ห้วงเวลาบุปผาผลิบาน - บทที่366 แก้ไข
อวี้ถังสองสามีภรรยาพูดคุยหัวเราะกัน ตัดสินใจล่วงหน้าไปเยี่ยมเถาชิง
เผยเยี่ยนให้เผยอู่ล่วงหน้าไปบอกกล่าวเถาชิงก่อน จากนั้นก็พยุงอวี้ถังขึ้นเกี้ยว ไปสกุล
เถาที่ตั้งอยู่ใกล้ประตูรั้วทางตะวันออกของโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง
เถาชิงมาต้อนรับพวกเขาด้านนอกประตูด้วยตัวเอง ยังนําสินค้าทางเรือมาให้อวี้ถัง
มากมาย ในนั้นมีกล่องไม้สูงประมาณหนึ่งชุ่นใบหนึ่ง เถาชิงกล่าวว่า เป็นตุ๊กตาของทาง
ตะวันตก ในกว่างตง ฝูเจี้ยนขายดีอย่างยิ่ง จึงนํามาให้นางหนึ่งกล่องเช่นกัน
พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา
อวี้ถังขอบคุณด้วยรอยยิ้ม รับของขวัญไว้ คิดว่ากลับไปจะต้องแกะดูเป็นอันดับแรกว่า
ของเล่นของทางตะวันตกนั้นเป็นอย่างไรกันแน่
ด้านชิงเถาและเผยเยี่ยนพูดถึงเถาอันที่เป็นผู้ตรวจการไกลอยู่เจียงซี “ก็นับว่าคนก่อน
ได้ปูทางให้คนรุ่นหลังไว้ ก่อนหน้านี้พระราชกฤษฎีกาที่ใต้เท้าจางยังไม่ทันได้บังคับใช้หลายอัน
เถาอันก็ได้ช่วยทําให้สําเร็จผล พวกเจ้าไปซื้อที่นา ก็ดึงดูดคหบดีใกล้ๆ มากมายไปซื้อที่ดินและ
เริ่มบุกเบิกพื้นที่เพาะปลูกเช่นกัน ช่วยเถาอันได้ไม่น้อย เถาอันกล่าวว่า ปีนี้หากไม่เกิดเรื่อง
ผิดพลาดอันใด จะกลายเป็นปีทองในการเก็บเกี่ยวของเจียงซี ถึงเวลานั้นเสบียงอาหารของ
ชายแดนทั้งเก้าย่อมมีอย่างเพียงพอ คะแนนผลงานของเขาไม่ว่าจะอย่างไรคงก้าวหน้าไปอีกขั้น
หนึ่ง แม้ปีนี้เสบียงอาหารจะยังไม่ได้เก็บเกี่ยวอย่างเสร็จสมบูรณ์ ข้าก็วางแผนจะส่งเสบียงเข้า
ไปให้จากกว่างตงเช่นกัน ให้อาอันสามารถดํารงตําแหน่งผู้ตรวจการหลายปีนี้ได้อย่างมั่นคง”
รอจนรับตําแหน่งครบวาระแล้ว ไม่เป็นเจ้ากรมหรือรองเจ้ากรม ก็สามารถไปเป็นขุน
นางใหญ่ในสํานักตรวจการหรือศาลต้าหลี่ได้
ได้รับแต่งตั้งเข้าสู่เน่ย์เก๋อ เป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นอีกไม่นานเท่านั้น
2910
เถาชิงครุ่นคิด ก่อนตระหนักได้ว่าตอนแรกมาหาเผยเยี่ยนนั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้องอย่างยิ่ง
เขาอดถอนหายใจไม่ได้ เอ่ยกับเผยเยี่ยนว่า “เจ้าวางแผนจะปล่อยไปเช่นนี้รึ? ตอนแรกท่านผู้
เฒ่าสั่งเสียอะไรไว้กันแน่? หากเจ้าเชื่อใจข้า ก็บอกกับข้าเสียหน่อย ไม่แน่ว่าความต้องการของ
ท่านผู้เฒ่าอาจจะอยากให้เจ้าดูแลสกุลชั่วคราวเท่านั้น รอคลื่นลมผ่านไปแล้วค่อยว่ากันใหม่
เจ้าก็อย่าได้เดินเส้นทางสายนี้จนดํามืดเลย”
เผยเยี่ยนเอ่ยว่า “หากข้าไม่เชื่อใจพี่ชาย คงไม่อาจพาคนในเรือนมาหาท่านเช่นนี้หรอก
ท่านพ่อไม่อยากให้เป็นขุนนางอีกจริงๆ เขาคิดว่าข้ามีใจทะเยอทะยาน ประกอบกับในราชสํานัก
มีเรื่องกลัดกลุ้มมากมายพอดี กลัวว่าข้าอายุน้อยมุทะลุ พลาดตกหลุมพราง เข้าไปพัวพันกับ
การแก่งแย่งตําแหน่งของฮ่องเต้ ข้าก็คิดว่าท่านพ่อพูดมีเหตุผลเช่นกัน…หากข้าเป็นขุนนางใน
เมืองหลวง แค่สถานการณ์ในตอนนี้ ยังไม่รู้ว่าล่วงเกินคนไปเท่าใดแล้ว!”
เถาชิงถอนหายใจอย่างเสียดาย ทั้งอดเสนอความคิดให้เขาไม่ได้ “อยู่อาศัยในเมือง
หลวงก็ไม่แย่เสียทีเดียว จะได้อบรมสั่งสอนพวกเด็กๆ เรียนหนังสือได้ดี บางทีอาจจะมี ‘จิ้นซื่อ
สามคนในสกุล’ อีกก็เป็นได้”
เผยเยี่ยนหัวเราะ ไม่ใส่ใจเท่าใด
เขาและอวี้ถังแต่งงานกันเกือบครึ่งปีแล้ว อวี้ถังยังไม่มีความเคลื่อนไหวอันใด เขาคิดว่า
ทายาทของพวกเขาอาจจะเป็นเรื่องที่ลําบากอยู่บ้าง
แต่ใต้หล้าแห่งนี้ไม่มีเรื่องที่สมบูรณ์แบบ หากมี เช่นนั้นย่อมมีหลุมใหญ่คอยเขาอยู่
เบื้องหน้า แทนที่ไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น ยังมิสู้ใช้ชีวิตไปอย่างเอื่อยเฉื่อยกับอวี้ถังเช่นนี้ ยาม
ที่ควรมีย่อมจะให้กําเนิดเอง เด็กยังไม่มาก็ไม่ดันทุรัง
พวกเขาสามีภรรยาสามารถรักใคร่กลมเกลียวกันได้ก็เป็นเรื่องดีที่สุดแล้ว
เผยเยี่ยนเอ่ยว่า “ท่านมาเมืองหลวงครั้งนี้เพราะงานฉลองหมื่นพรรษาในปีหน้า?”
2911
เถาชิงพยักหน้า เอ่ยว่า “อยากดูว่ามีโอกาสอะไรหรือไม่” กล่าวต่อว่า “ครั้งนี้สกุลลี่ก็มา
เช่นกัน สกุลพวกเขาทํากิจการใบชา มาดูว่าจะสามารถส่งชาของสกุลพวกเขาเข้าไปในวังได้
หรือไม่”
เผยเยี่ยนไม่ค่อยกังวลเรื่องกิจการพวกนี้เท่าใด กิจการของสกุลเผย ล้วนมอบหมายให้
พ่อบ้านใหญ่ดูแล ในความคิดของเขา สกุลอย่างพวกเขานั้นมีลู่ทางหาเงินมากมาย ไม่คุ้มที่จะ
แย่งชิงผลประโยชน์กับคนทั่วไปทุกเรื่อง อย่างมากยามที่พ่อบ้านใหญ่ตัดสินใจไม่ได้ เผยเยี่ยนก็
ช่วยออกความเห็นให้เท่านั้น
อวี้ถังกลับขบคิดในใจ
นางถึงเมืองหลวง จึงค่อยพบว่าคนของเมืองหลวงล้วนแล้วแต่ชื่นชอบดื่มชาเขียว
ชาติก่อนชาของสกุลสามีคุณหนูรองก็กลายเป็นของบรรณาการ
เพียงแต่นางไม่รู้ว่ามีการคัดเลือกกันยามใด
ไม่อย่างนั้น นางไปถามเสียหน่อย?
แต่เรื่องนี้ยังต้องหารือกับเผยเยี่ยน ป้องกันเผื่อว่านางจะคิดไปเองกลับเป็นยิ่งทํายิ่งเสีย
พวกเขากินข้าวกลางวันที่สกุลเถา ช่วงบ่ายเถาชิงก็นําเที่ยวเล่นด้วยตัวเอง ไปร้านขาย
ของปลีกของสกุลเถาในเมืองหลวง
นางเห็นตุ๊กตาของทางตะวันตก
ชุดกระโปรงที่เปิดอกเผยแผ่นหลัง ใบหน้าดุจกระเบื้องเคลือบ ทาสีที่หางตาและริม
ฝีปาก ดวงตาเขียวมรกต เส้นผมสีทอง…ช่างแปลกประหลาดจริงๆ
แต่ก็พบเห็นได้น้อยยิ่ง
นางจึงซื้อหนึ่งตัว
2912
เถาชิงคิดว่านางชอบ จึงให้เถ้าแก่ห่อให้นางสองตัว นําตุ๊กตาที่มีสองตัวภายในร้าน
มอบให้นางทั้งหมด
อวี้ถังดึงดันจะจ่ายเงิน กล่าวว่าวางแผนจะส่งให้สหาย
เถาชิงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ครั้งนี้ข้านํากลับมาทั้งหมดห้าตัว ส่งให้สหายย่อมเป็นของขวัญ
ที่ดี ยากที่เจ้าจะชื่นชอบ เห็นแก่ความสัมพันธ์ของพวกเราสองสกุล อย่าได้เกรงใจเช่นนี้เลย”
อวี้ถังมองเผยเยี่ยนไปแวบหนึ่ง
เผยเยี่ยนพยักหน้าให้นางเล็กน้อย
อวี้ถังรับไว้ด้วยรอยยิ้ม กล่าวขอบคุณเป็นมารยาท คิดว่าหลังจากนี้คงต้องดูว่ามี
ของขวัญอะไรที่เหมาะสมส่งกลับคืนให้สกุลเถาได้บ้าง
คล้อยหลังนางก็เลือกพวกนํ้าปรุง ขี้ผึ้ง เครื่องแป้งและเครื่องประดับอัญมณี ส่วนมาก
ล้วนส่งให้คนอื่น
เผยเยี่ยนไม่ได้เดินเล่นเป็นเพื่อนอวี้ถัง แต่ถูกเถาชิงดึงไว้ นั่งอยู่ในห้องบัญชีด้านหลัง
คุยเรื่องในเมืองหลวงต่อ “ได้ยินว่าครั้งนี้สกุลหยางเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย? สกุลพวกเจ้าวางแผน
จะทําอย่างไร? หากเป็นข้า ไม่อาจมองดูพวกเขาโง่งมอยู่เฉยๆ เช่นนี้ได้ อย่างไรก็เป็นสกุลพ่อตา
ของพี่ใหญ่เจ้า พี่ใหญ่เจ้าไม่อยู่แล้ว เจ้าก็เห็นแก่หน้าของหลานชายทั้งสอง ยื่นมือจัดการเสีย
หน่อยเถิด”
เผยเยี่ยนหัวเราะเบาๆ ไม่ได้พูดอะไร ก้มหน้าดื่มชาไปหนึ่งคํา
ผ่านไปคืนหนึ่งแล้ว เผยถงยังคงโกรธเคืองกู้ซีอยู่ ไม่คิดสนใจนาง
กู้ซีก็ไม่ใส่ใจ
เมื่อคืนนางแทบไม่ได้นอน นึกถึงคําพูดของเผยเยี่ยนและเผยเซวียน
2913
อยากจะดึงครอบครัวเล็กๆ ของตัวเองออกมานั้นเป็นไปไม่ได้แล้ว เช่นนั้นทําได้เพียงให้
เผยถงเป็นคนเลือกแล้ว จากนิสัยของเผยถง กลัวก็แต่ว่าสกุลหยางจะแสดงละครเศร้าเป็น
ผู้ถูกกระทํา หากว่า…เผยถงยืนอยู่ข้างสกุลหยาง สกุลเผยย่อมไม่ปล่อยพวกเขาไป ถึงเวลานั้น
นางควรจะทําอย่างไร
กู้ซีไปหาเผยถงที่ห้องหนังสือ ถามสามีว่า “วันนี้เจ้าวางแผนจะไปพบอาทั้งสองยาม
ใด?”
เผยถงใบหน้าเปลี่ยนสี เอ่ยเสียงแข็งขึ้นมา “นี่เจ้าหมายความว่าอย่างไร? เร่งเร้าให้ข้า
แสดงท่าที? เจ้าวางใจ ข้าไม่อาจทําให้เจ้าเดือดร้อน แม้ว่าต้องช่วยสกุลมารดา ก็จะดึงเจ้า
ออกมา”
กู้ซีอยากถามประโยคหนึ่งว่า ‘เจ้าจะดึงข้าออกไปอย่างไร’ หรือไม่ก็ ‘เจ้าถือสิทธิ์
อันใด
มาดึงข้าออกไป’ แต่คําพูดเช่นนี้ เมื่อออกจากปาก ความสัมพันธ์ของสามีภรรยาจะอยู่ไปตลอด
รอดฝั่งได้อย่างไร? นางทนแล้วทนอีก ท้ายที่สุดยังคงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ข้าอยากออกไปข้างนอก
เสียหน่อย…สองวันก่อนนายหญิงอินกล่าวว่าข้าทําผักกาดดองได้อร่อย ข้าส่งไปให้นายหญิงอิน
จํานวนหนึ่ง เตรียมจะส่งไปให้ทางพี่สะใภ้ด้วย หากเช้าวันนี้เจ้าไปพบท่านอาทั้งสอง ข้าจะ
เปลี่ยนวันไป หากเจ้าวางแผนจะไปช่วงบ่าย ข้าก็จะฉวยโอกาสที่ว่างตอนเช้า เข้าไปเสียหน่อย
พี่สะใภ้จะได้ไม่คิดว่าข้าส่งอาหารให้นายหญิงอิน กลับไม่นึกถึงนาง ทําให้นางไม่สบายใจ”
เรื่องยิบย่อยในเรือนพวกนี้แต่ไหนแต่ไรนายหญิงใหญ่ก็ดูแคลนมาโดยตลอด หลังจาก
เผยโย่วตาย เผยเยี่ยนก็รับช่วงต่อ
เขาคิดว่าตัวเองเข้าใจกู้ซีผิดไป แต่ให้เขาก้มหน้ายอมรับผิดต่อกู้ซี นึกถึงที่นางทําเรื่อง
เล็กให้เป็นเรื่องใหญ่เมื่อวาน ใจเขาก็ยังขุ่นเคืองอยู่ ไม่อาจยอมรับผิดได้
กู้ซีก็ไม่ได้คิดให้เขาก้มหัวให้นาง พูดไปพูดมา แค่พวกเขาปฏิบัติต่อกันอย่างรักใคร่ ให้
เกียรติซึ่งกันและกันก็เพียงพอแล้ว
2914
เห็นเขาไม่ตอบกลับ นางก็คลี่ยิ้ม เอ่ยว่า “เช่นนั้นข้าจะไปหาพี่สะใภ้ก่อน เดี๋ยวจะรีบ
กลับมา ตอนเย็นพวกเรากินบะหมี่เย็นกัน”
ไม่เอ่ยถึงเรื่องไปพบเผยเยี่ยนและเผยเซวียนอีก
เผยถงถอนหายใจยาวเหยียด
กู้ซีไปที่เรือนกู้ฉ่าง
กู้ฉ่างอยู่ที่ศาลาว่าการยังไม่กลับมา มีเพียงอินซื่ออยู่ที่เรือน
กู้ซีก็ไม่คาดหวังจะได้พบพี่ชาย นางเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในเรือนให้อินซื่อฟัง
อินซื่อฟังก็ขมวดคิ้ว
หญิงสาวต่อให้มีความสามารถเท่าใด ก็กลัวจะได้พบกับสามีที่ไม่ฟังความอยู่ดี
นางเอ่ยว่า “หากน้องเขยเลือกสกุลหยางจริงๆ เจ้าวางแผนจะทําอย่างไร?”
คงไม่อาจหย่ากันเพราะเรื่องนี้หรอกกระมัง?
ไม่หย่า สุดท้ายก็เป็นคนครอบครัวเดียวกัน ทําได้เพียงรุ่งเรืองหรืออัปยศไปพร้อมกัน
เท่านั้น
กู้ซียิ้มขมขื่น เอ่ยว่า “ดังนั้นข้าจึงมาหาพี่ชาย อยากฟังความคิดของเขา”
อินซื่อก็ไม่ได้ถกเถียงอะไรต่อ เอ่ยว่า “ได้ เช่นนั้นอีกเดี๋ยวเจ้าและพี่ชายก็คุยกันเถิด” ยัง
รั้งนางให้กินข้าวเย็น
กู้ซีสั่นศีรษะ เอ่ยว่า “ข้ายังต้องรีบกลับไป ในเรือนกําลังมีเรื่องกลัดกลุ้ม ไม่อาจอยู่ข้าง
นอกนานเกินไปได้ ท่านช่วยถ่ายทอดคําพูดให้พี่ชายข้าก็เพียงพอแล้ว”
อินซื่อรับปาก ถามกู้ซีว่า “เช่นนั้นความคิดของเจ้าล่ะ? พวกเราเป็นพี่ชายพี่สะใภ้เจ้า
ย่อมต้องยืนอยู่ข้างเจ้า”
2915
กู้ซีก็ไม่อยากวิ่งกลับไปกลับมาสกุลมารดาเพราะเรื่องนี้ ประเด็นสําคัญอยู่ที่ว่าแม้นาง
จะไม่กลัวลําบากวิ่งวุ่นมาสกุลมารดา แต่ก็จะใช่ว่ามาแล้วจะได้พบกู้ฉ่างเสมอไป
นางเอ่ยอย่างจริงจังว่า “ข้าย่อมยืนอยู่ฝั่งสกุลเผย”
ไม่ว่าสกุลหยางจะพูดอะไร นางคิดว่าอาศัยลู่ทางของสกุลเผย ย่อมไม่อาจถูกตัดสิน
โทษ แต่หากถูกตัดสินโทษจริงๆ สกุลหยางก็ไม่อาจมีความสามารถจัดการเรื่องให้ตัวเองได้
อย่างไรฝากชีวิตไว้ที่สกุลเผยดีกว่า นางอย่าไปสนใจสกุลหยางเลย ตั้งใจอธิษฐานให้พระ
โพธิสัตว์คุ้มครองสกุลเผย พลิกเหตุร้ายให้กลายเป็นดีก็เพียงพอแล้ว
กู้ซีเอ่ยว่า “หากเขายังเรียงลําดับเรื่องหลักเรื่องรองในช่วงเวลาสําคัญเช่นนี้ไม่ได้
ภายหลังคาดว่าข้าก็คงยากจะได้รับความสุขจากเขาเช่นกัน”
ทางที่ดีที่สุดให้กําเนิดบุตรชายสักคน
มีท่านแม่เฒ่าเผยปกป้อง ไม่มีสามีที่ใช้ความรู้สึกทําเรื่องราวผู้นี้ บางทีนางอาจจะใช้
ชีวิตในสกุลเผยได้ดีกว่าเสียอีก
ปีนั้นท่านแม่เฒ่าเผยแต่งเข้ามาในสกุลเผยพร้อมสินเดิมจํานวนมหาศาล
กู้ซีลูบท้องที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงของตัวเอง
อินซื่อชื่นชมในความเด็ดขาดของน้องสามี เอ่ยว่า “เจ้าสามารถคิดเช่นนี้ก็ดีอย่างยิ่ง
แล้ว คนเราทําได้เพียงช่วยตัวเอง เจ้าวางใจ อย่างอื่นข้าไม่กล้าพูด แต่เมื่อถึงวันนั้นจริงๆ แม้ว่า
เจ้ามีคนสกุลเผยดูแล ข้าและพี่ชายของเจ้าก็จะพยายามช่วยอีกแรงด้วยเช่นกัน”
กู้ซีบรรลุเป้าหมายแล้ว ค่อยวางใจกลับจวนสกุลเผย
เผยเยี่ยนและอวี้ถังยังไม่กลับมา กล่าวว่าออกไปเที่ยวเล่น
กู้ซีเบิกตาค้างอย่างตกตะลึง ในปากแทบจะยัดไข่ไก่เข้าไปได้ ผ่านไปสักพักค่อยดึงสติ
กลับมา เอ่ยว่า “อาสามพาอาสะใภ้สามไปเดินเล่นตัวเปล่าเช่นนี้น่ะรึ”
2916
หญิงรับใช้ที่รายงานนางนั้นติดตามมาจากเรือนเก่าของสกุลเผย เคยรับใช้ท่านแม่เฒ่า
มาก่อน ฟังจบก็ไม่พอใจอยู่บ้าง เอ่ยว่า “นายหญิงสามยังสวมหมวกเหวยเม่า ทั้งไปเที่ยวที่
ร้านค้าของสกุลเถา มีนายท่านสามคอยอยู่เป็นเพื่อน จะไม่เอาอะไรไปได้อย่างไรเจ้าคะ?”
“อ่อ” กู้ซีรีบเก็บความคิดฟุ้งซ่าน ตั้งใจพูดคุยกับหญิงรับใช้คนนั้น “เช่นนั้นอาสามและ
อาสะใภ้สามได้พูดหรือไม่ว่าจะกลับมายามใด?”
เรื่องของสกุลหยาง ยิ่งแก้ไขเร็วเท่าใดยิ่งดีเท่านั้น
นางรู้สึกทนไม่ไหวอยู่บ้าง
หากเรื่องของสกุลหยางยังไม่แก้ไข นางกลัวว่าตัวเองจะระเบิดอารมณ์ออกมา กระทืบ
เท้าทะเลาะกับเผยถงขึ้นมาอีกครั้ง