หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 412 หญิงสาวผู้โชคร้าย
บทที่ 412 หญิงสาวผู้โชคร้าย
เช้าวันรุ่งขึ้น
ทันทีที่โจวอี้ตื่นขึ้นมา เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากฮวงฟู่เจิ้น
เมื่อคืนเขาคุยกับซีชิงอิ่งอยู่นาน ซึ่งหลังจากคุยจบ เขาก็ไม่ได้รอให้ฮวงฟู่เจิ้นและซีกั๋วหัวกลับมา ท้ายที่สุดเขาขอให้ซีชิงอิ่งช่วยขับรถพาเขาที่เมาแล้วกลับมาที่ประตูทางเข้าหลักของช็องเซลิเซ่ ลานติง วิลล่า
ฮวงฟู่เจิ้นบอกเขาทางโทรศัพท์ว่าสินค้าทั้งหมดที่อีกฝ่ายต้องการนั้นมีอยู่ในโกดังของซีกั๋วหัว
คราวนี้โจวอี้ไม่เพียงแต่ช่วยเขาเท่านั้น แต่ยังช่วยซีกั๋วหัวอีกด้วย
โจวอี้พูดคุยอีกไม่กี่คำแล้ววางสายไป
อากาศเช้าวันนี้มืดครึ้มและหนาวเย็น โจวอี้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและเปิดหน้าต่างห้องนอน เมื่อกระแสลมเย็นพัดผ่านมาถูกร่างกาย เขาก็เริ่มครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
เธอเป็นผู้หญิงที่ฉลาด
เธอน่าจะเข้าใจที่ฉันพูดเมื่อคืนนี้ จริงไหม?
ในเมื่อลงเอยกับเธอไม่ได้ก็อย่ารั้งเธอไว้
ไม่ว่าเธอจะต้องการหรือไม่ ฉันก็ควรจะขีดเส้นแบ่งระหว่างเราเพื่อที่จะได้ไม่ส่งผลกระทบต่อความสุขของเธอในอนาคต
โจวอี้ค่อย ๆ ไล่ภาพซีชิงอิ่งออกจากความคิด จากนั้นจึงเดินออกจากห้องนอนด้วยรอยยิ้ม
ใกล้ถึงปีใหม่(ตรุษจีน)แล้ว เขารู้สึกว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการได้ใช้เวลาอยู่กับลูกสาวอย่างปลอดภัยและมีความสุข
อย่างไรก็ตาม สายจากจางเหิง ผู้บริหารของบริษัทคอลเลกชัน เอนเตอร์เทนเมนต์ได้บังคับให้เขาต้องไปที่บริษัทเพราะมีแขกพิเศษรอเขาอยู่ที่นั่น
ตามปกติแล้วโจวอี้ไม่สนใจเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัทบันเทิงนี้เท่าไหร่ ทว่าตั้งแต่เปิดบริษัท จางเหิงก็ส่งข้อมูลมาให้อย่างต่อเนื่อง จนถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยสนใจแต่ก็ยังได้รู้และเข้าใจค่อนข้างดีเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ของบริษัท
จำนวนศิลปินดาราและนักร้องที่เซ็นสัญญากับบริษัทแล้วมีถึง 28 ราย
มีพนักงานมากกว่าร้อยคนในด้านอื่น ๆ รวมถึงผู้ช่วยและนายหน้าที่ได้รับมอบหมายจากศิลปินและนักร้อง เช่นเดียวกับคนขับรถ ทีมถ่ายทำ และทีมผลิตเพลง
หนึ่งร้อยหกสิบแปดคน
ตัวเลขนี้เป็นจำนวนคนทั้งหมดในบริษัทคอลเลกชัน เอนเตอร์เทนเมนต์ รวมถึงจางเหิง ผู้บริหารที่ถูกจ้างมาดูแล
ช่วงนี้คอลเลกชัน เอนเตอร์เทนเมนต์เพิ่งเปิดตัว ดังนั้นจึงมีรายจ่ายทุกวันและยังไม่ได้สร้างรายได้ใด ๆ
ทว่าจางเหิงได้รับบทภาพยนตร์และละครโทรทัศน์ดี ๆ หลายเรื่องผ่านการติดต่อบางช่องทาง และกำลังจัดเตรียมคนเพื่อเตรียมงานถ่ายทำ และจะสามารถเปิดตัวอย่างเป็นทางการได้หลังจากผ่านพ้นปีใหม่
สำหรับด้านดนตรีนั้น จางเหิงยังลงทุนไปมากเพื่อซื้อเพลงจากนักแต่งเพลงระดับมือทองมาหลายคน รวมไปถึงสั่งให้นักแต่งเพลงของบริษัทแต่งเพลงขึ้นมาเองด้วย
ดังนั้นแล้วเงินที่ใช้ในช่วงก่อนสิ้นปีนี้จะให้ผลประโยชน์อย่างยิ่งในปีถัดไป
โจวอี้ไม่สนใจการดำเนินงานและรายได้ของบริษัทมากนัก แม้แต่จางเหิงที่สร้างผลงานได้เกินความคาดหมายของเขา เขาก็ยังรู้สึกเฉย ๆ
นั่นเป็นเพราะจุดประสงค์หลักที่ตั้งบริษัทนี้ขึ้นมาเป็นเพราะต้องการอำนวยความสะดวกให้ถังหว่าน เพื่อให้เธอทำงานได้อย่างสบาย ๆ ไม่ถูกใครเอารัดเอาเปรียบอีก ดังนั้นแล้วต่อให้บริษัทขาดทุนหรือจะต้องลงทุนเพิ่มเติมในระยะหลังอีกสักพันล้านเขาก็ไม่แยแส
เก้าโมงเช้า
โจวอี้จอดรถไว้ที่หน้าบริษัท เขาโยนกุญแจรถให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแล้วพูดว่า “ช่วยเอารถไปจอดที เสร็จแล้วเอากุญแจรถมาคืนฉัน”
“ครับ!”
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยวัยกลางคนพยักหน้าด้วยความเคารพ เขาคือหัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยที่พยายามไล่โจวอี้ออกไปจากงานเลี้ยงเปิดบริษัทเมื่อไม่กี่วันก่อน
ตอนนี้เขาจัดให้โจวอี้อยู่ในอันดับต้น ๆ ของบุคคลที่ ‘ไม่สมควรยั่วยุ’
โจวอี้พอใจกับท่าทีของอีกฝ่ายและพอใจกับความสามารถระดับมืออาชีพของอีกฝ่ายมาก ดังนั้นเขาจึงชี้ไปที่รถแล้วพูดว่า “มีบุหรี่สองคอตตอน[1]อยู่ในรถ หลังจากจอดรถเสร็จก็เอาพวกมันไปแบ่งให้พวกพี่น้องทีมรักษาความปลอดภัย ขยันทำงานให้ดี หลังจากนี้ฉันจะขอให้จางเหิงขึ้นเงินเดือนให้คุณ”
“ขอบคุณครับ คุณโจว” เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยวัยกลางคนยิ้ม
“อืม!” โจวอี้ยิ้มและเดินเข้าไปในล็อบบี้ของบริษัท
เขาเห็นผู้หญิงสองคนในชุดสูท พวกเธอยืนประจำอยู่จุดประชาสัมพันธ์ด้วยท่าทีสง่างาม และหนึ่งในสองคนนั้นเขาเคยเห็นเธอมาแล้ว
“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่าคุณต้องการอะไรคะ?” เหวินเสี่ยวเซียวทักทายด้วยรอยยิ้มอย่างมืออาชีพพลางโค้งกายให้อย่างนอบน้อม
อย่างไรก็ตาม เธอรู้สึกว่าชายหนุ่มตรงหน้านี้ดูคุ้นตา เธอเคยเห็นเขาที่ไหนมาก่อนนะ?
“สาวเคราะห์ร้าย เธอทำงานที่นี่เหรอ?” โจวอี้ถามด้วยรอยยิ้ม
“ฮะ? คุณพูดว่าอะไรนะ?” เหวินเสี่ยวเซียวตกตะลึงและถามพร้อมกับขมวดคิ้วเล็กน้อย
“จำผมไม่ได้เหรอ?” โจวอี้ยกกำปั้นขึ้นมาชนกันเบา ๆ แล้วยิ้มออกมา “ปัง… รถชนกัน… จำได้รึยัง?”
อุบัติเหตุรถชน?
ครั้งล่าสุด?
สีหน้าของเหวินเสี่ยวเซียวเปลี่ยนไปทันที ในที่สุดก็จำได้ว่าเคยเห็นโจวอี้ที่ไหน
“เป็นคุณนี่เอง! คุณมาทำอะไรในบริษัทของเรา?” เหวินเสี่ยวเซียวมีภาพจำต่อโจวอี้ไม่ดีเท่าไหร่นัก เธอโชคร้ายเพราะขับรถชนกับรถของอีกฝ่าย
“ผมมาหาใครบางคนที่นี่น่ะ” โจวอี้ยิ้ม
“คุณมาหาใคร?” เหวินเสี่ยวเซียวถามด้วยความสงสัย
“จางเหิงน่ะ ผมมีนัดกับเขา” โจวอี้กล่าว
“คุณกำลังมาพบผู้จัดการใหญ่ของเรา?” เหวินเสี่ยวเซียวดูประหลาดใจ
“ถูกต้อง!”
“รอสักครู่นะ ฉันจะโทรไปถามก่อน”
สองนาทีต่อมา เหวินเสี่ยวเซียววางสายและพูดว่า “ท่านผู้จัดการใหญ่ของเราอยู่ที่สำนักงานชั้นบน คุณสามารถขึ้นไปหาเขาได้เลย! แต่ว่าฉันขอเตือนไว้ก่อนนะ เราเป็นบริษัทบันเทิง มีดารามากมายอยู่ข้างในนั้น อย่าไปขอลายเซ็นหรือถ่ายรูปใครสุ่มสี่สุ่มห้า”
“อืม เข้าใจแล้ว”
โจวอี้ยิ้มและเดินไปที่ลิฟต์
เหวินเสี่ยวเซียวมองตามหลังโจวอี้ ความสงสัยบางอย่างปรากฏขึ้นในแววตาของเธอ
เธอไม่คาดคิดว่าคนหนุ่มที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์กับเธอจะมายังบริษัทใหม่ที่เธอเพิ่งเปลี่ยนงาน และยังรู้จักผู้จัดการใหญ่ของบริษัทด้วย
ทว่าเมื่อเธอละสายตาจากโจวอี้และหันไปหาหูเซียนเหว่ยเพื่อนร่วมงานใหม่ของเธอ เธอก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าหูเซียนเหว่ยกำลังมองตามหลังโจวอี้ด้วยสายตาลุ่มหลงสุดขีดแบบปิดไม่มิด
“เซียนเหว่ย เธอคลั่งไคล้หนุ่มหล่อขนาดนั้นเลยเหรอ?” เหวินเสี่ยวเซียวเหน็บแนมพลางแตะแขนเพื่อนร่วมงาน
“ใช่ฉันคลั่งไคล้เขา…” หูเซียนเหว่ยพึมพำราวกับเหม่อลอย แต่จากนั้นเธอก็หันมาจ้องมองที่เหวินเสี่ยวเซียว “เสี่ยวเซียว เธอรู้จักคุณโจวได้ยังไง? ทำไมเขาถึงเดินเข้ามาคุยกับเธอเองแบบนั้น? เธอน่าทึ่งขนาดนี้ได้ยังไง?”
“ฮะ?”
เหวินเสี่ยวเซียวงุนงง
อีกฝ่ายแค่เข้ามาคุยกับเธอก่อน มันจะหมายความว่าเธอยอดเยี่ยมได้อย่างไร?
ตรรกะบ้าบออะไรเนี่ย?
“เฮ้อ~ คุณโจว ฉันไม่คิดเลยว่าจะได้เจอเขาอีก วันนี้โชคดีจริง ๆ” หูเซียนเหว่ยมองกลับไปยังทิศทางที่โจวอี้เพิ่งเดินจากไปด้วยแววตาเป็นประกาย
“นี่เธอยังสบายดีอยู่ไหม นั่นก็แค่คุณโจว เขาทำให้เธอเป็นแบบนี้ได้ยังไง เขาเป็นดาราใหญ่หรือยังไงกัน?” เหวินเสี่ยวเซียวพูดพลางเบ้ปาก
“ดาราใหญ่? ดาราใหญ่สิบคนรวมกันยังดีไม่เท่าคุณโจวของเราเลย!” หูเซียนเหว่ยเน้นเสียง “เขาเป็นเจ้าชายที่มีเสน่ห์และเป็นเทพบุตรของฉัน … ไม่สิ ฉันกล้าพูดได้ว่าเขาเป็นเทพบุตรในสายตาของผู้หญิงทุกคนในบริษัทของเราเลย!”
“เขาเป็นใครกันแน่?” เหวินเสี่ยวเซียวถามด้วยความสงสัย
“เธอไม่ได้มารายงานตัวในวันเปิดบริษัทของเราสินะ แน่นอนว่าเธอไม่ได้เห็นแสงที่เจิดจ้าที่สุดของเขาในงานเลี้ยงเปิดบริษัท” หูเซียนเว่ยกล่าว
“แสงอะไร?”
“ถ้าฉันเล่าให้ฟัง เธอต้องเลี้ยงข้าวเย็นฉัน ตกลงไหม?”
“ได้!”
“ฮ่า ฮ่า คุณโจวยอดเยี่ยมที่สุด สมแล้วที่เป็นไอดอลของฉัน แค่พูดถึงเรื่องของเขา ฉันก็มีคนเลี้ยงข้าวเย็นฟรี ๆ แล้ว! เสี่ยวเซียว ฉันจะบอกเธอให้ว่าคุณโจวน่ะ…”
[1] 1 คอตตอน = 10 ซอง