เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 376 ยังต้องทนอีกเหรอ
บทที่ 376 ยังต้องทนอีกเหรอ
ไอ้นักพรตสารเลวนั่นอยู่ไหน!?
ตาถั่วหรือไง!?
มองไม่ออกว่าร่างวิญญาณไหนบริสุทธิ์หรือสกปรกงั้นเหรอ!?
ถ้าหากมองไม่ออกก็เลิกบำเพ็ญไปสิเฟ้ย!
อับอายขายขี้หน้าฟ้าดินซะบ้าง!
คุณชายซ่งรู้สึกโกรธแทบตาย กระทั่งฉู่ลั่วพาเฉิงยวนออกมา
เขาลุกขึ้นยืน “พี่ลั่ว เรื่องครั้งนี้จะทำยังไง? จะปล่อยผ่านไปแบบนี้เหรอ? ฉู่หร่านรังแกคุณขนาดนี้แล้ว คุณยังจะทนอยู่อีกเหรอ?”
เขาไม่เข้าใจ ฉู่ลั่วแข็งแกร่งขนาดนี้ ทำไมยังต้องทนผู้หญิงหน้าด้านแบบฉู่หร่านด้วย?
อย่างไรพี่ลั่วเองก็ไม่ได้ต้องการอยู่ร่วมกับตระกูลฉู่แล้ว จัดการขั้นเด็ดขาดไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ!
ฉู่ลั่วมองซ่งจือหนานที่กำลังโกรธเคือง เขากระตุกรอยยิ้มมุมปาก “เรื่องของฉู่หร่านเดี๋ยวฉันจัดการเอง นายห้ามลงมือตามอำเภอใจ”
ซ่งจือหนานพ่นลมหายใจ “เธอลงมือกับเมี่ยวเมี่ยว พี่ลั่วจะให้ผมมองดูเฉย ๆ แบบนี้เหรอ?”
ฉู่ลั่วพยักหน้า
เขาเก็บความขุ่นเคืองไว้เต็มอก และมองดูฉู่ลั่วอย่างประหลาดใจ
ซ่งจือหนานทำได้แค่ขยี้ผมตัวเองด้วยความหงุดหงิด “พี่ลั่ว! ผมไม่เข้าใจ ฉู่หร่านมีอะไรที่ทำให้พี่ต้องกลัวกันแน่! ตอนนี้พี่ก็ออกจากตระกูลฉู่ ไม่ได้พึ่งพาตระกูลฉู่อีก แต่มีปัญหาถึงขนาดนี้แล้ว…”
เขาไม่เข้าใจเลยจริง ๆ!
พี่ลั่วต้องการความสามารถ เธอก็มีความสามารถ ต้องการเส้นสาย เธอก็มีเส้นสาย
แล้วทำไมถึงปล่อยให้ฉู่หร่านรังแกถึงขนาดนี้!
ถ้าหากเป็นเขา แม้แต่วันเดียวก็ไม่สามารถทนได้แล้ว!
เด็กหนุ่มพ่นลมหายใจเยือกเย็น “ยังไงก็ตาม ผมทนไม่ได้!”
ซ่งจือหนานลูบหลังซ่งเมี่ยวเมี่ยวพลางกอดวิญญาณน้อยไว้ไม่ยอมปล่อย “คนตระกูลซ่งของผม ต่อให้เป็นผีก็ไม่ยอมให้ถูกคนอื่นรังแก!”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวกอดขาของเขาพลางถู ๆ ไถ ๆ ไปมาอย่างสนิทสนม “น้องชาย อย่าโกรธไปเลย”
ยิ่งซ่งเมี่ยวเมี่ยวเป็นแบบนี้ ซ่งจือหนานก็ยิ่งโมโห!
ฉู่ลั่วมองความโกรธในแววตาของซ่งจือหนานที่แทบจะปะทุออกมา
เธอถอนหายใจอย่างแผ่วเบา “นายรอไปก่อน”
หลังพูดจบ ฉู่ลั่วให้หัวหว่านหยิบอุปกรณ์วาดยันต์ออกมา จากนั้นเธอเขียนอักขระด้วยพลังวิญญาณและแต้มชาดลงบนกระดาษยันต์
เมื่อวาดกระดาษยันต์เสร็จ เธอก็พับกระดาษยันต์เป็นรูปสามเหลี่ยมและยื่นให้กับเขา “พกติดตัวไว้ ถ้าหากมีสิ่งผิดปกติกับกระดาษยันต์ ก็ติดต่อฉันได้เลย”
ซ่งจือหนานรับกระดาษยันต์มา เก็บไว้บริเวณใกล้กับหน้าอก จากนั้นออกแรงตบปุปุ “พี่ลั่ว ผมจะรักษาไว้อย่างดีแน่นอน!”
เขาจัดแจงที่พักให้กับพวกฉู่ลั่ว จากนั้นปลอบโยนซ่งเมี่ยวเมี่ยวอยู่ครู่หนึ่งก่อนออกจากคฤหาสน์
ทันทีที่ก้าวขาออกจากประตู… รอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นเงาดำทะมึนแทน
ฉู่หร่าน!
กล้ามากนะ!
หากฉันไม่จัดการเธอ ฉันก็ไม่ใช่คนสกุลซ่งแล้ว!
ซ่งจือหนานส่งเสียงหัวเราะร้ายพลางขึ้นรถ แล้วขับออกไป
…
ภายในคฤหาสน์ หัวหว่านไปเก็บกระเป๋าเดินทางทั้งสองใบ
เฉิงยวนให้จิ่งเจียเหยียนพาซ่งเมี่ยวเมี่ยวเข้าไปภายในห้อง ก่อนจะมาลอยอยู่ข้างฉู่ลั่วพลางเชิดคางถาม “ปล่อยให้ซ่งจือหนานไปหาฉู่หร่านแบบนี้? ไม่กลัวว่าเขาจะก่อปัญหาหรือไร?”
ฉู่ลั่วตอบ “ซ่งจือหนานเป็นคนอารมณ์ร้อน เกลียดเรื่องเลวทรามต่ำช้า ถ้าหากรั้งไม่ให้ไปก็มีแต่จะทำให้ยิ่งหัวร้อน ปล่อยให้เขาหาทางระบายออกไม่ดีกว่าเหรอ”
“มอบกระดาษยันต์ให้แล้ว อย่างน้อยก็รับรองได้ว่าเขาจะไม่บาดเจ็บ”
เฉิงยวนลอยไปนอนอยู่บนโซฟา ใช้มือข้างหนึ่งหนุนด้านหลังศีรษะพลางยิ้มละไม “เจ้าไม่รู้สึกโกรธสักนิดเลยหรือ? ครั้งนี้ฉู่หร่านยืมกำลังของตระกูลฉู่จัดการเจ้าอย่างโจ่งแจ้ง”
“นางทำร้ายพวกข้าอย่างไม่กลัวเกรง อีกทั้งยังขับไล่เจ้าออกจากบ้าน”
ฉู่ลั่วเม้มริมฝีปากพลางนั่งลงด้านข้าง สายตาจ้องมองไปยังด้านหน้า
เฉิงยวนเห็นท่าทางเช่นนี้ของฉู่ลั่ว ริมฝีปากก็กระตุกเป็นรอยยิ้ม “ฮั่นแน่ ในใจเจ้าคงโกรธจนแทบจะตายอยู่แล้วกระมัง!”
ฉู่ลั่วยักไหล่ “โกรธไปก็ทำอะไรไม่ได้”
วิญญาณสาวนั่งลงและเอนซบอีกฝ่าย พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงยั่วยวน “โกรธไปก็ทำอะไรไม่ได้ แต่ยังคงโกรธอยู่ดีใช่หรือไม่?”
ฉู่ลั่วหันมามองเฉิงยวน “เธอคาดหวังให้ฉันโกรธเหรอ อยากเห็นฉันไปจัดการฉู่หร่านงั้นสิ?”