เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 272 ฉู่ลั่วต่างหากที่ผิด
บทที่ 272 ฉู่ลั่วต่างหากที่ผิด
“หร่านหร่าน ไม่ต้องไปสนใจหรอก! คนแบบนี้ ต่อให้เธอหวังดีด้วยแค่ไหน ก็ไม่มีทางยอมรับความหวังดีของเธอหรอก” ฉู่จ้านดึงฉู่หร่านกลับมา ก่อนจะพูดกับฉู่ลั่วด้วยสีหน้าเดิม ๆ “ฉู่ลั่ว เพราะเธอไม่ยอมเลิกไลฟ์สตรีมเอง ต่อไปถ้าเจอการคุกคามทางอินเทอร์เน็ต ก็อย่าโทษว่าคนตระกูลฉู่ไม่ออกหน้าช่วยเหลือเธอก็แล้วกัน!”
แววตาฉู่เหิงสะท้อนภาพผู้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้า พวกเขาต่างมองฉู่ลั่วด้วยความโกรธเคือง
ในตอนนั้นเอง ชายหนุ่มก็รู้สึกหดหู่ใจเป็นอย่างมาก หน้าชาเหมือนตัวเขาที่พยายามพูดเหตุผลกับคนพวกนี้เป็นคนโง่เง่าที่สุดในโลก
เขาสูดหายใจเข้าลึก “ตอนนี้พวกเราไม่พูดเรื่องรูปภาพกับวิดีโอกันแล้วเหรอ?”
ฉู่จ้านไม่เข้าใจ “พี่ใหญ่ ยังมีอะไรต้องพูดกันอีก! หร่านหร่านบอกแล้วไม่ใช่เหรอครับ? ว่าเพื่อนของเธอลงไปตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว”
ฉู่เหิงหัวเราะเย็นชา “แล้วเรื่องนี้พ่อกับแม่รู้ไหมครับ? งานเลี้ยงครั้งนี้ บอกว่าจะไม่เชิญสื่อมาไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมฉู่หร่านถึงได้ยอมให้เพื่อนโพสต์คลิปกับรูปล่ะ?”
ซ่งเชียนหย่ามองฉู่หร่าน
ฉู่หร่านอธิบายเสียงเบา “พี่ใหญ่ ที่จริงหนูทำเพราะหวังดีกับลั่วลั่วนะคะ”
“คนในวงการรู้กันหมดว่าหนูเป็นลูกสาวของตระกูลฉู่ แต่ไม่มีใครรู้ว่าฉู่ลั่วเป็นลูกสาวของตระกูลฉู่”
“พ่อกับแม่ไม่เห็นด้วยที่จะให้นักข่าวเข้ามาถ่าย แบบนั้นสำหรับลั่วลั่ว ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลยสิคะ!”
“หนูเลยคิดว่า ถ้ามีคนในวงการบันเทิงโพสต์คลิปกับรูปภาพพวกนี้ออกไป แบบนั้นเรื่องก็จะกระจายออกไปเป็นวงกว้าง”
“ทุกคนจะได้รู้ ว่าหนูกับลั่วลั่วเป็นพี่น้องกัน เธอเองก็เป็นลูกสาวของตระกูลฉู่”
พูดจบ ขอบตาของเธอก็แดง น้ำตาไหลออกมาทีละหยดอีกครั้ง
“หนูก็แค่หวังดี หนูจะไปรู้ได้ยังไงคะว่าหลังจากนั้นจะเกิดเรื่องมากขนาดนี้!”
ฉู่เหิงมองพวกเขาเข้าไปปลอบไปโอ๋ฉู่หร่านอีกครั้งก็เหนื่อยใจเป็นอย่างมาก น้ำเสียงเริ่มไร้เรี่ยวแรง แววตาเริ่มสิ้นหวังมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็ยังยืนหยัดอยู่ตรงนั้น “แล้วทำไมหลังจากเกิดเรื่อง เธอถึงไม่ห้ามพวกนั้นไม่ให้โพสต์คลิปกับรูปภาพ?”
ฉู่หร่านอ้าง “พี่ใหญ่ ตอนนั้นหนูตกใจมากนะคะ ก็เลยลืมทุกอย่างไปหมด!”
“ทั้งหมดเป็นความผิดหนูเอง หนูไม่ควรลืมเลย” ฉู่หร่านมองซ่งเชียนหย่ากับคนอื่น ๆ “แม่คะพ่อคะ พี่รองพี่สาม ทั้งหมดเป็นความผิดหนูเอง หนู… ถ้าหนูไม่ให้พวกเธอถ่ายวิดีโอก็คงดี”
“ถ้าหนูไม่ตกใจ และห้ามไม่ให้พวกเธอถ่ายคลิปกับรูปภาพก็คงดี”
“ฮือ ฮือ ฮือ! หนูผิดไปแล้ว!”
“ขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะ!”
เธอร้องไห้เสียใจ ซ่งเชียนหย่าก็รีบเข้าไปกอดพร้อมกับลูบหลังลูกสาวคนโปรดเบา ๆ แทนการปลอบใจ คุณแม่ถึงปรายตามามองฉู่เหิงด้วยความโกรธ “ลูกคิดจะทำอะไรกันแน่? คิดจะผลักความผิดทั้งหมดมาให้หร่านหร่านที่เป็นผู้บริสุทธิ์เหรอ?”
ฉู่จิงเองก็โกรธมาก “พี่ใหญ่ พี่ไม่คิดว่าตัวเองลำเอียงมากไปเหรอครับ? พี่จำที่พี่เคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ได้ไหม? ฉู่หร่านก็เป็นน้องสาวของพวกเราเหมือนกัน พี่จะโทษหร่านหร่านโดยไม่สนถูกผิดไม่ได้”
ฉู่จ้านพูด “พี่ใหญ่ พี่เปลี่ยนไปแล้ว”
ฉู่เหว่ยฮ่าวส่ายหน้า แล้วถอนหายใจออกมาอย่างแรง “อาเหิง พ่อรู้ว่าแกรักลั่วลั่วมาก แต่แกจะเอาความผิดมาโยนให้หร่านหร่านไม่ได้”
“เธอทำผิดอะไร?”
ฉู่จ้านเช็ดน้ำตาให้ฉู่หร่านอย่างปวดใจ “ถ้าจะบอกว่าใครผิด ก็ฉู่ลั่วนั่นแหละที่ผิด!”
เขากวาดตามองฉู่ลั่วอย่างเย็นชา “ถ้าเธอไม่ไลฟ์สตรีมอะไรไร้สาระ ถ้าเธอไม่โลภเพราะเงินเล็กน้อยแค่นั้น เรื่องมันจะวุ่นวายจนน่าเกลียดขนาดนี้ไหม?”
“เธอทำผิด แต่ยังโยนความผิดมาให้หร่านหร่าน หร่านหร่านหวังดีนะครับ พี่ใหญ่ หรือว่าพี่แยกแยะไม่ได้เลยเหรอครับ?”
ฉู่เหิงหมดคำจะพูด “…”
การกล่าวหา ความโกรธเคือง ความรังเกียจ…
ทุกอารมณ์มารวมกันอยู่ตรงหน้า ยิ่งพูดคุยกันมากเท่าไหร่ ความรู้สึกพวกนี้ก็ยิ่งมีแต่จะทวีคูณ
ในใจของฉู่เหิงอึดอัดเป็นอย่างมาก เขาหันไปมองฉู่ลั่วโดยไม่รู้ตัวด้วยกลัวว่าน้องสาวจะเสียใจ
แต่กลับเห็นเธอยืนอย่างสงบนิ่งอยู่ตรงนั้น…
ชุดคนไข้สีฟ้าขาว ทำให้ร่างกายของฉู่ลั่วดูซีดเซียวและบอบบางมากขึ้นกว่าเดิม
แต่ดวงตาเด็กสาวกลับเรียบเฉย กำลังมองภาพตรงหน้าโดยไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ
ใจของฉู่เหิงยิ่งอึดอัดมากขึ้น