หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 330 การมาถึงของผู้ยิ่งใหญ่
โอลด์ เลน ไพรเวต คิทเช่น
ร้านอาหารนี้ตั้งอยู่ในซอยลึกที่ดูเก่าแก่ ทั้งอาคารมีเพียงสองชั้น ด้านล่างเป็นห้องอาหารแบบเปิดที่มีอยู่แปดโต๊ะ ชั้นสองมีห้องพิเศษอยู่แปดห้องซึ่งรับเฉพาะการจองล่วงหน้า แต่ละวันเปิดรับแขกเฉพาะช่วงเที่ยงและช่วงกลางคืน อีกทั้งยังจำกัดการจองแค่วันละสิบหกโต๊ะเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีกฎนี้แต่ก็ยังมีแขกมารับประทานอาหารกันอย่างไม่สิ้นสุด
ซอยเก่าอันแสนมืดมิดส่องสว่างด้วยหลอดไฟนีออนในยามเย็น
หนี่อันหงยืนสูบบุหรี่ท้าลมหนาวใกล้ประตู
เขาเป็นคนดังในฮาร์บิน แม้ว่าเขาจะมีชื่อเสียงในฐานะคนเจ้าสำราญ ไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แต่หลาย ๆ คนก็รู้จักหน้าเขา ดังนั้นในเวลาเพียงยี่สิบนาที แขกหลายกลุ่มก็ทักทายเขา
แขกทุกคนอยากรู้ว่าชายเจ้าสำราญทายาทรุ่นที่สองที่มีชื่อเสียงของตระกูลหนี่มาที่นี่เพื่อรอใคร?
คนยิ่งใหญ่คนไหนกันที่สามารถทำให้หนี่อันหงยอมออกมายืนรออยู่ข้างนอกทั้ง ๆ ที่อากาศหนาวขนาดนี้?
เวลานี้มีชายหนุ่มสองคนกำลังสูบบุหรี่และมองลงมาจากหน้าต่างชั้นสอง พวกเขาจ้องมองหนี่อันหงที่อยู่ด้านล่างด้วยแววตาแปลกประหลาด
“เดาซิว่าแขกที่เขากำลังรอคือใคร?” เหลียงเสี่ยวเฉียงถามขึ้นมา
“ถ้าให้เดาจากสันดานของคนคนนี้แล้ว คนที่เขารออยู่จะต้องเป็นคนที่มีอิทธิพลต่อเขามาก ฉันเดาว่าพ่อของเขาคงกำลังจะมาที่นี่เพื่อรับประทานอาหาร เขาก็เลยต้องออกไปรอรับอย่างเชื่อฟังยังไงล่ะ” จินเหอหัวเราะ
“ไร้สาระ เขาเคยเกรงใจพ่อตัวเองซะเมื่อไหร่? ไม่มีทางที่เขาจะยอมทนหนาวแบบนี้เพราะพ่อของเขาแน่” เหลียงเสี่ยวเฉียงไม่เห็นด้วย
“นั่นก็จริง ถ้างั้นอาจจะเป็นไปได้ว่าเขากำลังรอสาวงามล่มเมือง”
“เป็นไปได้!”
“คอยดูกันไปก่อน ถ้าเธอคนนั้นสวยจริง เราจะชิงเธอออกไปเล่นด้วยเอง”
“ไปไกล ๆ เลย! ถ้าแกกล้าทำแบบนี้ ไอ้คนแซ่หนี่มันได้ไล่ตามแกไปถึงบ้าน ตบหน้าแกจนบวมเป็นลูกท้อแล้วแย่งผู้หญิงคืนไปน่ะสิ!”
“แค่ก ๆ ลดเสียงลงหน่อย”
ขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยและหัวเราะกัน พวกเขาก็เห็นร่างหนึ่งในตรอกที่มีแสงสลัว และพวกเขายังเห็นว่าหนี่อันหงซึ่งรออยู่รีบเดินเข้าไปหาคนคนนั้นทันที
“ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร? หน้าใหญ่ขนาดไหนถึงสามารถทำให้หนี่อันหงรอเขาข้างนอกได้แบบนี้?” เหลียงเสี่ยวเฉียงงุนงง
“หน้าตาไม่คุ้นเลย อาจจะไม่ใช่ทายาทรุ่นที่สองในฮาร์บิน?”
“มันก็ยากที่จะพูด…”
นอกร้านอาหาร
หนี่อันหงจับมือโจวอี้และทักทายอย่างอบอุ่น “น้องโจว นายมาถึงจนได้ ห้องพิเศษพร้อมแล้วและฉันสั่งอาหารไปแล้วด้วย ถ้าทุกคนมาถึง อาหารจะถูกเสิร์ฟทันที”
“ขอบคุณพี่หนี่” โจวอี้ยิ้ม
“เฮ้ นายพูดอะไรของนาย! เราเป็นพี่น้องกัน มาขอบคงขอบคุณอะไรกันล่ะ ไปกันเถอะ เราไปรอพวกเขาข้างในกัน!” หนี่อันหงโอบไหล่ของโจวอี้แล้วเดินเข้าไปด้านในด้วยรอยยิ้ม
ที่หน้าต่างชั้นสอง
เหลียงเสี่ยวเฉียงหันกลับมาพูดว่า “แซ่โจว? แซ่นี้ในฮาร์บิน…โจว… ดูเหมือนว่าในฮาร์บินจะไม่มีคนใหญ่คนโตคนไหนที่แซ่โจวเลยนะ….”
“ใช่ ไม่มี” จินเหอพยักหน้า
“แปลกแฮะ นายแซ่โจวคนนี้มาจากไหน หนี่อันหงเป็นคนไม่เห็นหัวใครอยู่แล้ว แต่วันนี้กลับกระตือรือร้นที่จะทำดีกับอีกฝ่ายขนาดนั้น… ” เหลียงเสี่ยวเฉียงขมวดคิ้ว
“ใครจะไปรู้ล่ะ ฉัน… เอ๊ะ?” จินเหอพูดขึ้นแต่ก็หยุดไปกลางคัน
“มีอะไร?”
“ดูนั่นสิ นั่นใช่เหมิงฮ่าวหราน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลฮาร์บิน กับอู่เสวียเลี่ยง รองผู้อำนวยการรึเปล่า? และถ้าฉันจำไม่ผิด คนข้าง ๆ พวกเขาดูเหมือนจะเป็นฉู่อิงหลง ศาสตราจารย์แพทย์ด้านวิทยาศาสตร์สมอง พวกเขาก็มาที่นี่เพื่อทานอาหารเย็นด้วยเหรอ?” จินเหอถามด้วยความงุนงง
“ใช่เลย นั่นพวกเขาจริง ๆ ด้วย” เหลียงเสี่ยวเฉียงพยักหน้า เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “เราไปดื่มทักทายพวกเขากันไหม พ่อของฉันกับผู้อำนวยการเหมิงมีความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ดีอยู่นะ เราพบเขาที่นี่มันก็ดูสมเหตุสมผลที่จะไปดื่มทักทายพวกเขาสักหน่อย”
“ตกลง! งั้นเดี๋ยวฉันจะไปหาไวน์ดี ๆ มาสักสองขวด แล้วเดี๋ยวเราค่อยเข้าไปพร้อมกัน”
“อืม สูบบุหรี่ให้เสร็จก่อน”
ชายสองคนสูบบุหรี่และคุยกันที่หน้าต่าง ในขณะที่คนอื่น ๆ ในห้องส่วนตัวที่พวกเขาอยู่นั้นกำลังดื่มกินกันอย่างมีความสุข
ราว ๆ แปดนาทีต่อมา ก่อนที่พวกเขาจะสูบบุหรี่เสร็จ จินเหอก็เห็นร่างที่คุ้นเคยอีกคนหนึ่งนั่นคือหนี่เทียนซุยพ่อของหนี่อันหง อีกฝ่ายมาพร้อมกับไวน์ชั้นดีอีกสองขวด
“น่าสนใจ พ่อของหนี่อันหงก็มาที่นี่ด้วย นายคิดว่าเขาจะไปอยู่ในห้องเดียวกันกับหนี่อันหงไหม?” จินเหอหัวเราะ
“เป็นไปไม่ได้ นายไม่เห็นเหรอว่าหนี่เทียนซุยกำลังถือไวน์อยู่ในมือ! เขาไม่มีทางถือไวน์มาให้ลูกชายกินด้วยแน่นอน!”
“จริงที่สุด”
ไม่กี่นาทีต่อมา
ขณะที่พวกเขาสูบบุหรี่เสร็จและพร้อมที่จะปิดหน้าต่าง จินเหอก็บังเอิญเห็นชายหญิงหลายคนเดินอยู่ในตรอกที่อยู่ไม่ไกล
“พระเจ้า วันนี้มันคือวันบ้าอะไรกัน ทำไมเกาอี้ฟานถึงมาที่นี่ด้วย? และผู้ชายที่อยู่ข้าง ๆ เขา…ทายาทรุ่นที่สองของตระกูลหนิวแห่งเหอเฉิงไม่ใช่เหรอ?”
สีหน้าของเหลียงเสี่ยวเฉียงเปลี่ยนไปเช่นกันหลังจากเห็นกลุ่มผู้มาใหม่ เขาพยักหน้าอย่างเห็นด้วย
คืนนี้…
ที่นี่คงจะมีชีวิตชีวาจริง ๆ
เกาอี้ฟานเป็นนักธุรกิจผู้มั่งคั่งที่มีชื่อเสียงในฮาร์บิน เขามีทรัพย์สินส่วนตัวหลายพันล้าน กลุ่มบริษัทที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเขาติดอันดับหนึ่งในสิบอันดับแรกของฮาร์บิน ส่วนทายาทรุ่นที่สองของตระกูลหนิวแห่งเหอเฉิงก็เป็นตัวตนที่ทรงอิทธิพลเช่นกัน แม้ว่าจะด้อยกว่าตระกูลผางในเหอเฉิงเล็กน้อย แต่ก็มีรากฐานที่มั่นคงกว่าและมีความมั่งคั่งมากมาย
ขณะนี้คนทั้งสองเข้าใจได้ทันทีว่าทำไมห้องส่วนตัวที่ดีที่สุดอันดับหนึ่งและสองของที่นี่ได้ถูกจองเอาไว้ล่วงหน้า และไม่มีใครสามารถแทรกคิวได้
ไม่ว่าจะเป็นเกาอี้ฟานหรือหนี่เทียนซุย สถานะของพวกเขาในฮาร์บินนั้นถือว่าสูงมาก
เวลาผ่านไปทีละน้อย
พวกเขาเฝ้าดูเกาอี้ฟานและหนิวเหล่าเอ้อร์เข้าไปในร้านอาหารโดยไม่คิดจะปิดหน้าต่าง เพราะกำลังลุ้นว่าคืนนี้จะมีคนสำคัญมาเพิ่มอีกหรือไม่
แน่นอนว่าเพียงไม่กี่นาทีต่อมา จินเหอก็ยกมือขึ้นมาขยี้ตาอย่างหนักเพื่อให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้ตาฝาด
“บ้าอะไรวะน่ะ?!” เหลียงเสี่ยวเฉียงถามเสียงสั่น “ชายชราคนนั้น?”
“ใช่เลย เขาคือผู้เฒ่าหวง!” จินเหอพูดและรีบเดินออกไป ทิ้งให้เหลียงเสี่ยวเฉียงและคนอื่น ๆ อยู่ในห้อง
เหลียงเสี่ยวเฉียงโบกมือให้คนอื่น ๆ แล้วตามอีกฝ่ายออกไป
ที่ประตูร้านอาหาร
ขณะที่หวงอี้ชิงกำลังจะเดินเข้าไปในร้าน เขาก็เห็นใครบางคนรีบวิ่งออกมา ซึ่งเขารู้จักคนคนนั้น นั่นคือจินเหอที่เขาช่วยชีวิตไว้เมื่อปีที่แล้ว และยังเป็นลูกชายคนเดียวของผู้นำตระกูลจินในฮาร์บิน
“ผู้อาวุโสหวง คุณจำผมได้ไหม?” จินเหอรีบวิ่งมาหยุดตรงหน้าหวงอี้ชิงและถามด้วยความเคารพ
“แน่นอน ฉันเป็นคนรักษานาย ฉุดนายขึ้นมาจากปากประตูยมโลก เป็นยังไงบ้างตอนนี้ สบายดีไหม?” หวงอี้ชิงหัวเราะ
“ครับ ขอบคุณที่ช่วยผมไว้” จินเหอกล่าวขอบคุณ
“ฮ่า ๆ มันเป็นหน้าที่ของหมออย่างเราที่จะต้องรักษาคนป่วยและช่วยชีวิตผู้คน!” หวงอี้ชิงโบกมือและถามด้วยรอยยิ้มว่า “นายมากินข้าวที่นี่ด้วยเหรอ? ว่าแต่พ่อหนุ่มคนนี้คือ…”
“ใช่ครับ ผมกับเพื่อนมากินข้าวที่นี่ นี่เพื่อนผม เขาชื่อเหลียงเสี่ยวเฉียง” จินเหอกล่าว
“อืม ไปกินกันต่อเถอะ วันนี้ฉันเองก็มีนัด สหายน้อยคนหนึ่งของฉันอุตส่าห์นัดมาทานอาหารเย็นที่นี่” หวงอี้ชิงยิ้มและเดินตรงเข้าไปข้างในทันทีหลังจากพูดจบ