อัจฉริยะตัวน้อยกับคุณพ่อสุดโฉด - ตอนที่ 500 เบื้องหลัง
ตอนที่ 500 เบื้องหลัง
ไม่ขับไล่เขาออกไปก็พอ
เขากอดหลินจือเซี๋ยวเอาไว้อย่างแน่น มีเพียงเสียงลมหายใจตื้น ๆ ของคนสองคนภายในห้องมืดสนิท
หลินจือเซี๋ยวอยากจะนอน แต่ว่าอุณหภูมิในร่างกายของคนที่อยู่ข้าง ๆ นั้นเริ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เกือบจะละลาย
เธอพยายามหาหนทางเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ “เรื่องนี้มันจบแล้วเหรอ?”
“ถือว่างั้นก็ได้” ฉีเซิ่งเทียนดีใจที่เธอเริ่มพูดคุยก่อน จากนั้นจึงโอบเธอแน่นมากกว่าเดิม ใบหน้าที่หล่อเหลาขยับเข้ามาใกล้เธอ
“อะไรคือถือว่า? มีอะไรอีกหรือเปล่า?” เธอจำได้ว่าโหรวโหรวพูดกับเธอ เพราะงั้นภายในใจเธอยังรู้สึกกังวล
จะไม่มีเบื้องหลังอะไรพวกนั้นจริง ๆ ใช่ไหม?
“นายแน่ใจจริง ๆ เหรอว่าในคืนนั้นบิ๊กบอสกับเย่มู่เหยียนมีความสัมพันธ์กัน? นายไม่ได้ดูผิดใช่ไหม?” เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าบิ๊กบอสจะทำกับโหรวโหรวแบบนี้
โหรวโหรวตั้งท้องตั้งนานไม่เคยนอกใจ แต่เรื่องมันเกิดขึ้นหลังจากที่เธอแท้ง ตอนนั้นเห็นบิ๊กบอสนั้นดูเศร้าและโดดเดี่ยว เธอเลยรู้สึกเสียใจ
ผู้ชายแบบนั้นจะนอกใจโหรวโหรวได้ยังไง เขาเป็นพวกตาบอด ไม่รู้จักผู้หญิงคนอื่น ๆ เลย แล้วจะเป็นไปได้ยังไง?
“มั่นใจเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์” กล้องวงจรปิดก็เห็นชัดเจนว่าภายในห้องนั้นไม่มีคนอื่นเข้าไป เมื่อออกมาก็มีเพียงเย่มู่เหยียนคนเดียว
และเมื่อเขาเข้าไปในห้องนั้นบรรยากาศก็คละคลุ้งไปด้วยความเร่าร้อน บนตัวของจิ่งเป่ยเฉินก็มีรอยจูบและบนเตียงนั้นก็มีคราบเลือด ตอนนี้เย่มู่เหยียนก็กำลังท้อง
ทุกข้อพิสูจน์ว่าพวกเขานั้นมีความสัมพันธ์กันจริง เขาเองก็อยากจะคิดว่าไม่ได้เกิดอะไรขึ้น หลอกตัวเองก็ได้ แต่ว่าจะโกหกจิ่งเป่ยเฉินกับอันโหรวได้ยังไง?
“แล้วอีกหนึ่งเปอร์เซ็นต์! ก็ต้องเป็นอย่างนั้นในหนึ่งเปอร์เซ็นต์! บิ๊กบอสถึงจะไม่นอกใจ! โหรวโหรวถึงได้เชื่อใจเขา ไม่อย่างนั้นทำไมพวกเขายังอยู่ด้วยกันในตอนนี้!” แต่จะทำยังไงกับผู้หญิงคนนั้น ลูกในท้องของเธอจะทำยังไง?
“เซี๋ยวเซี๋ยวมีบางอย่าง! มันไม่ใช่อย่างที่เธอคิด เธอเชื่อแบบนั้นก็ได้ แต่บางครั้งเราต้องเชื่อข้อเท็จจริง” ความจริงของเรื่องนี้นั้นต้องรอให้เด็กในท้องเกิดมาเท่านั้นถึงจะรู้
“หากว่าความจริงนั้นไม่ได้มีอะไรเลย? อาจจะสร้างขึ้นมาก็ได้” เธอเจ็บปวดใจจริง ๆ มันไม่ง่ายเลยที่พวกเขาจะอยู่ด้วยกัน แล้วยังมาเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก
“เซี๋ยวเซี๋ยว ทำไมจู่ ๆ เธอถึงได้สนใจเรื่องของคนอื่น ทำไมเธอไม่สนใจฉันเลย? ฉันก็เจ็บปวดใจมากเลยนะที่มีผู้ชายคนอื่นมาที่บ้านเธอตอนกลางคืน!” และยังเป็นผู้ชายคนนั้นอีก
“นายเนี่ยนะเสียใจ ฉันต่างหากที่ต้องเสียใจ! คู่หมั้นของนายลืมไปแล้วเหรอ? คู่หมั้นที่ท้องก่อนแต่ง นายลืมไปแล้วงั้นเหรอ?”
“ผู้หญิงนี่ชอบขุดเรื่องเก่าขึ้นมาไม่สนุกเลย ถ้าเธอนอนไม่หลับพวกเรามาออกกำลังกายกันก่อนนอนได้นะ รับรองว่าเธอหลับสนิทแน่นอน” เขายอมอุทิศตัวเองเพื่อเติมเต็มให้กับเธอ
“ไม่ต้อง ฉันง่วง เดี๋ยวฉันก็หลับแล้ว” เธอหลับตาลงอีกครั้ง
ฉีเซิ่งเทียนรู้สึกว่าเธอหายใจตื้น ๆ เขาโอบแขนของเขาไว้รอบตัวเธออย่างพอใจและค่อย ๆ หลับไปอย่างช้า ๆ
ส่วนเรื่องคู่แข่งทางความรัก เซว์มู่อะไรนั่น เขาไม่สนใจหรอก!
หากเซี๋ยวเซี๋ยวกล้าไปอยู่กับเขา เขาจะตามไปแน่และไม่อนุญาตให้พวกเขาอยู่ด้วยกันสองคน
ลูกเขยที่พ่อแม่เห็นแล้วย่อมต้องได้รับการปกป้อง ไม่สิ พ่อแม่ของเซี๋ยวเซี๋ยวจะต้องชอบเขา!
เขากลับบ้านมาตั้งแต่ปีใหม่!
แล้วเซี๊ยมู่นั้นมาเทียบอะไรได้!
เทียบกับเขาไม่ได้ ไม่สามารถมาเทียบด้วยซ้ำ
……
เช้าวันถัดมา
อันโหรวมาทำงานที่บริษัทตามปกติ ดูข่าวในเว็บที่แพร่กระจายอยู่บนอินเทอร์เน็ต ชาวเน็ตส่วนหนึ่งนั้นแสดงความคิดเห็น ทำไมผู้ช่วยของเย่มู่เหยียนถึงทำกับผู้หญิงคนนั้น ไม่มีความเชื่อมโยงหรือเกี่ยวข้องระหว่างพวกเขา
คิดว่าจิ่งเป่ยเฉินนั้นอาจจะเป็นแพะรับบาปให้เธอ
จินตนาการได้จริง ๆ ชาวเน็ตนั้นคิดได้ใหญ่โตไม่มีขอบเขต ถ้าพวกเขาคิดเพื่อธุรกิจคงจะมีอนาคตที่ไกลมากแน่นอน
แต่ว่าสายตาของเธอนั้นไม่ได้เป็นที่ดึงดูด แต่เป็นอีกข่าวหนึ่ง
เมื่อวานเป็นวันที่ประมูลโอวหยางกรุ๊ป เพราะว่าพวกเขากำลังยุ่งกับเรื่องนี้จนเกือบจะลืมไปแล้ว
จิ่งเป่ยเฉินอยู่เคียงข้างเธอเสมอ แม้ว่าเธอจะไปสถานีตำรวจ คาดว่าเขาเองก็ไม่ได้มีเวลาไป ตอนนี้โอวหยางกรุ๊ปเป็น….ของฉีหย่วนหยางแล้ว
เขาเป็นคนที่สบาย ๆ มุ่งมั่นและตั้งใจเหมือนจิ่งเป่ยเฉิน ไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับหยกเลยแต่อยากจะพัฒนา
โอวหยางกรุ๊ปนั้นอยากจะกลับมาพัฒนาอีกครั้ง TE ก็จะทุ่มทุนมหาศาล
ฉีหย่วนหยางจะต้องมีเงินเยอะมากจนไม่รู้จะเอาไปใช้อะไร ไม่คิดเลยว่าจะเอามาทำเรื่องนี้!
หรือว่าเรื่องของเหอเหมียวกับเรื่องโอวหยางกรุ๊ปจะเกี่ยวข้องกัน? และพัวพันถึงฉีหย่วนหยาง?
จะเป็นเขาได้ยังไง แบบนี้ดีต่อฉีหย่วนหยางตรงไหน?
คนแรกที่ไปหาเธอที่สถานีตำรวจในคืนนั้นก็เป็นเขา ยิ่งเธอคิดมากเท่าไรก็เริ่มรู้สึกว่าเรื่องของเหอเหมียวนั้นไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด อย่างน้อยก็แสดงออกมาไม่ได้ง่าย
เธอหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาฉีหย่วนหยาง แต่กลับได้รับสายอีกคนหนึ่งแทน
เป็นสายที่เธอไม่ต้องการจะรับเลย
เธอมองไปที่เบอร์โทรที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ นิ้วมือค่อย ๆ เลื่อนรับ สุดท้ายก็รับสายนั้น
“ฮัลโหล”
“พี่คะ พอมีเวลาว่างไหม? ตอนนี้ฉันอยู่ร้านกาแฟตรงข้ามบริษัท ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับพี่ เป็นเรื่องสำคัญเกี่ยวกับคุณลุงคุณป้า”
ถ้าเธอไม่พูดถึงเรื่องนี้ อันโหรวไม่มีทางอยากจะไปเจอเธอแน่นอน
“อืม” เธอตอบอย่างเรียบ ๆ ก่อนจะกดวางโทรศัพท์และลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องทำงาน
ทันทีที่เธอเดินออกมาก็เห็นหลินจือเซี๋ยวกำลังจะเดินไปห้องทำงานจิ่งเป่ยเฉิน “โหรวโหรว เธอจะไปไหน?”
หลินจือเซี๋ยวมองและเดินมาหาเธอ
“ออกไปข้างนอกหน่อย เธอเข้าไปห้องทำงานลับ ๆ อย่าบอกจิ่งเป่ยเฉินนะ” เธอจะไปหาอันหยาพั่น เขาต้องไม่ยอมแน่
หรือว่าอาจจะตามไปด้วยกัน เมื่อคิดถึงเรื่องครั้งก่อนเธอก็ไม่อยากให้จิ่งเป่ยเฉินเจออันหยาพั่น ไม่ต้องเจอกันนั้นดีที่สุด
“ได้ ฉันจะไม่บอก เธอไปเถอะ! ระวังตัวด้วย!” หลินจือเซี๋ยวไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่คำพูดของเธอแน่นอนว่าก็ต้องฟัง
“อืม” อันโหรวตอบอย่างเรียบง่ายและเดินออกจากบริษัทไป
ขณะที่เธอเดินไปร้านกาแฟตรงข้าม อันหยาพั่นก็ได้สั่งกาแฟไว้แล้วสองแก้ว เป็นรสชาติที่เธอชอบ เพียงแต่ช่วงนี้เธองดกาแฟจึงขอแค่น้ำเปล่า
อันโหรวมองไปที่ขวดน้ำเปล่าตรงหน้าก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “พี่คะ พี่กับน้ำเปล่า หรือเพราะยังโกรธเรื่องครั้งก่อนอยู่เหรอ?
“เธอออกมาจากเมือง S ได้ยังไง?” เธอจำได้ว่าจิ่งเป่ยเฉินบอกให้อันหยาพั่นกลับไป ตอนนั้นเธอก็พูดเองว่าจะไม่กลับมาอีก
สุดท้ายก็กลับมาจนได้
“พี่คะ คือฉันมาหาแฟนของฉัน ไม่ได้มาหาพี่เขยหรอก เรื่องครั้งก่อน……ฉันจำเป็นต้องอธิบายสักหน่อย ไม่อย่างนั้นพี่อาจเข้าใจฉันผิดไปตลอดแน่” อันหยาพั่นมองเธอและพูดอย่างจริงจัง “ความจริง….เป็นคุณลุงคุณป้าสั่งให้ฉันหาวิธีหยุดงานแต่งงานของพี่กับพี่เขย ไม่อย่างนั้นฉันจะอยากได้สามีของพี่ไปทำไม นั่นเป็นพี่เขยของฉัน ฉันทำแบบนั้นก็คงจะไม่มีศีลธรรมเลยนะจริงไหม?”
“ศีลธรรม? ถ้าเป็นเพราะแม่ของฉันจริง ๆ หรือว่าเธอไม่มีทางเลือกอื่น? จำเป็นจะต้องใช้วิธีนี้? ต้องใช้เวลาและลงแรงเพื่อหาเส้นผม ไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจ ไหนจะเรื่องลูกบุญธรรมอีก เธอเชื่อฟังแม่ของฉันตั้งแต่เมื่อไหร่?” อันโหรวมองเธอด้วยสีหน้าที่เย็นชาและไร้การแสดงออก
จับมือโตด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก อันหยาพั่นจะเชื่อฟังแม่ของเธอได้ยังไงกัน