หมอเทวดาขอกลับมาเป็นป๊ะป๋า - บทที่ 616 ตาแก่ ฉันจะส่งแกไปอยู่ในนรก!
บทที่ 616 ตาแก่ ฉันจะส่งแกไปอยู่ในนรก!
ชายชราสวมหน้ากากรู้เจตนาของโจวอี้ทันทีแต่เขาไม่สนใจ ถ้าเป็นไปได้ เขาก็อยากไปยังที่ลับตาคนเช่นกัน
เขามั่นใจว่าตัวเองสามารถฆ่าโจวอี้และจับเซี่ยหลู่ได้ง่ายกว่าเดิมอย่างแน่นอน
ครึ่งนาทีต่อมา
โจวอี้พุ่งเข้าไปในป่าพร้อมกับเซี่ยหลู่ เขาเปิดปากถามระหว่างวิ่งว่า “ตาแก่คนนั้นคือใคร! เขาจะจับคุณทำไม!”
“ฉันไม่รู้!”
เซี่ยหลู่ตอบอย่างสัตย์จริง เธอไม่เคยรู้จักชายชราคนนั้นมาก่อน
“ไม่รู้? ทำไมคุณถึงไม่รู้? ก่อนหน้านี้คุณบาดหมางกับใครมาหรือเปล่า? คุณควรจะนึกอะไรบางอย่างออกบ้างไม่ใช่เหรอไง?” โจวอี้พูดขณะวิ่ง
“มีคนมากมายที่เป็นศัตรูกับฉัน แต่ฉันนึกไม่ออกจริง ๆ ว่าคนระดับบรรพจารย์ยุทธ์คนไหนอยากจะเล่นงานฉัน!” เซี่ยหลู่แย้งกลับ
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ โจวอี้ก็พูดไม่ออก
แค่ใบหน้าที่มีเสน่ห์ของเธออย่างเดียวก็สามารถก่อภัยพิบัติให้เธอได้มากมายแล้ว และยิ่งเมื่อรวมกับนิสัยที่ไม่ยอมใครของเธอ มันก็ยิ่งทำให้มีใครหลายคนขุ่นเคืองใจ
เมื่อโจวอี้ไม่ได้คำตอบ เขาจึงไม่เสียเวลาถามอีกต่อไป เขาตัดสินใจอย่างลับ ๆ ว่าจะจัดการชายชราให้เจียนตาย แล้วค่อยบังคับให้สารภาพ
“ทำไมคุณถึงช้าลงล่ะ?” เมื่อเซี่ยหลู่ถูกโจวอี้โอบรอบเอว เธอก็รู้สึกแปลก ๆ
“ตรงนี้แหละ” โจวอี้หยุดและปล่อยเอวของเซี่ยหลู่
“เอวเล็ก ๆ ของฉันเรียวเข้ารูปมากเลยใช่ไหม?” เซี่ยหลู่ถามด้วยรอยยิ้ม
“เอ่อ…”
ใบหน้าของโจวอี้มืดลง จากนั้นเขาก็จ้องมองเธอและเบนสายตาไปมองที่ชายชราลึกลับที่กำลังไล่ตามมา
“ทำไมไม่หนีต่อล่ะ?” ชายชราหัวเราะเยาะ
ชายชราไม่รีบร้อนเพราะเขามองว่าว่าโจวอี้และเซี่ยหลู่ไม่ต่างอะไรกับลูกแกะบนเขียงที่เขาสามารถฆ่าได้ทุกเมื่อหากต้องการ
“ความเร็วของเราช้ากว่าของแกนิดหน่อย” โจวอี้พูดอย่างเมินเฉย มือข้างหนึ่งถือไม้เท้าไว้
“หึหึ เจ้ายังมีสำนึกรู้ดีอยู่นะ แต่สายไปเสียแล้ว วันนี้เจ้าจะต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย ส่วนหญิงงามผู้นี้ ข้าจะเอาตัวไปกับข้า!” ชายชราหัวเราะ
“ตาแก่ ทำไมแกถึงขี้ขลาดขนาดนี้?” โจวอี้ถาม
“ขี้ขลาด? ข้าเนี่ยนะขี้ขลาด ฮ่าฮ่าฮ่า นี่เป็นเรื่องตลกที่สุดที่ข้าได้ยินในช่วงหลายปีที่ผ่านมา” ชายชราหัวเราะ
“ไอ้แก่ ถ้าแกไม่ขี้ขลาด ถ้างั้นทำไมต้องใส่หน้ากากไม่กล้าแสดงใบหน้าที่แท้จริง? มันก็แค่แกขี้ขลาด ไม่กล้าแม้แต่จะเปิดเผยว่าตัวเองเป็นใครใช่ไหม?” โจวอี้หัวเราะเยาะ
“โอ้ คิดจะหลอกข้าเหรอ?”
ชายชราส่ายหัวและพูดอย่างเหยียดหยามว่า “เพราะริมถนนหลวงสายนั้น ข้าไม่ต้องการให้คนทั่วไปเห็น แต่ตอนนี้มีแค่พวกเราสามคนอยู่ที่นี่… เอ๊ะ ไม่สิ ๆ ยังมีผู้ใช้พลังธาตุอีกสองคนที่กำลังตามมา พวกเขาซื่อสัตย์และภักดีต่อพวกเจ้าจริง ๆ รู้ทั้งรู้ว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้าแต่ก็ยังตามมาถูกฝังไปพร้อมกับพวกเจ้า”
โจวอี้มองไปที่ชายหนุ่มและหญิงสาวซึ่งกำลังวิ่งเข้ามา
โจวอี้รู้จักสองคนนี้
พวกเขาทั้งหมดอยู่ภายใต้คำสั่งของเซี่ยหลู่
พวกเขาโจมตีชายชราตอนที่อยู่ริมถนน
ในขณะนี้ ชายชราค่อย ๆ ถอดหน้ากากออกเผยให้เห็นใบหน้าที่เยาว์วัยมาก
เด็กผมขาว?
ชายชราคนนี้รู้วิธีหยุดอายุตัวเองใช่ไหม?
“ที่รัก ฉันรู้ว่าเขาเป็นใคร” เซี่ยหลู่พูดขึ้นทันทีขณะที่เธอมองไปที่อีกฝ่าย
“มันเป็นใคร?”
“เขาอยู่ในรายชื่อองค์กรชั่วร้ายที่คณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงต้องการตัว ผู้อาวุโสลำดับสี่ขององค์กรอีกาดำ ตงหวู่ตี้” เซี่ยหลู่จ้องไปที่ชายชรา
องค์กรอีกาดำ?
สีหน้าของโจวอี้เปลี่ยนไป
เขารู้จักองค์กรนี้และเคยต่อสู้กับพวกมันมาก่อน
เขาไม่คาดคิดเลยว่าคนที่ต้องการจะจับตัวเซี่ยหลู่คือผู้อาวุโสระดับบรรพจารย์ยุทธ์จากองค์กรอีกาดำ
“โอ้สาวน้อยช่างรู้มาก!” ตงหวู่ตี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ฮึ่ม!” เซี่ยหลู่นำไม้บรรทัดประกาศิตออกมาถือไว้ในมือ พลางมองไปที่ตงหวู่ตี้ด้วยสายตาอาฆาต
เธอมีความแค้นต่อองค์กรอีกาดำ
ไม่กี่ปีที่ผ่านมา หนึ่งในผู้ใต้บัญชาของเธอถูกสังหารโดยผู้ฝึกยุทธ์ขององค์กรอีกาดำ ดังนั้นเธอจึงใช้เงินจำนวนมากเพื่อซื้อข้อมูลข่าวกรองเกี่ยวกับองค์กรอีกาดำจากตลาดมืดใต้ดิน แม้ว่าข้อมูลจะไม่มาก แต่ก็มีข้อมูลเกี่ยวกับตงหวู่ตี้แม้กระทั่งภาพถ่าย
ตงหวู่ตี้มองไปที่โจวอี้และเยาะเย้ยว่า “ไอ้หนู ตอนนี้รู้ว่าข้าเป็นสมาชิกขององค์กรอีกาดำแล้ว แกกลัวแล้วรึยัง? ในโลกผู้ฝึกยุทธ์ ถ้าองค์กรอีกาดำของข้ากำหนดเป้าหมายแล้ว มีไม่กี่คนหรอกที่จะมีจุดจบที่ดีได้!”
“ไอ้แก่ แกชื่อตงหวู่ตี้ใช่ไหม? แกก็ดูน่าจะอายุไม่น้อยแล้ว แต่ทำไมกลับชอบโอ้อวดเหมือนเด็กยังไม่หย่านมแม่แบบนี้? ไม่อายฟ้าดินบ้างรึไง?” โจวอี้หยิบบุหรี่ออกมาจุดสูบ “เมื่อไม่นานมานี้ ฉันเพิ่งจะฆ่าผู้ชายสองคน ถ้าจำไม่ผิด คนหนึ่งชื่ออู่จ้านเผิงและอีกคนชื่อหมาป่าทมิฬปู้เซิน น่าเสียดายที่มีตาแก่คนหนึ่งหนีรอดไปได้ ดูเหมือนจะชื่อว่าเฒ่าไร้ใจ?”
“เป็นเจ้านี่เอง…” สีหน้าของตงหวู่ตี้เปลี่ยนไป ดวงตาฉายแววสังหารเข้มข้น
อู๋จ้านเผิงเป็นศิษย์ของเขา
และเขาเป็นหนึ่งในผู้ติดตามส่วนตัวไม่กี่คนของเขา
เขาออกจากการปิดด่านมาได้กว่า 1 สัปดาห์แล้ว ซึ่งเขาก็ได้ยินว่าอู๋จ้านเผิงลูกศิษย์ของเขาถูกฆ่าตาย
เขาสอบปากคำเฒ่าไร้ใจ และรู้ว่าอู๋จ้านเผิงถูกชายหนุ่มชื่อโจวอี้ฆ่าตายในเมืองจินหลิง และอีกคนเป็นสมาชิกของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลง
เขาต้องการแก้แค้น แต่เขาก็กลัวคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลง
ดังนั้นเขาจึงระงับความปรารถนาที่จะแก้แค้นและรับงานลักพาตัวเซี่ยหลู่แทน
ใครจะไปคิดว่าเขากลับได้เจอโจวอี้ที่นี่โดยไม่คาดคิด
ช่างเป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยม!
ตงหวู่ตี้สูดหายใจเข้าลึกและพูดด้วยน้ำเสียงอาฆาตว่า “แม้ว่าแกจะเป็นสมาชิกของคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลง แต่องค์กรอีกาดำของเราก็เป็นองค์กรที่อยู่คนละฝั่งกับคณะกรรมการกำกับดูแลเถิงหลงอยู่แล้ว ดังนั้นแกต้องตายในวันนี้ เพื่อเป็นเครื่องเซ่นไหว้ให้กับศิษย์ของข้า!”
“ตาแก่ ใครคือศิษย์ของแก?” โจวอี้ถาม
“อู๋จ้านเผิง”
“ฮ่าฮ่าฮ่า อู๋จ้านเผิงเป็นศิษย์ของแกเหรอ! เหมาะเจาะพอดีเลย วันนี้ฉันจะส่งแกไปเจอกับศิษย์ของแกในนรกอีกครั้งก็แล้วกัน” โจวอี้หัวเราะเยาะและค่อย ๆ ยกไม้เท้าในมือขึ้น
“แกตายแน่ไอ้เด็กเวร!”
ตงหวู่ตี้พุ่งเข้าหาโจวอี้ทันทีพร้อมกับง้างหมัดชก
“สลายไปซะ!”
โจวอี้โบกไม้เท้าปะทะกับกำปั้นของตงหวู่ตี้ในพริบตา
ทันใดนั้น
ไม้เท้าถูกแรงปะทะสะบัดถอยกลับ ทว่าหมัดของตงหวู่ตี้ก็พังทลายลงในทันทีเช่นกัน
“พันทิ่มแทง…สังหารเทพ”
เส้นกระแสพลังปะทุออกจากร่างของตงหวู่ตี้ และพุ่งเข้าใส่โจวอี้จนมองดูคล้ายเข็มบาง ๆ นับร้อยที่มีปลายแหลมคมพุ่งเข้าหาโจวอี้อย่างดุดัน
“ระดับบรรพจารย์ยุทธ์ขั้นกลาง?”
โจวอี้อุทานพร้อมกับระดมพลังจากอักขระสีแดงในทะเลจิตสำนึก สร้างร่างมังกรมายาเสมือนจริงในทันที และบังคับให้มันฟันกรงเล็บออกไปต้านทานการโจมตีของตงหวู่ตี้
เมื่อไม้เท้าหัวมังกรปะทะเข้ากับกระบวนท่าของตงหวู่ตี้ มันเกิดการระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง ส่งผลให้เศษหินดินทรายกระเด็นกระจายไปทั่วทุกที่
“นี่มัน?”
ตงหวู่ตี้รู้สึกได้ถึงพลังของโจวอี้ที่เพิ่มพูนขึ้นอย่างกะทันหัน สีหน้าของเขาเผยความเหลือเชื่อ
“ไอ้หนุ่มคนนี้อายุยังน้อยอยู่เลย เขาประสบความสำเร็จขนาดนี้ได้อย่างไร?”
นอกจากนี้ พลังของเขา….