่เจียงผิงอัน
หนึ่งในสิ่งที่มอบความมั่นใจให้เจียงผิงอันกล้าประชันจระเข้กลืน สวรรค์ขอบเขตแปรเทวะก็คือเกราะรบจานงศึกที่อาจารย์ให้มาชุดนี้
มีอักขระเพิ่มพละกาลังสองเท่า วิชาเทียมเทพสงครามทวีพลัง ต่อสู้สามทบ เกราะรบจานงศึกคูณฤทธิ์อีกสี่หน เจียงผิงอันก็ไม่กลัว ตัวตนขั้นต้นขอบเขตแปรเทวะผู้ใดอีก!
หลังประมือกันครั้งนี้ ได้ประจักษ์ความน่ากลัวของจระเข้กลืน สวรรค์ขอบเขตแปรเทวะ จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของเจียงผิงอันก็ ปะทุขึ้นมา
ภาพฉายวิญญาณศึกสูงสามสิบจั้งปรากฏขึ้นเบื้องหลัง ครั้งนี้ วิญญาณศึกแตกต่างไปจากกาลก่อน ภาพฉายของมันก็สวมเกราะ มายาเช่นกัน!
มันดูทรงพลังอหังการยิ่งกว่า และที่สาคัญเหนือใดคือ วิญญาณ ศึกก็พัฒนาความแข็งแกร่งเช่นกัน!
เจียงผิงอันมิคาดเลยว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ด้วย
“กายาศักดิ์สิทธิ์!!”
เมื่อเห็นวิญญาณศึก เหล่าจระเข้กลืนสวรรค์ก็อุทาน
แม้พวกมันจะเป็ นยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะ แต่ก็ยังอดตกใจ ยามได้เห็นวิญญาณศึกปรากฏมิได้
อานาจกายาศักดิ์สิทธิ์สะท้านสะเทือนทุกเผ่าพันธุ์
กายาศักดิ์สิทธิ์ซึ่งโด่งดังเกินใครคือจักรพรรดิมนุษย์
ขณะนั้น มหาจักรพรรดิและผู้ฝึ กตนกลุ่มหนึ่งบรรลุเป็ นเซียน เผ่าพันธุ์ทั้งหลายคิดไปว่านี่คือโอกาสทาลายเผ่ามนุษย์ จึงผนึกก าลัง บุกโจมตี
จักรพรรดิมนุษย์สวมเกราะรบจ านงศึก ถือขวานเบิกสวรรค์ บุก ทะลวงจากฤทัยแผ่นดินสู่แดนประจิม เหยียบย่างเหนือมวลดารา กวาดล้างยอดฝีมือทุกเผ่าพันธุ์
ยอดฝีมือมากมายล้มตาย ทั่วทิศสั่นสะท้าน สร ้างความสุขสงบ นับแสนปีให้กับเผ่ามนุษย์
ขณะนั้น ทุกเผ่าพันธุ์จึงทราบว่าเหตุใดมหาจักรพรรดิและยอด ฝีมือทั้งหลายจึงกล้าจรจาก
และยามนั้นเองที่ปวงชนได้ประจักษ์ความน่าสะพรึงกลัวของกา ยาศักดิ์สิทธิ์
เจียงผิงอันผสานกับภาพฉายวิญญาณศึก ควบคุมวิญญาณศึก สูงสามสิบจั้งเข้าโจมตีจระเข้กลืนสวรรค์
จระเข้กลืนสวรรค์ตรงหน้าเสียความหยิ่งผยองเมื่อครู่ ม่านตา เปี่ยมด้วยความหวาดผวา
“วันนี้ ข้าผู้ยิ่งใหญ่อารมณ์ดี ไม่ฆ่าพวกเจ้าแล้ว! ไสหัวไปเสีย!”
“น่าขัน” เจียงผิงอันไม่สะท้าน หมัดมหึมาชกเข้าใส่ตรง ๆ
“วอนตายเสียแล้ว!”
จระเข้กลืนสวรรค์แผดเสียง คายขวานทองเล่มหนึ่งออกจากปาก แปรลักษณ์สู่ร่างมนุษย์ คว้าขวานทองเข้าปะทะเจียงผิงอัน
หนึ่งในเหตุผลที่ปี ศาจเหล่านี้เปลี่ยนร่างเป็ นมนุษย์ก็เพราะ สะดวกในการใช้งานอาวุธวิเศษมากกว่า
ขวานทองเล่มนี้ก็เป็ นอาวุธวิเศษชั้นดีชิ้นหนึ่ง มีอักขระมากมาย สลักไว้ รัศมีเฉิดฉันเรืองรอง มองปราดเดียวก็ทราบว่าผู้สร้างเป็ น มนุษย์ และไม่รู ้จระเข้กลืนสวรรค์ตนนี้ได้มาอย่างไร
ตู้ม!
ขวานทองปะทะหมัดจ านงศึกของเจียงผิงอัน สร ้างปราณชวนสะ พรึงกวาดทั่วรัศมีหลายสิบลี้ เทือกเขานับไม่ถ้วนถล่มพินาศ
ขณะที่จระเข้กลืนสวรรค์กาลังจะเหวี่ยงขวานที่สอง จู่ ๆ ก็พบว่า ร่างช่างหนักยิ่งนัก ยกขวานได้ยากเย็นยิ่ง
ม่านตาของมันหดตัวเฉียบพลัน เกิดอะไรขึ้น? ท าไมร่างของมัน จึงหนักขึ้น?
กฎแห่งแรงโน้มถ่วง!
ทันทีที่สัมผัสกฎแห่งแรงโน้มถ่วงได้ หมัดของเจียงผิงอันก็พุ่งเข้า มา
เปรี้ยง!
จระเข้กลืนสวรรค์ตนนี้ถูกชกจมดินเฉียบพลัน ปฐพีแยกยาวสิบ กว่าลี้ ศิลาหลอมทะลักไหลจากใต้ภพ ร ้อนแรงชวนสะพรึง
เจียงผิงอันฉวยโอกาสซ้าเติมยามได้เปรียบ ด้วยความช่วยเหลือ จากเกราะรบจ านงศึกและวิญญาณศึก เขาคืบหน้าต่อเยี่ยงเทพ สงคราม
จระเข้กลืนสวรรค์ตนนี้ถูกอัดน่วมเกินต้านทาน มันก็อยากใช ้ วิชาเช่นกัน แต่แรงโน้มถ่วงบนตัวเปลี่ยนอานาจไปมา ทาให้ปราณ ในกายโคจรเดี๋ยวช ้าเดี๋ยวเร็ว กระทบถึงจังหวะการใช ้วิชา
นอกจากนั้น การโจมตีของเจียงผิงอันยังดุเดือดยิ่ง ยากจะใช ้ วิชาใดเข้ารับ
จระเข้กลืนสวรรค์ตนนี้ขวัญผวา ในฐานะผู้ฝึ กตนขั้นต้น ขอบเขตแปรเทวะ มันกลับถูกผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด ก าราบ!
ขณะเดียวกัน เฉิงเซวียนและจระเข้กลืนสวรรค์อีกสองตนจังงัง ทึ่มทื่อ
วิญญาณแรกก าเนิดระเบิดพลังโจมตีแปรเทวะยับเยิน พูดไปคง ไม่มีใครเชื่อ!
แต่จากศึกนี้ ก็เห็นได้เช่นกันว่าเหตุใดเผ่าปีศาจจึงอยากได้อาวุธ วิเศษของเผ่ามนุษย์
อาวุธวิเศษล้าค่าเพียงหนึ่งก็เพิ่มจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ได้ มหาศาล กระทั่งสู้ข้ามขอบเขตยังทาได้!
เจียงผิงอันออกหมัดชกจระเข้กลืนสวรรค์ ทุกหมัดล้วนแล้วท าให้ มันบาดเจ็บสาหัส
หากศัตรูมิได้ใช ้ปราณวิญญาณฟื้นบาดแผล มิเพียงการ เคลื่อนไหวจะเกิดผลกระทบ ยังจะเสียเลือดจนตายได้ด้วย
แต่หากศัตรูใช ้ปราณวิญญาณฟื้นฟู ปราณวิญญาณก็จะยิ่ง สิ้นเปลือง สิ้นแรงตายได้เช่นกัน
“แมลงตัวเหม็น! คิดฆ่าข้าผู้ยิ่งใหญ่ ไม่มีทางเสียหรอก!”
จระเข้กลืนสวรรค์ตนนี้รู ้ว่าเจียงผิงอันคิดอะไรอยู่
หนึ่งภาพประหลาดบังเกิดเฉียบพลัน จู่ ๆ ปราณที่จระเข้กลืน สวรรค์ตนนี้เสียไปก็หวนคืนสู่สมบูรณ์พร ้อม!
“ฮ่า ๆ ไอ้โง่เอ๊ย!”
จระเข้กลืนสวรรค์หัวเราะร่า “สมบัติวิเศษเก็บปราณของเราล้วน อยู่ในท้อง ใช ้หินวิญญาณและสมบัติฟ้ าดินต่าง ๆ ในนั้นเติมปราณ ให้เราได้ทุกเวลา!”
จระเข้กลืนสวรรค์อีกสองตนก็เก็บปราณวิญญาณไว้ไม่น้อยเลย
พรสวรรค์กลืนกินของจระเข้กลืนสวรรค์แข็งแกร่งอย่างยิ่ง ทั้งยัง สามารถย่อยได้เร็ว เปลี่ยนปราณในหินวิญญาณและสมบัติฟ้ าดินมา เป็ นของพวกมันเอง
เป็ นการยากสังหารแม้กระทั่งกับผู้ฝึกตนขอบเขตแปรเทวะทั่วไป นับประสาอะไรกับจระเข้กลืนสวรรค์ซึ่งมีภูมิหลังไม่ธรรมดา
ขณะต่อกรสองจระเข้กลืนสวรรค์ เฉิงเซวียนก็ตะโกนบอกเจียง ผิงอัน “เจ้ารีบควบคุมค่ายกลแล้วออกไปเสีย! ข้าจะหยุดพวกมันไว้ เอง!”
ไม่ว่าพลังต่อสู้ของเจียงผิงอันจะแข็งแกร่งเพียงไร เขาก็ยังเป็ นผู้ ฝึ กตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดคนหนึ่งอยู่ดี หากเป็ นเช่นนี้ ต่อไป จุดจบไม่น่าจะดีเท่าไหร่!
บทที่ 247 ปลิดชีพแปรเทวะ
เจียงผิงอันดูเหมือนไม่ได้ยินวาทะของเฉิงเซวียน เขายังคงออก หมัดโจมตีจระเข้กลืนสวรรค์ต่อไป
“รีบไปเร็วเข้า! อย่าโง่ไปหน่อยเลย!”
เฉิงเซวียนร้อนใจจนอยากสบถด่า “แม้เจ้าจะเป็ นอัจฉริยะ เจ้าก็ เป็ นแค่ผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดผู้หนึ่งอยู่ดี สูบพลังพวก มันไม่ไหวหรอก!”
เจียงผิงอันผู้นี้โง่เง่าหรือไร? หนีได้แต่ไม่หนี ยังจะสู้กับจระเข้กลืน สวรรค์ขอบเขตแปรเทวะต่อไป
เจียงผิงอันชาเลืองอีกฝ่ ายพลางกล่าวเสียงเรียบ “ตั้งใจสู้ต่อไป เถอะ ข้าใช ้ค่ายกลสังหารสี่ทิศอยู่”
“ไม่ว่าจะเป็ นค่ายกลอะไร ก็ไม่มีประ…”
เฉิงเซวียนชะงักกลางคัน
นี่คือค่ายกลสังหารสี่ทิศ?
ยามนี้เอง เฉิงเซวียนจึงประจักษ์ว่าตนดูดซับปราณวิญญาณ รวดเร็วกว่าปกติ สู้มาตั้งเนิ่นนาน ก็ยังมีปราณวิญญาณให้ใช ้ไม่ขาด
ค่ายกลสังหารสี่ทิศเป็ นหนึ่งในค่ายกลลือนามสูงสุดภายใต้ ขอบเขตหลอมสุญตา แน่นอนว่าเฉิงเซวียนเคยได้ยินถึงมันมาก่อน
เมื่อทราบว่านี่คือค่ายกลสังหารสี่ทิศ ความกังวลในใจเฉิงเซวียน ก็มลายหาย คู่เนตรงามจับจ้องสองจระเข้กลืนสวรรค์เบื้องหน้าด้วย จิตสังหารล้นเอ่อ
“ข้าจะล้างแค้นให้น้องชายและคนจากเมืองเสินปิง!”
นางสิ้นกังวลเรื่องการเปลืองปราณ จู่โจมสุดกาลังทันที
ศึกทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ บรรพตถล่มร่วง แดนดินแหลก ร ้าว กฎเกณฑ์มากมายร่ายราฉวัดเฉวียน ประหนึ่งภาพวันมหา วิปโยค
จระเข้กลืนสวรรค์ทั้งสามซึ่งเมื่อครู่ยังกร่างกาเริบพบว่าปราณ ของพวกตนถูกสูบสิ้นเปลืองรวดเร็วขึ้นทุกที
ยามต่อสู้ในค่ายกลสังหารสี่ทิศ การปราณของพวกเขาจะถูกสูบ รวดเร็วขึ้นเรื่อย ๆ
ขณะที่มนุษย์ทั้งสองแทบมิได้เสียปราณวิญญาณในกายไปเลย ใช ้วิชาร ้ายกาจจู่โจมพวกตนได้ต่อเนื่อง
นี่คืออานาจของค่ายกลสังหารสี่ทิศ
แต่ความสามารถของค่ายกลสังหารสี่ทิศยังมีมากกว่านั้นเยอะ
ค่ายกลสังหารสี่ทิศยังมีความสามารถสาคัญอีกอย่าง
เหตุที่มันถูกเรียกเป็ นค่ายกลสังหาร ก็เพราะมันมีอานาจสังหาร รุนแรง
เมื่อค่ายกลสังหารสี่ทิศดูดซับปราณวิญญาณมากขึ้น กระบี่ อักขระอันสร ้างจากปราณวิญญาณก็ปรากฏขึ้น แทงเข้าใส่จระเข้ กลืนสวรรค์ตรงหน้าเจียงผิงอัน
จระเข้กลืนสวรรค์ตนนี้ก็ใช่เชื่องช ้า เบี่ยงหลบรวดเร็ว
ขณะนั้นเอง เจียงผิงอันใช ้วิชาดึงดาราสุดกาลัง เพิ่มแรงโน้มถ่วง บนร่างจระเข้กลืนสวรรค์ ลดความเร็วของมันลง
พรวด!
กระบี่แทงเข้าใส่วิญญาณแรกกาเนิดของจระเข้กลืนสวรรค์
หากมิบรรลุขอบเขตบูรณาการ วิญญาณแรกก าเนิดถูกแทง ทะลวงยามใด ก็มีแต่ตายยามนั้น
“ไม่!”
จระเข้กลืนสวรรค์แผดเสียงอย่างขวัญผวา สะเทือนเลื่อนลั่นเก้า ชั้นสรวง
ในฐานะจระเข้กลืนสวรรค์ขอบเขตแปรเทวะ มาถูกผู้ฝึ กตน ขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดสยบเช่นนี้ จึงไม่เต็มใจนัก
“ตายไปด้วยกันซะ!”
ในวาระสุดท้าย จระเข้กลืนสวรรค์เตรียมพร้อมระเบิดวิญญาณ แรกก าเนิดตายไปกับอีกฝ่ าย
ต่อให้ตาย ก็ขอลากศัตรูไปด้วย
ยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะระเบิดตนเอง ฤทธาย่อมชวนสะพรึง ยิ่ง กินพื้นที่หลายร ้อยลี้ หนีเช่นไรก็ไม่พ้น
มันไม่สนใจว่าจระเข้กลืนสวรรค์อีกสองตนจะบาดเจ็บไปด้วย ขณะนี้มันต้องการเพียงตายไปกับเจียงผิงอันเพื่อระบายโทสะคับอก
“ผนึก!”
แต่เจียงผิงอันจะไม่ปล่อยให้มันบรรลุประสงค์หนึ่งวาจาเอื้อนเอ่ย แผ่วเบา แล้วตรวนวิญญาณชุดหนึ่งก็รัดพันร่างของจระเข้กลืน สวรรค์ กักร่างมันแน่นิ่งทันใด
นี่คือเคล็ดวิชาพลังวิญญาณระดับสูงสุดที่เจียงผิงอันแลกมาใน คุกโน้มถ่วง ‘ผนึกสรวง’
หลังสาเร็จวิชาดึงดารา เขาก็เรียนมันต่อจากนั้นเสมอมา
วิชานี้ส าเร็จง่ายกว่าวิชาดึงดารา
ขั้นแรกและสองเป็ นการผนึกสิ่งของที่มองเห็น
ขั้นสามผนึกพลัง รวมถึงปราณวิญญาณและปราณโลหิตได้
ขั้นที่สี่ผนึกกฎเกณฑ์
ขั้นหนึ่งถึงสามไร ้กฎเกณฑ์เกี่ยวข้อง การเรียนรู ้ทาได้ง่าย ด้วย พลังจิตมหาศาลของเจียงผิงอัน เขาจึงส าเร็จมันได้ง่ายดาย
ขั้นสี่เริ่มมีกฎเกณฑ์เข้าเกี่ยวข้อง ความเร็วการฝึ กฝนช ้าลง เจียงผิงอันจึงติดอยู่ในขั้นนี้
พลังจิตนั้นเหมือนการฝึกฝนวิญญาณและกายา ต้องใช ้อานาจ กฎเกณฑ์เช่นกัน
กฎเกณฑ์พลังจิตนั้น ส่วนใหญ่ก็มีการแบ่งธาตุต่าง ๆ เช่นกัน คล้ายพรสวรรค์ร่างเทวะอยู่ไม่น้อย
เนื่องจากเจียงผิงอันบรรลุกฎจานงสัประยุทธ ์ กฎแห่งกาลัง กฎ แห่งแรงโน้มถ่วงและกฎเกณฑ์แห่งไม้
ดังนั้น พลังจิตของเขาจึงใช ้อานาจกฎเกณฑ์เหล่านี้ได้เช่นกัน
นี่ยังหมายความด้วยว่า หากอีกฝ่ ายคิดดิ้นให้หลุด ก็ต้องสลาย อานาจสี่กฎเกณฑ์นี้ให้ได้ก่อน!
นอกจากนั้น เจียงผิงอันยังควบคุมวิชาดึงดาราเพิ่มแรงกดดันบน ร่างอีกฝ่ายควบคู่ไปด้วย
เมื่อสัมผัสพลังจิตบนร่างได้ ม่านตาของจระเข้กลืนสวรรค์ซึ่งคิด ระเบิดตนเองนี้ก็หดตัวรุนแรง
มนุษย์นี่ยังมีพลังจิตมหาศาลอีก!
นี่ฝึกฝนควบสามแล้วนะ จิต วิญญาณและกายา!
ไฉนมันจึงโชคร ้ายนักหนอ ต้องมาเจอปีศาจเช่นนี้!
จระเข้กลืนสวรรค์ตนนี้ไม่ยอมแพ้ ใช ้สติเฮือกสุดท้ายเร่งปราณ ในกายอย่างบ้าคลั่ง
พันธนาการนี้ทาอะไรมันไม่ได้หรอก!
จริงอยู่ สาหรับผู้ฝึกตนขั้นต้นขอบเขตแปรเทวะ แม้การควบคุม เช่นนี้จะมีผล แต่ไม่มีทางสยบพวกเขาได้อย่างสมบูรณ์
แต่เจียงผิงอันก็ใช่อยู่เฉย
ทันทีที่อีกฝ่ ายถูกควบคุม ร่างของเจียงผิงอันก็พุ่งออกมาจาก วิญญาณศึก ปรากฏตรงหน้าจระเข้กลืนสวรรค์ ออกหมัดขยี้ วิญญาณแรกก าเนิดในตันเถียนของอีกฝ่ายในคราวเดียว
เปรี้ยง!
วิญญาณแรกกาเนิดซึ่งถูกกระบี่อักขระแทงมาก่อนหน้าระเบิด แหลกไปภายใต้ฤทธิ์หมัดชวนสะพรึงนี้ พลังระเบิดทะลักออกอย่างบ้า คลั่ง
“ไม่!”
จระเข้กลืนสวรรค์ตนนี้แสนไม่ยินยอม ตกตายวิญญาณสลายสู่ ฟ้ าดิน
มันมิอาจคาดคิดเลยว่าจะมีวันที่ตนต้องตายด้วยฝี มือผู้ฝึ กตน ขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดผู้หนึ่ง
มันแค่ผ่านทางมาเท่านั้น
หากรู ้แต่แรกว่าเรื่องเช่นนี้จะเกิด มันจะไม่คิดยื่นมือเข้ามาให้ขาย หน้า พาตัวมาตายเช่นนี้เลย
ยามจระเข้กลืนสวรรค์ตนนี้ตกตาย ปราณวิญญาณมหาศาลก็ ทะลักจากร่าง ขณะที่กายเนื้อคืนสู่ร่างแท้ เป็ นจระเข้กลืนสวรรค์ยาว พันจั้ง
ยามจระเข้กลืนสวรรค์อีกสองตนเห็นเช่นนี้ ก็ล้วนขวัญหนีดีฝ่อ
ยอดฝีมือขั้นต้นขอบเขตแปรเทวะมาถูกตัวตนขอบเขตวิญญาณ แรกกาเนิดผู้หนึ่งฆ่าตายอย่างผิดคาด!
หากก่อนหน้าวันนี้ มีใครสักคนบอกพวกเขาว่าตัวตนขอบเขต วิญญาณแรกกาเนิดปลิดชีพแปรเทวะได้ พวกมันคงยิ้มเย้ยก่นด่าอีก ฝ่ายว่าไร ้สมอง ไม่มีทางยอมเชื่อแน่แท้
แต่นั่นคือสัจธรรม! เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาพวกมันเลย!
จระเข้กลืนสวรรค์ทั้งสองสิ้นจิตวิญญาณการต่อสู้ หันกายหนีไป ไม่คิดสู้เฉิงเซวียนอีก
แต่รอบข้างยังมีค่ายกลสังหารสี่ทิศกางอยู่
พวกมันกระหน่าโจมตีค่ายกลอย่างบ้าคลั่ง แต่ก็ไร ้ผลลัพธ ์ใด ๆ นอกจากเปลืองปราณไปเติมพลังให้ค่ายกลสังหารเสียเฉย ๆ
เจียงผิงอันและเฉิงเซวียนบุกเข้ามากระหน่าโจมตีจระเข้กลืน สวรรค์ทั้งสองอย่างบ้าคลั่ง
ด้วยความช่วยเหลือจากค่ายกลสังหารและเกราะรบจ านงศึก จระเข้กลืนสวรรค์ทั้งสองจึงบาดเจ็บสาหัส
“อย่าฆ่าข้า! ข้ายอมเป็ นทาสพวกเจ้าเลย!”
จระเข้กลืนสวรรค์ตนหนึ่งร ้องขึ้นอย่างหวาดผวา สีหน้าอ้อนวอน
เฉิงเซวียนและเจียงผิงอันไม่สะท้าน ทั้งสองล้วนเปี่ยมความแค้น ในสายตาพวกเขา จระเข้กลืนสวรรค์ต้องตาย
ศึกนี้กินเวลาเกือบครึ่งวัน
ยามสั่งสมพลังในค่ายกลใกล้ครบถ้วน เจียงผิงอันก็ใช ้ ‘ผนึก สรวง’ และวิชาดึงดาราควบคุมทั้งสองไว้
ขณะเดียวกัน ค่ายกลในควบคุมก็ผนึกพลังทั้งหมดเป็ นกระบี่ อักขระยักษ์ยาวสามร ้อยจั้ง
กระบี่อักขระยักษ์ฟาดฟัน แล้วจระเข้กลืนสวรรค์ทั้งสองก็ถูกผ่า ครึ่ง
ค่ายกลสังหารสี่ทิศเองก็สลายไปเพราะสิ้นพลังเช่นกัน
ยามจบศึก ฟ้ าดินแปรสู่เงียบสงัด เหลือเพียงกลิ่นเลือดคละคลุ้ง รุนแรงทั่วฟ้ าดิน
ยามพินิจซากของจระเข้กลืนสวรรค์ขั้นต้นขอบเขตแปรเทวะทั้ง สาม สีหน้าของเฉิงเซวียนก็เหม่อลอยเล็กน้อย
นางมิคาดว่าผลลัพธ ์จะเป็ นเช่นนี้ ปรากฏว่านางรอดมาได้
ทั้งหมดนี้เป็ นเพราะคนเพียงหนึ่ง
เฉิงเซวียนมองเจียงผิงอันในวิญญาณศึก
ชายผู้นี้ดูประหนึ่งเทพสงครามโบราณ แข็งแกร่งเสียจนลืม หายใจ
จระเข้กลืนสวรรค์ขั้นต้นขอบเขตแปรเทวะทั้งสามล้วนถูกสังหาร โดยเจียงผิงอัน
หากมิได้มาเห็นกับตา เฉิงเซวียนคงเชื่อไม่ลงจริง ๆ ว่าผู้ฝึกตน ขอบเขตวิญญาณแรกก าเนิด… ไม่สิ ผู้ฝึกตนขอบเขตผนึกวิญญาณ จะแข็งแกร่งได้เพียงนี้
แม้เจียงผิงอันจะใช ้เกราะรบจ านงศึกและธงค่ายกล ต่อให้มอบ ของเหล่านี้แก่ผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดคนอื่น ๆ คงไม่มี ทางเผยพลังต่อสู้ได้มากมายเพียงนี้
นี่คืออัจฉริยะสูงสุดในแดนบูรพา
บทที่ 248 สถานการณ์คับขัน
แม้จะสังหารยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะไปสาม รวมถึงจระเข้กลืน สวรรค์อีกเป็ นล้านตนลงได้ เฉิงเซวียนก็มิได้ยินดีอะไรนัก
เทียบกับชีวิตพันกว่าล้านคนจากบ้านเมืองของนาง จระเข้กลืน สวรรค์นับล้านนี้ยังน้อยเกินไป
นอกจากนั้น พวกมันยังเป็ นเพียงปลาซิวปลาสร ้อย ไม่มีทางทา ร ้ายรากฐานของจระเข้กลืนสวรรค์ได้เลย นี่ไม่ต่างจากการถอนผม อีกฝ่ายระบายอารมณ์เท่านั้น
เผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ที่แท้จริงอยู่ในโลกใบน้อยอันพิเศษแห่ง หนึ่ง เผ่าย่อยภายนอกเป็ นเพียงสายเลือดปลายแถวที่ถูกไล่ออกมา เท่านั้น
เมื่อพินิจความพินาศเละเทะทั่วพื้น หัวใจของเฉิงเซวียนก็สุด โศกเศร ้า
นางเป็ นบุคคลสุดท้ายที่เหลือจากเมืองเสินปิ งแล้ว ญาติมิตร ทั้งหลายสละชีพ หนทางต่อจากนี้จะเหลือนางลาพัง
เฉิงเซวียนสูดหายใจลึก ๆ สะกดความอ้างว้าง เศร ้าหมองและ โทสะทั้งปวงในใจ ก่อนจะหันไปกล่าวกับเจียงผิงอัน
“สหายเต๋าเจียง เรารีบไปจากที่นี่กันเถอะ หากยังมีจระเข้กลืน สวรรค์ตนอื่น จะอันตรายเกินไปนะ”
“เจ้าไปเถอะ”
เจียงผิงอันยังมีบางสิ่งตรงทา
เขาเหินมาตรงหน้าซากจระเข้กลืนสวรรค์ ใช้พลังจิตฉีกร่างของ พวกมัน หาสมบัติวิเศษเก็บปราณ
เผ่าปีศาจเหล่านี้มักเปลี่ยนร่างบ่อยครั้ง มิอาจถือสมบัติวิเศษไว้ กับตัว จึงท าได้เพียงกลืนลงท้องไป
สัตว์ภูตแทบทุกตนมีหลายกระเพาะ บางตนกระทั่งมีมิติพิเศษไว้ เก็บสมบัติวิเศษ
เจียงผิงอันคิดหาสื่อปลุกพลังกลืนกินเพื่อกลับไปปลุกพลังที่แท่น บวงสรวง
“หากเป็ นเช่นนี้ สหายเต๋าเจียงก็รักษาตนด้วย”
เฉิงเซวียนทราบว่าเจียงผิงอันจะล้างแค้นต่อไป นางเองก็อยาก ล้างแค้น แต่กาลังนางมีจากัด อยู่ต่อไปที่นี่ก็ไร ้ประโยชน์
สู้กลับแดนบรรพชน หาทรัพย์สินที่บิดาสะสมไว้ สักวันก็อาจ ก่อตั้งเมืองเสินปิงขึ้นใหม่ได้
เฉิงเซวียนแปรเปลี่ยนเป็ นแสงสีน้าเงิน หายลับท้องนภาไป
ในที่สุดเจียงผิงอันก็พบสื่อปลุกพลังอันสร ้างจากเขี้ยวจระเข้กลืน สวรรค์
เขาเก็บร่างของจระเข้กลืนสวรรค์ทั้งสาม ส่วนสมบัติวิเศษ ไว้ พินิจทีหลังได้
เรื่องสาคัญที่สุดในขณะนี้คือปลุกพลัง
เขาเหินกลับไปที่แท่นบวงสรวงของเผ่าก่อนหน้านี้
ที่นี่ไม่เหลือชีวิตใดแล้ว ทุกอาคารถล่มสิ้นด้วยอานาจจากยันต์ หลงเหลือเพียงแท่นบวงสรวง
ไม่รู ้ว่าแท่นบวงสรวงนี้สร ้างขึ้นมายามใด แต่ภายใต้แรงระเบิด ชวนสะพรึงเช่นนี้ มันก็ยังอยู่ดีครบถ้วน
อวตารเขมือบของเจียงผิงอันเหินออกมาจากถุงเก็บสัตว์ภูต ยืน บนแท่นบวงสรวงอันเต็มไปด้วยปราณปีศาจ
ขณะนี้ เขาสัมผัสอานาจพิเศษในแท่นบวงสรวงได้อย่างชัดเจน
เจียงผิงอันกระวนกระวายใจ ในมือถือสื่อปลุกพลัง จี้ที่หว่างคิ้ว ของอวตารเขมือบ
ขณะนั้น โลหิตในกายอวตารเขมือบเดือดพล่าน พริบตาต่อมา แท่นบวงสรวงก็สั่นสะท้านรุนแรง อักขระปีศาจเกินนับถ้วนพรั่งพรูสู่ ฟ้ า ประหนึ่งจะเรืองรองทั่วโลกา
สีหน้าของเจียงผิงอันพลันเปลี่ยนแปร
เขามิได้คาดถึงปฏิกิริยาเลื่อนลั่นเช่นนี้
เขาอยากพาอวตารเขมือบหนีไปให้ไว แต่การปลุกพลังยังไม่จบ สิ้น หากเขาไปยามนี้ การปลุกพลังจะล้มเหลว!
เจียงผิงอันอยากขุดแท่นบวงสรวงนี้ไปด้วยนัก แต่มิอาจทราบว่า มันท าจากอะไร หนักสุดขีด น าไปด้วยไม่ไหว!
เจียงผิงอันรีบร ้อนโยนค่ายกลสังหารสี่ทิศออกมาหยุดแสงสว่าง แผดจ้านี้
นับแต่ยามแสงสว่างเรืองจ้าจนถูกบดบังไป ใช ้เวลาเพียงสามอึด ใจ
แต่ถึงอย่างนั้น ก็มีผู้สังเกตเห็นมันมากมาย
จระเข้กลืนสวรรค์ในเผ่าย่อยใกล้เคียงหลายสิบแห่งล้วนสัมผัส ปราณได้ชัดเจนและพากันเงยหน้ามอง
“เหตุใดแท่นบวงสรวงจึงเผยนิมิตน่ากลัวเพียงนี้ เกิดมาพันปีเพิ่ง เคยพบเห็น!”
“หรือจะมีผู้ปลุกสายเลือดบรรพกาลได้?”
“บัดซบ ทาไมอัจฉริยะเช่นนี้ไม่มาเกิดในเผ่าเราบ้าง มิเช่นนั้นเรา คงได้เข้าแดนบรรพชนแน่แล้ว”
“รีบไปแสดงความยินดีเร็ว นิมิตเช่นนี้เกิดได้ ต้องเป็ นการคืนชีพ สายเลือดโบราณเป็ นแน่! ภายหน้าจะได้เป็ นผู้ยิ่งใหญ่แน่นอน!”
ยอดฝีมือเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์จากเผ่าย่อยรอบข้างมากมายต่าง ออกเดินทางไปแสดงความยินดีด้วยความริษยาและไม่ยินยอมพร ้อม ใจ
เฉิงเซวียนซึ่งจากมาไกลก็สังเกตปราณเบื้องหลังตนได้และพลัน หันมอง
ยามเห็นแสงสว่างนั้น นางก็ผงะไป
มิใช่ว่านี่มาจากเผ่าย่อยเมื่อครู่หรือ?
หรือว่า… จะเป็ นฝีมือเจียงผิงอัน?
จะว่าไป เจียงผิงอันฆ่าคังเหยียนซาน ได้สายเลือดบรรพชน จระเข้กลืนสวรรค์มาก่อน เขาต้องก าลังปลุกพลังอยู่เป็ นแน่!
เฉิงเซวียนหน้าเสีย ปฏิกิริยารุนแรงเช่นนี้ ยอดฝีมือจากเผ่าย่อย หลายสิบแห่งรอบข้างต้องสังเกตเห็นแน่!
เจียงผิงอันอยู่ในอันตราย!
ในถิ่นเผ่ากระทิงสามเขาซึ่งห่างจากเจียงผิงอันสองเดือน สามขุม กาลังใหญ่กาลังนาอัจฉริยะทั้งหลายไปจู่โจมถิ่นเผ่ากระทิงสามเขา ถัดไป
ทุกคนสังเกตเห็นบางสิ่ง และหันมองเสาแสงซึ่งพุ่งสู่ฟ้ าเป็ น ตาเดียว
ใบหน้าเฒ่าชราของเหลยซื่อชิงหม่นหมอง “นี่คือแสงจาก พิธีกรรมของเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ ยอดอัจฉริยะตนหนึ่งตื่นขึ้นแล้ว ในฝั่งจระเข้กลืนสวรรค์”
สีหน้าของเหลียงผิงเคร่งขรึม “หากปฏิกิริยาใหญ่โตเช่นนี้ เป็ นไปได้มากว่าสายเลือดจะหวนสู่บรรพชน!”
“เฮ้อ~ เผ่ามนุษย์อยู่ยากขึ้นทุกวันแล้ว นักพรตเสินซวีบรรลุ เซียนเร็วเกินไป เขาน่าจะทาลายยอดฝีมือเผ่าปีศาจพวกนี้ให้สิ้นซาก ก่อนไป”
ยามยอดฝีมือทั้งหลายเห็นนิมิตนี้ พวกเขาต่างอดร ้อนใจมิได้
จระเข้กลืนสวรรค์ยามบรรพกาลเรืองฤทธิ์เหนือทุกเผ่าพันธุ์ ต่อ หน้าพวกมัน เผ่ามังกรช่างดูแสนธรรมดา
เมิ่งจิงกล่าวเหยียดหยัน “อัจฉริยะบ้าบออะไร สู้เจ้าท่อนไม้ของ ข้าไม่ได้หรอก”
เหลยหลานช าเลืองบุตรีตน “เจ้าไม่รู ้หรอกว่าจระเข้กลืนสวรรค์ แข็งแกร่งเพียงไร”
“ไม่ว่าจะแข็งแกร่งแค่ไหน มิใช่หนก่อนก็ถูกเจ้าท่อนไม้ของข้าตี ตายไปหรอกหรือเจ้าคะ”
เมิ่งจิงเงยใบหน้าน้อยขึ้นมอง สีหน้าสุดมาดมั่น เจ้าท่อนไม้ของ ข้าเลิศล้าที่สุดในโลก
เหลยหลานส่ายหัว “อัจฉริยะแท้จริงของทุกขุมก าลังไม่ออกมา กันง่าย ๆ หรอก”
“คังเหยียนซานที่เจียงผิงอันสยบไปในกาลก่อนเพิ่งได้มรดกมา แต่ถึงเช่นนั้น เขาก็ยังใช ้เวลาสามวันกว่าจะฆ่าได้”
“หากคังเหยียนซานย่อยมรดกเสร็จสิ้น ต่อให้เป็ นเจ้าท่อนไม้ของ เจ้าก็ยังยากรับมือไหว กาลก่อน จักรพรรดิโบราณก็เสียก าลังไปมาก และต้องผนึกกาลังยอดฝีมือทั้งหมดกว่าจะปราบบรรพชนจระเข้กลืน สวรรค์ลงได้”
เมิ่งจิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปถามเจียงผิงอันที่ข้างกาย “เจ้าท่อนไม้ มั่นใจหรือไม่ว่าจะชนะ?”
“ข้ามีประจักษ์แจ้งนิดหน่อย ขอกลับห้องไปฝึกฝนก่อนนะ”
เจียงผิงอันกลับห้องฝึกฝนด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งขรึมของเจียงผิงอัน เหลยหลานก็กล่าวกับเมิ่ง จิง “เห็นแล้วหรือยัง? เจ้าท่อนไม้ของเจ้ายังรู ้สึกกดดัน คงทราบแล้ว กระมังว่าจระเข้กลืนสวรรค์แข็งแกร่งเพียงไร”
เมิ่งจิงพองแก้ม “ถึงอย่างไร เจ้าท่อนไม้ของข้าก็ไร ้เทียมทาน”
เหลยหลานมองบุตรีตนอย่างพูดไม่ออก แม่หนูนี่น่าจะถูกเจียงผิง อัน ‘สั่งสอน’ มาแล้ว จึงเทิดทูนเขายิ่งนัก
อวตารเทพพฤกษาของเจียงผิงอันกลับถึงห้องฝึ กฝน และ กลายเป็ นไม้ชิ้นหนึ่งไปทันที
ต่อจากนี้ เขาต้องสู้โดยจดจ่อเต็มที่ ให้แน่ใจว่าอวตารเขมือบจะ ถูกปลุกพลังกลายเป็ นอวตารกลืนสวรรค์อันสมบูรณ์
โอกาสนี้มิได้ด้อยกว่ายามได้พู่กันพิพากษาและตาขวามา จะ พลาดไปมิได้เด็ดขาด!
ขณะเดียวกัน ในถิ่นจระเข้กลืนสวรรค์
เจียงผิงอันเรียบเรียงสารพัดไพ่ตาย ดวงตาเรืองประกายเด็ดเดี่ยว
ขอเพียงผ่านไปครึ่งชั่วธูปมอด ขอเพียงยื้อเวลาได้ถึงยามนั้น
เวลาผ่านไป เจียงผิงอันไม่เคยรู ้สึกว่าเวลาเคลื่อนไหวอืดช ้า เช่นนี้มาก่อน ศีรษะโชกเหงื่อหนักข้อขึ้นทุกที สีหน้าของเขายิ่งทวี ความเย็นเยียบ
เวลาผ่านไปครึ่งหนึ่งแล้ว พวกนั้นน่าจะมากันแล้ว
จระเข้กลืนสวรรค์ขั้นต้นขอบเขตแปรเทวะสี่ตนปรากฏขึ้นใน คลองจักษุ
จระเข้กลืนสวรรค์ทั้งสี่มองภาพเละเทะของถิ่นเผ่าย่อยใกล้เคียง และมนุษย์บนแท่นบวงสรวงอย่างตกตะลึงงุนงง
“เกิดอะไรขึ้น?”
“มนุษย์ผู้นี้… ไฉนจึงปลุกพรสวรรค์ของเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์เรา ได้?”
เจียงผิงอันพลันเอ่ยปาก “ข้าเป็ นจระเข้กลืนสวรรค์ พวกเจ้า กลับไปเถอะ”
จระเข้กลืนสวรรค์ตนหนึ่งเดือดดาล “เห็นเราโง่นักหรือไร? เจ้า หามีปราณเผ่าเราไม่!”
เจียงผิงอันเงียบไปสองลมหายใจ แล้วจึงเอ่ยปาก “เพราะข้าเพิ่ง ยึดร่างนี้มาได้น่ะ”
“เขาก าลังถ่วงเวลา!”
จระเข้กลืนสวรรค์ตนหนึ่งเข้าใจจุดประสงค์ของเจียงผิงอันทันที
หากฝึกฝนมาถึงขอบเขตแปรเทวะได้ ก็ไม่มีผู้ใดโง่งม
“เจ้านี่ไปได้สายเลือดเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์เรามาได้เช่นไรไม่รู ้ แต่ฆ่าเขาเสีย แล้วสายเลือดชั้นสูงนี้จะเป็ นของเรา!”
จระเข้กลืนสวรรค์ทั้งสี่เมื่อรู ้ว่าเจียงผิงอันมิใช่สมาชิกเผ่าจระเข้ กลืนสวรรค์ ดวงตาก็เปี่ยมล้นด้วยความโลภ
ผู้ใดได้สายเลือดชั้นสูงนี้ไปก็เหมือนบรรลุสรวงในก้าวเดียว จะได้ กลับสู่แดนบรรพชน!
จระเข้กลืนสวรรค์ขั้นต้นขอบเขตแปรเทวะทั้งสี่ลงมือโจมตีเจียง ผิงอันอย่างรวดเร็วสุดขั้วทันที
บทที่ 249 เฉิงเซวียนผลาญชีวิต
ปราณชวนสะพรึงจี้ตรงที่เจียงผิงอัน
สี่ตัวตนขอบเขตแปรเทวะรับมือผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรก กาเนิดเพียงหนึ่ง ในสายตาจระเข้กลืนสวรรค์เหล่านี้ นี่เป็ นเรื่องง่าย ราวกินดื่ม
ต่อให้ผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดผู้นี้จะท้าทายสวรรค์ เพียงไร ก็มิอาจต่อกรสี่ตัวตนแปรเทวะได้แน่นอน
ขณะนี้เอง อักขระของค่ายกลสังหารสี่ทิศก็วูบไหว อาคมปรากฏ ดีดร่างสี่ยอดฝีมือขั้นต้นขอบเขตแปรเทวะกระเด็นสู่เวหา
“เวร! นี่มันค่ายกล! ข้าเกลียดของพรรค์นี้ที่สุดเลย!”
“เลิกพล่ามได้แล้ว! รีบทาลายค่ายกลเร็วเข้า มิเช่นนั้นผู้อื่น ตามมา เราจะแบ่งอะไรกันไม่ได้เลย!”
สี่ยอดฝี มือขอบเขตแปรเทวะเหล่านี้เหมือนเป็ นบ้า ใช ้สุดยอด วิชาจู่โจมค่ายกลอย่างเต็มก าลัง
เพียงไม่ถึงสิบอึดใจ รอยร ้าวก็ปรากฏในอาคม ท้ายที่สุดอานาจ ปราณรุนแรงก็ระเบิดเปรี้ยง
สี่ยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะเผยความโลภบ้าคลั่งกันอีกครั้ง ทั้ง สายเลือดและธงค่ายกลนี้จะเป็ นของพวกมัน
ยามอาคมแตกออก อวตารกายาศักดิ์สิทธิ์เทียมของเจียงผิงอันก็ อาศัยแรงส่งจากกาลังระเบิดไหวกายมาเบื้องหลังพวกมันทันที
ในมืออวตารกายาศักดิ์สิทธิ์เทียมถือกิ่งไม้สีทองอันอัดแน่นด้วย ปราณมารมืดมน
หนึ่งกิ่งไม้ร่ายรา
สุญตาบิดเบี้ยว มรสุมสาดซัด
ยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะทั้งหลายสัมผัสวิกฤติได้ เร่งโล่ปราณ ขึ้นคุ้มกันตามกัน
ตู้ม!
กิ่งไม้ฟาดลงหนึ่งหน จระเข้กลืนสวรรค์ตนหนึ่งถูกฟาดอย่าง รุนแรง
มรสุมปราณชวนสะพรึงดีดอีกสามตนที่เหลือกระเด็นไปหลายสิบ ลี้
เมื่อเห็นกิ่งมารสะเทือนสรวงในมือเจียงผิงอัน สามยอดฝี มือ ขอบเขตแปรเทวะที่เหลืออยู่นอกจากตกใจ มิเพียงไม่หวาดหวั่น ยัง สุดแสนโลภกระหาย
“นี่สมบัติลับหรือ?”
“น่าจะเป็ นยอดสมบัติระดับสูงมากกว่า!”
ไม่ว่าจะเป็ นสมบัติลับหรือยอดสมบัติ มันต่างเย้ายวนอย่างยิ่ง ส าหรับยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะทั้งสาม
หนึ่งผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดถือยอดสมบัติ ไม่ต่าง จากเด็กสามขวบถือกุญแจคลังสมบัติ
นอกจากนั้น คนผู้นี้ยังมีสายเลือดชั้นสูงของพวกเขาเผ่าจระเข้ กลืนสวรรค์และธงค่ายกลระดับสูงด้วย
ในหัวใจยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะทั้งสามหลงเหลือเพียงความ โลภ
จระเข้กลืนสวรรค์สองตนพุ่งเข้าใส่กิ่งมารสะเทือนสรวง ขณะที่ อีกตนพุ่งเข้าใส่เจียงผิงอันที่หน้าแท่นบวงสรวง
สายตาของเจียงผิงอันเย็นเยียบ เส้นผมด าปลิวไสว
ร่างต้นของเจียงผิงอันปกคลุมด้วยเกราะรบจ านงศึกในทันที เร่ง ลวดลายอักขระและสามกฎเกณฑ์พร ้อมใช ้วิชาเทียมเทพสงครามและ วิชาดึงดารา
หนึ่งหมัดฟาดใส่ แล้วจระเข้กลืนสวรรค์ซึ่งพุ่งเข้ามาก็ถูกซัดจม ดินในบัดดล พสุธาแหลกสะเทือน ฝุ่นศิลามากมายคลุ้งกระเซ็น
ทว่าจระเข้กลืนสวรรค์ยังไม่ตาย
ปราณวิญญาณมหาศาลในกายเจียงผิงอันถูกจ่ายเข้าสู่ค่ายกล สังหารสี่ทิศ กระบี่ยักษ์ยาวสามร ้อยจั้งเล่มหนึ่งฟาดฟันลง
จระเข้กลืนสวรรค์ตนนี้ถูกผ่าร่างขาดครึ่ง วิญญาณแรกกาเนิด แหลกสลาย
จระเข้กลืนสวรรค์อีกสองตนซึ่งถูกตรวนวิญญาณพัวพันชะงักไป ครู่หนึ่ง
ขณะนี้เองที่กิ่งมารสะเทือนสรวงฟาดลง
ร่างของทั้งสองถูกขยี้ทันใด!
เพียงสองโบยไม้ ปราณวิญญาณและปราณโลหิตของกายา ศักดิ์สิทธิ์เทียมก็เหือดแห้ง หมดสิ้นกาลัง
ฟ้ าดินอาบย้อมด้วยโลหิตร ้อนรุ่ม เจียงผิงอันยืนล าพังดุจนาย แห่งฟ้ าดิน
จระเข้กลืนสวรรค์ทั้งสี่ตกตายหายสิ้นหลังปรากฏกายไม่ถึงสิบ อึดใจ!
ทว่า สีหน้าของเจียงผิงอันย่าแย่ยิ่งกว่าเก่า
เขาเงยหน้ามองจระเข้กลืนสวรรค์สองตนบนท้องฟ้ า
จระเข้กลืนสวรรค์สองตนนี้ หนึ่งอยู่ขั้นต้น หนึ่งอยู่ขั้นกลาง ขอบเขตแปรเทวะ
จระเข้กลืนสวรรค์ทั้งสองมองเจียงผิงอันอย่างอึ้ง ๆ
มนุษย์นี่ใครกัน?
ยังไม่ถึงขอบเขตแปรเทวะ แต่สังหารยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะ ไปแล้วสี่!
ไม่เคยพบเห็นที่ใด!
หลังอาการตกตะลึงผ่านไป พวกเขาก็เหลือเพียงความโลภ กระหายเต็มอก ดวงตาแดงก่ามองธงค่ายกล กิ่งมารสะเทือนสรวง และอวตารของเจียงผิงอันซึ่งกาลังปลุกพลัง
ไม่ว่าจะเป็ นสิ่งใดในสิ่งล้าค่าทั้งสามก็เพียงพอทาให้ยอดฝี มือ ขอบเขตหลอมสุญตาคลุ้มคลั่งได้ทั้งสิ้น
ยิ่งกว่านั้น พวกมันยังเป็ นจระเข้กลืนสวรรค์
การได้สมบัติเหล่านี้มาก็หมายถึงทะยานสู่ฟ้ า!
เจียงผิงอันรีบควบคุมอวตารกายาศักดิ์สิทธิ์เทียมให้กลับมา อวตารนี้สิ้นกาลังแล้ว หากถูกจู่โจม เขาจะตายแน่ ๆ
อวตารของเขาแตกต่างจากอวตารอื่น ๆ อวตารของเขานับเป็ น ร่างหลัก หากสักร่างตายไป ร่างที่เหลือจะตายด้วย
แต่จระเข้กลืนสวรรค์ขั้นกลางขอบเขตแปรเทวะว่องไวยิ่ง พุ่ง มาถึงอวตารกายาศักดิ์สิทธิ์เทียมของเจียงผิงอันในทันที
ขณะนี้ แสงสีน้าเงินสายหนึ่งพุ่งเข้ามา ชนศัตรูกระเด็นไป
จระเข้กลืนสวรรค์ขั้นกลางขอบเขตแปรเทวะซึ่งถูกชนเดือดดาล “แมลงสมควรตาย! แค่ขั้นต้นขอบเขตแปรเทวะก็หาญกล้ามาหยุด ข้า!”
แสงสีน้าเงินนั้นคือคนผู้หนึ่ง มิใช่ใครอื่นนอกจากเฉิงเซวียนซึ่ง เพิ่งจากไป
เฉิงเซวียนก าลังจะเหินจาก แต่เมื่อเห็นเหตุการณ์ที่นี่ นางก็เกิด ความลังเล สุดท้ายก็เหินกลับมา
อวตารกายาศักดิ์สิทธิ์เทียมรีบกลับไปหาเจียงผิงอัน สองร่าง ผสานกัน
เจียงผิงอันรีบตะโกนบอกเฉิงเซวียน “เจ้ารีบไปเสีย! ยอดฝีมือจะ มากันอีกในไม่ช ้า!”
เฉิงเซวียนมิได้ไปไหน แต่ใช ้เคล็ดวิชาต้องห้าม ‘ดาวหาง’ ผลาญ ชีวิต ทาให้ชีวิตของนางเจิดจรัสเยี่ยงดาวหาง แต่ก็อายุสั้นมิต่างกัน ในทันที
เจียงผิงอันสังเกตพบว่าพลังชีวิตของอีกฝ่ ายหดหายอย่าง รวดเร็ว ร่างก็สะท้านรุนแรง “เจ้า…”
เฉิงเซวียนพินิจมรณาเยี่ยงบ้านตน “เจ้าเข้าสู่ถิ่นเผ่าจระเข้กลืน สวรรค์เพื่อล้างแค้นให้อาจารย์แสดงให้เห็นแล้วว่าเจ้าเป็ นผู้ยึดมั่นใน บุญคุณและคุณธรรม”
“ข้ามีความสามารถจากัด ชั่วชีวิตนี้อาจมิสามารถล้างแค้น แต่ เจ้าไม่เหมือนกัน เจ้าเป็ นอัจฉริยะ อนาคตกว้างไกลไร้จ ากัด”
“ข้าขอผลาญชีวิตตนคุ้มกันเจ้า วอนเจ้าท าลายจระเข้กลืน สวรรค์ให้ได้มากที่สุดที!”
เจียงผิงอันอ้าปาก อีกฝ่ ายไม่เห็นต้องบุ่มบ่ามเพียงนี้เลย สถานการณ์มิได้จนมุมสิ้นหนทางเสียหน่อย
แต่อีกฝ่ายกลับไม่ลังเลแม้แต่นิด ไม่ให้โอกาสเขาเกลี้ยกล่อมเลย
น้าเสียงของเฉิงเซวียนสุขุม ไร ้ความเสียใจอิดออดยามตายจาก “สหายเต๋า ขอยืมอาวุธสักชิ้นได้หรือไม่?”
เจียงผิงอันโยนกิ่งมารให้อีกฝ่ ายอย่างไร ้ลังเล “ข้าจะจดจา บุญคุณนี้ไว้”
“ขอบคุณ!” เฉิงเซวียนเผยรอยยิ้มงดงาม โยนสมบัติวิเศษเก็บ ของให้กับเจียงผิงอัน
ทรัพยากรที่นางมีไร ้ประโยชน์แล้ว
ยามจระเข้กลืนสวรรค์ซึ่งยังหยิ่งผยองเมื่อครู่เห็นเฉิงเซวียน ผลาญเลือดสังเวยชีวิตตนอย่างไม่ลังเล ก็ขวัญผวาจนถอยหนี ออกมาอย่างบ้าคลั่ง
คนบ้า! นี่มันคนบ้า!
“พวกแกไอ้สารเลว! ตายกันเสียให้หมด!” เฉิงเซวียนไล่ตามไป ในมือกวัดแกว่งกิ่งมารสะเทือนสรวง
เมื่ออยู่ในมือยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะ กิ่งไม้นี้ก็ยิ่งแผลงฤทธิ์ ชวนสะพรึงยิ่งกว่าเก่า
“ไม่!”
หนึ่งไม้โบยลง ท้องนภาแหลกร ้าว แล้วจระเข้กลืนสวรรค์ขั้น กลางขอบเขตแปรเทวะนี้ก็ถูกขยี้เละในพริบตา
นี่คือฤทธาสมบัติอันแข็งแกร่ง และอานาจเคล็ดวิชาต้องห้ามอัน ร้ายกาจ
แม้จะสูงกว่าตนหนึ่งขอบเขต ก็ยังฆ่าได้ในหนึ่งการโบย
จระเข้กลืนสวรรค์ขั้นต้นขอบเขตแปรเทวะอีกตนก็คิดลอบโจมตี เจียงผิงอัน ขณะที่เฉิงเซวียนไหวกายเข้ามา แทงกิ่งมารทะลวง วิญญาณแรกก าเนิดปลิดชีพ
ยอดฝีมือเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ทยอยมาสมทบมากขึ้น ปราณ มารรุนแรงก่อตัวผสาน
เฉิงเซวียนยืนตระหง่านกลางเวหา รัศมีเรืองรองแผดจ้าเกิน ดวงดาว ประหนึ่งเทพีแห่งสงคราม
สายตาของยอดฝีมือจระเข้กลืนสวรรค์ทั้งหลายมองขึ้นฟ้ าอย่าง สุดละโมบ ทว่าไร ้ผู้ใดกล้าเข้าใกล้ กระทั่งจระเข้กลืนสวรรค์สองตน ในขั้นปลายขอบเขตแปรเทวะยังมิกล้าขยับประชิด
จระเข้กลืนสวรรค์ทั้งหลายกาลังรอให้พลังชีวิตของเฉิงเซวียน เหือดหายหมดสิ้น การเข้าไปประชิดในยามนี้มิใช่เรื่องฉลาด
ร่างของเฉิงเซวียนผลาญเผาเพลิงโชติ กลายเป็ นธุลีไปทีละน้อย
ยิ่งร่างของเฉิงเซวียนปลาสนาการ จระเข้กลืนสวรรค์ฝูงนี้ก็ยิ่ง ขยับเข้าใกล้เจียงผิงอัน ดวงตาทวีความโลภขึ้นทุกขณะ
เจียงผิงอันก าหมัด แสงบนแท่นบวงสรวงอ่อนลงทุกที แต่ยังต้อง ใช ้เวลาร ้อยอึดใจกว่าเขาจะปลุกพลังเสร็จสิ้น!
ทว่า เฉิงเซวียนผลาญเผาไปมากจนเหลือเพียงศีรษะและแขน ข้างหนึ่งแล้ว
ยามศีรษะและแขนของเฉิงเซวียนมอดสิ้น ปราณปีศาจมากมาย ก็พวยพุ่ง
“ยอดสมบัตินี้เป็ นของข้า!”
“ของข้าต่างหากเฟ้ ย!”
จระเข้กลืนสวรรค์ขั้นปลายขอบเขตแปรเทวะทั้งสองพุ่งเข้าใส่กิ่ง มารสะเทือนสรวง หัวใจสุดแสนตื่นเต้นปรารถนา
ขณะนั้น กิ่งมารสะเทือนสรวงซึ่งเห็นได้ชัดว่ามิได้อยู่ในควบคุม ของใครพลันขยับ
กิ่งไม้หวดสะบัด กฎเกณฑ์แหลกสลาย ฟ้ าดินแปรสีสัน
ตู้ม!
สองยอดฝีมือขั้นปลายขอบเขตแปรเทวะตกตายเป็ นหมอกโลหิต ไปทันที
ยอดฝีมือจระเข้กลืนสวรรค์เบื้องหลังต่างผงะตะลึง
เกิดอะไรขึ้น?
แม้ไร ้ผู้ควบคุม เหตุใดอาวุธจึงยังโจมตีด้วยตนเองได้?
เจียงผิงอันเองก็ผงะไป ผู้ควบคุมมันไม่ใช่เขา
หรือจะเป็ นเพราะเฉิงเซวียน?
ถูกต้อง เรื่องนี้เกี่ยวกับเฉิงเซวียน
เฉิงเซวียนเป็ นองค์หญิงของเมืองเสินปิง และวิชาลับอันแข็งแกร่ง ที่สุดของเมืองนางคือเคล็ดวิชาพัฒนาอาวุธให้โจมตีด้วยตนเองได้
เงื่อนไขการใช ้วิชาลับนี้คือ ผู้ใช ้วิชาลับต้องเป็ นฝ่ ายผสาน วิญญาณตนเข้ากับอาวุธ เพื่อให้อาวุธนี้บังเกิดสติปัญญา
เฉิงเซวียนผสานวิญญาณของนางเข้ากับกิ่งมารสะเทือนสรวง
ทว่า ในเมื่อนางเพิ่งเริ่มผสานวิญญาณ มันจึงสามารถใช ้ได้เพียง หน
ด้วยการหวดนี้ นางก็สังหารจระเข้กลืนสวรรค์ขั้นปลายขอบเขต แปรเทวะได้สองตน!
บทที่ 250 ตื่นขึ้นอย่างแท้จริง
กิ่งมารสะเทือนสรวงฟาดลง
เปรี้ยง!
พสุธายุบเป็ นรู
อานาจแรงโน้มถ่วงชวนสะพรึงส่งกิ่งมารทะลวงพิภพลงสู่ศิลา หลอมใต้แดนดิน
เมื่อเห็นกิ่งมารร่วงลงไป จระเข้กลืนสวรรค์มากมายก็ขุดพสุธาไล่ ตามไปติด ๆ
และจระเข้กลืนสวรรค์บางส่วนก็พุ่งเข้าใส่เจียงผิงอัน
เจียงผิงอันมองจระเข้กลืนสวรรค์ซึ่งบุกเข้ามาพลางกลั้นหายใจ
ยังเหลืออีกเจ็ดสิบอึดใจจึงปลุกพลังสมบูรณ์!
เขาเหวี่ยงยันต์โจมตีอันเทียบเท่ายอดฝี มือขอบเขตแปรเทวะ ออกไปนับพันแผ่น
ยันต์เหล่านี้คือหนึ่งในไพ่ตายที่เขาเตรียมไว้ล่วงหน้า
ทว่า แม้อานาจโจมตีของยันต์เหล่านี้จะแข็งแกร่ง แต่ก็ยากฆ่าผู้ ฝึกตนขอบเขตเดียวกันลงได้
แม้ยันต์นี้จะระดับสูงกว่าคู่ต่อสู้หนึ่งขอบเขต ก็ยังยากฆ่าได้หาก ศัตรูตั้งตัวทัน
นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่น้อยคนจะยอมทุ่มทุนซื้อยันต์ ผลลัพธ ์ของ มันมีจากัด และยังแพงอย่างยิ่ง คนทั่วไปมีสักใบสองใบก็นับว่าเลิศ แล้ว
ยันต์เหล่านี้ เจียงผิงอันไม่ได้ซื้อ แต่ลอกเลียนมา จึงไม่ได้ใช ้ ทรัพยากรมากนัก
แม้ยันต์เหล่านี้จะฆ่าจระเข้กลืนสวรรค์เหล่านี้มิได้ แต่ก็หยุดพวก มันได้
อักขระยันต์เฉิดฉายปะทุเพลิงเช่นดอกไม้ไฟ กระแทกเข้าใส่ เหล่าจระเข้กลืนสวรรค์จากทั่วทิศ
จระเข้กลืนสวรรค์เหล่านี้จังงังไป
พวกมันก็รู ้ว่ายันต์ระดับสูงแพงเพียงไร กระทั่งยอดฝี มือระดับ พวกมันยังอิดออดใจยามจะซื้อ
แต่มนุษย์ตรงหน้านี้กลับโปรยออกมาทีเดียวพันแผ่น!
มนุษย์นี่ต้องเป็ นผู้สืบทอดมหาอานาจสักแห่งเป็ นแน่ มิเช่นนั้นคง ไม่มีทางรวยเพียงนี้!
ต่อหน้าการโจมตีจากยันต์มากมายเพียงนี้ จระเข้กลืนสวรรค์ ทั้งหลายมิกล้าเลินเล่อ รีบกางม่านปราณแล้วถอยออกมาทันที
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
เปลวเพลิงปะทุผลาญ ปกคลุมรัศมีหลายพันลี้ เพลิงพิโรธชวนสะ พรึงย้อมฟ้ าดินแดงฉาน ประหนึ่งจะมอดไหม้ทั่วสรวง
การโจมตีนี้บังเกิดและดับไปอย่างรวดเร็ว
เป็ นไปตามคาด เขาฆ่ายอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะไม่ได้สักตน
“ไอ้แมลงงี่เง่า! ดูซิจะยังทาอะไรได้อีก!”
ยอดฝีมือกลุ่มหนึ่งจู่โจมเข้ามาอีกครั้ง
ยันต์พันแผ่นซื้อเวลาได้เพียงสิบอึดใจ
ยังเหลืออีกหกสิบอึดใจกว่าจะปลุกพลังลุล่วง!
เจียงผิงอันน ายันต์ออกมาอีกพันแผ่น ขว้างออกไปอย่างไม่ทุกข์ ร ้อน แล้วปราณกระบี่ชวนสะพรึงก็กวัดไกวกลางนภา คลับคล้ายจะ สะบั้นสรรพสิ่ง
“เวร!”
ยอดฝี มือจระเข้กลืนสวรรค์ตนหนึ่งสบถหยาบคาย ถอยกรูด ออกมาทันที
ยามมองยันต์พร่างฟ้ า ยอดฝีมือเหล่านี้ต่างทึ่มทื่อ
เจ้านี่ยังมียันต์อยู่มากเพียงนี้!
ต้องรวยเพียงไร!
จระเข้กลืนสวรรค์ทั้งหลายร ้อนใจจนตาแดงฉาน
หากพวกเขาได้ยันต์เหล่านี้มา ก็นาไปแลกทรัพยากรฝึกตนดี ๆ ได้มากมาย
แต่เด็กนี่ใช ้ทิ้งใช ้ขว้างหมดสิ้น
หนนี้ มีหนึ่งผู้อับโชครีบร ้อนไปหน่อย จึงถูกปราณกระบี่ฟาดฟัน ตกตาย
ต้องใช ้ยันต์สองพันแผ่นกว่าจะฆ่าจระเข้กลืนสวรรค์ได้หนึ่งตน เสียของยิ่งนัก
และถ่วงเวลาได้เพียงสิบอึดใจ
ปราณกระบี่สลายตัว ยอดฝีมือซึ่งถอยออกไปหวนกลับมา ต่างผู้ ล้วนหน้าง้าเดือดดาล
“ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะยังมียันต์อีก!”
จระเข้กลืนสวรรค์ตนหนึ่งแผดเสียงอย่างกราดเกรี้ยว
เจ็บใจนักที่สมบัติซึ่งตนคิดว่าอยู่เพียงปลายนิ้ว ใช ้เวลาเพียงนี้ยัง ไม่ได้มา
ยันต์พันแผ่นปรากฏในมือเจียงผิงอันอีกครั้ง
เห็นเช่นนี้ ยอดฝีมือมากมายก็จังงังไปทันที
เจ้าเด็กนี่เป็ นเจ้าของหอวาณิชมั่งคั่งกว้างไกลหรือ?
ยันต์มากมายเพียงนี้ กระทั่งยอดฝีมือขอบเขตหลอมสุญตาทั่วไป ยังซื้อไม่ไหวเลย
แต่เจ้าหนูขอบเขตวิญญาณแรกกาเนิดนี่ควักออกมาสามพัน แผ่นแล้ว! นี่เสียหินวิญญาณไปเพียงไหน!
เจียงผิงอันโยนยันต์ใส่จระเข้กลืนสวรรค์ซึ่งย่องเข้ามาเบื้องหลัง
วายุหอบโหมบนท้องฟ้ า พายุหมุนพันลูกก่อตัวราวจะถล่มสวรรค์ ทลายแดนดิน บีบบังคับให้ยอดฝีมือจระเข้กลืนสวรรค์มากมายต้อง ถอยร่น
สิบอึดใจถัดมา ยอดฝีมือเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ก็กลับมาอีกครั้ง ครั้งนี้เพิ่มจานวนขึ้นอีกอย่างน้อยสามสี่สิบตน!
ทุกผู้จ้องมองเจียงผิงอัน ไม่รู ้อีกฝ่ายยังมียันต์อีกหรือไม่
เหลือสี่สิบชั่วอึดใจในการปลุกพลัง!
ทว่าเจียงผิงอันไม่เหลือยันต์ระดับสูงแล้ว
เมื่อเห็นเจียงผิงอันไม่ได้นายันต์ออกมาอีก จระเข้กลืนสวรรค์ ทั้งหลายก็เผยสีหน้าละโมบ
“แมลงหน้าโง่! แน่จริงปายันต์มาอีกสิ!”
พวกมันฝูงหนึ่งพุ่งเข้ามาอีกครั้ง
เจียงผิงอันขว้างหินผลึกระดับสูงออกไปหมื่นชิ้น
หินผลึกระดับสูงหนึ่งชิ้นมีค่าเท่าล้านหินวิญญาณ หมื่นหินผลึก ระดับสูงเท่ากับหมื่นล้านหินวิญญาณ!
เขาใช ้ธงค่ายกลดูดซับหินผลึกเหล่านี้ ผสานเข้ากับค่ายกล สังหารสี่ทิศ สร ้างเป็ นอาคมคุ้มกัน
เมื่อเห็นหินผลึกระดับสูงถูกใช ้ไปมากมายเพียงนี้ ยอดฝี มือ ขอบเขตแปรเทวะเหล่านี้เจียนคลั่งด้วยริษยา
เด็กนี่รวยนัก ไปขุดสุสานเซียนมาหรือไร?
“รุมเข้าไปเลย มนุษย์นี่น่าจะยังมีทรัพยากรมากมาย ไว้ภายหลัง เรามาหารแบ่งเท่า ๆ กัน!”
จระเข้กลืนสวรรค์ถูกความอึกทึกนี้ดึงดูดมามากขึ้นทุกที พวก มันจู่โจมค่ายกลสังหารสี่ทิศอย่างบ้าคลั่ง
พลังของค่ายกลสังหารสี่ทิศถดถอยอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นค่ายกลสังหารสี่ทิศเลือนรางลงทุกที ยามจระเข้กลืน สวรรค์มากมายคิดว่าจะทลายค่ายกลได้รอมร่อ เจียงผิงอันก็หว่าน หินผลึกระดับสูงอีกหมื่นชิ้นมาเติมกาลังให้ค่ายกลสังหารสี่ทิศ
“อย่าใช ้ทรัพยากรของเราเปลืองสิฟะ!” จระเข้กลืนสวรรค์ตน หนึ่งแผดเสียงด้วยตาแดงฉาน
ในความเห็นพวกมัน ทรัพยากรของเจียงผิงอันเป็ นของพวกมัน แล้ว
ทุกครั้งที่เจียงผิงอันใช ้ทรัพยากร ก็เท่ากับสิ้นเปลืองทรัพยากร ของพวกมัน
วิ้ง!
ขณะนี้เอง คลื่นเสียงประหลาดพลันปรากฏในฟ้ าดิน
ทั่วทิศสั่นคลอน จระเข้กลืนสวรรค์ทั้งมวลล้วนสัมผัสปราณชวน ย าเกรงอันคุ้นเคยได้
หลุมด าขนาดมหึมาปรากฏเหนือเวหา กินพื้นที่ยี่สิบลี้!
อัสนีพริบพรายรอบหลุมด า ฟ้ าดินแปรสีสัน ดุจเทพโบราณหวน ชีวา
เมื่อเห็นหลุมดานี้ จระเข้กลืนสวรรค์แปรเทวะทั้งหลายเจียน คุกเข่า
พวกมันจ้องมองหลุมด าบนฟ้ าอย่างตะลึงงัน เผลอตัวก้าวถอย หลังไป
อวตารกลืนสวรรค์บนแท่นบวงสรวงลืมตาขึ้น ขณะนี้ ปราณ วิญญาณในฟ้ าดิน สิ่งของและกฎเกณฑ์ในระยะร ้อยลี้ล้วนหลากเข้า สู่หลุมด า
จระเข้กลืนสวรรค์ขั้นต้นขอบเขตแปรเทวะตนหนึ่งอยู่ใกล้เกิน กว่าจะหลบทัน มันถูกสูบเข้าไปและมิอาจออกมาได้อีก
“นี่… นี่คือสายเลือดบรรพชนของเราแน่ ๆ! ทาไมมนุษย์นี่จึงมี พรสวรรค์บรรพชนของเราได้!”
“เจียงผิงอัน! คนผู้นี้ต้องเป็ นเจียงผิงอันที่ฆ่าคังเหยียนซานไปแน่ ๆ!”
“จริงด้วย! คนนอกผู้นั้นเป็ นคนเดียวที่ได้สายเลือดชั้นสูงเช่นนั้น ไป! นี่คือเจียงผิงอัน!”
ขณะนี้ แม้เจียงผิงอันจะเร ้นลักษณ์จริง จระเข้กลืนสวรรค์บางตน ก็ยังจ าเขาได้
“ก่อนหน้านี้มีข่าวจากแดนบรรพชนมาว่า ผู้ใดฆ่าเจียงผิงอันได้ จะสามารถใช้สายเลือดของเขาเข้าแดนบรรพชนได้!”
การเข้าแดนบรรพชนเป็ นสิ่งที่ยอดฝี มือจากเผ่าย่อยเหล่านี้ ปรารถนาที่สุด
จระเข้กลืนสวรรค์เหล่านี้เป็ นเพียงชนชั้นต่าต้อยที่สุดของเผ่า จระเข้กลืนสวรรค์ มีเพียงยามบรรลุขอบเขตหลอมสุญตาเท่านั้น พวกมันจึงมีโอกาสได้เข้าแดนบรรพชน
ส าหรับเผ่าจระเข้กลืนสวรรค์ แดนบรรพชนคือเกียรติยศสูงสุด หมายความว่าพวกมันจะได้ทรัพยากรมากกว่า และผลงานยิ่งใหญ่ เกรียงไกร
ก่อนหน้านี้มีข่าวจากแดนบรรพชนมาว่า หากผู้ใดฆ่าเจียงผิงอัน ได้ ก็จะได้เข้าสู่แดนบรรพชน
หลังทราบตัวตนของเจียงผิงอัน จระเข้กลืนสวรรค์เหล่านี้ก็ยิ่งบ้า คลั่ง
“ฆ่าเขาเสีย! ชิงสายเลือดบรรพชนกลับมา!”
แต่ขณะนี้ เจียงผิงอันบ้าคลั่งยิ่งกว่าจระเข้กลืนสวรรค์เหล่านี้เสีย อีก
เขาสัมผัสความน่าสะพรึงกลัวของอวตารกลืนสวรรค์นี้ได้อย่าง ชัดเจน
หลุมดาบนฟ้ าสูบปราณได้มากกว่าที่ร่างต้นมีได้ในเวลาเพียงครู่ เดียว!
มิน่าเล่า ครั้งหนึ่งจระเข้กลืนสวรรค์จึงเคยเป็ นใหญ่ อานาจของ มันเกรียงไกรไม่แพ้เผ่ามนุษย์ในขณะนี้
พรสวรรค์นี้ร ้ายกาจเกินไปแล้ว
เจียงผิงอันนาพู่กันอันสลักอักขระลึกลับออกมาด้ามหนึ่ง โยนไป ให้อวตารกลืนสวรรค์
อวตารกลืนสวรรค์จ่ายปราณทั้งหมดให้กับพู่กันพิพากษา ขณะที่กฎเต๋าลึกลับสั่นสะท้านทั่วฟ้ าดิน
ยามสัมผัสปราณมหาเต๋าอันไพศาลได้ เหล่าจระเข้กลืนสวรรค์ บ้าคลั่งพลันตาสว่าง เปลี่ยนสู่พรั่นพรึง
“ศ… ศาสตราเซียนครึ่งขั้น!”
จระเข้กลืนสวรรค์ตนหนึ่งจาพู่กันพิพากษาได้ มันอุทานออกมา
ค่ายกลสังหารสี่ทิศเปิ ดออก อวตารกลืนสวรรค์สะบัดพู่กัน พิพากษาอย่างรุนแรง
หนึ่งลาแสงเฉิดฉันอันอัดแน่นด้วยกฎมหาเต๋าพุ่งเข้าใส่จระเข้ กลืนสวรรค์
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
จระเข้กลืนสวรรค์ตนแล้วตนเล่าถูกผ่าครึ่ง ตกตายอย่างมิอาจ ป้ องกันใด ๆ
อานาจมหาเต๋าในศาสตราเซียนครึ่งขั้นคือกฎเกณฑ์ขั้นสูงสุด
ลาดับขั้นของกฎเกณฑ์นั้นแบ่งเป็ นขั้นแรก ขั้นสอง ขั้นสาม ตาม ด้วยเคล็ดพลัง เขตแดน และสุดท้ายคือเต๋า
ยอดฝีมือขอบเขตแปรเทวะเหล่านี้ทาความเข้าใจเพียงกฎเกณฑ์ ขั้นสอง ความต่างชั้นมหาศาลเหลือเกิน
เพียงหนึ่งการโจมตี จระเข้กลืนสวรรค์ก็ตกตายหลายสิบตน
โลหิตย้อมแดนดิน ดวงตาของเจียงผิงอันเรืองโรจน์ด้วยจิต สังหาร
เขารออวตารกลืนสวรรค์ปลุกพลัง แล้วจระเข้กลืนสวรรค์เหล่านี้ รออะไร?
รอความตายหรือ?