เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 273 น้องสาวของฉัน
บทที่ 273 น้องสาวของฉัน
ระหว่างที่คนอื่น ๆ กำลังปลอบฉู่หร่านกันยกใหญ่ มีเพียงฉู่เหิงที่เดินเข้าไปใกล้น้องสาวตัวจริง “มีพี่ใหญ่อยู่ ไม่ต้องกลัว”
ฉู่ลั่วหันหน้ามาเล็กน้อย ดวงตาปราศจากอารมณ์ใด แต่เมื่อเห็นความเป็นห่วงในดวงตาของพี่ชายใหญ่ เธอจึงส่ายหน้าช้า ๆ “หนูไม่กลัวค่ะ พี่ใหญ่เองก็ไม่ต้องโกรธนะคะ”
ฉู่เหิง “…”
หัวใจของเขากระตุกหลายครั้งเพราะความไม่สบายใจ
น้องสาวของเขา
ลูกสาวของตระกูลฉู่
หากไม่ใช่เพราะความผิดพลาดเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน เธอจะยืนอยู่ตรงนี้อย่างน่าสงสาร และถูกครอบครัวของตนเองเกลียดชังได้อย่างไร
นี่คือน้องสาวของเขา!
ฉู่เหิงระบายลมหายใจออกมาด้วยความอึดอัด เขาประคองฉู่ลั่วเดินไปข้างเตียงผู้ป่วย “เธอมีพี่ใหญ่อยู่เสมอ อีกเดี๋ยว ถ้าเธอไม่อยากพูดก็ไม่ต้องพูด ถ้าหนวกหูก็ใส่หูฟังนะ”
ฉู่ลั่วพูดอย่างเหนื่อยหน่ายว่า “ที่จริงหนูไม่ได้เครียดอะไรขนาดนั้นนะคะ”
“อะไรคือไม่ได้เคร่งเครียดขนาดนั้น! ฉู่ลั่ว!” ฉู่เหิงมองเธอด้วยความโกรธเล็กน้อย “เธอเป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่ใช่คนที่ทำมาจากเหล็ก เวลาที่ควรเจ็บ ก็ต้องรู้สึกเจ็บ เวลาที่ควรเสียใจ ก็ต้องรู้สึกเสียใจ”
ฉู่ลั่วเลิกคิ้ว “…”
เจ็บ?
เสียใจ?
ความรู้สึกไร้เหตุผลพวกนี้ ตั้งแต่ที่เธอยังเด็กมาก ๆ ก็ไม่เคยมีอยู่แล้ว
ต่อให้เจ็บ ก็ไม่มีคนสนใจ
ต่อให้เสียใจ ก็ไม่มีคนออกหน้าเพื่อช่วยเหลือ
ต่อให้ตะโกนออกมา ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย มีแต่จะทำให้ตัวเองดูน่าสมเพชกว่าเดิม
“ถ้าเธอบอกว่าเจ็บ พี่ใหญ่จะช่วยเธอ”
“ถ้าเธอรู้สึกเสียใจ พี่ใหญ่ก็จะช่วย”
ราวกับมองเบื้องหลังในคำพูดของฉู่ลั่วออก แววตาของฉู่เหิงหนักแน่นมาก
เขาห่มผ้าให้น้องสาวแท้ ๆ ก่อนจะส่งโทรศัพท์มือถือให้พร้อมกับหูฟังที่ไม่รู้ว่าเอามาจากไหน เขาใส่หูฟังไว้ที่หูของฉู่ลั่ว “ให้พวกเขาไป พวกเขาต้องไม่ยอมไปแน่นอน”
“พี่ใหญ่จัดการเอง”
ในหูมีเสียงเพลงเพราะ ๆ ดังขึ้นมา ฉู่ลั่วพยักหน้าเล็กน้อย
ความรู้สึกแปลกประหลาดทำให้ในใจของเธอขมขื่นและเจ็บปวดขึ้นมา
ราวกับว่ามีอะไรบางอย่างกำลังทิ่มแทงเบา ๆ ทำให้เกิดระรอกคลื่นขึ้นในจิตใจที่สงบนิ่งของเธอ
เธอก้มหน้าลง ปิดบังดวงตาที่ค่อย ๆ แดงรื้นขึ้นมาของตนเอง
ฉู่เหิงแสร้งทำเหมือนว่าเขาไม่เห็นความรู้สึกในดวงตาของน้องสาว ก่อนจะหันหลังไป
อีกด้านหนึ่ง คนตระกูลฉู่ยังคงปลอบฉู่หร่านอยู่
“จะร้องไห้ไปถึงเมื่อไหร่? พวกคุณมาที่นี่เพราะอยากจะมาแก้ปัญหาใช่ไหม?”
คำพูดห้วน ๆ ประโยคนี้ ทำให้ฉู่หร่านที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นหยุดลงกะทันหัน
ซ่งเชียนหย่าไม่พอใจ “อาเหิง ทำไมลูกถึงพูดแบบนี้!”
ฉู่เหิงเผยรอยยิ้มออกมา พร้อมท่าทางเข้มงวดเหมือนเจรจาธุรกิจ
ผ้าพันแผลบนศีรษะไม่ได้ทำให้บุคลิกและความแข็งแกร่งของเขาลดน้อยลงเลย “ไม่ได้จะมาคุยเรื่องครั้งนี้เหรอครับ?”
ฉู่เหิงชี้ไปยังโซฟาที่อยู่ด้านข้าง “นั่งลงแล้วคุยกันเถอะครับ”
ฉู่เหว่ยฮ่าวเห็นท่าทางของลูกชายก็ขมวดคิ้วเป็นปม
ท่าทางแบบนี้ เขาเคยเห็นมานับครั้งไม่ถ้วน
ทุกครั้งเวลาที่ต้องเจรจาทางธุรกิจที่สำคัญ ลูกชายคนโตของเขามักจะแสดงท่าทางเช่นนี้เสมอ
คิดไม่ถึงว่าจะมีวันนี้ ที่อีกฝ่ายแสดงท่าทางแบบนี้กับคนในครอบครัวของตัวเอง
“อาเหิง…” ฉู่เหว่ยฮ่าวอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ถูกฉู่เหิงพูดแทรกเสียก่อน
“ถ้าพวกคุณไม่อยากคุย ก็เชิญออกไปได้เลยครับ ที่นี่คือห้องพักผู้ป่วย จะรบกวนการพักผ่อนของลั่วลั่วไม่ได้”
ฉู่จ้านหัวเราะเยาะ “ไม่ได้ร้ายแรงอะไรสักหน่อย แกล้งทำเป็นอ่อนแอทำไม!”
“ฉู่ลั่วเป็นน้องสาวของฉัน แค่ผมเธอร่วงเส้นเดียว ฉันก็รู้สึกว่าร้ายแรงแล้ว” น้ำเสียงของฉู่เหิงทั้งเย็นชาและแข็งกระด้าง “ยิ่งไปกว่านั้น เธอถูกมีดกรีดจนปากแผลยาวเกือบสิบเซนติเมตร ร่างกายถูกคนทุบตีจนมีรอยฟกช้ำเป็นรอยเขียว รอยม่วง”
“ฉันแทบอยากจะให้ผู้เชี่ยวชาญทั้งโรงพยาบาลมารักษาเธอแทบแย่เชียวล่ะ!”
ฉู่จ้านเงียบลงไป “…”
ริมฝีปากสั่นระริก อยากจะพูด แต่กลับไม่กล้าพูด
เขารู้สึกว่าหากตนเองพูดออกมาอีกครั้งจะถูกพี่ชายไล่ออกไป หรือไม่ก็ถูกต่อยเข้าสักหมัด!
เวลาที่พี่ใหญ่โกรธขึ้นมาจะน่ากลัวมาก
อาจจะเป็นเพราะท่าทีของฉู่เหิงแข็งกร้าวเกินไป ฉู่เหว่ยฮ่าวกับคนอื่น ๆ จึงเดินมานั่งลงบนโซฟากันหมด
ฉู่เหว่ยฮ่าวเข้าใจลูกชายของตน เขากระแอมไอออกมาเบา ๆ พลางเอ่ยว่า “อาเหิง พวกเรารู้ว่าแกรักลั่วลั่วมาก แต่ครั้งนี้ลั่วลั่วทำผิด”
ฉู่เหิงเอ่ยว่า “ไม่พูดเรื่องถูกผิดครับ เราจะพูดกันแค่วิธีแก้ปัญหาเท่านั้น”
ฉู่เหว่ยเหิงขมวดคิ้ว “จะไม่พูดเรื่องถูกผิดได้ยังไง…”
“เรื่องถูกผิด ผมจะพูดแต่กับคนที่แยกแยะถูกผิดได้เท่านั้นครับ” ฉู่เหิงมองฉู่เหว่ยฮ่าว “พ่อครับ พวกเรามาคุยกันแค่เรื่องวิธีแก้ปัญหาเถอะ!”
เขาเคยคิดว่าหลังจากที่ตนเองเอาหลักฐานออกมาให้ดูแล้ว พ่อกับแม่จะจัดการอะไรฉู่หร่านบ้าง
แต่ไม่คาดคิดเลยว่า หลักฐานอยู่ตรงหน้ามากมายขนาดนี้ แต่พ่อแม่กลับไม่คิดจะตำหนิเธอเลยแม้แต่นิดเดียว
แถมยังคิดว่าฉู่หร่านไม่ได้รับความเป็นธรรมอีกด้วย
ในสายตาของพวกเขา ไม่มีถูกผิด มีแค่ฉู่หร่านเท่านั้น
ในเมื่อไม่มีถูกผิด… ก็ไม่มีอะไรที่ต้องพูดกันอีก!