เซียนคีย์บอร์ด [陆地键仙] - บทที่ 1164 อีกคนที่ต้องการปิดปากเขา
บทที่ 1164 อีกคนที่ต้องการปิดปากเขา
เมื่อเผชิญกับการโจมตีกะทันหันของอีกฝ่าย ซูอันตกใจมาก การบ่มเพาะที่แท้จริงของอีกฝ่ายอยู่ที่ขั้นสูงสุดของระดับเก้า!
ในการประลองฝีมือทั่วไป ทั้งสองฝ่ายสามารถซ่อนทักษะของตนและทดสอบคู่ต่อสู้ก่อน ทำให้พวกเขาใช้ไม้เด็ดออกมา แล้วจึงใช้ท่าไม้ตายของตัวเองเพื่อกำจัดอีกฝ่าย แต่ไม่มีใครทำอย่างนั้นในวังหลวงซึ่งมีจักรพรรดิ ทหารรักษาพระองค์และทูตยุทธ์เสื้อแพรจำนวนมากคอยตรวจตราอยู่รอบ ๆ เป็นเหตุผลที่ต้องจัดการกับคู่ต่อสู้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นใคร ๆ ก็มักจะทุ่มสุดตัวตั้งแต่แรก
ซูอันไม่ได้ประมาทและเพ่งสมาธิไปกับการต่อสู้
ทั้งสองเลือกที่จะไม่ใช้ความสามารถทางธาตุเพราะกลัวว่าจักรพรรดิจะรับรู้ได้ และแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ใช้ความสามารถทางธาตุ แต่การโจมตีของพวกเขายังคงรุนแรงและดุร้าย การโจมตีทุกครั้งมุ่งเป้าไปที่จุดสำคัญของคู่ต่อสู้โดยปราศจากความปรานี
ซูอันยังคงไม่คุ้นเคยกับความแข็งแกร่งใหม่ของตัวเอง เนื่องจากเขาเพิ่งมาถึงระดับเก้า ในความเป็นจริงเขายังไม่ได้ปรับตัวอย่างเต็มที่กับการบ่มเพาะระดับแปดเลยด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ซูอันมาถึงโลกนี้ เขามีประสบการณ์การต่อสู้ที่ชี้เป็นชี้ตายมาแล้วหลายครั้ง
เมื่อรวมกับการฟื้นฟูที่ทรงพลังของวิชาปฐมบทแรกเริ่ม เขาสามารถต่อสู้แบบแลกหมัดต่อหมัด และเมื่อได้รับความเสียหาย วิชาวัฏจักรหงส์อมตะจะเพิ่มการบ่มเพาะให้เขาไปพร้อมกัน
นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมซูอันถึงเสียเปรียบในช่วงยี่สิบถึงสามสิบกระบวนท่าแรก หยาดเลือดกระเซ็นไปทั่วเสื้อผ้าของเขา แต่หลังจากผ่านไปสามสิบห้ากระบวนท่า ร่างกายของเขาค่อย ๆ ฟื้นคืนสภาพเดิม เมื่อถึงเวลาที่พวกเขาแลกเปลี่ยนสี่สิบถึงห้าสิบกระบวนท่า ซูอันก็ค่อย ๆ ได้เปรียบแล้ว
บุคคลชุดดำตกใจมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำไมร่างกายของคนผู้นี้ถึงได้แข็งแกร่งนัก? เขาสามารถต่อสู้ต่อไปได้หลังจากได้รับบาดเจ็บสาหัสราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น… ไม่ เขาแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ! ตั้งแต่เมื่อไรกันที่วังหลวงเคยมีผู้บ่มเพาะที่แข็งแกร่งอย่างน่าพิศวงแบบนี้?
หลายต่อหลายครั้ง เขาแทบจะอดกลั้นไว้ไม่อยู่และเกือบจะใช้ทักษะธาตุ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้จักรพรรดิอยู่ในวัง เขาจึงได้แต่ล้มเลิกความคิดนั้นไป
บุคคลที่สวมชุดดำเริ่มหวาดกลัวมากขึ้น คลื่นพลังของคู่ต่อสู้แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ เขารู้ว่าตัวเองอาจจะจบสิ้นลงหากยังสู้ต่อ ด้วยเหตุนี้ ชายชุดดำจึงใช้กรงเล็บขย้ำใส่คู่ต่อสู้ ในขณะที่ซูอันกำลังป้องกันตัวเองจากการโจมตี เขารีบกระโจนออกไปนอกหน้าต่างและหายไปในความมืด
ซูอันรู้ว่าชายชุดดำต้องการหลบหนี เขาจึงจงใจปล่อยให้อีกฝ่ายหนีไป เพื่อถือโอกาสดูว่าคนคนนี้เป็นใคร ด้วยเหตุนี้เขาจึงไล่ตามบุคคลนั้นอย่างรวดเร็ว การเคลื่อนไหวของชายชุดดำแปลกประหลาดจนดูเหมือนหายไปแทบจะในทันที โชคดีที่ซูอันมีตราหยกทำให้มองเห็นทุกอย่างโดยรอบ ไม่ว่าคนคนนี้จะพยายามทำให้สับสนอย่างไร เขาก็ยังคงติดตามต่อไป
หลังจากรุกไล้เลี้ยวลดไปมา พวกเขาก็มาถึงหน้าพระราชวัง ซูอันตกตะลึงเมื่อเห็นสามคำ ‘วังไร้พิพาท’ คนคนนี้ทำงานรับใช้จักรพรรดินีจริง ๆ เหรอ?
เขามีปฏิกิริยาอย่างรวดเร็ว บุคคลที่สวมชุดดำคนนั้นน่าจะเป็นขันทีลู่ ไม่น่าแปลกใจที่เขารู้สึกว่าอีกฝ่ายเก็บงำฝีมือและมีกลิ่นแปลก ๆ ออกมาจากร่างกาย ตอนนี้เขารู้แล้วว่าเป็นกลิ่นน้ำหอมผสมกับกลิ่นปัสสาวะ
ทำไมขันทีลู่ถึงต้องการฆ่าหม่าอันแห่งโรงแพทย์หลวง? อย่าบอกนะว่าจักรพรรดินีเป็นหัวหน้ากลุ่มเงาสังหาร?
ซูอันไม่กล้าเข้าไปในวังไร้พิพาท หลังจากการโจมตีครั้งสุดท้ายของนักฆ่า การรักษาความปลอดภัยของวังไร้พิพาทก็แข็งแกร่งขึ้น และแม้กระทั่งอักขระค่ายกลก็ได้รับการปรับปรุง มันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะแอบเข้าไปอย่างเงียบ ๆ แม้ว่าตอนนี้เขาจะมีการบ่มเพาะถึงระดับเก้าก็ตาม
แต่การที่เขาเข้าไปไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าเขาจะทำอะไรไม่ได้ เขามองไปยังทิศทางของวังไร้พิพาทและยกป้ายหยกขึ้น แมวดำตัวใหญ่ที่อยู่กับแมวตัวเมียสีขาวตัวเล็กก็สั่นสะท้านไปทั้งตัว จากนั้นมันก็ลงจากร่างของแมวสีขาวตัวเล็กและวิ่งไปที่วังของจักรพรรดินี แมวสีขาวร้องออกมาด้วยความไม่พอใจ แต่มันก็ยังไม่หันกลับมา
เจ้าเพลย์บอย! ไม่สิ เพลย์แคท! ซูอันคิด
จักรพรรดินีกำลังนอนอย่างเกียจคร้านบนตั่ง รอยยิ้มเย้ายวนปรากฏขึ้นที่มุมปากของนาง “แมวในวังสร้างปัญหาอีกแล้ว”
ชายชุดดำยืนอยู่ตรงข้ามกับนาง ซึ่งก็คือคนที่เพิ่งต่อสู้กับซูอันนั่นเอง เขาพูดอย่างเกลียดชังว่า “คนรับใช้ผู้นี้จะตอนแมวดำตัวใหญ่ สิ่งที่มันทำคือทรมานแมวตัวเมียทั้งวัน!”
จักรพรรดินีหัวเราะเบา ๆ “เพียงเพราะเจ้าทำไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าเจ้าจะเอาไปลงกับแมวของคนอื่น แมวดำนั่นได้รับการต้อนรับอย่างดีจากแมวตัวเมีย แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเจ้า?”
ร่างกายของบุคคลในชุดดำสั่นสะท้านราวกับได้รับความอัปยศอดสูอย่างมาก น่าเสียดายที่เขาไม่สามารถตอบโต้คำพูดใด ๆ ของจักรพรรดินีได้
จักรพรรดินีไม่ต้องการยั่วยุเขาอีกต่อไปและเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า?”
ชายชุดดำอยู่ข้างหน้าได้ถอดหน้ากากออกแล้ว จะเป็นใครได้อีกนอกจากขันทีลู่
เสื้อผ้าทั้งหมดของเขาขาดรุ่งริ่ง มีเลือดเปรอะเปื้อนตามร่างกายอยู่ไม่น้อยเช่นกัน ใบหน้าซีดเซียว ระดับการบ่มเพาะของเขาสูงมากอยู่แล้ว ดังนั้นลู่ฉีจึงทำภารกิจสำเร็จได้อย่างง่ายดายเสมอ จำไม่ได้ว่าเขามีประสบการณ์ต่อสู้เพื่อความเป็นความตายครั้งสุดท้ายเมื่อไร
ขันทีลู่เช็ดเลือดออกจากมุมปากและพูดว่า “เฮ้อ ข้าบังเอิญเจอผู้บ่มเพาะลึกลับแทนที่จะเป็นหม่าอัน”
“เกิดอะไรขึ้น?” จักรพรรดินีลุกจากที่นั่ง ดวงตาคู่สวยเป็นประกายคมกริบ
ขันทีลู่พูดว่า “ข้าแอบเข้าไปในที่พักของโรงแพทย์หลวง แต่หม่าอันไม่ได้อยู่บนเตียง ทันใดนั้นผู้บ่มเพาะลึกลับก็จู่โจมข้าในขณะที่ข้ากำลังค้นห้องของหม่าอัน…”
มีแมวดำตัวใหญ่นอนอยู่บนหน้าต่างที่อยู่ไกลออกไป มันบิดตัวอย่างเกียจคร้าน
………………..