เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 378 สุสานในคืนวันเพ็ญ
บทที่ 378 สุสานในคืนวันเพ็ญ
สองวันต่อมา หัวหว่านกลับมาที่บ้านด้วยสีหน้าย่ำแย่
เฉิงยวนที่กำลังเล่นเกมอยู่กับซ่งเมี่ยวเมี่ยวมองเธอด้วยความประหลาดใจ “บอกว่าจะออกไปซื้อบ้านไม่ใช่หรือ? ทำไมกลับมาเร็วนักล่ะ? ดูเสร็จแล้วหรือ?”
หัวหว่านถอดลองเท้าพลางส่ายหน้า “เปล่า เมื่อวานฉันติดต่อไปหานายหน้าพวกนั้นผ่านช่องทางออนไลน์ วันนี้ตอนเจอหน้ากัน พวกเขาก็บอกว่าไม่ขายให้ฉัน”
“ไม่ขาย?”
เฉิงยวนเอ่ยขึ้นด้วยความประหลาดใจ
“ทำไมล่ะ มันแพงมากเลยหรือ?”
หัวหว่านมองไปรอบ ๆ เมื่อไม่เห็นเงาของฉู่ลั่ว เธอจึงวิ่งเข้าไปหาเฉิงยวน พร้อมกระซิบบอกว่า “ฉันไปหาเพื่อนที่สนิทกัน พวกเธอบอกว่า เบื้องบนเป็นคนสั่งลงมา บอกว่าตระกูลฉู่กดดันพวกเขา ไม่ให้ขายบ้านให้คุณหนู”
เฉิงยวน “…”
เธออดจะสาปแช่งออกมาไม่ได้
หัวหว่านเห็นท่าทางเช่นนี้ ก็รีบบังซ่งเมี่ยวเมี่ยวไว้ “เมี่ยวเมี่ยว เป็นเด็กดีนะ เล่นคนเดียวไปก่อนนะ”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวพยักหน้า เธอหยิบเครื่องบังคับเกมไปนั่งอยู่ด้านข้าง แต่หูกลับยกขึ้นฟัง
เฉิงยวนผลักศีรษะของเธอเบา ๆ ก่อนจะพาหัวหว่านไปที่มุมห้องรับแขก “แน่ใจนะว่าเป็นคนตระกูลฉู่?”
หัวหว่านถาม “ไม่ใช่คนตระกูลฉู่ แล้วจะแป็นใคร?”
เฉิงยวนถอนหายใจ “เมื่อเช้าวันนี้ข้ายังเกลี้ยกล่อมฉู่ลั่วไม่ให้เก็บเอาคนแบบฉู่หร่านมาใส่ใจอยู่เลย เฮอะ… ฉู่หร่านคนนี้… ข้าประเมินหนังหน้าของนางต่ำไปจริง ๆ ”
หัวหว่านทำหน้าลำบากใจ “ทำยังไงดี? เรื่องนี้จะบอกคุณหนูยังไงดีล่ะ?”
เฉิงยวนขมวดคิ้ว “ก็บอกไปตามตรง”
หัวหว่านค่อนข้างลังเล “ครั้งนี้ตระกูลฉู่ทำเกินไปแล้ว ฉันกลัวคุณหนูจะเสียใจ”
เฉิงยวนกลอกตามองบน “ตระกูลฉู่ทำเรื่องแย่แบบนี้น้อยซะเมื่อไหร่? ถ้าฉู่ลั่วเสียใจจริง ๆ นางคงกระโดดน้ำฆ่าตัวตายไปนานแล้ว”
หัวหว่าน “…”
ทั้งสองคนกำลังกระซิบพูดคุยกัน ฉู่ลั่วก็ลงมาจากชั้นบนแล้ว
หัวหว่านยืนตัวตรงทันที “คุณหนู”
ฉู่ลั่วตอบรับเสียงหนึ่ง แต่ไม่ได้ถามว่าทำไมถึงกลับมาเร็วนัก “ก่อนหน้านี้พวกเธอได้รับบาดเจ็บจากค่ายกล วันนี้จะพาพวกเธอไปฟื้นพลังวิญญาณกลับคืนมา”
จิ่งเจียเหยียนที่นั่งสังเกตการณ์อยู่บนต้นไม้ที่ลานบ้าน ลงมาบนพื้นด้วยร่างของมนุษย์ “ฉันไปด้วยได้ไหม?”
ฉู่ลั่วพยักหน้า “คืนนี้จันทร์เต็มดวง แสงจันทร์บริสุทธิ์ ดีกับเธอและพวกเมี่ยวเมี่ยว เป็นวันที่เหมาะสมจะบำเพ็ญ”
เฉิงยวนได้ยิน ก็รีบคว้าตัวเมี่ยวเมี่ยวมา “ถ้าอย่างนั้นยังจะรออะไรเล่า! เตรียมตัวตอนนี้เลยสิ!”
เมี่ยวเมี่ยวถูกดึงคอเสื้อไว้ มือและเท้าของเธอแกว่งไปในอากาศ “หนูไม่อยากบำเพ็ญพลังวิญญาณ หนูยังเล่นเกมไม่ผ่านด่านเลย”
เฉิงยวนตีก้นวิญญาณน้อยเบา ๆ สองสามที “ไม่ได้ ต้องไปบำเพ็ญพลังวิญญาณ!”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวถูกเฉิงยวนจัดการแล้วก็ได้แต่พองแก้ม เอามือกอดอก แล้วเดินตามฉู่ลั่วกับคนอื่น ๆ ออกจากบ้านไป
…
สุสานในคืนจันทร์เต็มดวง
สุสานมีชื่อเสียงที่สุดในเมืองเจียง ที่นี่ได้ทำการเชิญปรมาจารย์มาคำนวณเรื่องฮวงจุ้ย ว่ากันว่าหากฝังสุสานไว้ที่นี่ วิญญาณบรรพบุรุษจะช่วยปกป้องคุ้มครองลูกหลาน
และเพราะรูปร่างของสุสานแห่งนี้มีลักษณะคล้ายดอกบัว จึงถูกผู้คนในเมืองเจียงเรียกว่าสุสานดอกบัว
ด้านล่างของสุสานมีถนนใหญ่กว้างมากเส้นหนึ่ง แสงไฟหน้ารถจากรถที่ขับผ่านไปอย่างรวดเร็วเป็นครั้งคราว
หัวหว่านที่อยู่อีกด้านหนึ่งเปิดกระเป๋าสะพาย หยิบของที่ใช้สำหรับตั้งแคมป์ออกมา
เต็นท์ แผ่นรองนั่งอลูมิเนียม ไฟฉายพกพา โต๊ะเล็ก เก้าอี้เล็ก ผ้าห่ม หมอน…
เฉิงยวนค่อย ๆ เบิกตากว้าง ก่อนเดินวนรอบตัวหัวหว่าน “เจ้าหยิบของมากมายขนาดนี้ออกมาจากกระเป๋าสัมภาระแค่สองใบได้ด้วยเหรอ?”
“พวกเรามาบำเพ็ญกันนะ ไม่ได้มาปิกนิก”
หัวหว่านนั่งลงบนเก้าอี้ ด้วยท่าทางสบายใจ “พวกเธอก็บำเพ็ญพลังวิญญาณไป ฉันกับคุณหนูจะพักผ่อน!”
เฉิงยวน “…”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวเบ้ปาก ในดวงตาฉายแววความเสียใจออกมา อีกนิดจะร้องไห้ออกมาแล้ว
หนูก็อยากปิกนิก…
คำนี้ราวกับแปะอยู่บนหน้าวิญญาณตัวน้อยก็ไม่ปาน
เฉิงยวนกอดวิญญาณน้อย ก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ ให้ซ่งเมี่ยวเมี่ยวตั้งสมาธิให้ดี และสอนเธอว่าต้องดูดซับพลังหยินจากสุสานอย่างไร
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวสะอื้นแต่ก็ทำตาม