อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด - ตอนที่ 399 เขาต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ให้ได้
ตอนที่ 399 เขาต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ให้ได้
“แต่ว่าอะไร?” โอวหยางลี่ตอบกลับอย่างตื่นเต้น มีคำว่าแต่นั่นหมายความว่ายังพอมีโอกาส เขาจะต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ให้ได้
ถ้าหากมี TE คอยช่วยเหลือ เขาก็ไม่ต้องกลัวบริษัทจิ่งอีก โอวหยางกรุ๊ปจะต้องเอาชนะความยากลำบากนี้ไปได้อย่างแน่นอน
“เมื่อกี้นายคิดจะตบหน้าเธอหรือเปล่า?” ฉีหย่วนหยางเหลือบมองไปที่อันโหรว แน่นอนว่าคนที่เขาพูดด้วยนั้นก็คืออันโหรว
“ประธานฉี มันคือเรื่องเข้าใจผิดกัน พวกเราเพียงแค่ทะเลาะกันเล่น ๆ เท่านั้น” เขาไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างฉีหย่วนหยางกับอันโหรวนั้นเป็นยังไง
ถึงจะเคยทำงานที่บริษัทของเขา แต่ก็นึกไม่ถึงว่าเขาจะคอยปกป้องเธอแบบนี้ ที่แท้อันโหรวก็ไม่บริสุทธิ์!
กลับมาก็อ่อยจิ่งเป่ยเฉินทันที ตอนที่อยู่ต่างประเทศก็ไม่ซื่อสัตย์ แอบมีฉีหย่วนหยางอีกคน!
เขามองเธอด้วยสายตาดุดัน เขาไม่ควรคิดอย่างนั้น เมื่อครู่นี้คิดว่าเธอเป็นอันโหรวที่ใจดีและบริสุทธิ์ แท้จริงแล้วเธอก็ผ่านมือชายมามากมาย ไม่รู้ว่ามีผู้ชายกี่คนในนั้น!
“ทะเลาะกันเล่นงั้นเหรอ….” ฉีหย่วนหยางก้มมองอันโหรว “พวกเราไปกันเถอะ!”
“เดี๋ยวก่อนประธานฉี คุณยังไม่ได้บอกเลยนะ! คุณยอมเจรจากับโอวหยางกรุ๊ปหรือเปล่า?” เขาเชื่อมั่นถ้าหากฉีหย่วนหยางไปละก็ จะต้องถูกโน้มน้าวอย่างแน่นอน คำร้องขอของเขานั้นต่ำ ำมากจริง ๆ
“แต่ว่า……ถ้าหากนายยอมตบหน้าตัวเองจนกว่าอันโหรวพอใจ ฉันจะลองพิจารณาดู” เขาเลิกคิ้วขึ้นและหยิบแก้วไวน์ที่บริกรนำมาเสิร์ฟมาถือไว้ ก่อนจะจิบไวน์เล็กน้อย
ตบหน้าตัวเอง?
โอวหยางลี่สงสัยเล็กน้อย คิดว่าเขาฟังผิดไป แต่ว่าเมื่อเห็นท่าทางของเขาที่ดูเหมือนไม่ได้พูดล้อเล่น เขาดูจริงจังมาก
ชายร่างใหญ่ผู้มีหน้ามีตาจะตบหน้าตัวเองต่อหน้าคนมากมายแบบนี้ได้ยังไง!
ศักดิ์ศรีของประธานโอวหยางลี่ยังต้องมีอยู่ไหม!
แต่ว่าโอวหยางกรุ๊ปนั้นถึงขั้นวิกฤติแล้วจริง ๆ วันนี้เขามาตั้งแต่เช้า ถามคนมากมายกลับไม่มีใครยอมร่วมมือกับเขา เขารู้ว่าเป็นสิ่งที่จิ่งเป่ยเฉินต้องการ การที่เขาออกมาและ ะให้ความหวังกับเขา แล้วก็ทำให้เขาผิดหวังอีกครั้ง
จิ่งเป่ยเฉินนั้นเก่งเรื่องการหลอกให้ความหวังคน ทำให้ความปรารถนาที่จะอยู่รอดต่อไปในโลกนี้นั้นค่อย ๆ ดับลง เฝ้าดูเขาพังพินาศทีละนิด ไม่ใช่ให้ความสุขกับเขาอีกครั้ง
เหมือนที่จิ่งเป่ยเฉินคิดอยากจะทำลายโอวหยางกรุ๊ปจนกระทั่งสูญเสียเมือง A วิธีการของเขานั้นมีมากเกินไป
อันโหรวมองโอวหยางลี่ที่อยู่ตรงข้าม ถ้าหากว่าเขายอมตบหน้าตัวเองเพื่อจะได้ร่วมมือกัน ในสายตาของเธอนั้นคงไม่เหลือแม้แต่ความเคารพเขาอีกต่อไป
เพียะ! เพียะ! เพียะ!
เสียงตบหน้าดังขึ้นสามครั้งในห้องโถงที่เงียบสงัด โอวหยางลี่ยังคงใช้มือที่ไม่ได้รับบาดเจ็บตบหน้าตัวเองอย่างดุเดือด
เหมือนว่าเขาไม่มีความรู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อย ก่อนจะก้มมองอันโหรว “โหรวโหรว เธอพอใจแล้วหรือยัง?”
ฉีหย่วนหยางมองไปยังใบหน้าที่แดงของเขาราวกับว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้านั้นไม่ได้เป็นมนุษย์ที่มีชีวิตคนหนึ่ง แต่เป็นคนที่ตายไปแล้ว
เขากัดปากอย่างเย็นชาและดื่มไวน์ต่อ โหรวโหรวไม่พูด เขาเองก็ไม่เอ่ยปากก่อน
ครั้งนี้เพื่อเธอ…
“ไม่พอใจ เสียงยังดังไม่พอ แล้วก็ตบไม่ถูกตำแหน่ง ครั้งหน้าลองตบไปที่โหนกแก้มดู” เธอที่ไม่ชอบเขาอยู่แล้ว คืนนี้เธอมาหาจิ่งเป่ยเฉินแต่กลับถูกเขารั้งเอาไว้ หัวใจของเธอนั้ นกระวนกระวายจริง ๆ
เพราะหัวใจของเธอตอนนี้ล้วนจับจ้องไปที่ด้านหน้า แต่กลับถูกคนอื่นมาขวางก็ย่อมต้องเจอแบบนี้!
“อันโหรว เธอ……” โอวหยางลี่มองเธอด้วยความโกรธ ใบหน้าที่สง่างาม ริมฝีปากสีชมพูที่เอ่ยปากออกมาทำให้เขานั้นรู้สึกไม่อยากจะฟัง
“ใจดำอำมหิต!” เขาพูดพลางกัดริมฝีปาก
“นี่มันแย่ไม่เท่าประธานโอวหยางลี่หรอก!” ความดุร้ายของเขานั้นรุนแรงกว่าเธอมาก
เพียะ! เพียะ! เพียะ!
เสียงดังกึกก้องขึ้นมาอีกครั้ง เขาใช้แรงอย่างมาก ใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาแดงก่ำจนเห็นเป็นรอยฝ่ามือของตัวเองอย่างชัดเจน
“พอใจแล้ว?” เขาทำในสิ่งที่เธอเพิ่งพูดไป
“ก็เกือบจะ กระดูกของประธานโอวหยางช่างน่าทึ่งจริง ๆ” เธอหัวเราะตอบ ที่นี่ไม่เห็นแม้แต่เงาของจิ่งเป่ยเฉิน เธอจึงอยากจะออกไปจากที่นี่แล้ว
โชคดีที่ฉีหย่วนหยางอยู่ที่นี่ เธอจึงสามารถไปหาหน่วนหน่วนและหยางหยางได้ตลอด เธอคิดถึงพวกเขาแล้ว!
“ประธานฉี พรุ่งนี้ผมจะรอคุณที่บริษัท!” โอวหยางลี่ลดท่าทางของเขาลง เพียงหวังว่าฉีหย่วนหยางจะให้โอกาสกับเขา
“ประธานโอวหยางลี่ที่เพิ่งตบหน้าของตัวเองไปเมื่อครู่นี้ผมได้คิดพิจารณาดูแล้วว่ายังไม่ค่อยน่าสนใจ เพราะงั้นประธานโอวหยางลี่ไปหาคนที่น่าสนใจดีกว่า!” ฉีหย่วนหยางเพิกเฉยต ต่อดวงตาที่กระหายเลือดของโอวหยางลี่ ก่อนจะวางแก้วไวน์ในมือลง “โหรวโหรว พวกเราไปกันเถอะ”
หาจิ่งเป่ยเฉินไม่เจอ อันโหรวเองก็เริ่มเหนื่อย เธอจึงก้าวฝีเท้าเล็ก ๆ โดยไม่สนสายตาประหลาดใจของทุกคน ก่อนจะเดินออกไปด้านนอก
จู่ ๆ ด้านหลังของเธอก็ได้ยินเสียงของจิ่งเป่ยเฉินดังขึ้นมา เธอยืนอยู่ข้างฉีหย่วนหยาง สีหน้าของเขายังคงมีรอยยิ้มปรากฏอยู่เหมือนกับว่าไม่ได้ยินเสียงของจิ่งเป่ยเฉิน
เพราะการปรากฏตัวของจิ่งเป่ยเฉินในห้องโถงอย่างกะทันหัน ทำให้ทุกอย่างเริ่มคึกคักขึ้นมาอีกครั้ง พวกเขามองดูราวกับเป็นเกมที่พวกเขากำลังเล่นกัน เมื่อครู่คิดว่าอันโหรวหนีง งานแต่งไป จิ่งเป่ยเฉินเลยไม่ต้องการเธอแล้ว
แต่นึกไม่ถึงเลยว่าเขาปรากฏตัวเรียกคู่หมั้นของเขาไว้แบบนี้
เธออยากจะเจอจิ่งเป่ยเฉินมาก แต่ว่าสถานการณ์ตอนนี้ถ้าหากไม่มีเรื่องของโอวหยางลี่ที่มาปรากฏตัว ฉีหย่วนหยางไม่ได้อยู่ที่นี่ เธอคงจะเดินเข้าไปหาเขาอย่างดีใจและคุยเรื่องหย ย่ากัน
ในเมื่อต้องการจะหย่า อะไรคือคู่หมั้น มีความหมายแฝงหรือเปล่า?
ไม่มีความหมายแฝงอะไรทั้งนั้น!
เธอหันตัวไป ค่อย ๆ มองใบหน้าที่เคร่งขรึมของเขาที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ ภายในใจเธอนั้นเต้นรัวอย่างบ้าคลั่งขึ้นมาทันที
แต่ว่าใบหน้าของเธอกลับเผยรอยยิ้มกว้างขึ้นมา “ประธานจิ่ง ลืมอะไรไปหรือเปล่า? เหมือนว่าพวกเราจะไม่ใช่คู่หมั้นกันนะ”
“ใช่สิ ถ้าเธอไม่พูด ฉันก็เกือบจะลืมไปแล้ว พวกเราเป็นสามีภรรยากัน” ร่างสูงใหญ่ของจิ่งเป่ยเฉินยืนอยู่ตรงหน้าเธอ บังแสงของเธอไว้ทำให้ไม่เห็นสีหน้าของเขาที่กำลังโกรธได้ชั ดเจนเท่าไรนัก
อะไร?
พวกเขาเป็นสามีภรรยากัน!
ทุกคนต่างมองพวกเขาอย่างตกตะลึงและประหลาดใจยิ่งกว่าตอนที่จิ่งเป่ยเฉินตะโกนเรียกเธอว่าคู่หมั้นเสียอีก หนีพิธีแต่งงานไปแบบนั้น ไม่นึกเลยว่าจะเป็นสามีภรรยากัน
“ภรรยาสุดที่รักจะต้องให้ฉันโชว์ทะเบียนสมรสเพื่อเตือนสติเธอไหมว่าเธออยู่ในฐานะอะไร?” จิ่งเป่ยเฉินมองเธอด้วยใบหน้าที่เย็นชา ก่อนจะเผยรอยยิ้มเล็กน้อย ดวงตาสีดำสนิทที่ลึก กล้ำเหมือนน้ำวนดูดกลืนเธอไปอย่างรวดเร็ว
“จิ่งเป่ยเฉิน นาย…..” เธอก้าวถอยหลังไป ตอนแรกที่ตามหาเขากลับไม่ปรากฏตัวออกมา ตอนนี้กลับมาปรากฏตัวต่อหน้าเธอ
“ฉันทำไม? ที่รักยังจำชื่อของฉันได้ ช่างซาบซึ้งใจจริง ๆ” ทันใดนั้นเขาก็เอื้อมมือขึ้นมาโอบตัวเธอและรั้งให้เข้ามาอยู่ในอ้อมแขนพลางบีบเอวเธออย่างแรง “จำไว้ว่าเธอคือผู้ หญิงที่มีสามีแล้ว คิดอยากจะเป็นคนเลวหรือคิดจะนอกใจให้เรียกตะโกนชื่อฉันไว้ ไม่อย่างนั้นเกิดเข้าใจผิดขึ้นมาคงไม่ใช่เรื่องดีแน่”
ใครเข้าใจผิด ไม่ใช่ว่าเขาเองที่เข้าใจผิดงั้นเหรอ?
เขามีสิทธิ์อะไรมาเข้าใจผิด?