ห้วงเวลาบุปผาผลิบาน - บทที่365 ความจริงปรากฏ
กู้ซีมองไปยังเผยเยี่ยนทันที
ตั้งแต่การสารภาพรักที่คลุมเครือถูกปฏิเสธ นางก็คิดว่าเผยเยี่ยนเกลียดนาง ดูแคลน
นางอยู่เรื่อยมา
คาดไม่ถึงว่า นางกลับได้รับการยอมรับจากเผยเยี่ยนในสถานการณ์เช่นนี้
นางฉลาดกว่าเผยถง?
เป็นอย่างนั้นจริงๆ รึ?
เผยเยี่ยนคิดเช่นนี้จริงๆ รึ?
กู้ซีซาบซึ้งใจอยู่บ้าง ความคิดในใจยิ่งแน่วแน่ขึ้นมา
นางเข้ามาคํานับให้เผยเซวียนและเผยเยี่ยน เอ่ยเสียงจริงจังว่า “ไม่กล้ารับคําชมของ
อาทั้งสอง สามีเป็นคนซื่อตรง ทั้งเป็นห่วงญาติพี่น้อง กลัวว่าจะไม่มีความสามารถทําเรื่องนี้เพื่อ
สกุล เรื่องนี้มีเพียงอาสามต้องออกหน้าด้วยตัวเองเท่านั้นจึงจะสามารถตัดสินชี้ขาดได้ อย่างไร
ขออาทั้งสองพิจารณาด้วย”
นี่ก็คือไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวเรื่องนี้
กู้ซียังคงหลักแหลมเหมือนชาติที่แล้ว
อวี้ถังลอบชมอยู่ในใจ
เผยเยี่ยนกลับไม่คิดปล่อยนาง
ไม่ว่าเผยถงและกู้ซีจะทะเลาะกันจริงหรือเสแสร้ง สกุลหยางใช้พี่ชายเขาที่ล่วงลับมา
ข่มขู่ให่สกุลพวกเขาลงมือช่วยเหลือ เดิมทีนี่ก็เป็นเรื่องที่ทําให้คนดูแคลนและขบขันอย่างยิ่ง
พี่สะใภ้ใหญ่คิดว่าสกุลพวกเขาไม่ได้ผลประโยชน์จากสกุลเผยมาโดยตลอด มีวันนี้ได้ ทั้งหมด
2903
ล้วนพึ่งพาสกุลมารดา หญิงสาวเข้าข้างสกุลที่เลี้ยงดูตัวเองมานั้นสามารถเข้าใจได้ แต่หาก
หลานชายทั้งสองของเขาได้รับอิทธิพลจากมารดา คิดแบบนี้เช่นกัน เขาจะเลี้ยงคนเนรคุณไป
ไย? มีเวลาเช่นนี้ ยังมิสู้รับเลี้ยงเด็กที่ถูกทิ้งหรือกําพร้าพ่อแม่ อย่างไรได้ข้าวได้นํ้าจากใคร ก็
ย่อมรู้ว่าต้องตอบแทนคนนั้น
เขามองกู้ซีอย่างเรียบนิ่งไปที ถามเผยถง “เจ้ารู้ไหมว่าทําไมสกุลหยางถึงอยากเกี่ยว
ดองกับสกุลพวกเราให้ได้?”
เผยถงย่อมรู้ดี
หากไม่รู้ เขาคงไม่ยินดีพูดเกลี้ยกล่อมแทนป้าสะใภ้ใหญ่เขาหรอก
เดิมทีเขาอยากค่อยๆ ถอยห่างออกจากสกุลหยาง แต่ท่านลุงทั้งสองของสกุลหยาง
ยามนี้ถูกจองจําในคุก ยังนําเรื่องบิดาของเขามาข่มขู่สกุลพวกเขา อาศัยความเข้าใจที่เขามีต่อผู้
อาวุโสในเรือน อารองนั้นยังพูดง่าย แต่อาสามย่อมไม่ปล่อยสกุลหยางไป หากเขาไม่เป็นคน
กลางไกล่เกลี่ย เกรงว่าการใช้ชีวิตของสกุลหยางคงต้องยากลําบาก…แม้ว่าอาสามได้รับแรง
กดดันในช่วงสั้นๆ ช่วยลุงทั้งสองของเขาออกมา คล้อยหลังก็สามารถล้างแค้นสกุลหยางเป็น
เท่าตัวได้เช่นกัน นี่จึงเป็นเหตุผลที่เขากังวลและหวาดกลัว
แต่เขาถูกแววตาของเผยเยี่ยนกวาดร่างเช่นนี้ ชั่วขณะนั้นก็คล้ายถูกมือใหญ่บีบจนแน่น
ใจสั่นวูบไหว ทําให้คําพูดที่ติดตรงปากเปลี่ยนเป็นกระอึกกระอักขึ้นมา “ข้า ข้ารู้ ดังนั้นข้าจึงคิด
จะเกลี้ยกล่อมลุงใหญ่…”
เผยเยี่ยนยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
ด้านกู้ซีลอบตะโกนในใจว่า ‘แย่แล้ว’
นางฉวยโอกาสที่ทะเลาะกับเผยถงลากผู้อาวุโสในเรือนมาถึงที่นี่ ก็เพราะอยากดึงตัว
ตัวเองและเผยถงออกมา เผยถงพูดเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าตรงกับใจของเผยเยี่ยน ความพยายามที่
นางทุ่มเททั้งหมดย่อมจะเสียเปล่า
2904
นางหมุนกายถลึงตาใส่เผยถงไปที กําลังคิดคําพูดแก้สถานการณ์ คาดไม่ถึงว่าเผย
เซวียนที่ใจกว้างมีเมตตามาโดยตลอดกลับตบโต๊ะดัง ‘ปัง’ ตวาดเสียงดัง “อาถง เจ้าดูเจ้าเถิดว่า
ยามนี้กลายเป็นอะไรไปแล้ว? ยามที่พี่ชายข้ามีชีวิตอยู่ สั่งสอนเจ้าเช่นนี้รึ? รํ่าเรียนวิชามาหลาย
ปี เจ้าเรียนเสียเปล่าอย่างนั้นรึ?”
ชั่วขณะนั้นทุกคนต่างก็ตกใจเขา
ใบหน้าเขียวคลํ้า ดูไม่ได้ยิ่งกว่าเผยเยี่ยน หน้าบึ้งถลึงตามองเผยถง “สกุลหยางใช้อะไร
ข่มขู่พวกเราอยู่? เป็นเรื่องของพ่อเจ้า ยังไม่พูดว่าเรื่องนี้จริงหรือไม่จริง แต่คนตายย่อมสําคัญ
กว่า พ่อของเจ้าไม่อยู่แล้ว พวกเขายังดึงพ่อเจ้ามาเกี่ยวข้องอย่างไม่จบไม่สิ้น เจ้าคิดว่าสกุล
เช่นนี้เป็นสกุลที่คุ้มค่าให้ไปมาหาสู่อย่างนั้นรึ? หรือเจ้าคิดว่าเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไร?
นอกจากเจ้าจะไม่ได้พูดแทนพ่อเจ้า คาดไม่ถึงว่ายังจะไกล่เกลี่ยให้สกุลหยาง ในใจของเจ้ามีพ่อ
เจ้าอยู่หรือไม่? ยังมีสกุลเผยอยู่บ้างหรือไม่? เห็นหัวผู้อาวุโสหรือไม่? มีความกล้าในการ
ช่วยเหลือคนอื่นหรือไม่? หลายปีที่ผ่านมา พี่สะใภ้ใหญ่ให้เจ้าเรียนหนังสือกับคนของสกุลหยาง
หรือเจ้าเรียนรู้เรื่องพวกนี้จากพวกเขา? อาถง เจ้าเป็นลูกชายคนโตของพี่ชายข้า เป็นหลานคน
โตของสกุลพวกเรา การกระทําครั้งนี้ของเจ้า ช่างทําให้ข้าผิดหวังจริงๆ!”
เหมือนที่พูดกันว่าคนที่สงบเสงี่ยมเมื่อระเบิดอารมณ์ขึ้นมาก็จะดุร้ายอย่างยิ่ง
ครั้งนี้อวี้ถังได้เห็นกับตาแล้ว
เผยถงถูกด่าจนใบหน้าแดงกํ่า ค่อนวันก็ยังไม่อาจพูดออกมาสักประโยค
กู้ซีก็ไม่กล้าเอื้อนเอ่ยอะไรเช่นกัน
นายหญิงรองคิดจะประนีประนอม แต่นึกถึงคําพูดของสามี ก็คิดว่ามีเหตุผล ทั้งแม่สามี
ยังไม่เห็นด้วยกับการเกี่ยวดองสกุลหยาง รู้สึกลึกๆ ในใจว่ายังคงเป็นแม่สามีที่สายตากว้างไกล
มองออกนานแล้วว่าสกุลหยางไม่เหมาะสม ปกติที่ขัดแย้งกับพี่สะใภ้ใหญ่ ก็ไม่ใช่แม่สามีเป็น
คนยั่วยุ แต่การสั่งสอนของสกุลหยางนั้นดีไม่พอจริงๆ อย่างนาง ทั้งน้องสะใภ้ ล้วนแต่เข้ากันได้
ดีกับแม่สามี
2905
นึกถึงตรงนี้ นางก็มองอวี้ถังไปแวบหนึ่ง
อวี้ถังกําลังมองเผยเยี่ยนราวกับขอร้อง
เผยเยี่ยนลอบถอนหายใจ ทําได้เพียงออกหน้ากู้สถานการณ์ นํ้าเสียงจึงอ่อนโยนกว่า
เมื่อครู่อย่างยิ่ง เอ่ยว่า “อาถง ในบรรดาลูกหลานรุ่นของพวกเจ้า เจ้าเป็นคนที่อายุมากที่สุด เจ้า
เป็นทั้งแบบอย่างและต้นแบบ เจ้าทําอย่างไร ย่อมส่งผลต่อพี่น้องของเจ้า เรื่องนี้ เจ้าไตร่ตรอง
ให้ละเอียดหน่อยเถิด วันนี้กู้ซีไม่ได้ทําผิดอะไร เจ้าขอโทษนางดีๆ เสีย นี่ก็ดึกมากแล้ว พวกเรา
จะกลับไปก่อน มีเรื่องอะไรพรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกครั้ง”
ความนัยของวาจานี้คือพรุ่งนี้เจ้าต้องให้คําตอบข้าว่าจะช่วยสกุลหยางหรือไม่
ขณะที่เขาพูดก็ส่งสายตาให้เผยเซวียน บอกเป็นนัยให้เขากลับไปก่อนค่อยว่ากันใหม่
เผยเซวียนกําลังโมโหได้ที่ แค่นเสียงในลําคอก่อนจะหยัดกายยืนขึ้น
ในใจของเผยถงก็สับสนวุ่นวาย ฟังจบจึงรีบขานรับ ส่งอาและอาสะใภ้ทั้งสี่ออกจาก
ประตู
ระหว่างทาง นายหญิงรองก็อดถอนหายใจไม่ได้ “พี่สะใภ้ใหญ่เลี้ยงเด็กทั้งสองคนจน
เป็นเช่นนี้ ช่างน่าเสียดายจริงๆ”
อวี้ถังกลับคิดว่าอาจจะไม่ใช่ความผิดของนายหญิงใหญ่เสมอไป ไม่อย่างนั้นสกุลหยาง
จะมีจุดอ่อนของสกุลเผยได้อย่างไร?
นางนึกถึงเผยเยี่ยนวิ่งวุ่นไปทั่วเพราะเรื่องนี้ หากสกุลหยางไม่เอ่ยถึงของที่เหลือไว้ของ
เผยโย่ว บากหน้ามาขอความช่วยเหลือ แม้ว่าจะเห็นแก่เผยถง เผยเยี่ยนก็ย่อมไม่อาจปล่อยมือ
ไม่ยุ่งอะไร
ถึงเวลานั้นยังคงเป็นเรื่องของเผยเยี่ยน!
2906
นางรู้สึกไม่สบายใจ อดเอ่ยไม่ได้ “ยามที่พี่สามีมีชีวิตอยู่ เด็กทั้งสองคนล้วนเติบโตอยู่
ข้างกายเขากระมัง? แม้ว่าจะส่งไปเรียนหนังสือที่สกุลหยาง พี่สามีก็คงเห็นด้วยใช่หรือไม่?”
นางพูดเช่นนี้ นายหญิงรองยังพอว่า เผยเยี่ยนและเผยเซวียนสองพี่น้องกลับพากัน
ชะงักไป
เผยเซวียนถึงกระทั่งเอ่ยออกมาว่า “ตอนแรกยามที่ท่านพี่มีชีวิตอยู่ เผยถงและเผยเฟย
ล้วนติดตามเรียนหนังสือกับท่านพี่ หลังจากที่ท่านพี่จากไปแล้ว พี่สะใภ้ถึงอยากพาพวกเขาสอง
พี่น้องไปเรียนหนังสือที่สกุลหยาง ยามที่อาถงและอาเฟยอยู่ในเมืองหลวง กลับไม่ได้เรียน
หนังสือกับคนของสกุลหยาง…”
เห็นได้ชัดว่าผู้ที่ส่งผลกระทบต่อสองพี่น้องไม่ใช่สกุลหยาง แต่เป็นเผยโย่วที่ตายไป
หนทางต่อจากนั้น ทุกคนต่างก็ไม่ได้พูดคุยกัน บรรยากาศกดดันอย่างยิ่ง สองพี่น้องพูด
กันสองสามประโยคก่อนจะแยกทางกันไป
อวี้ถังดึงเสื้อของเผยเยี่ยน เอ่ยเสียงแผ่วว่า “ข้าพูดอะไรผิดไปใช่หรือไม่?”
“ไม่ใช่!” เผยเยี่ยนเห็นอวี้ถังไม่สบายใจอยู่บ้าง ก็กอดอวี้ถังเบาๆ ยังจุมพิตที่หน้าผาก
นาง ยามนี้ค่อยเอ่ยว่า “ไม่รู้จักหน้าตาแท้จริงของเขาหลูซาน เพียงเพราะตนเองอยู่ในเขาแห่งนี้
บางเรื่อง เป็นเพราะพวกเราไม่ยินดีจะครุ่นคิดอย่างละเอียดเท่านั้น”
คิดมากไป ใจย่อมเกิดความหวาดกลัว
พี่ชายที่ชีวิตรุ่งโรจน์สว่างไสว ถูกเรียกว่าเป็นคนมีความสามารถอันดับหนึ่งในเจียง
หนานของตัวเอง อาจจะเชื่อใจสกุลหยางมากกว่าพวกเขาสองพี่น้อง
มิเช่นนั้น สกุลหยางจะเอาจุดอ่อนมาจากไหน
เผยเยี่ยนรู้สึกยากจะรับได้ พลิกตัวไปมาเกือบรุ่งสางก็นอนไม่หลับ
อวี้ถังนอนไม่หลับตามเช่นกัน ยามที่ตื่นขึ้นมาอีกวัน ขอบตาจึงดําคลํ้า
2907
เผยเยี่ยนเห็นก็ยิ่งปวดใจ ให้ชิงหยวนไปนําไข่ไก่เข้ามา ประคบดวงตาให้นางด้วยตัวเอง
อวี้ถังจับมือของเผยเยี่ยน เอ่ยอย่างอ่อนโยนว่า “ข้าไม่เป็นไร แม้นายหญิงอินจะเข้ามา
ตอนกลางวันข้าก็งีบหลับได้อยู่ดี กลับเป็นเจ้า วันนี้จะออกไปข้างนอกหรือไม่? หากไม่มีธุระ
อะไร ก็พักผ่อนในเรือนเถิด! เจ้าไม่ใช่กล่าวว่าคนที่ร้อนใจต้องเป็นสกุลจาง ไม่ใช่พวกเราหรอกรึ
แม้พี่สามีจะทิ้งหลักฐานไว้ สกุลหยางก็ไม่กล้าใช้ตามใจ มิเช่นนั้นสกุลพวกเขาคงหนีไม่รอด
เช่นกัน”
วันนี้เผยเยี่ยนไม่อยากออกไปข้างนอกจริงๆ ทั้งไม่อยากให้อวี้ถังจมดิ่งในความตกใจ
และหวาดกลัวไปด้วย เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ไม่อย่างนั้นพวกเราออกไปเที่ยวเล่น? จะว่าไปแล้ว เจ้า
มาเมืองหลวงนานขนาดนี้ ข้ายังไม่เคยพาเจ้าไปเที่ยวเล่นดีๆ เลย”
อวี้ถังอยากให้เผยเยี่ยนมีความสุข รีบตอบรับด้วยรอยยิ้มทันที ยังถามเขาว่า “พวกเรา
ไปเที่ยวเล่นที่ไหนดี? จะเอาอะไรไปบ้าง?”
เพราะตัดสินใจอย่างกะทันหัน ช่วงเวลาสั้นๆ เผยเยี่ยนจึงนึกความคิดดีๆ ไม่ออก เอ่ย
ว่า “ไม่อย่างนั้น พวกเราก็เดินเที่ยวเล่นบนถนน? ซื้อของอะไรให้คนส่งกลับไปให้ท่านแม่ ยังมี
พ่อตาแม่ยาย ทั้งสกุลลุงใหญ่เจ้า” พูดถึงตรงนี้ ก็เอ่ยถึงอวี้หย่วน “หลายวันนี้เขากําลังทําอะไร?
ข้าออกไปข้างนอกทุกวัน จึงไม่ได้ถามเขา การค้าของเขายังราบรื่นดีหรือไม่?”
อวี้ถังผงกศีรษะทั้งรอยยิ้ม
เผยเยี่ยนให้พี่ชายนางพักอยู่ที่นี่ นับเป็นการแสดงท่าทีและการสนับสนุนอย่างหนึ่ง คน
ของหกกรมล้วนเห็นแก่หน้าของเผยเยี่ยน สกุลเผิงไม่แนะนําอาจารย์เครื่องลงรักประจําฝูเจี้ยน
ของพวกเขา ผู้ดูแลของสกุลฉินถึงกระทั่งไปทักทายเขาที่สมาคมหังโจว
“รายงานไปแล้ว” นางเอ่ย “รอเพียงกรมพิธีการลงนามอย่างเป็นทางการเท่านั้น เขา
ฉวยโอกาสหลายวันนี้เยี่ยมเยียนคนนั้นคนนี้ไปทั่ว กล่าวว่ารู้จักคนมากหน่อย ภายหลังมีข่าว
คราวอะไรก็จะทราบอย่างฉับไว ข้าเห็นว่าเรื่องของบรรณาการนั้นยังไม่ได้เสร็จสรรพอย่างเป็น
ทางการ จึงยังไม่ได้ตั้งใจบอกเรื่องนี้กับเจ้า”
2908
“เช่นนั้นก็ดี!” เผยเยี่ยนเอ่ย “เขาสามารถรับหน้าด้วยตัวเองคนเดียวได้ย่อมดีที่สุด” มิ
เช่นนั้นแม้จะอาศัยสกุลเผยในการตัดสินใจ คนอื่นก็จะลอบดูแคลนเจ้าอยู่ดี คนที่มี
ความสามารถมีความรู้ที่แท้จริงย่อมไม่อยากไปมาหาสู่กับอวี้หย่วน ข่าวสารที่มีประโยชน์ก็ยาก
ที่จะแพร่งพรายไปถึงหูของเขาเช่นกัน อวี้หย่วนทํากิจการย่อมยากจะทําการใหญ่ หรือนําหน้า
คนอื่น
ทั้งสองคนผลัดกันพูดคุยว่าจะไปเที่ยวเล่นที่ไหนดี
ก่อนเผยอู่จะมาขอเข้าพบ กล่าวว่าสกุลเถาให้คนส่งเทียบเชิญมา อยากมาเยี่ยม
เผยเยี่ยนพรุ่งนี้
อวี้ถังตกตะลึง
“ข้ายังกําลังคิดว่า งานฉลองหมื่นพรรษาจะมีขึ้นในปีหน้า ไฉนสกุลเถายังไม่เข้าเมือง
หลวงมาเตรียมตัว!” เผยเยี่ยนอธิบายให้อวี้ถังฟังด้วยรอยยิ้ม “เมื่อก่อนสกุลเถานั้นทํากิจการ
ขายของเบ็ดเตล็ด ดังนั้นจึงทําการค้าทางทะเลได้ดียิ่ง นาฬิ
กาลูกตุ้ม ตุ๊กตา และพวกนํ้าหอม
ของตะวันตก แทบจะเป็นกิจการของสกุลพวกเขาทั้งสิ้น งานฉลองพรรษาของฮ่องเต้ ใครไม่
อยากซื้อของที่แตกต่างจากคนอื่นบ้างเล่า พวกเขาย่อมไม่อาจพลาดงานเลี้ยง” จากนั้นก็ใช้
นํ้าเสียงราวกับปรึกษาถามอวี้ถังว่า “ไม่อย่างนั้น วันนี้พวกเราไปร้านค้าของสกุลเถา? เจ้า
สามารถไปดูว่ามีอะไรน่าซื้อหรือไม่ ครั้งก่อนข้าเห็นคนซื้อตุ๊กตากลับไปมอบให้คนอื่น เจ้าก็ซื้อ
กลับมาได้เช่นกัน!”
“ไฉนเจ้าถึงไม่ซื้อกลับมาให้ข้าล่ะ?” อวี้ถังเอ่ยอย่างไม่พอใจ
เผยเยี่ยนเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจนัก “ข้าคิดว่าตุ๊กตาพวกนั้นแปลกๆ อย่างยิ่ง แต่เจ้าไม่ค่อย
เหมือนคนทั่วไปอยู่แล้ว ไม่แน่ว่าจะชอบก็ได้ เจ้าไปดูเองดีว่า เผื่อข้าซื้อกลับมา จะทิ้งก็ไม่ได้ ไม่
ทิ้งก็ไม่ได้อีก”