เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 280 เธอชื่อเหยียนชี
บทที่ 280 เธอชื่อเหยียนชี
ภายในห้องรับแขก ฉู่เหิงขมวดคิ้วพลางมองฉู่ลั่วอย่างไม่เข้าใจ “ทำไมถึงไม่ตรวจสอบ เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้มีคนอยู่เบื้องหลัง ถ้าครั้งนี้ไม่พิสูจน์ให้ชัดเจน ใครจะไปรู้ว่าต่อไปคนคนนั้นคิดจะทำอะไรอีก?”
ฉู่ลั่วเอ่ย “หนูรู้ว่าเป็นใครค่ะ”
“เธอรู้แล้วว่าเป็นใคร ก็ต้องเอาหลักฐานออกมา! ลั่วลั่ว บางคนต้องได้เห็นหลักฐานเท่านั้น ถึงจะเชื่อคำพูดของเธอ”
น้องสาวตัวจริงยังคงส่ายหน้า
แต่ฉู่เหิงยืนยันหนักแน่นมาก “ลั่วลั่ว มีบางเรื่องที่พี่ต้องทำให้ได้ในฐานะพี่ชายคนหนึ่ง เธอได้รับความไม่ยุติธรรม เธอถูกคนรังแก พี่จะไม่สนใจ แล้วปล่อยให้คนอื่นรังแกเธอแบบนี้ไม่ได้”
ฝ่ามือใหญ่ที่แสนอบอุ่นลูบผมของฉู่ลั่ว “พี่เป็นพี่ชายของเธอ เพราะฉะนั้นเชื่อมั่นในตัวพี่นะ”
มือของเขาเบามาก แต่ฉู่ลั่วกลับรู้สึกว่าหนักเป็นพันชั่ง
เธอค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น มองพี่ชายใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า ท่ามกลางภาพที่พร่ามัว
ฉู่เหิงน้ำเสียงแหบแห้ง เขาใช้นิ้วเช็ดไล่ความเปียกชื้นที่หางตาของฉู่ลั่ว “พี่ชายจะไม่ยอมให้คนอื่นมารังแกเธอ”
“จะมีอันตรายนะคะ”
ฉู่เหิงหัวเราะเสียงดัง “พี่ทำก็อันตราย แต่ถ้าให้เธอทำเองจะไม่อันตรายเหรอ?”
ฉู่ลั่วเงียบงัน
“ในเมื่ออันตรายเหมือนกัน พี่ในฐานะที่เป็นพี่ชายควรเป็นคนทำไม่ใช่หรือไง?”
แววตาชายหนุ่มหนักแน่นไม่แพ้น้ำเสียง
ฉู่ลั่วเข้าใจดี ตอนนี้ต่อให้เธอห้ามฉู่เหิงไป เขาก็จะสัญญากับเธอแค่ลมปากเท่านั้น สุดท้ายก็จะแอบไปตามสืบลับหลังอยู่ดี
“ค่ะ”
ฉู่เหิงพูดให้ฉู่ลั่วยอมได้แล้ว สีหน้าก็อ่อนโยนขึ้นไม่น้อย “เธอพักผ่อนอยู่ในบ้านเถอะนะ ไม่ว่าจะเรื่องแฟนคลับของซูเหมย หรือคนตระกูลอู๋ พี่จะจัดการเอง”
“ค่ะ ขอบคุณค่ะพี่ใหญ่”
ฉู่เหิงยิ้มบาง “กับพี่ชายของตัวเองต้องขอบคุณอะไรกัน”
เขากำชับอีกสองสามประโยค ก่อนจะออกจากบ้านไป
ทันทีที่ชายหนุ่มปิดประตู เฉิงยวนก็บังคับตัวเองไม่ได้ เธอเริ่มลอยไปลอยมาอย่างรวดเร็วอยู่ในบ้าน
“จบกันแล้วแบบนี้! ถ้าฉู่เหิงไปตรวจสอบเรื่องนี้จริง ไม่รู้ว่าพลังลูกรักสวรรค์ของฉู่หร่านจะนำพาภัยพิบัติอะไรมาให้ฉู่เหิงบ้าง”
หัวหว่านตกใจ “ร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอ!?”
เฉิงยวนกลอกตา “เจ้าคิดว่ายังไงล่ะ? ไม่แน่ว่าออกนอกบ้านก็อาจจะถูกรถชนได้ หรือไม่ก็อาจจะมีกระถางต้นไม้ตกลงมาจากฟ้าอย่างไม่มีเหตุผล…”
“สวรรค์อยากให้คนคนหนึ่งตาย ก็แค่เรื่องง่าย ๆ ไม่ใช่หรือ?”
“ฉู่ลั่ว ทำยังไงดี?”
ฉู่ลั่วแตะที่ศีรษะของตนเองเบา ๆ เธอยังรับรู้ได้ถึงน้ำหนักและความอ่อนโยนจากฝ่ามือของฉู่เหิง
นี่คือพี่ชายของเธอ…
เพื่อเธอแล้ว แม้มีอันตราย พี่ชายก็จะไม่กลัว
พี่ชายที่ไม่อยากให้เธอต้องเจอความอยุติธรรม
ฉู่ลั่ววางมือของตนเองลง แววตาสงบนิ่งขึ้นแล้ว “ไปโรงพยาบาลกัน”
“ไปทำอะไรที่โรงพยาบาล?”
ฉู่ลั่วเอ่ย “พี่ใหญ่คิดจะตรวจสอบให้ชัดเจน ถ้าอย่างนั้นก็เอาหลักฐานออกมากองตรงหน้าเขา”
เธอเงียบไปชั่วขณะ “บนโลกใบนี้ คนที่สามารถตรวจสอบฉู่หร่านได้มีแค่คนเดียวเท่านั้น”
เฉิงยวนปรบมือ “ฮั่วเซียวหมิง!”
ฉู่ลั่วพยักหน้า
หัวหว่านรีบพูด “ถ้าอย่างนั้นฉันจะไปเตรียมรถเดี๋ยวนี้ค่ะ!”
…
เมื่อมาถึงโรงพยาบาล ฉู่ลั่วก็ตรงไปที่ห้องพักผู้ป่วยของฮั่วเซียวหมิงทันที
เธอเคาะประตูห้องพักผู้ป่วยก็ได้ยินเสียงดังตึกตักออกมาจากในห้อง ไม่นานนัก ประตูก็ถูกเปิดออก
ใบหน้างดงามและอ่อนเยาว์ปรากฏอยู่หลังประตู “พี่อาจิ่วคะ เป็นพี่สาวคนสวยค่ะ”
ฮั่วเซียวหมิงที่กำลังอ่านเอกสารอยู่บนเตียงหันมามองที่ประตู “เพื่อนฉันเอง ให้เธอเข้ามา”
“อ๋อ” ในแววตาของเด็กสาวมีความหวาดระแวงและไม่เป็นมิตร เธอหลีกทางให้ “พี่สาว ทำไมฉันไม่เคยเห็นคุณมาก่อนเลยคะ!”
“เพื่อนของพี่อาจิ่ว ฉันเคยเจอมาหมดแล้ว”
“ฉันกับพี่อาจิ่วเป็นคู่รักตั้งแต่สมัยเด็กกัน”
เธอนั่งลงข้างเตียงอย่างสนิทสนม ก่อนจะเอียงคอซบไหล่ฮั่วเซียวหมิง
คุณชายฮั่วเอี้ยวตัวหลบเล็กน้อย “ฉันมีเรื่องสำคัญจะคุยกับหล่อน เธอออกไปก่อน”
“พี่อาจิ่ว มีเรื่องสำคัญอะไร ถึงคุยต่อหน้าหนูไม่ได้เหรอคะ!”
“เหยียนชี”
เสียงนี้ไม่เบาแต่ก็ไม่ดัง แต่เหยียนชีกลับนั่งตัวตรงด้วยความกลัว เธอเดินออกจากห้องพักผู้ป่วยอย่างไม่พอใจ
“ถ้าอย่างนั้นหนูไปแล้ว พี่อาจิ่ว หนูรอพี่อยู่ข้างนอกนะคะ! ถ้าพี่มีอะไรก็เรียกหนูได้เลย” เหยียนชีเดินไปก็หันมามองไปด้วย ตอนที่เดินผ่านฉู่ลั่ว น้ำเสียงของเธอก็เปลี่ยนไป “ร่างกายของพี่อาจิ่วไม่แข็งแรง คุณอย่าทำให้พี่อาจิ่วต้องเสียเวลาพักผ่อนล่ะ!”
“เหยียนชี!”
ฮั่วเซียวหมิงตะโกนขึ้นมาอีกครั้ง
เด็กสาวบ่นพึมพำ “รู้แล้วค่ะ รู้แล้วค่ะ”
ปัง!
เธอออกแรงปิดประตูห้องพักผู้ป่วยเสียงดัง