เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 278 ยันต์สะกดพลังวิญญาณ
บทที่ 278 ยันต์สะกดพลังวิญญาณ
ฉู่เหิงพาฉู่ลั่วไปส่งที่บ้านหลังเล็ก ทันทีที่รถหยุดลงก็เห็นฉู่หร่านกับซ่งเชียนหย่ายืนอยู่ที่หน้าบ้าน
เขาขมวดคิ้วโดยไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่เปิดประตูรถแล้วพูดกับฉู่ลั่วว่า “หร่านหร่านกับแม่อยู่ที่นี่ ถ้าเธอไม่อยากเจอพวกเขา พี่จะให้พวกเขากลับไป”
ฉู่ลั่วส่ายหน้า “ดูว่าพวกเขาจะพูดอะไรกันเถอะค่ะ”
ตอนนี้ฉู่เหิงสับสนกับคนตระกูลฉู่มาก
ด้านหนึ่งก็เจ็บใจที่พวกเขารักและลำเอียงให้ฉู่หร่าน แต่อีกด้านหนึ่งก็ตัดใจทิ้งครอบครัวไม่ได้
พี่ชายใหญ่เปิดประตูรถให้ฉู่ลั่วลงไปด้วยสีหน้าเย็นชา
ซ่งเชียนหย่ามองฉู่ลั่วด้วยสายตาเป็นกังวล เมื่อเห็นฉู่ลั่วเดินมาก็รีบเอ่ยถามทันที “ทำไมออกจากโรงพยาบาลเร็วนักล่ะ แผลหายดีแล้วเหรอ?”
“ค่ะ”
ห้วน สั้น กระชับได้อีก
หัวหว่านยกกระเป๋า เปิดประตูบ้าน แล้วเชิญซ่งเชียนหย่ากับคนอื่น ๆ เข้าไป
ฉู่หร่านเดินตามหลังซ่งเชียนหย่ามา เธอทำหน้ายอมจำนน ราวกับถูกคนรังแกจนไม่ได้รับความเป็นธรรม
หล่อนตามหลังคุณแม่มาด้วยท่าทางน่าสงสาร ก่อนนั่งลงบนเก้าอี้เงียบ ๆ
จนกระทั่งหัวหว่านยกชาออกมาให้ หล่อนก็ยืดตัวขึ้นไปรับชา พร้อมทั้งพูดรัว ๆ “ขอบคุณมาก ขอบคุณ”
หัวหว่านไม่ตอบอะไร เสิร์ฟชาเสร็จแล้ว ก็มายืนอยู่ข้างฉู่ลั่ว
เฉิงยวนก็ยืนอยู่ด้านข้างในที่ที่ฉู่หร่านและคนอื่น ๆ มองไม่เห็น
วิญญาณสาวอาศัยว่าพวกเขาไม่ได้ยินเสียงเธอ จึงพูดออกมาอย่างอุกอาจว่า “ฉู่หร่านคนนี้เสพติดการแสดงละครเหรอ! ข้าเคยเห็นละครที่นางแสดงหลายเรื่อง ก็ไม่เห็นจะแสดงดีตรงไหน”
“ถ้านางเอาทักษะการแสดงในชีวิตจริง เข้าไปเล่นในจอได้ คงได้รับรางวัลไปนานแล้ว”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวที่อยู่ด้านข้างก็พองแก้มด้วยความโกรธ “เธอเป็นคนไม่ดี”
เฉิงยวนลูบศีรษะวิญญาณน้อย “ใช่ นางเป็นคนไม่ดี พวกเราไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนไม่ดี เข้าใจไหม?”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวถามอย่างไม่เข้าใจ “พี่ยวนยวน พี่ไม่จัดการเธอเหรอคะ?”
ปกติแล้ว เฉิงยวนจะต้องจัดการกับผู้หญิงแบบนี้แน่
วิญญาณสาวหัวเราะแห้ง ๆ สองที “ไม่ ๆๆ ตอนนี้ยังจัดการนางไม่ได้ ตอนนี้พวกเราอยู่กันอย่างสงบเสงี่ยมไปก่อน เข้าใจไหม?”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวพยักหน้าด้วยความสงสัย
ทางด้านฉู่หร่านกับซ่งเชียนหย่าก็บอกความตั้งใจที่พวกเขามาที่นี่
สีหน้าของฉู่เหิงมืดมนขึ้นในทันที “แม่ครับ แม่รู้ไหมว่าตัวเองกำลังพูดอะไร?”
ซ่งเชียนหย่าถลึงตามองลูกชายคนโต ก่อนจะยิ้มให้ฉู่ลั่ว “ลั่วลั่ว ลูกคิดว่ายังไง? เรื่องนี้สำหรับลูกแล้ว เป็นแค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้นเอง”
“หร่านหร่านรับปากต่อหน้าสื่อไปแล้ว อีกอย่างลูกก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก ให้อภัยได้ก็ให้อภัยไปเถอะนะ” คุณแม่พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ลูกเองก็เป็นผู้บำเพ็ญ สะสมบุญบารมีเอาไว้ก็เป็นเรื่องดี”
ฉู่หร่านขมวดคิ้ว มองฉู่ลั่วด้วยสายตาเหมือนจะร้องไห้แต่ก็ไม่ร้อง “ลั่วลั่ว ฉันแค่รู้สึกว่าพวกเขาน่าสงสารมาก เงินสามแสนสำหรับพวกเราแล้วไม่นับว่าเป็นอะไร แต่สำหรับตระกูลอู๋ นั่นเป็นเงินจำนวนมากเลยนะ!”
“พวกเขาไม่มีเงินแล้วถึงได้ยอมเสี่ยงอันตราย ก็เป็นเรื่องที่อภัยได้”
“พวกเขามาขอร้องฉัน พวกเขาน่าสงสารจริง ๆ นะ ฉันเองก็ไม่มีทางเลือก ถึงได้ตอบตกลงไป”
ฉู่เหิงโกรธและหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา เขายันตัวลุกขึ้น “แฟนคลับของซูเหมยก่อเรื่อง เธอก็อภัยให้พวกเขาแทนลั่วลั่ว”
“ตอนนี้เรื่องของสองสามีภรรยาตระกูลอู๋ เธอก็ให้อภัยด้วยเหรอ!”
“คนถูกทำร้ายคือลั่วลั่ว ควรให้อภัยหรือเปล่า ลั่วลั่วควรเป็นคนตัดสินใจ!”
“ลูกตะโกนทำไม!” ไม่รอให้ฉู่เหิงพูดจบ ซ่งเชียนหย่าก็ลุกขึ้นมาถลึงตามองเขาด้วยความโกรธ “ลูกพูดเองนี่ เรื่องนี้ควรให้ลั่วลั่วเป็นคนตัดสินใจ ลูกจะมาตะโกนใส่หร่านหร่านทำไม!”
“อาเหิง ลูกรู้สึกบ้างไหม ตั้งแต่ที่ลูกเจอกับเวินอวิ๋นเสา ลูกก็เปลี่ยนไปแล้ว”
เมื่อพูดถึงเวินอวิ๋นเสา สีหน้าของฉู่เหิงก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย
เขาหันหน้าไปพลางถอนหายใจ ด้วยสีหน้าเย็นชา “แม่ครับ ไม่ต้องพูดถึงคนอื่น โดยเฉพาะอวิ๋นเสา”
ซ่งเชียนหย่าขมวดคิ้ว ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“ลั่วลั่ว ยังไงเรื่องนี้ในท้ายที่สุดลูกก็ต้องเห็นด้วย หร่านหร่านแค่ตอบตกลงแทนลูกไปก่อนเท่านั้น…”
“หนูไม่เห็นด้วย” น้ำเสียงแผ่วเบาของฉู่ลั่วพูดแทรกซ่งเชียนหย่าขึ้นมา
ขณะที่ซ่งเชียนหย่ายังคงมีสีหน้าตกตะลึง เธอก็พูดย้ำอีกครั้ง “หนูไม่เห็นด้วย ไม่ว่าจะแฟนคลับของซูเหมย หรือสามีภรรยาตระกูลอู๋ หนูไม่ให้อภัยพวกเขาทั้งนั้น”
ซ่งเชียนหย่า “…”
ฉู่หร่านเองก็มองฉู่ลั่วด้วยความประหลาดใจ “แต่ลั่วลั่ว พวกเขาก็พอจะให้อภัยได้นะ!”
ฉู่ลั่วรับรู้ได้ถึงพลังวิญญาณในร่างกาย มันแข็งแกร่งและเต็มเปี่ยม
เธอเงยหน้าขึ้นช้า ๆ สบตากับฉู่หร่าน
“พอจะให้อภัยได้ ก็เลยบุกเข้ามาในงานเลี้ยงเหรอ? พอจะให้อภัยได้ก็เลยเอามีดมาทำร้ายฉันเหรอ?” ฉู่ลั่วหัวเราะเสียดสี มองซ่งเชียนหย่า “ในงานเลี้ยงกลางคืน พวกคุณได้เอาเครื่องรางเข้ามาหรือเปล่า?”
สีหน้าของซ่งเชียนหย่าแข็งทื่อไปก่อนหลบสายตาฉู่ลั่ว
ฉู่หร่านเองก็ก้มหน้าลงเช่นกัน
ฉู่ลั่วถาม “ยันต์แผ่นนั้นเป็นยันต์ที่ใช้กดพลังวิญญาณของหนูใช่ไหม?”
ซ่งเชียนหย่าอ้าปาก อยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว
ฉู่เหิงที่ฟังอยู่ข้าง ๆ สับสนเล็กน้อย “ยันต์อะไร? กดพลังวิญญาณอะไร?”
ฉู่ลั่วมองคุณแม่ด้วยสายตาไร้อารมณ์ “ในงานเลี้ยงมียันต์อยู่ค่ะ และเป้าหมายก็คือหนู”