เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 287 ผู้ชายหลอกลวง
บทที่ 287 ผู้ชายหลอกลวง
ทันใดนั้นในห้องก็มีเสียงสนทนาดังขึ้น
“แค่นี้ก็ใช้ได้แล้วใช่ไหม! นายแน่ใจนะว่าแฟนของนายจะขายห้องนี้!”
“วางใจเถอะ! เธอเป็นคนขี้กลัวมาก ห้องแบบนี้เธออยู่ไม่ได้หรอก” แฟนหนุ่มหัวเราะได้ใจ “ถึงตอนนั้นฉันก็จะมีสิทธิ์ขาดในการขายห้องนี้ ห้องนี้ทำเลดี และอยู่ในเขตสถานศึกษา ต้องขายได้ราคาดีแน่นอน”
ผู้ชายอีกคนหัวเราะออกมา “นายฉลาดจริง ๆ นายทำแบบนี้ แฟนของนายต้องเข้าใจว่าห้องนี้ขายได้ราคาต่ำแน่นอน ถึงตอนนั้นเงินที่เหลือก็จะเป็นของนายใช่ไหม?”
“นายยังจะแต่งงานกับแฟน เพื่อขอให้แฟนควักเงินมาซื้อบ้านร่วมกับนายด้วย”
“ไม่เสียเงินสักแดง นายก็ได้ห้องเพิ่มมาอีกหนึ่งห้องแล้ว!”
“หลี่ไหล นายสุดยอดไปเลย! ต่อไปก็สอนเพื่อนบ้างสิ ฉันไม่มีบ้านไม่มีรถ ไม่มีแฟนด้วย”
หลี่ไหลพูดอย่างอวดดีว่า “ได้ รอให้ฉันแต่งงานกับเธอก่อน พอจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ฉันจะสอนนาย”
เขายังพูดเรื่องที่เขาหลอกให้แฟนสาวมีความสุขอย่างไรออกมาอีกหลายเรื่องอย่างภาคภูมิใจ
“ผู้หญิงนี่ก็แปลก ดีกับเธอนิดหน่อย ใส่ใจสักนิด ก็ซาบซึ้งใจมาก ๆ รู้สึกว่านี่คือความรักแล้ว”
“โง่หรือเปล่า!”
“นายรู้ไหมฉันอยู่กับเธอ ฉันไม่เคยเสียเงินเลยสักบาท”
“ฉันแสร้งทำเป็นคนเข้มแข็ง ประหยัด และขยันต่อหน้าเธอ เธอก็ไม่กล้าขอให้ฉันซื้อของแพง ๆ ให้เธอแล้ว”
“เธอยังควักเงินตัวเองมาซื้อรองเท้าแบรนด์เนม กับนาฬิกาแบรนด์เนมให้ฉันอีก!”
“ผู้หญิงนี่นะ!”
“ไป ไปฉลองกัน!”
เมื่อประตูเปิดออก หลี่ไหลดวงตาเบิกกว้างอ้าปากค้างมองเจ้าของแอ็กเคานต์ข้าวสาลีที่ยืนอยู่หน้าประตู “ที่รัก…”
“ที่รักบ้าบออะไรกัน!? นายเห็นฉันเป็นแค่คนโง่เท่านั้นเอง หลี่ไหล นายมันไอ้เดรัจฉาน! ฉันจะตีนายให้ตาย!”
กล้องสั่นอย่างหนัก ข้าวสาลีเปลี่ยนจากภาพลักษณ์ขี้อายหวาดกลัวเป็นกระตือรือร้นทันที เธอยกกระเป๋าถือของตนเองขึ้นมาฟาดใส่ศีรษะแฟนหนุ่มไม่มียั้ง
หลี่ไหลถูกตีจนต้องร้องขอชีวิต
“ที่รักเธอฟังฉันอธิบายก่อน!”
“ที่รักเธอเชื่อฉันนะ ฉันรักเธอจริง ๆ ”
“รักเงินของฉัน รักห้องของฉันน่ะสิ!” ข้าวสาลีโกรธแทบตายแล้ว เธอหายใจออกมาแรง ๆ ด้วยความโมโห
หลี่ไหลยังอยากได้เธอคืน “ที่รัก ฉันจะรักแค่เงินของเธอ ห้องของเธอได้ยังไง เพราะฉันรักเธอต่างหาก ถึงได้รักของพวกนี้ของเธอ!”
“เธอดูสิ ห้องนี้มีผีนะ แต่ฉันก็ยังมาที่นี่เพื่อเธอเลยนะ”
เจ้าของแอ็กเคานต์ข้าวสาลีมองผู้ชายอีกคนหนึ่ง ก่อนหัวเราะเยาะตัวเอง “นักพรตเหรอ? ฉันก็คิดอยู่ว่าทำไมนักพรตหน้าคุ้น ๆ ที่แท้ก็คนจากบ้านเกิดนายนี่เอง! พวกนายแสดงเก่งขนาดนี้ ทำไมไม่เข้าวงการบันเทิงไปเลยล่ะ!”
ข้าวสาลีชี้ออกไปนอกห้อง “ไสหัวออกไป”
หลี่ไหลยังอยากพูดบางอย่าง แต่เธอกลับหัวเราะอย่างเย็นชา “ถ้ายังไม่ออกไป ฉันจะเรียกตำรวจมา”
ปัง!
หญิงสาวผลักหลี่ไหลกับคนจากบ้านเกิดของเขาออกไป แล้วปิดประตูเสียงดัง
เธอหันหน้ากลับมาก็เห็นยันต์ที่ยังเก็บกวาดไม่เรียบร้อยภายในห้องรับแขก พร้อมกับของเส้นไหว้ที่วางไว้ด้วยกัน
ทันทีที่เปิดม่านออก แสงก็ส่องทะลุความมืดน่าขนลุกเข้ามา
ข้าวสาลีรู้สึกเย็นวาบที่แผ่นหลัง เธอรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมามองฉู่ลั่วด้วยความหวาดกลัว “คุณเจ้าของช่อง ห้องของฉันไม่มีสิ่งสกปรกจริงเหรอคะ? ทำไมฉันถึงได้รู้สึกว่ามันน่ากลัว!”
ฉู่ลั่วเอ่ย “ฉันดูแล้วค่ะ ห้องของคุณสะอาดมาก ไม่มีอะไรเลย”
“แล้วภาพนั้นคืออะไรเหรอคะ?”
ฉู่ลั่วนับนิ้วคำนวณเล็กน้อย “มันคือเครื่องไมโครโปรเจกต์เตอร์ค่ะ น่าจะอยู่ในห้องรับแขกของคุณ คุณลองหาดู”
ข้าวสาลีได้ยินว่าเป็นเครื่องโปรเจกต์เตอร์ ก็รีบพลิกหาในห้องนั่งเล่นทันที ในที่สุดเธอก็หาโปรเจกต์เตอร์ขนาดเล็กที่วางอยู่ตรงข้ามกับชั้นหนังสือเจอ
ทันทีที่เปิดเครื่องโปรเจกต์เตอร์ ก็มีผีผู้หญิงที่ผมเผ้ารุงรัง สวมชุดสีแดงทำท่าขยับศีรษะ
เจ้าของแอ็กเคานต์ข้าวสาลี “…”
ชาวเน็ตในช่องไลฟ์สตรีมต่างก็ตกตะลึง
[เมื่อกี้ฉันก็คิดอยู่ว่าผีตนนี้ดูคุ้นตามาก แต่ไม่กล้าพูด นี่ไม่ใช่เยาเยาที่แต่งหน้าเพื่อแสดงในภาพยนตร์เหรอ?]
[ฉันก็สังเกตเห็น แต่ฉันไม่กล้าพูดเหมือนกัน!]
[นี่เป็นภาพยนตร์ตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อนแล้ว แต่เขาก็หามันเจอ]
[นักต้มตุ๋นสมัยนี้อยู่ยากเหมือนกันนะ? ยังต้องสร้างสถานการณ์เหนือธรรมชาติด้วย]
[แต่จะว่าไป รูปนี้ก็หลอนมากจริง ๆ นะ]