เซียนคีย์บอร์ด [陆地键仙] - บทที่ 1166 ตัวเลือกที่ดีที่สุด
บทที่ 1166 ตัวเลือกที่ดีที่สุด
องค์หญิงรัชทายาทกำลังหารือเรื่องต่าง ๆ กับเสนาบดีคนสำคัญอยู่ภายใน ซูอันอยู่ข้างนอกเพื่อคุยกับเผี่ยวตวนเตียวและเจียวซือกุน
“หืม? ทำไมเจ้าสองคนดูเศร้าหมองเช่นนี้” ซูอันสังเกตเห็นว่าพวกเขาสองคนไม่ร่าเริงจึงถามด้วยความอยากรู้
เผี่ยวตวนเตียวมองไปรอบ ๆ อย่างระมัดระวัง เมื่อเห็นว่าไม่มีใครให้ความสนใจ เขาจึงพูดเสียงเบาว่า “องค์หญิงรัชทายาทเพิ่งบอกเราว่า เราต้องไปกับองค์รัชทายาทระหว่างการสอบ ข้ารู้ว่าในฐานะองครักษ์ของวังตะวันออก เราควรมีส่วนร่วมในความทุกข์ยากขององค์รัชทายาท แต่… แต่…”
เจียวซือกุนไม่พอใจ “เจ้าพูดอ้อมโลกไปทำไม? พี่ซูไม่ใช่คนนอก เพียงแค่เรารู้ว่าการสอบนี้จะไม่ง่าย ฝ่ายของราชันลมปราณจะไม่ปล่อยโอกาสนี้แน่ ๆ มันจะต้องอันตรายแน่นอน นี่อาจเป็นจุดจบของเรา”
ซูอันตบไหล่ของพวกเขาและพูดว่า “พวกเจ้าทุกคนล้วนมีครอบครัว เป็นเรื่องปกติที่พวกเจ้าจะกังวล ดังนั้นอย่าโทษตัวเองมากเกินไป ว่าแต่หัวข้อการสอบของรัชทายาทได้กำหนดแล้วเหรอ?”
จักรพรรดิได้มอบหมายหน้าที่ให้เขาคิดเกี่ยวกับการทดสอบ แต่ซูอันไม่ได้กังวลใจอะไร ตั้งแต่คืนนั้นในวังไร้พิพาท เขาไม่รู้สึกเกรงกลัวจักรพรรดิเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป นอกจากนี้ จักรพรรดิไม่ได้เร่งรัดมาเช่นกันราวกับลืมเรื่องนี้ไปแล้ว ดังนั้นซูอันจึงยินดีที่จะรับบทเป็นคนโง่
“ใช่แล้ว แต่เราไม่รู้รายละเอียดที่แน่ชัด” ทั้งสองคนส่ายหัว
ทันใดนั้น เสนาบดีด้านในได้ออกมาทีละคน ขันทีคนหนึ่งเชิญซูอันเข้าไป ซูอันตบไหล่เผี่ยวตวนเตียวและเจียวซือกุนแล้วพูดว่า “ไม่ต้องกังวล ข้าจะปกป้องพวกเจ้าเมื่อถึงเวลา”
เผี่ยวตวนเตียวดูซูอันเข้าไปข้างในด้วยสีหน้าแปลก ๆ เอามือตบไหล่เพื่อน “ฮะ? พี่ซูไปเอาความมั่นใจมาจากไหน?”
“ช่างเถอะ มันไม่มีประโยชน์อะไรที่จะทำให้เขารู้สึกหดหู่ไปกับเราด้วย”
“ใช่ ข้าก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”
…
ซูอันเข้าไปในห้องหนังสือ ไม่มีรัชทายาทอยู่ข้างใน คนอ้วนนั่นกำลังเล่นกับขันทีอยู่ข้างนอก อย่างไรก็ตาม องค์หญิงรัชทายาทผู้งดงามอยู่ด้านในห้องหนังสือนี้เพียงลำพัง
“ท้องฟ้ากระจ่าง ดวงจันทร์สว่างไสว?” ปี่หลิงหลงอดไม่ได้ที่จะจำคืนนั้นที่พวกเขาเปลือยกายอยู่ด้วยกัน นางคร่ำครวญอยู่ข้างใน นี่คือสิ่งที่ผู้ชายคนนี้ต้องการพูด
“ข้าได้ยินมาว่าการทดสอบขององค์รัชทายาทได้รับการกำหนดแล้ว?” ซูอันถาม
ปี่หลิงหลงพยักหน้า “ใช่ มิติลับในภูเขาด้านหลังของสถาบันหลวงจะเปิดในอีกสามวัน องค์รัชทายาทจะต้องสังหารอสรพิษหยกจันทราเพื่อพิสูจน์ความสามารถ”
“อสรพิษหยกจันทรา?” ซูอันตกตะลึง นี่ฟังดูไม่ง่ายเลย!
“มันเป็นสัตว์อสูรระดับเจ็ด อ่อนแอกว่ามังกรมาก แต่ก็น่าเกรงขามกว่าสัตว์อสูรทั่วไปมากเช่นกัน” ปี่หลิงหลงดูกังวล
ซูอันตกตะลึง “นี่เป็นการส่งเขาเข้าหลุมฝังศพตัวเองไม่ใช่เหรอ?”
สำหรับมิติลับแล้ว ซูอันย่อมคุ้นเคยดี ทุกย่างก้าวระหว่างที่ผจญภัยอยู่ข้างในนั้นคือการต่อสู้ที่ขมขื่น แน่นอนว่ามิติลับที่เขาเคยผ่านมาเหล่านั้นเป็นพื้นที่ปริศนาที่ไม่มีใครรู้จัก ดังนั้นพวกมันจึงแตกต่างจากมิติลับที่โลกนี้คุ้นเคย อย่างไรก็ตาม แม้แต่มิติลับทั่วไปก็ยังอันตรายอยู่
ถ้าพูดกันตรง ๆ รัชทายาทองค์นี้เป็นคนไม่มีอะไรเลย แต่ถ้าพูดให้ตรงกว่านี้ เขาเป็นคนที่มีปัญหาในการเรียนรู้และไม่สามารถทำอะไรได้ด้วยตัวเอง เขาคงไม่สามารถกลับขึ้นมาได้หลังจากเข้าสู่มิติลับแม้ว่าจะไม่ได้รับภารกิจใด ๆ เลยก็ตาม นับประสาอะไรกับการที่ต้องฆ่าสัตว์อสูรระดับเจ็ด!
แม้ว่าระดับเจ็ดจะไม่จัดว่าสูงนัก แต่รัชทายาทจะจัดการกับมันได้เหรอ? มันจะสมเหตุสมผลกว่านี้ถ้าเขากลายเป็นขนมสำหรับงูตัวนั้น
ปี่หลิงหลงกล่าวว่า “นี่คือข้อเสนอของเสนาบดีจากฝ่ายราชันลมปราณ แน่นอนว่าเราจะคัดค้าน มีคนเสนอว่ารัชทายาทจะต้องเป็นจักรพรรดิในอนาคต ไม่ใช่แม่ทัพที่ต่อสู้ในแนวหน้า จึงไม่ใช่หน้าที่ที่จะต้องต่อสู้แบบนี้ พวกเขาบอกว่าสิ่งที่สำคัญนอกจากความแข็งแกร่งคือทักษะในการเป็นผู้นำ นี่คือเหตุผลที่เราเสนอให้สร้างกองกำลังที่นำโดยรัชทายาทเพื่อทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ”
“ไม่ใช่แผนร้าย” ซูอันหัวเราะเบา ๆ “แต่ไม่มีทางที่ฝ่ายของราชันลมปราณจะเห็นด้วยใช่ไหม? หรือไม่อย่างนั้นเจ้าก็แค่ส่งผู้บ่มเพาะที่แข็งแกร่งที่สุดไปปกป้องเขา ปัญหาขององค์รัชทายาทจะแก้ไขได้โดยง่าย”
ปี่หลิงหลงแสดงท่าทียอมรับ “ใช่ แต่พวกเขาบอกว่าถ้าเราทำอย่างนั้น การทดสอบนี้ก็จะไร้ความหมาย นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมหลังจากโต้เถียงกัน ทุกฝ่ายจึงลงเอยด้วยการประนีประนอม ฝ่ายราชันลมปราณยินยอมให้รัชทายาทพาคนเข้าไปด้วย แต่มีข้อจำกัดในการบ่มเพาะคือ คนผู้นั้นจะต้องอยู่ต่ำกว่าระดับเจ็ด ยิ่งกว่านั้นต้องไม่ใช่ทูตยุทธ์เสื้อแพรหรือทหารที่ผ่านการฝึกอบรมรูปแบบการต่อสู้มาอย่างโชกโชน”
ซูอันพยักหน้า “นั่นค่อนข้างสมเหตุสมผล”
ท้ายที่สุดแล้ว ระดับการบ่มเพาะของสัตว์อสูรและผู้คนนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง สัตว์อสูรระดับเจ็ดมีพลังมากกว่าผู้บ่มเพาะระดับเจ็ดมาก
แม้ว่าฝ่ายของรัชทายาทจะมีแต่ผู้บ่มเพาะต่ำกว่าระดับเจ็ด แต่พวกเขาจะได้เปรียบในด้านจำนวน ผู้สมัครที่ได้รับการคัดเลือกจะต้องมีทักษะเฉพาะทางอย่างแน่นอน ด้วยวิธีนี้ แม้ว่าการฆ่าอสรพิษหยกจันทราจะเป็นอันตราย แต่ก็ยังเป็นไปได้ ไม่น่าแปลกใจที่ฝ่ายของรัชทายาทตกลงตามข้อเสนอ
“แต่ราชันลมปราณจะหวังดีจริงเหรอ?” ซูอันอดไม่ได้ที่จะถาม การทดสอบนี้สำคัญมาก หากรัชทายาทผ่านการทดสอบนี้ได้สำเร็จ ฝ่ายของราชันลมปราณก็จะไม่มีโอกาสสงสัยในความสามารถของจ้าวรุ่ยจื่ออีก ไม่ว่าจะมองจากมุมใด ฝ่ายของราชันลมปราณไม่น่าจะปล่อยให้การทดสอบที่ดูเหมือนยุติธรรมนี้ผ่านไปด้วยดี
“เรายังรู้สึกว่าพวกเขาอาจเข้ามายุ่งกับมิติลับ แต่เราไม่รู้ว่าพวกเขาจะทำอะไร” คิ้วที่สวยงามของปี่หลิงหลงขมวดมุ่น “ผู้เบิกเท็จรับผิดชอบการเปิดมิติลับในครั้งนี้ และจะปล่อยให้คนของเราเข้าไปได้ก็ต่อเมื่อตกลงกันเท่านั้น นอกจากนี้องค์จักรพรรดิก็เฝ้าดูอยู่เช่นกัน ดังนั้นคนของราชันลมปราณจึงไม่มีใครสามารถเข้าไปข้างในได้ ข้ากำลังคิดว่ามีอะไรที่พวกเขาจะเล่นสกปรกได้บ้าง”
ซูอันอดไม่ได้ที่จะถามว่า “เป็นไปได้ไหมที่ผู้เบิกเท็จจะสมรู้ร่วมคิดกับราชันลมปราณ?”
ปี่หลิงหลงส่ายหัว “ย่อมไม่ เจ้ามาถึงเมืองหลวงได้ไม่นาน ดังนั้นจึงไม่เข้าใจศักดิ์ศรีที่ไม่ธรรมดาของผู้เบิกเท็จ เขาไม่จำเป็นต้องพึ่งพาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพื่อยืนหยัดอย่างเท่าเทียมกับราชันลมปราณ ดังนั้นทำไมเขาจึงต้องเสี่ยงทำเรื่องพวกนี้? ยิ่งไปกว่านั้น ฝ่าบาททรงวางใจผู้เบิกเท็จ ข้าไม่เชื่อว่าพระองค์จะตัดสินใจผิดพลาด”
ได้ยินคำที่อีกฝ่ายพูด ซูอันคิดกับตัวเองว่า ถ้าแม้แต่จักรพรรดิขี้ระแวงยังไว้ใจ ก็ไม่จำเป็นต้องตั้งคำถามถึงจุดยืนของผู้เบิกเท็จ เขากล่าวว่า “แต่ไม่มีทางที่ราชันลมปราณจะยืนดูการทดสอบนี้เกิดขึ้นโดยไม่ทำอะไรเลย”
“เจ้าพูดถูก” ปี่หลิงหลงมองซูอัน “นั่นคือเหตุผลที่ข้าต้องส่งคนที่ไว้ใจได้เข้าร่วมให้มากที่สุด และเจ้า…คือตัวเลือกที่ดีที่สุด”
………………..