ห้วงเวลาบุปผาผลิบาน - บทที่363 สองฝั่ง
นายหญิงใหญ่สกุลหยางย่อมไม่ได้มากินข้าว แต่ข้อเสนอของอวี้ถังทําให้นางหวั่นไหว
จริงๆ
แม้ว่าสกุลเผยจะมีเผยเยี่ยนเป็นผู้นําสกุล แต่ผู้ที่มีตําแหน่งขุนนางสูงที่สุดกลับเป็นเผย
เซวียน ทั้งนายหญิงรองยังอายุมากกว่าอวี้ถัง มีชาติกําเนิดในสกุลใหญ่ ย่อมใช้การได้ดีกว่าอวี้
ถังเป็นแน่ สาเหตุที่ตอนแรกนางละทิ้งนายหญิงรองวานกู้ซีมาถ่ายทอดคําพูดให้อวี้ถัง ก็เป็น
เพราะเหตุนี้…คิดว่า ไม่ว่าจะพูดจากด้านใด อวี้ถังล้วนสู้นายหญิงรองไม่ได้ คิดอยากจะรังแก
นางอยู่บ้าง แต่คาดไม่ถึงว่าอวี้ถังจะไม่รู้อะไรจนถึงขั้นนี้ เรื่องใหญ่อย่างค้นเรือนฆ่าคน ใน
สายตาของนางกลับเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น
หากรู้ว่าจะเป็นเช่นนี้ ยังมิสู้ไปพูดกับนายหญิงรอง!
ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องของสกุลหยางในยามนี้ยังถูกปิดเงียบ แต่เงียบได้ไม่ถึงสองวัน นางก็
อยากหยั่งเชิงท่าทีของเผยถง ดูว่าในเวลาสําคัญเขาจะช่วยเหลือสกุลหยางหรือไม่
หากในใจของเผยถงมีแต่สกุลเผยไม่มีสกุลหยาง เช่นนั้นหลานผู้นี้ พวกเขาอย่าได้นับ
ญาติเลย อย่างไรก็เป็นคนเนรคุณ เพิ่มลายดอกลงบนผ้าแพรได้ กลับไม่อาจช่วยเหลือในยาม
คับขันได้ หลานเช่นนี้ยังจะมีประโยชน์อะไร?
นายหญิงใหญ่สกุลหยางขบคิดในใจ ไม่ได้คิดเล็กคิดเล็กเรื่องที่อวี้ถังไม่ให้นางเป็นแขก
อีก กลับคิดว่าเช่นนี้ก็ดีไม่น้อย นางจะได้พูดเรื่องสําคัญกับเผยถงอย่างเงียบๆ ด้วย
อวี้ถังออกมาจากทางกู้ซี แขกเหรื่อก็มาถึงหมดแล้ว นอกจากฮูหยินฉินจะพาลูกชายลูก
สาวมาแล้ว ยังพาคุณหนูสกุลฉินเข้ามาด้วย ด้านฮูหยินผู้เฒ่าสกุลเฟ่ ยพาหลานชายคนหนึ่งที่
อายุประมาณสิบสี่สิบห้าปีเข้ามา สวีเซวียนลากอินซื่อน้องสาวสามีของตัวเองเข้ามาด้วย นาย
หญิงรองและคุณหนูห้านั่งเป็นเพื่อนแขก ทุกคนกําลังดื่มชาพูดคุยกันในโถงบุปผา
2888
อวี้ถังเข้ามาก็เอ่ยขอโทษด้วยรอยยิ้ม “เพิ่งไปดูในครัวมา เข้ามาช้าเสียแล้ว ขอฮูหยินผู้
เฒ่าและฮูหยินฉินอย่าได้ถือสา”
ฮูหยินผู้เฒ่าสกุลเฟ่ ยหัวเราะร่า กล่าวว่า ‘ไม่หรอก’ เอ่ยเป็นมารยาทไม่กี่คํา ก็แนะนํา
หลานชายของนางกล่าวว่าเป็นลูกคนรองของลูกชายคนที่สองนาง เรียนหนังสือเก่งไม่น้อย ครั้ง
นี้เข้ามาเพราะอยากติดตามรํ่าเรียนกับเฟ่ ยจื้อเหวิน สกุลเผย ‘มีจิ้นซื่อสามคนในสกุล’ ในเมือง
หลวงจึงขึ้นชื่อว่าเป็นสกุลบัณฑิต วันนี้ฉวยโอกาสพาหลานผู้นี้ของนางเข้ามาทําความคุ้นเคย
คงกลัวคุณชายใหญ่สกุลฉินอึดอัดใจ จึงตั้งใจพาเขาเข้ามาเป็นเพื่อนกระมัง?
อวี้ถังทักทายคุณชายสกุลเฟ่ ยอย่างกระตือรือร้น แววตากลับจับจ้องที่ร่างของคุณชาย
ใหญ่สกุลฉินที่ยืนด้านข้างฮูหยินฉิน
จากคุณหนูฉินก็สามารถมองออกแล้วว่า สกุลฉินนั้นให้กําเนิดสาวงาม บุรุษย่อมต้อง
หล่อเหลาเช่นกัน
คุณชายใหญ่สกุลฉินไม่มีส่วนคล้ายคลึงกับฮูหยินฉินแม้แต่น้อย กลับหน้าตาเหมือน
คุณหนูฉินสามถึงสี่ส่วน จมูกโด่งเป็นสัน ดวงตากลมโต ผิวพรรณขาวสะอาด รูปโฉมโดดเด่น
อย่างยิ่ง บุคลิกก็ดีเช่นกัน อ่อนโยนมีมารยาท มองแวบแรกก็รู้ว่ามีชาติกําเนิดจากสกุลบัณฑิต
ส่วนน้องสาวของคุณชายฉิน คุณหนูใหญ่สกุลฉิน รูปลักษณ์เหมือนคุณหนูฉินยิ่งกว่า
เป็นเด็กอายุสิบปีเท่านั้น กลับดูโตเป็นผู้ใหญ่ ภายหลังย่อมงดงามไม่แพ้คุณหนูฉินเป็นแน่
ฮูหยินฉินมีลูกชายสามคนลูกสาวหนึ่งคน ไม่รู้ว่าลูกชายอีกสองคนจะเหมือนกับ
คุณชายใหญ่สกุลฉินหรือไม่ มีหน้าตาที่หล่อเหลาเช่นกัน
อวี้ถังเม้มปากแย้มยิ้ม ประทับใจคุณชายใหญ่สกุลฉินไม่น้อย
นางมองไปทางนายหญิงรอง
นายหญิงรองกลับมองด้วยท่าทีราวกับเป็นสกุลว่าที่แม่ยายแล้ว ไม่เพียงพอใจอย่างยิ่ง
ความอิ่มเอมยังแสดงชัดบนใบหน้า มุมปากไม่อาจหุบได้อยู่บ้าง กระตือรือร้นกับคุณชายใหญ่
2889
สกุลฉินและคุณหนูใหญ่สกุลฉินอย่างยิ่ง “นั่งลงกันเถิด ไม่จําเป็นต้องเกรงใจเช่นนี้ ข้า อาตัน
และอาสะใภ้สามของนางล้วนไม่ใช่คนพิถีพิถันอะไร พวกเจ้าทําตัวตามสบายเถิด”
สองพี่น้องสกุลฉินมองมารดาไปแวบหนึ่ง เห็นฮูหยินฉินพยักหน้าเล็กน้อย ยามนี้ค่อย
นั่งลงอย่างขัดเขิน
อวี้ถังถามขึ้นมาว่าปกติคุณหนูใหญ่สกุลฉินทําอะไรบ้าง
คุณหนูใหญ่สกุลฉินเขินอายอย่างเห็นได้ชัด ตอบคําถามของอวี้ถังด้วยนํ้าเสียงแผ่วเบา
อวี้ถังยิ่งชอบไปใหญ่
คุณหนูห้าก็มีนิสัยเก็บตัว หากน้องสาวสามีชอบก่อเรื่อง บางทีคุณหนูห้าอาจจะไม่
สามารถพูดไปทิศทางเดียวกันกับน้องสามีได้
แน่นอนว่า ไม่กี่ปีน้องสาวสามีก็ต้องแต่งออกไป ต่างใช้ชีวิตของตัวเอง แต่บางครั้งยัง
หวังให้พี่ชายพี่สะใภ้สกุลมารดาช่วยหนุนหลัง หากพี่สะใภ้น้องสามีเข้ากันได้ดี ไม่ใช่ว่าจะดีกว่า
รึ?
อวี้ถังเอ่ยด้วยรอยยิ้มกับฮูหยินฉิน “คาดไม่ถึงว่าคุณหนูของท่านและอาตันของพวกเรา
จะคล้ายคลึงกัน ล้วนเป็นคนสุภาพอ่อนโยน” พูดจบ นางก็ชําเลืองมองคุณชายใหญ่สกุลฉินไป
อย่างรวดเร็ว
คุณชายใหญ่สกุลฉินกําลังลอบพินิจคุณหนูห้า ด้านคุณหนูห้ากลับไม่รู้อะไรเลย ยังส่ง
ยิ้มทักทายให้คุณชายใหญ่สกุลฉินอย่างไร้เดียงสา คุณชายใหญ่สกุลฉินก้มศีรษะลงทันที ไม่
กล้ามองคุณหนูห้าอีก หูแดงแปร๊ดขึ้นมา ดูเหมือนเด็กไม่ประสาอยู่บ้าง กระนั้นกลับพาให้คน
คิดว่าน่ารักไม่หยอก
ใบหน้าของอวี้ถังถูกย้อมไปด้วยรอยยิ้ม
ฮูหยินฉินก็มองเห็นท่าทางของลูกชายเช่นกัน คิดว่าเรื่องนี้แปดถึงเก้าส่วนย่อมสําเร็จ
ผล จึงรู้สึกสุขสันต์เปรมปรีดิ์ เอ่ยว่า “นางเป็นคนไม่แสดงออกอยู่บ้าง ไม่ว่าข้าจะพูดอย่างไร
2890
ล้วนเปลี่ยนไม่ได้ ทั้งคิดว่านางยังอายุน้อย จึงไม่ค่อยได้พานางออกไปไหน” จากนั้นก็เอ่ยกับลูก
สาว “ในเมื่อวันนี้รู้จักคุณหนูห้าแล้ว ภายหลังออกไปไหน พาเจ้าไปด้วย เจ้าก็มีคนไปเป็นเพื่อน
แล้ว”
ในบรรดาคุณหนูสกุลเผย คุณหนูห้านั้นมีอายุน้อยที่สุด จึงมีแต่คนอื่นคอยดูแลนาง
นางยังไม่เคยดูแลใครมาก่อน ฟังจบก็อดกระตือรือร้นขึ้นมาไม่ได้ มองนายหญิงรองอย่าง
ระมัดระวัง เอ่ยว่า “ท่านแม่ ดอกทับทิม กุหลาบ และกล้วยไม้ราตรีในสวนดอกไม้ด้านหลังล้วน
บานสะพรั่งหมดแล้ว ข้าพาน้องสาวไปดูได้หรือไม่?”
ยังเร็วเกินไปสําหรับอาหารกลางวัน
ฮูหยินผู้เฒ่าสกุลเฟ่ ยเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เช่นนั้นก็ไปดูด้วยกันเถิด ข้าทราบมานานแล้วว่า
นายหญิงรองนั้นมีฝีมือปลูกดอกไม้ วันนี้ต้องเปิดหูเปิดตาเสียหน่อยแล้ว”
นั่งอยู่ที่นี่ แทบไม่มีโอกาสได้พูดคุย
นายหญิงรองรีบหยัดกายขึ้น เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ฝีมือปลูกดอกไม้ของข้าดีที่ไหนกัน เป็น
เพราะฝีมือแม่สามีของข้าต่างหาก พวกเราสองพี่สะใภ้น้องสะใภ้ล้วนเรียนมาจากท่านแม่เฒ่า
สวนดอกไม้ทางนี้ยิ่งเป็นน้องสะใภ้ที่จัดการ ข้าเพียงคอยรอดูดอกไม้ผลิบาน ไปเด็ดมาดอกสอง
ดอกประดับในแจกันเท่านั้น ไม่กล้ารับคําชมจากท่านหรอก”
ฮูหยินผู้เฒ่าสกุลเฟ่ ยคิดว่าสะใภ้ของสกุลเผยทั้งสอง รวมถึงกู้ซีที่เป็นหลานสะใภ้ต่างก็
คุยเก่งกันทุกคน ทั้งยังรู้จักความเหมาะสม จึงอดเอ่ยด้วยรอยยิ้มไม่ได้ “ข้าได้ยินว่านายหญิง
ใหญ่มีลูกชายเพียงสองคน ลูกชายคนเล็กนั้นเจรจางานแต่งแล้วหรือยัง?”
งานแต่งของเผยเฟยยากที่จะจัดการ
ประการแรกบ้านหลักของเผยโย่วนี้อยู่ในสถานการณ์กระอักกระอ่วนอยู่บ้าง ประการที่
สองนายหญิงใหญ่สกุลเผยมีความคิดของตัวเอง ใช่ว่าจะมีความคิดคล้อยตามสกุลเผยเสมอไป
นี่หากฮูหยินผู้เฒ่าสกุลเฟ่ ยอยากเป็นแม่สื่อให้เผยเฟยก็เป็นปัญหาแล้ว
2891
แต่ตําแหน่งและฐานะของฮูหยินผู้เฒ่าสกุลเฟ่ ยวางให้เห็นชัดเจนเช่นนี้ ปฏิเสธไปย่อม
ไม่ดีเช่นกัน
ชั่วขณะนั้นนายหญิงรองก็ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรดี มองอวี้ถังอย่างขอความช่วยเหลือไป
แวบหนึ่ง
อวี้ถังและนายหญิงรองคิดไปทิศทางเดียวกัน เห็นแววตาของนายหญิงรอง ก็ไม่คิดมาก
เอ่ยด้วยรอยยิ้มทันที “พวกเราล้วนอายุน้อย งานแต่งของคุณชายรอง ยังต้องถามพี่สะใภ้ใหญ่
ของพวกเรา”
นี่ย่อมหมายความว่าพวกนางสองพี่สะใภ้น้องสะใภ้ไม่อาจตัดสินใจได้
ฮูหยินผู้เฒ่าสกุลเฟ่ ยคิดว่านี่เป็นเรื่องปกติ ก็ไม่ได้ถามมาก เผยยิ้มหยัดกายขึ้นโดยมี
หลานชายคอยประคอง เดินไปทางสวนดอกไม้ด้านหลัง
อินซื่อไม่ปริปากอันใดมาโดยตลอด พยุงสวีเซวียน ทําหูตั้งรอฟัง
คุณหนูห้าและคุณหนูใหญ่สกุลฉินเล่นเข้ากันได้ดี
ทั้งสองคนซุบซิบพูดคุยกัน ดูกลมเกลียวอย่างยิ่ง
คุณหนูฉินพยุงฮูหยินฉิน ด้านคุณชายใหญ่สกุลฉินตามพวกนางอยู่เบื้องหลัง เหลือบ
มองคุณหนูห้าเป็นครั้งคราว ใบหน้ายังมีสีแดงแต้มประปราย
อวี้ถังคิดว่าน่าขบขันไม่น้อย รอจนส่งแขกในเรือนแล้ว ก็เอ่ยเรื่องนี้กับเผยเยี่ยน
“คุณชายใหญ่สกุลฉินรูปลักษณ์โดดเด่นอย่างยิ่ง ข้ายังกลัวว่าคุณชายสกุลฉินจะไม่ชอบอาตัน
ของพวกเรา คาดไม่ถึงว่าคุณชายสกุลฉินจะใส่ใจอาตันไม่น้อย ช่วงบ่ายพวกเขาไปตกปลาที่
สวนดอกไม้ด้านหลังด้วยกัน ได้ยินว่าคุณชายฉินช่วยอาตันใส่เหยื่อตกปลาอยู่ตลอด ยามที่
กลับไปยังให้น้องสาวของตัวเองเชิญอาตันไปเป็นแขกที่เรือน ข้าว่างานแต่งครั้งนี้แปดถึงเก้าใน
สิบย่อมสําเร็จแน่”
2892
เผยเยี่ยนได้ฟังก็ขมวดคิ้ว เอ่ยว่า “ผู้ชายต้องสร้างผลงานประสบความสําเร็จ หน้าตาดี
มีประโยชน์อะไร? ควรดูว่าความรู้เขาเป็นอย่างไรมากกว่า”
อวี้ถังเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “อีกไม่กี่วันฮูหยินผู้เฒ่าสกุลเฟ่ ยจะเชิญพวกเราไปเที่ยวเล่นที่
เรือนพวกเขา เจ้าก็ไปด้วยกันสิ! จะได้ฉวยโอกาสนี้ทดสอบคุณชายใหญ่สกุลฉิน”
เพราะวันนี้เป็นครั้งแรกที่ทุกคนเจอกัน ชอบหรือไม่ยังคงมองยาก ผู้ชายของสกุลเผย
และสกุลฉินก็ไม่ได้เข้าร่วมสักคน
คล้อยหลังอวี้ถังก็เอ่ยเรื่องของนายหญิงใหญ่สกุลหยางขึ้นมา “ไม่รู้ว่าคิดว่าข้าพูดมี
เหตุผลหรือเพราะมีสาเหตุอื่น หลังจากนางกินข้าวกลางวันที่เรือนคุณชายใหญ่ ก็รอจนกระทั่ง
คุณชายใหญ่กลับจวน ทั้งสองคนพูดคุยกันอยู่นานจึงค่อยกลับไป เรื่องของสกุลหยาง เจ้ามี
แผนอย่างไร? เจ้าไม่บอกกล่าวกับข้า ข้าก็ไม่รู้ว่าควรทําแบบไหนดี?”
เผยเยี่ยนได้ฟังสีหน้าก็ดูไม่ดีนัก เอ่ยว่า “ไม่ใช่ว่าข้าอยากปิดบังเจ้า เป็นความต้องการ
ของกู้เจาหยาง ตีทีเดียวให้ตาย จัดการเรื่องหลักให้ได้ เรื่องทั้งหมดก็จะสําเร็จ ข้ากลับคิดว่าไม่ดี
นัก คนที่ไม่มีอะไรให้เสียย่อมไม่กลัวอะไร แทนที่จะให้พวกเขาไร้ความกังวลใดๆ ยังมิสู้เหลือ
ฟางเส้นสุดท้ายไว้ให้พวกเขา ให้พวกเขาไม่กล้าเคลื่อนไหวตามใจชอบเพราะฟางเส้นสุดท้าย
นั้นยิ่งดี ยามนี้ก็เหมือนการเดิมพัน ดูว่าใครจะเป็นฝ่ ายทนไม่ไหวก่อน วันนี้นายหญิงใหญ่สกุล
หยางมาหาถึงหน้าประตู ครั้งหน้าคาดว่าจะเป็นคนของสกุลหยางแล้ว” จากนั้นก็บีบแก้มอวี้ถัง
อย่างหยอกเย้าอยู่บ้าง เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “วันนี้เจ้าตอบได้ดีมาก ภายหลังมีคนมาถามอะไรเจ้า
เจ้ารับมือเหมือนวันนี้ก็เพียงพอแล้ว”
เขาไม่อยากลากอวี้ถังเข้ามาเกี่ยวข้อง
แม้จะเป็นการถ่ายทอดคําพูด เขาก็ไม่อยากให้ยุ่ง
เขาชอบที่อวี้ถังมีความสุขในทุกวัน ใช้เพียงความกลัดกลุ้มในการปฏิเสธคําขอไร้สาระ
พวกนั้นของคุณหนูสวีเท่านั้น
2893
เรื่องอื่นๆ มีเขาก็เพียงพอแล้ว
อวี้ถังหัวเราะ ปัดมือเผยเยี่ยนออก “ข้าคิดว่าเจ้าพูดมีเหตุผล สุนัขจนตรอกยังกัดคนได้!
แต่ตกลงสกุลหยางจับจุดอ่อนอะไรของพวกเราไว้ เจ้ารู้หรือไม่?”
“ไม่รู้!” เผยเยี่ยนไม่ใส่ใจนัก เอ่ยว่า “ข้าเดาว่าเป็นเพียงพวกจดหมาย บัญชีทํานองนั้น
ไม่ว่าจะเป็นอะไร หากต้องขึ้นศาลจริงๆ ย่อมมีวิธีพิสูจน์ตัวเอง สิ่งที่สําคัญคือฮ่องเต้จะเชื่อใคร”
ทั้งสองคนพูดคุยเรื่องส่วนตัวอย่างสนิทสนม ก่อนชิงหยวนจะรายงานจากด้านนอก
“นายท่านสาม นายหญิงสาม ทางคุณชายใหญ่…ทะเลาะกันขึ้นมาเจ้าค่ะ ท่านว่า ท่านจะไปดู
สักหน่อยหรือไม่”
เผยถงและกู้ซีอย่างนั้นรึ?
จากนิสัยของทั้งสองคนไม่ควรทะเลาะกันจนถึงขั้นที่ผู้ใหญ่ในเรือนต้องรับรู้จึงจะถูก
อวี้ถังเรียกชิงหยวนเข้ามา เอ่ยว่า “รู้หรือไม่ว่าเป็นเรื่องอะไร? ทางนายหญิงรองทราบ
หรือไม่?”
ชิงหยวนสั่นศีรษะ เอ่ยว่า “ไม่รู้ว่าเพราะอะไร เป็นเหอเซียงคนข้างกายของหลานสะใภ้
ใหญ่ กล่าวว่าคุณชายใหญ่ทําลายข้าวของในเรือน อยากเชิญท่านและนายท่านสามเข้าไปให้
ความเป็นธรรมกับหลานสะใภ้ใหญ่เจ้าค่ะ!”
แต่ไหนแต่ไรกู้ซีก็รักหน้าตาเป็นที่สุด ภายในนี้คงไม่มีกลอุบายอะไรกระมัง?
อวี้ถังเอ่ยว่า “เหอเซียงล่ะ?”
ในเมื่อให้พวกเขาไปตัดสินความเป็นธรรม อย่างไรก็ต้องถามให้ชัดเจนว่าเป็นเรื่อง
อะไร?
ชิงหยวนเอ่ยว่า “นางพูดกับข้าด้วยดวงตาแดงกํ่า กล่าวว่ายังต้องไปเชิญนายท่านรอง
และนายหญิงรอง ข้าไม่อาจรั้งตัวนางถามอย่างละเอียดได้”
2894
ที่พักของอวี้ถังและเผยเยี่ยนอยู่ใกล้กับพวกกู้ซีมากกว่า
อวี้ถังมองเผยเยี่ยน
เผยเยี่ยนสีหน้าดูไม่ดีอย่างยิ่ง เอ่ยด้วยเสียงแข็งทื่อ “พวกเราไปปรึกษากับพี่รองก่อน
เถิด”
หากพวกเขายุ่งเรื่องส่วนตัวพวกนี้ของคนอื่น เขาและอวี้ถังก็จะตามไปดู หากพวกเขา
ไม่สนใจ เขาและอวี้ถังย่อมไม่ไปเช่นกัน