ห้วงเวลาบุปผาผลิบาน - บทที่362 อย่าคิด
นายหญิงใหญ่สกุลหยางและกู้ซีพากันผุดลุกขึ้น
อวี้ถังเห็นก็อดชะงักไปไม่ได้
ในภาพจําของนาง ทั้งสองคนยามที่เห็นนางล้วนแต่นั่งนิ่งสนิท
เกิดใหม่อีกครั้งในชาตินี้ คนในภาพความทรงจํากลับเปลี่ยนไปแล้ว!
นางลอบสั่นศีรษะทั้งถอนหายใจ เดินเข้าไปด้วยรอยยิ้ม
ทุกคนคารวะให้กัน ก่อนจะนั่งลงอีกครั้ง สาวใช้วางนํ้าชาบนโต๊ะก่อนจะถอยออกไปทั้ง
ปิดประตู ยามนี้อวี้ถังจึงเริ่มกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ไม่รู้ว่านายหญิงใหญ่เข้ามาวันนี้มีเรื่องเร่งด่วน
อะไร? ในเรือนเชิญแขกมา จึงไม่อาจดูแลได้อย่างทั่วถึง ยังดีที่หลานสะใภ้ใหญ่เป็นคนรอบคอบ
เชิญท่านเข้ามาดื่มชาก่อน ไม่อย่างนั้นคงจะละเลยท่านเกินไปแล้ว”
คําพูดนี้ฟังดูเกรงอกเกรงใจ แต่คนที่มาล้วนพบว่าในเรือนมีการรับรองแขกอื่น กลับ
ไม่ได้เอ่ยปากเชื้อชวนให้ไปนั่ง หรือกินข้าวด้วยกัน ขาดเพียงไม่ได้พูดว่านางมาผิดเวลาเท่านั้น
นายหญิงใหญ่สกุลหยางหน้าเปลี่ยนสีโดยพลัน
กู้ซีกลับไม่อยากให้พวกนางทะเลาะในที่ของตัวเอง เร่งเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ป้าสะใภ้ใหญ่
ยากที่จะมา อย่างไรก็ต้องมานั่งในห้องข้าเสียหน่อย มิเช่นนั้นหากสามีรู้ ย่อมตําหนิว่าข้าไม่
กตัญ�ูต่อผู้อาวุโส ไม่รู้จักความเหมาะสม” พูดจบ ก็จิ้มผิงกั่วหนึ่งชิ้นส่งไปให้นายหญิงใหญ่
สกุลหยาง “ท่านลองชิมดู สองวันก่อนทางเมืองเหยียนไถของซานตงส่งเข้ามา กล่าวว่าสกุล
พวกเขายังผลิตเป็นเครื่องบรรณาการ นายหญิงรองให้คนส่งเข้ามาหนึ่งตะกร้า ข้าชิมดูพบว่าไม่
ด้อยไปกว่าของบรรณาการนั้นเลย หากท่านคิดว่ารสชาติใช้ได้ ข้าจะให้คนส่งไปให้ท่านตาท่าน
ยายและพวกท่านลุงท่านป้าได้ชิมเช่นกัน”
นี่คืออยากจะอุดปากนางไว้อย่างนั้นรึ?
2880
นายหญิงใหญ่สกุลหยางคิดอย่างโมโห กลับไม่อาจฉีกหน้าคนของสกุลเผยในยามนี้ได้
จึงฝืนข่มกลั้นโทสะนี้ไว้
กู้ซีส่งสายตาให้อวี้ถัง
คล้ายกับฉากในชาติก่อน ยามที่นางใส่ร้ายอวี้ถังอย่างคลุมเครือต่อหน้าคนนอก ทั้ง
ยังให้อวี้ถังเป็นคนก้มหน้ารับผิด
อวี้ถังอดยิ้มขึ้นมาไม่ได้
ในเมื่อกู้ซีชอบเห่อเหิมขนาดนี้ ให้นางออกหน้าไปก็พอแล้ว อย่างไรนางและนายหญิง
รองก็ไม่ชอบเสนอหน้าอยู่แล้ว แม้ว่านางจะดิ้นรนอยู่ข้างนอกอย่างไร ยามที่มาถึงจุดต้อง
ตัดสินใจ คนอื่นก็ต้องมาถามความประสงค์จากนายหญิงรองและนางอยู่ดี
เช่นนั้นให้นางวิ่งวุ่นเองเถิด
นางต้องทําเพียงพยักหน้าในเรื่องที่ตัวเองคิดว่าดี ส่ายศีรษะยามที่ไม่เห็นด้วยเท่านั้น
อวี้ถังเชื่อว่าจากความฉลาดของกู้ซี คงไม่ทําเรื่องที่ทําลายผลประโยชน์ของสกุลเผย
ออกมาอยู่แล้ว
นางผงกศีรษะให้กู้ซีเล็กน้อย
กู้ซีค่อยถอนหายใจอย่างโล่งอก
อวี้ถังช่างเป็นคนไม่มีหูมีตา นางกลัวอย่างยิ่งว่ายามนี้อวี้ถังจะพูดอะไรไม่เหมาะสม
ออกมา กระตุ้นโทสะของนายหญิงใหญ่สกุลหยาง ทั้งสองคนจะทะเลาะกันที่นี่ขึ้นมา
ด้านหนึ่งคือสกุลสามีนาง อีกด้านคือสกุลมารดาของแม่สามี นางยืนฝั่งไหนล้วนไม่ดี
ทั้งนั้น
นางอยากจะเตือนนายหญิงใหญ่สกุลหยางเสียหน่อย ถือโอกาสเอ่ยว่า “พูดขึ้นมาแล้ว
ก็น่าสนใจ อารองเพิ่งได้รับตําแหน่งผู้ว่าการซานตงก็ถูกโยกย้ายมาเมืองหลวง อยู่ที่ซานตงไม่
2881
ถึงสิบวัน ขุนนางทางนั้นยังไม่ทันได้ทําความคุ้นเคยกับเขาดี พวกเขาก็เห็นอารองเป็นอดีตผู้ว่า
การซานตงเสียแล้ว นอกจากมักส่งของพื้นเมืองมาให้ ขุนนางที่เข้ามาทําธุระในเมืองหลวง ยัง
มาเยี่ยมเยียนนายท่านรองบ่อยๆ พวกเราต่างก็เกรงใจอย่างยิ่ง”
นี่กําลังโอ้อวดอย่างนั้นรึ?
ใบหน้าของนายหญิงใหญ่สกุลหยางแทบจะรั้งรอยยิ้มไว้ไม่อยู่
พวกเขาสกุลหยางใช้ชีวิตอย่างยากลําบาก ถือสิทธิ์
อันใดสกุลเผยจึงทําเหมือนไม่เป็น
เดือดเป็นร้อน ยังคงรับการยกยอปอปั้นจากคนอื่น?
นางจึงกล่าวด้วยนํ้าเสียงเชือดเฉือนขึ้นมาอยู่บ้าง “คําโบราณกล่าวได้ดี คนจากไปชาก็
ชืด นายท่านรองสกุลพวกเจ้าเลื่อนตําแหน่ง ทั้งไม่ใช่การถูกปลด อย่าพูดเลยว่าพักอยู่ในซานตง
สิบวัน แม้ว่าจะไม่ทันได้อยู่สักวัน แขวนชื่อเอาไว้ ขุนนางพวกนั้นของซานตงก็ไม่กล้าเมินเฉย
นายท่านรองสกุลพวกเจ้าอยู่ดี ไม่แน่ว่า คนอื่นยังจะยินดีที่สามารถเกาะบารมีของเขาได้!”
เจ้ารู้ก็ดีแล้ว!
กู้ซีมองนายหญิงใหญ่สกุลหยางด้วยยิ้มตาหยี เอ่ยว่า “ท่านพูดไม่ผิด คนทุกวันนี้ รู้จัก
เสาะหาช่องทางเกินไปแล้ว ไม่มีความสัมพันธ์ก็ต้องหาโอกาสตีสนิท นับประสาอะไรกับ
ความสัมพันธ์เล็กน้อยนี้? ดังนั้นอารองจึงกําชับอาสะใภ้รอง พวกที่ส่งของเข้ามา หากคิดว่าดี ก็
เก็บเอาไว้ จ่ายเงินให้เขาไป หากคิดว่าใช้ประโยชน์ไม่ได้ ก็ส่งคืนไป น่าเสียดายที่ทางซานตงส่ง
มามีแต่ของดีๆ ทําได้เพียงใช้เงินทั้งหมดซื้อไว้ อย่างไรพวกเราก็ไม่ต้องเสียเวลาวิ่งไปเสาะหา
เอง นับว่าลดภาระให้สกุลพวกเราไปไม่น้อย”
นํ้าเสียงนั้น ท่าทางนั้น คล้ายว่านางเป็นนายหญิงที่ดูแลเรือนแห่งนี้เสียอย่างนั้น
นายหญิงใหญ่สกุลหยางลอบแค่นหัวเราะในใจ มองอวี้ถังไปทีหนึ่ง
ใครจะรู้ว่าอวี้ถังกลับคล้ายไม่รับรู้อะไร นั่งอยู่ด้านข้างด้วยรอยยิ้ม มองกู้ซีพูดคุยอยู่ตรง
นั้น
2882
ชาติกําเนิดตํ่าต้อยธรรมดา ย่อมเป็นเช่นนี้ แค่ประโยคเดียวยังฟังไม่ออก
นายหญิงใหญ่สกุลหยางผรุสวาทอยู่ในใจ อดเอ่ยไม่ได้ “นั่นก็หมายความว่าของที่ส่ง
มาจากซานตงล้วนส่งให้นายหญิงรองทั้งหมดอย่างนั้นรึ? เงินนี้ก็เป็นนายหญิงรองออกเอง?”
ย่อมไม่ใช่
ทุกคนต่างก็ได้กินของนี้อย่างถ้วนหน้า ไฉนจะให้นายหญิงรองออกเงินคนเดียวได้
โดยเฉพาะเงินเดือนอันน้อยนิดของนายท่านรองที่มีก็เหมือนไม่มี
อวี้ถังย่อมไม่หลงกลนี้!
นางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “พวกเราต่างก็อาศัยบารมีตามไปด้วย แต่ไม่ได้คิดเอารัดเอา
เปรียบ! เงินนี้จะให้นายหญิงรองเป็นผู้รับผิดชอบได้อย่างไร!” จากนั้นนางก็เบี่ยงประเด็น ถาม
ถึงจุดประสงค์การมาของนายหญิงใหญ่สกุลหยางอีกครั้ง “วันนี้ท่านเข้ามาอย่างกะทันหัน
เพราะมีเรื่องด่วนอะไรอย่างนั้นรึ?”
อวี้ถังเดาได้แล้วว่านายหญิงใหญ่สกุลหยางมาทําไม นางอยากส่งนายหญิงใหญ่สกุล
หยางออกไปไวๆ เท่านั้น อย่างไรเรื่องของคุณหนูห้าจึงจะนับว่าสําคัญที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นนาง
เคยถามเผยเยี่ยนแล้ว สกุลเผยและสกุลหยางไม่อาจประนีประนอมได้แล้ว ถึงเวลานั้นย่อมต้อง
แตกหัก จะล่วงเกินคนยามนี้หรือจะล่วงเกินภายหลัง ไม่มีอะไรแตกต่างกันอยู่แล้ว
นายหญิงใหญ่สกุลหยางกลับไม่ยุ่งรายละเอียดยิบย่อยพวกนั้นอีก ดื่มชาสองคํา สูด
หายใจเข้าลึกหลายครั้ง ฟื้นฟูอารมณ์ให้สงบลง ยามนี้ค่อยเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“นี่ก็เป็นเรื่องครั้งนั้นที่ฝากหลานสะใภ้ใหญ่มาถ่ายทอดคําพูด ข้ารู้ว่า ท่านแม่เฒ่าเผย
ไม่ชอบน้องสาวสามีของสกุลพวกเรา แต่บางเรื่องไม่เกี่ยวกับชอบหรือไม่ชอบ สิ่งที่สําคัญที่สุด
คือมองสถานการณ์ในปัจจุบัน นายหญิงสามไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้ นายท่านสามย่อมเข้าใจ ข้า
คิดว่าบางเรื่องหากให้พวกนายท่านปะทะกันอย่างไม่มีใครยอมใคร คงจะไม่มีทางออกที่ดี มิสู้
2883
พวกเราที่เป็นสตรีในเรือนหารือกันก่อน ให้นายท่านของทั้งสองบ้านรู้ว่ามีเรื่องเช่นนี้ เมื่อคุยกัน
อีกครั้ง ก็จะมีการตัดสินใจที่ดี ไม่อย่างนั้น ข้าคงไม่ออกหน้ามาพูดเรื่องนี้หรอก”
อวี้ถังแสร้งตีหน้าซื่อทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ พยักหน้าราวกับกระจ่างขึ้นมาโดยพลัน เอ่ยว่า “ที่
แท้ก็เป็นเช่นนี้ ก่อนหน้านี้ข้ายังคิดว่า แม่สามีพูดออกมาแล้ว ท่านยังให้พวกเราที่เป็นสะใภ้ใน
เรือนตัดสินใจ นี่ไม่ใช่สร้างความลําบากให้พวกเราหรอกรึ? ที่แท้ก็เพียงให้พวกเราเป็นคน
ถ่ายทอดคําพูด!”
นายหญิงใหญ่สกุลหยางได้ฟังคําพูดนี้ คล้ายกับเด็กน้อยคนหนึ่งที่ไม่ประสาความ ก็
ระเบิดอารมณ์ขึ้นมา อดกล่าวด้วยเสียงทุ้มดังไม่ได้ “เช่นนั้นเจ้าพูดกับนายท่านสามอย่างไร?”
อวี้ถังตาเบิกกว้างเผยให้เห็นตาขาวดําอย่างชัดเจน เอ่ยว่า “ข้ายังไม่ได้พูดเรื่องนี้กับ
นายท่านสาม!”
“อะไรนะ?” นายหญิงใหญ่สกุลหยางโมโหอย่างยิ่ง
ตกลงนางรู้หรือไม่ว่าเรื่องนี้สําคัญถึงเพียงใด?
หากนางไม่วิ่งมา สกุลหยางของพวกเขาก็ยังคงจะนั่งรอข่าวในเรือนต่อเหมือนก่อนหน้า
นี้ใช่หรือไม่?
ไม่แปลกใจที่สกุลเผยไม่มีความเคลื่อนไหว
ชั่วขณะนั้นนางก็เอ่ยเสียงจริงจัง “เรื่องสําคัญเช่นนี้ ไฉนเจ้าจึงไม่บอกกับนายท่าน
สาม? เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าทําอะไรลงไป? นี่หากเป็นสถานการณ์เร่งด่วนในกองทหาร เจ้าคงถูกตัด
หัวนับสิบแปดครั้งแล้ว”
อวี้ถังไม่ได้คิดเช่นนั้น
ได้ฟังคําพูดนี้ หากไม่รู้ นางยังจะคิดว่านางเป็นสะใภ้ ทั้งลูกหลานของสกุลหยาง!
2884
นางเพียงแค่คุ้นชินปฏิบัติกับคนอย่างเจรจาก่อนแล้วค่อยใช้กําลัง นายหญิงใหญ่สกุล
หยางกลับเห็นนางเป็นลูกพลับอ่อน คิดจะบีบก็บีบ!
อวี้ถังยิ่งเผยท่าทีบริสุทธิ์
ไร้เดียงสา เอ่ยอย่างไม่ได้รับความเป็นธรรม “ทุกคนล้วนรู้ว่า
แม่สามีข้าคัดค้านเรื่องนี้ ท่านจะให้ข้าพูดกับนายท่านสามอย่างไร? ข้ายังปรึกษาเรื่องนี้กับนาย
หญิงรองมาแล้ว นายหญิงรองก็ไม่กล้าไปคุยกับนายท่านรองเช่นกัน ในความคิดข้า เรื่องนี้หาก
ไม่ปล่อยไปเช่นนี้ ท่านก็ไปพูดกับนายท่านสามด้วยตัวเองเถิด”
นายหญิงใหญ่สกุลหยางโมโหจนทั่วร่างสั่นระริก
เผยเยี่ยนแต่งของเล่นอะไรเข้ามากัน?
ให้นางไปคุยกับนายท่านสาม?
ผู้ชายในสกุลหยางตายเกลี้ยงไปหมดแล้วหรืออย่างไร!
ไม่แน่ว่าเผยเยี่ยนยังจะคิดว่าสกุลหยางดูแคลนเขา ชายตามองสกุลเผยจากด้านบน
ส่งสตรีในเรือนมาพูดเรื่องพวกนี้กับเขา!
นายหญิงใหญ่สกุลหยางหงุดหงิดใจอย่างยิ่ง เอ่ยว่า “เจ้าพูดไปตามตรงก็พอแล้ว แค่
ให้เจ้าถ่ายทอดคําพูดเท่านั้น ไม่ใช่ให้เจ้าตัดสินใจเสียหน่อย”
อวี้ถังเห็นใบหน้านางล้วนเขียวคลํ้า ในใจมีความสุขอย่างยิ่ง แสร้งเอ่ยต่อว่า “นี่เพราะ
ข้ากลัวว่านายท่านสามจะอารมณ์ไม่ดีหรอกรึ?” พูดถึงตรงนี้ นางก็เบนสายตาไปยังกู้ซีที่เอาแต่
นั่งเงียบด้านข้าง “ไม่อย่างนั้น ให้หลานสะใภ้ใหญ่ไปบอกนายท่านรองด้วยตัวเอง! นายท่านรอง
เป็นคนใจเย็น หลานสะใภ้ใหญ่ก็พูดเก่งกว่าข้า หากข้าถ่ายทอดคําพูดไม่ดี อาจเปลี่ยนประเด็น
หลักไปได้” ขณะที่นางพูด ก็ตบมือขึ้นมา ราวกับรู้สึกว่าความคิดนี้ดีอย่างยิ่ง
นายหญิงใหญ่สกุลหยางตะลึงงัน หลังดึงสติกลับมาได้ ก็รู้สึกว่าความคิดนี้ไม่แย่
เช่นกัน
2885
เป็นเช่นนี้แล้ว นอกจากสามารถหลบหลีกการเผชิญกับเผยเยี่ยนตรงๆ ได้ ยังสามารถ
ให้พี่น้องสกุลเผยทราบความสําคัญของเรื่องนี้
นางมองใบหน้าที่ไร้กังวลของอวี้ถัง เอ่ยด้วยความรู้สึกซับซ้อน “เช่นนั้นเจ้ารู้ว่าเรื่องนี้
สําคัญขนาดไหนหรือไม่?”
อวี้ถังเผยท่าทีสบายๆ เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ก่อนหน้านี้ยามที่พวกเราอยู่วัดเจาหมิงก็มีคน
กล่าวว่าเงินสองแสนตําลึงมีเพียงสกุลเผยที่หาได้ ภายหลังทุกคนก็พูดอย่างกระจ่างแล้ว เรื่องนี้
ไม่เกี่ยวข้องกับสกุลเผย ไม่แน่ว่าสกุลหยางของพวกเจ้าจะเข้าใจผิด! ข้าเชื่อว่าเรื่องนี้ไม่
เกี่ยวข้องกับสกุลเผย”
นํ้าเสียงแน่วแน่นั้น ทําให้นายหญิงใหญ่สกุลหยางหมดอารมณ์อย่างแท้จริง คิดว่าพูด
กับคนเช่นนี้ ช่างเหนื่อยใจจริงๆ
อวี้ถังเห็นว่าจัดการเรื่องได้พอเหมาะพอควรแล้ว ก็รีบยืนขึ้น เอ่ยกับกู้ซี “นายหญิงใหญ่
สกุลหยางยากจะมาเยือน วันนี้งานเลี้ยงเจ้าก็ไม่ต้องเข้าร่วมแล้ว ต้อนรับนายหญิงใหญ่สกุล
หยางดีๆ ข้าคงไม่ได้อยู่ด้วย นายหญิงใหญ่สกุลหยาง วันนี้ท่านก็รั้งตัวกินข้าวกลางวันที่นี่เถิด
ถึงเวลานั้นข้าจะบอกกล่าวกับทางครัวไว้” พูดจบ ก็ยกฝีเท้าเดินไปด้านนอก แม้แต่โอกาส
ปฏิเสธยังไม่มีให้นายหญิงใหญ่สกุลหยางและกู้ซี
กู้ซีขมวดคิ้วแน่น กลับทําได้เพียงรั้งตัวต้อนรับนายหญิงใหญ่สกุลหยางที่นี่
นางย่อมไม่อาจพานายหญิงใหญ่สกุลหยางไปที่เรือนหลักด้วยได้ หากนายหญิงใหญ่
สกุลหยางพูดสิ่งที่เป็นผลเสียกับสกุลเผยขึ้นมาโดยไม่สนอันใด หน้าตาของสกุลเผยพวกเขาคง
ไม่เหลือแล้วเช่นกัน
“ป้าสะใภ้ใหญ่” นางรินชาให้นายหญิงใหญ่สกุลหยางด้วยรอยยิ้มต่อ “ข้าจําได้ว่าก่อน
หน้านี้สามีบอกว่าท่านและแม่สามีของข้าคล้ายกัน ชอบกินเป็ดย่างหนังกรอบเป็นที่สุด ข้านึก
ได้ว่าวันนี้ในครัวก็มีอาหารจานนี้ ท่านนั่งพักสักครู่ ข้าจะเรียกเหอเซียงไปที่ครัวเดี๋ยวนี้ ทั้งให้
2886
พวกเขาทําเต้าหู้ลูกชิ้น ทอดปลาจวด…” ขณะที่พูด ก็ตะโกนเรียกเหอเซียงเข้ามา ออกคําสั่งลง
ไป