เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 279 ตรวจสอบให้ถึงที่สุด
บทที่ 279 ตรวจสอบให้ถึงที่สุด
ซ่งเชียนหย่ารีบแย้งทันที “ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ลูก ก็แค่… แค่รอบตัวลูกมักจะมีสิ่งที่ไม่สะอาดอยู่เสมอ แม่กลัวว่าช่วงงานเลี้ยงตอนเย็น จะทำให้แขกตกใจ”
“เพราะแบบนั้นก็เลยเอายันต์มาติดไว้ ทางหนึ่งก็เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกเหล่านั้นเข้ามา อีกทางหนึ่ง เพราะแม่กลัวว่าลูกจะไม่เชื่อฟัง แล้วปล่อยของสกปรกพวกนั้นเข้ามา”
เธอมีสีหน้าหงุดหงิด “แม่เองก็คิดไม่ถึง ว่าหลังจากนั้นจะมีเรื่องพวกนี้เกิดขึ้น”
ฉู่เหิงฟังมาถึงตรงนี้ ก็เข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างคร่าว ๆ แล้ว
ขณะที่ชายหนุ่มกำลังตกตะลึง ในใจก็ปั่นป่วนมาก เขามองไปที่ฉู่หร่านทันที “แม่ครับ เรื่องเอายันต์เข้ามา เป็นความคิดของใคร?”
ซ่งเชียนหย่ามองฉู่หร่าน ก่อนจะรีบเก็บสายตากลับมา “แม่เป็นคนต้นคิดเอง ลูกอย่ามองหร่านหร่าน เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับหร่านหร่านเลย”
ฉู่เหิง “…”
สายตาเมื่อครู่นี้ เขามองเห็นอย่างชัดเจนแล้ว
ไม่รู้ว่าสมองของฉู่เหิงนึกอะไรขึ้นมาได้ “แม่ครับ เรื่องนี้จะปล่อยผ่านไปแบบนี้ไม่ได้”
ซ่งเชียนหย่า “…”
“พวกเขาบุกเข้ามาในบ้านตระกูลฉู่ ทั้งยังปรากฏตัวในเวลาที่เหมาะสม และทำร้ายลั่วลั่วด้วย จะต้องไตร่ตรองไว้ล่วงหน้าแน่นอน อีกอย่าง…” ฉู่เหิงหยุดไปชั่วขณะ สายตากวาดมองไปทางฉู่หร่าน “อีกอย่างพวกเขาต้องมีคนในบ้านตระกูลฉู่คอยให้ความร่วมมือ ถึงได้รู้ขั้นตอนต่าง ๆ ในงานเลี้ยงชัดเจนขนาดนี้”
พวกเขาเข้ามาในงานเลี้ยงนานแล้ว แต่กลับรอให้งานเลี้ยงใกล้จะจบ ถึงได้ปรากฏตัวออกมา
ไม่ใช่ว่าเขาไม่สงสัย ว่าเรื่องนี้จะเป็นความตั้งใจของใครสักคนหรือไม่
“พี่ใหญ่ พี่พูดแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ? พี่กำลังพูดถึงหนูเหรอ?” ฉู่หร่านร้องไห้แล้ว เธอน้ำตาไหลออกมาไม่หยุด
ฉู่เหิงมองน้องสาวตัวปลอมที่กำลังร้องไห้ โดยไม่รู้สึกอะไรเลยแม้แต่น้อย
ก่อนหน้านี้ เขายังคิดว่าฉู่หร่านเป็นคนจิตใจดี แต่เพราะไม่ทันความคิดคน จึงถูกแฟนคลับกับคนตระกูลอู๋ใช้ประโยชน์แล้วตอบตกลงกับพวกเขาไป
แต่ตอนนี้…
หลังปะติดปะต่อทุกสิ่งทุกอย่างเข้าด้วยกันแล้ว
ต่อให้เขาเป็นคนโง่ ก็สามารถเข้าใจทุกอย่างได้ชัดเจน
ในใจของฉู่เหิงนอกจากความตกใจแล้ว ก็ยังเจ็บปวดมากอีกด้วย
“ฉันไม่ได้พูดถึงเธอ ฉันแค่คิดว่าเรื่องนี้ไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้ จะต้องตรวจสอบให้ถึงที่สุด”
ฉู่หร่าน “…”
ตอนซ่งเชียนหย่ามา เธอไม่เคยคิดเลยว่าฉู่ลั่วจะไม่เห็นด้วย
คุณแม่ยังยืนอึ้งอยู่หน้าประตูบ้านหลังเล็ก ครั้นนึกถึงท่าทางของฉู่เหิงตอนที่ออกมาส่งเธอเมื่อสักครู่นี้ ก็รู้สึกหนักใจ
“แม่คะ! ตอนนี้จะทำยังไงดีคะ?” ฉู่หร่านกอดแขนของซ่งเชียนหย่า “ลั่วลั่วไม่ยอมยกโทษให้พวกเขา แต่หนูตอบตกลงไปแล้ว”
ซ่งเชียนหย่าเก็บสายตากลับมา พลางลูบที่แขนลูกสาวคนโปรดเบา ๆ แทนการปลอบใจ “ไม่เป็นไร แม่จะให้พี่ชายกับพ่อของลูกคิดหาวิธี”
ฉู่หร่านพยักหน้าพลางพูดอย่างเสียใจว่า “ตอนแรกหนูคิดว่าลั่วลั่วจะเห็นด้วยกับเรื่องนี้ คิดไม่ถึงเลยว่า…”
“เธอ…” เดิมทีซ่งเชียนหย่ารู้สึกหดหู่ แต่เมื่อเห็นท่าทางรู้สึกผิดของฉู่หร่าน อารมณ์ก็พลันเปลี่ยนไปทันที แล้วพูดด้วยความโกรธ “เธอเป็นผู้บำเพ็ญ แต่กลับใจแคบขนาดนี้”
ฉู่หร่านก็ถอนหายใจออกมาเช่นกัน “ตอนแรกหนูก็คิดนะคะ ลั่วลั่วเป็นผู้บำเพ็ญ ต้องทำแต่เรื่องดีมากมาย ถึงได้รับปากแทนเธอ หนูคิดไม่ถึงจริง ๆ ค่ะ…”
สองแม่ลูกขึ้นรถไปแล้ว
เฉิงยวนที่อยู่หน้าประตูได้ยินบทสนทนาทั้งหมดก็ด่าตามหลังรถที่ขับออกไปหลายประโยค
“อะไรคือทำเรื่องดี อย่างนั้นเจ้าก็ไปเป็นพระโพธิสัตว์เลยสิ!”
“พระโพธิสัตว์ยังไม่เป็นแม่พระเท่าเจ้าเลยมั้ง!”
“แม่ก็อีกคน ไม่มีใครดีเท่าลูกตัวปลอมของนางแล้ว!”
เฉิงยวนด่าไปเรื่อย ๆ เมื่อยปากแต่สบายใจแล้วถึงกลับเข้าไปในบ้าน
เมื่อเข้ามาก็เห็นว่าบรรยากาศระหว่างสองพี่น้องอย่างฉู่เหิงและฉู่ลั่วค่อนข้างตึงเครียด
เธอลอยไปอยู่ข้างหัวหว่าน พลางถามว่า “เกิดอะไรขึ้น? สองพี่น้องทะเลาะอะไรกันเหรอ?”
หัวหว่านใช้มือป้องปาก แล้วกระซิบเสียงเบา “คุณหนูไม่อยากให้คุณฉู่ตรวจสอบเรื่องของคนพวกนั้น แต่คุณฉู่ยืนกรานว่าจะตรวจสอบให้ได้”
เฉิงยวน “…”
ฉู่เหิงกำลังรนหาที่ตายเหรอ!