เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 270 เธอโพสต์ใช่ไหม
บทที่ 270 เธอโพสต์ใช่ไหม
เช้าวันต่อมา ฉู่ลั่วถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงทะเลาะกันดังลั่น
เธอดึงผ้าห่มออก สวมรองเท้าสลิปเปอร์ แล้วเดินไปยังประตูห้องพักผู้ป่วย
“หมายความว่ายังไงที่บอกไม่ให้พวกเรารบกวนฉู่ลั่ว!? อาเหิง พวกเราหวังดีกับเธอนะ ลูกรู้ไหมว่าตอนนี้ในอินเทอร์เน็ตพูดถึงลั่วลั่วว่ายังไงบ้าง?”
เสียงของซ่งเชียนหย่า
“ใช่แล้ว! พี่ใหญ่ พี่คงไม่รู้ว่ามีชาวเน็ตหลายคนขุดเอาเรื่องของลั่วลั่วออกมาพูดเยอะมาก”
“เธอหลอกเอาเงินคนอื่นไม่พอ แต่ยังช่วยผู้หญิงแพศยาที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งหลอกเอาเงินลูกหลานคนรวยอีก”
นอกจากนั้นยังมีเสียงของฉู่เหว่ยฮ่าวด้วย “อาเหิง เรื่องนี้มีผลกระทบหนักเกินไป วันนี้ราคาหุ้นของเราตกลงแล้ว”
“อีกอย่าง… เมื่อคืนวานนี้ฮั่วเซียวหมิงประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เพราะจะมาร่วมงานเลี้ยง ตอนนี้ยังสลบอยู่ ถ้าคนตระกูลฮั่วเอาเรื่องนี้มาโทษเรา…”
เสียงของฉู่เหิงเคร่งขรึมมาก “เรื่องพวกนี้ ผมจัดการเอง ลั่วลั่วบาดเจ็บ เธอต้องพักผ่อน”
“ตอนแม่มาที่นี่ก็ถามหมอแล้ว หมอบอกว่าไม่ได้บาดเจ็บหนัก” ซ่งเชียนหย่ารีบพูด “อาเหิง ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาเอ็นดูน้องสาวนะ ตอนนี้คือเวลาที่ต้องแก้ปัญหา”
ฉู่เหิงยังอยากพูดต่อ แต่ประตูห้องพักผู้ป่วยเปิดออกเสียก่อน ฉู่ลั่วก็ออกมายืนหน้าประตู พร้อมกับกล่าวเสียงเรียบว่า “มีเรื่องอะไรต้องแก้ไขก็เข้ามาคุยกันข้างในเถอะค่ะ”
ฉู่เหิงขมวดคิ้วก่อนรีบเดินเข้าไปหา “เสียงดังรบกวนเธอใช่ไหม? หมอบอกว่าร่างกายของเธออ่อนแอ ต้องพักผ่อนให้มาก”
ฉู่ลั่วส่ายหน้า “พี่ใหญ่ หนูไม่เป็นอะไรค่ะ”
ฉู่จ้านเดินตามเข้ามาทีหลัง ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงไม่เย็นชาแต่ก็ไม่อบอุ่น “เธอนอนพักอย่างสบายใจ แต่พวกเราไม่ได้นอนทั้งคืน…”
เมื่อวานนี้งานเลี้ยงของตระกูลฉู่วุ่นวายมาก ไม่เพียงแต่ตระกูลเศรษฐีในเมืองเจียง แต่ยังมีการเผยแพร่วิดีโอและรูปภาพมากมายทางอินเทอร์เน็ต
ยังมีบล็อกเกอร์อีกหลายคนพยายามหาข้อมูลของตระกูลฉู่
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องลูกสาวตัวจริงและตัวปลอมของตระกูลฉู่!
“เพราะเธอทั้งนั้น คนในอินเทอร์เน็ตหลายคนถึงรู้ว่าหร่านหร่าน…” ฉู่จ้านนึกถึงคำถากถางฉู่หร่านในอินเทอร์เน็ตเหล่านั้น ก็รู้สึกปวดใจเป็นอย่างมาก
ฉู่หร่านที่ยืนอยู่ข้างเขา ส่ายหน้าเบา ๆ “พี่สาม หนูไม่เป็นอะไรค่ะ ที่พวกเขาพูดกัน หนูไม่เก็บเอามาใส่ใจหรอกนะคะ”
เธอได้รับความไม่ยุติธรรม แต่ยังแสดงออกว่าตัวเองเข้มแข็ง ทำให้ฉู่จ้านยิ่งปวดใจ
“เธอวางใจได้เลย พี่สามจะปกป้องเธอเอง”
“เธอคือลูกสาวของตระกูลฉู่ตลอดไป ใครคิดจะเปิดเผยฐานะของเธอ อยากจะยึดฐานะลูกสาวคนเดียวของตระกูลฉู่ไว้ ก็หวังมากเกินไปแล้ว!”
ฉู่เหิงพูดเสียงดุ “ฉู่จ้าน ถ้านายยังไม่พูดจาให้มันดี ๆ ก็ไสหัวไป”
ฉู่จ้านทำเสียงไม่พอใจ
ฉู่หร่านที่อยู่ข้างกันพยายามไกล่เกลี่ย “พี่ใหญ่ พี่สามไม่ได้ตั้งใจค่ะ”
ฉู่เหิงกวาดตามองอย่างเย็นชา “เธอก็ด้วย หุบปาก”
ฉู่หร่านชะงัก ทุกคนต่างมองพี่ชายใหญ่ด้วยความตกใจ
ฉู่หร่านขอบตาแดงก่ำขึ้นมาทันที น้ำตาใสไหลออกมาจากดวงตา เธอมองฉู่เหิงอย่างไม่อยากจะเชื่อ “พี่ใหญ่… พี่… พี่พูด…”
“ใช่ ฉันพูดเอง”
“พี่ใหญ่!” ฉู่จิงที่เงียบมาตลอดเดินออกมาเอาตัวบังฉู่หร่านเอาไว้ “พี่พูดเกินไปหรือเปล่า หร่านหร่านเป็นน้องสาวของพี่นะครับ”
“นายก็คิดว่าเกินไปเหรอ? ฉันพูดประโยคเดียว พวกนายก็คิดว่าเกินไปแล้ว พวกนายแห่กันมาแต่เช้า มากล่าวหาลั่วลั่วต่อหน้าอย่างไม่มีความเห็นอกเห็นใจ ไม่รู้สึกว่าเกินไปเหรอ?”
ฉู่จิงพูดออกมาตามจิตใต้สำนึก “นั่นเพราะเป็นความผิดเธอ เธอทำผิดแล้ว จะไม่ให้พวกเราพูดอะไรเลยเหรอ?”
“ฉู่หร่านไม่ได้ทำผิดเลยเหรอ?” ฉู่เหิงมองไปที่ฉู่หร่านซึ่งอยู่ข้างหลังฉู่จิง แล้วถามว่า “ฉู่หร่าน เธอคิดว่าตัวเองผิดไหม?”
ฉู่หร่านกัดริมฝีปาก น้ำตาไหลลงมาทีละหยด ๆ พร้อมกับทำหน้าไร้เดียงสา “พี่ใหญ่ หนูไม่รู้ว่าหนูทำอะไรให้พี่โกรธ และหนูทำผิดอะไร ให้พี่…”
“ไลฟ์สตรีมที่ถ่ายทีหลังนั้นช่างเถอะ แต่ก่อนหน้านั้นล่ะ? วิดีโอพวกนั้น รูปพวกนั้น… ทั้งหมดถูกโพสต์แบบเรียลไทม์” ฉู่เหิงหรี่ตาลง
เขาได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ที่หัวมีผ้าพันแผลพันไว้ ใบหน้าไร้เลือดฝาด แต่เขากลับดูทรงอำนาจมาก “ใครเป็นคนโพสต์?”
ฉู่หร่านหลบสายตา “ไม่ใช่หนู”
“ใคร?”
“หนูไม่รู้”
ฉู่เหิงยังไล่ต้อน “ไม่รู้จริงเหรอ?”
ฉู่หร่าน “…”
“พี่ใหญ่ พี่หมายความว่ายังไง?”
“อาเหิง มีใครเขากดดันน้องสาวแบบลูกบ้าง! หร่านหร่านร้องไห้แล้ว!”
“ผมแค่ถามไม่กี่คำถาม ก็ทนกันไม่ไหวแล้วเหรอ” ฉู่เหิงเหนื่อยหน่ายอย่างที่สุด “แล้วลั่วลั่วล่ะ? ทุกคนรุมถามเพื่อจะเอาผิดกับเธอ ไม่คิดว่าเป็นการกดดันบ้างเหรอ?”
“ฉู่หร่าน ต่อให้วันนี้เธอร้องไห้หนักแค่ไหน ก็ต้องตอบคำถามฉันมา”
“วิดีโอกับรูปถ่ายพวกนั้น เธอให้คนเอาไปโพสต์ใช่ไหม?”