หวนคืนชะตาคุณหนูใหญ่ตระกูลหลัก - 190 งานอภิเษก (ตอนต้น)
190 งานอภิเษก (ตอนต้น)
“เป็นอย่างไรบ้าง สํารับยาถูกจ้าวเย่อเหรินเอาไปหรือไม่
ทันทีที ซ๊อเสียง กลับเข้ามาในห้อง จ้าวเข่อหรันก็วางหนังสือในมือ ลง มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบานั้นดูอ่อนโยน แต่แววตากลับเย็น
เฉียบ
“ได้ต่ารับยาโบราณเช่นนั้นไป… ตอนนี้จ้าวเย่อเหรินคงกําลังปลื้มปิติ
ไม่น้อยกระมัง”
“เรียนคุณหนู ใช่เจ้าค่ะ”
อเชียงพยักหน้า
ทุกอย่างเป็นไปตามที่คุณหนูคาตไว้ ตอนบ่าวกลับไปค้นหาตําารับ
ยา จ้าวเย่อเหรินรีบร้อนซ่อนมันอย่างลนลาน แล้วก็รีบไล่บ่าวออกมาเสีย
ตัวย”
คะ”
จีนเชียงที่ยืนอยู่ด้านข้างหัวเราะเบา ๆ
“คุณหนูตั้งใจให้จ้าวเย่อเหรินยิ่งเชื่อว่าตํารับยานั่นล้ําค่ามากสินะเจ้า
จ้าวเย่อหรันยกถ้วยชา นอย่างเนิบช้า เสียงตอบเรียบเฉย แต่กลับ
เย็นเยียบราวลมฤดูหนาว
“แน่นอน”
เช้าวันนี้นางถูกปลุกตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง แม่นมจากกรมวังกับบ่าว ไพร่ในจวนใท่อช่วยกันปรนนิบัติให้อาบน้ําชําระกาย ตั้งแต่ศีรษะจรดปลาย เท้า ขัดล้างช้าแล้วช้าเล่าเสียจนแทบถลอก วันนี้… เป็นวันแต่งงานของนาง
หลังจากอาบนํ้าแต่งกายเสร็จ จ้าวเข่อหรันก็ถูก แม่นมเยว่ พาไปยัง โถงใหญ่เพื่อคารวะบรรพชนและบิดามารดา เพื่อพิธีสมรสครั้งนี้ ท่านโหว จ้าวหลิน กับ เซียวหลิง มาถึงจวนใทีชือตั้งแต่เช้า เพราะถึงอย่างไร ตอนนี้ จ้าว งก็ยังไม่ได้รับตําแหน่งโหวแห่งเจิ้นเป่ย ดังนั้นจ้าวเข่อหรันจึงต้อง
ออกเรือนจากจวนไท่ฮือ
ผู้ใหญ่ทั้งสี่ต่างกล่าวคําาสั่งสอนทํานอง “เป็นภรรยาที่ดี ดูแลสามี เลี้ยงดูลูก” แต่จ้าวเข่อหรันมองออกชัดเจน ตอนที่มารดาของนางกล่าว ถ้อยคําเหล่านั้น แม้ใบหน้าจะยิ้ม…ทว่าดวงตากลับไร้ไออุ่นแม้แต่น้อย รอย ยิ้ม ก็เป็นเพียงหน้ากากของพิธีการเท่านั้น จ้าวเข่อหรันไม่รู้สึกอะไร
หลังคารวะเสร็จ นางก็ถูกแม่นมเยว่ประคองกลับห้องหอ รอเจ้า
บ่าวมารับตัว
“แต่ว่า…” ฉินเขียงขมวดคิ้ว
“ถึงอย่างนั้นจ้าวเย่อเหรินก็น่าจะไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ นี่เจ้าคะ นางทั้ง ริษยาคุณหนูทั้งระแวงคุณหนู จะหยิบตํารับยาที่คุณหนูตกไปใช้จริง
หรือ”
จ้าวเข่อหรันนั่งอยู่ในห้องหอ ข้างกายนางคือ หยุนอีอี หยุนอีอีจะ แต่งงานอีกไม่กี่วัน จึงมาร่วมครึกครื้นวันนี้ ส่วนหลินซิ่วซิ่วไม่ได้มา จ้าวเข่อ หรานหัวเราะเบา ๆ
“ตามปกติ นางคงไม่เชื่อหรอก แต่วันนี้ ไม่เหมือนวันอื่น”
นางวางถ้วยชาลงช้า ๆ
เช้านี้กรมวังส่งชุดแต่งงานของเราสองคนมาแล้ว พอเห็นความ
ต่างของชุดมงคล…. นางจะสงบใจได้หรือ”
หนึ่งคือ ชายาเอกของอ๋อง อีกหนึ่ง… เพียง สนมรองขององค์รัช ทายาท ความต่างนั้นชัดเจนเสียยิ่งกว่าตบหน้าต่อหน้าผู้คน จ้าวเข่อหรัน ยิ้มบาง
“มันคอยเตือนนางทุกลมหายใจ ว่านางเป็นแค่ ‘อนุ” เท่านั้น
อเชียงพยักหน้าเข้าใจทันที
“เพราะอย่างนั้น คุณหนูถึงไปคุยกับนางวันนั้น…
จ้าวเย่อหรันพยักหน้า
‘วันแต่งงานของนาง องค์รัชทายาทไม่มีทางไปแน่ เยาแต่งกับ ฉินอี้เหมี่ยวเพราะต้องการอ้านาจของจวนฉินถั่วกง งานกลับบ้านของ ฉินอี้เหมี่ยวสําคัญยิ่ง เขาจะกล้าหักหน้าจวนทั่วกงหรือ เรื่องนี้ถ้ารู้ตั้งแต่
แรก”
จ้าวเข่อหรันยกยิ้มบาง
“ข้าเพียงแค่เตือนนาง… ในเวลาที่เหมาะสม พอรู้เรื่องนี้ ใจของนาง จะไม่วุ่นวายได้อย่างไร พอดีกับตอนนั้น ข้าท่า ารับยาตกลงพื้น…
ดวงตาของจ้าวเย่อหรันเย็นเฉียบ
ในสายตาของคนที่กําาลังจวนตัว ตํารับยานั่นก็ไม่ต่างจากฟางเส้น
สุดท้าย ใช้คว้าเอาชีวิตรอด นางยังจะสงสัยอะไรได้อีก
ฉันเชียงหัวเราะเย็น
“สมควรแล้ว ก่อนหน้านี้นางยังดี ใส่ยา หวังทําให้คุณหนูมีลูกไม่ได้! ตอนนี้ก็ให้ลิ้มรสความทุกข์ของผู้หญิงที่ไม่มีวันมีลูกเสียบ้างเถอะ”
จ้าวเข่อหรันเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นกล่าวเรียบ
ย้าก็แค่ตอบแทน… ด้วยวิธีของนางเอง”
สายตาของนางลึกและเย็น
ทําให้สตรีคนหนึ่งไม่มีลูก นับว่าโหดร้าย ยิ่งไปกว่านั้น…. นางยังเป็น
น้องสาวแท้ ๆ ของข้า”
ๆ
เสียงนางแผ่วเบา แต่แฝงความเด็ดเดี่ยว
แต่ถ้านางไม่ไล่ต้อนช้าจนถึงทางตัน ย้าก็ไม่คิดลงมือเช่นนี้
วันมงคลมาถึงในที่สุด จวนไท่ซือถูกประดับด้วยโคมแดง ผ้าแพร แตงพลิ้วไหวไปทั่ว เสียงหัวเราะและความคึกคักติงไม่ขาดสาย ในห้องหอ จ้าวเข่อหรับสวมชุดมงคลสีแดงสด ลายหงส์ทองประดับไข่มุก งดงามสูง ศักดิ์ แม้ผมยังไม่ได้ประดับมงกุฎ แต่นางก็สง่างามราวกับเกิดมาเพื่อชุดนี้ วันนี้ผู้ทําหน้าที่ “หญิงผู้ให้พรเจ้าสาว” ผู้หวีผมเปิดหน้าเจ้าสาว คือ ฮูหยิน ผู้เฒ่าจีน
จ้าวเย่อหรันแทบไม่เชื่อสายตา
วันนี้เป็นวันที่ฉินอี้เหมี่ยวกลับบ้านตามธรรมเนียม ตามเหตุผล แล้ว ท่านยายควรอยู่ที่จวนจีนทั่วกงถึงจะถูก แต่เพื่อหลานสาวคนนี้ ท่าน กลับมาที่จวนให อแต่เช้ามืด ฮูหยินผู้เฒ่าฉินหัวเราะอ่อนโยน
“ทําไม ยายมาที่นี่แล้วแปลกใจหรือ เจ้าคือหลานสาวที่ข้ารักที่สุด วัน นี้ข้าจะไม่มาส่งเจ้าได้อย่างไร”
ดวงตาของจ้าวเย่อหรานแดงขึ้นทันที
“ท่านยาย… ขอบคุณเจ้าค่ะ”
ฮูหยินผู้เฒ่าฉินหัวเราะพลางลูบผมนาง
“วันนี้เจ้างามนัก ท่านตาของเจ้า หากยังอยู่ คงอยากเห็นหลานสาว
ออกเรือนด้วยตาตัวเอง วันนี้ ให้ยายท่าแทนเขาเถิด”
น้าเสียงนั้นอ่อนโยนจนแทบทําให้หัวใจเจ็บ จ้าวเข่อหรันกอดฮูหยิน
ผู้เฒ่าฉินแน่น
‘ความเมตตาของท่านยายกับท่านตา… ข้าจะไม่มีวันลืม”
หลังเปิดหน้าและแต่งหน้าเสร็จ จ้าวเย่อหรันมองเงาในกระจกก็ถึง
กับตะลึง หญิงสาวในกระจกงดงามราวดอกบัวแรกแย้ม ดวงตาใสราวสาย นํ้า ริมฝีปากแดงสด งามอย่างสง่า แต่ยังคงความบริสุทธิ์ละมุน ทุกคนใน ห้องมองนางจนแทบลืมหายใจ หยุนอีอีแกล้งหยอก
“วันนี้เจ้าจะออกเรือนแล้ว บอกมาหน่อยสิว่ารู้สึกอย่างไร ถ้าไม่ บอก ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าออกไป ให้ท่านอ๋องรอจนใจร้อน”
ทุกคนหัวเราะ จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง
ไม่มีอะไรพิเศษ”
แต่ในอกของนาง หัวใจกลับเต้นแรงดุจลูกกวางน้อย ไม่นานนัก เสียงประทัดก็ดังสนั่นจากหน้าจวน เจ้าบ่าวมาถึงแล้ว ที่หน้าประตูเรือน จ้าวเย่อเฟิง จ้าวเข่อหลี่ และ ฉินหลี่เสียน ยืนขวางประตู สีหน้าสองน้อง ชายไม่ค่อยดีนัก พี่สาวที่พวกเขารักที่สุดกําลังจะออกเรือน จากนี้คงไม่ได้ พบกันเหมือนเดิม แต่ก็ยังดีใจที่นางได้แต่งกับคนที่คู่ควร ฉินหลี่เรียนยิ้ม
เจ้าเล่ห์
‘ท่านอ๋อง ถึงท่านจะเป็นองค์ชาย แต่ธรรมเนียมก็ต้องรักษา อยาก รับเจ้าสาวใป ต้องตอบคําถามของพวกเราหรือไม่ก็จ่ายค่าผ่านทาง” ฮือกูชวี่ในชุดเจ้าบ่าวแดงสง่า ยืนอยู่หน้าประตู รอยยิ้มสงบ
เร็วขึ้น”
“เช่นนั้น ข้าคงต้องรับคําท้าแล้ว เพื่อจะได้พาพระชายาของข้ากลับ
แม้ค้าถามจะยากเพียงใด เขาก็ตอบได้หมดอย่างสมบูรณ์ ในห้อง หอ บ้านเข่อหรันได้ยินเสียงโลหะด้านนอกก็ยิ้มเบา ๆ หัวใจอบอุ่นขึ้นเล็ก น้อย สองน้องชายของนาง กําลังปกป้องพี่สาว… ด้วยวิธีของพวกเขาเอง
คืนนี้
ชีวิตใหม่ของนางกําลังจะเริ่มต้น และครั้งนี้ นางจะไม่ปล่อยให้ผู้ใด เหยียบย่ําาชะตาของตนอีกเต็ดยาต