เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง - บทที่ 131 ฉันโหวตให้สหายน้อยเฝ่ย!
- Home
- เซียนสาวทะลุมิติมาหาเลี้ยงชีพด้วยการไลฟ์สดดูดวง
- บทที่ 131 ฉันโหวตให้สหายน้อยเฝ่ย!
หานเสียวเสี่ยวขมวดคิ้ว เธอคิดว่าเฝ่ยไป๋ลู่ไม่เต็มใจ ความประทับที่มีต่ออีกฝ่ายจึงลดลงไปอีก
สี่ตระกูลใหญ่แห่งเมืองเจียง จัดตามอันดับความแข็งแกร่ง ได้แก่ ตระกูลหาน จิน เฝิง และเหลียง
ตอนนี้ ผู้คนจำนวนมากที่อยู่ด้านล่างแท่นไม่กล้าพูดอะไรเพราะแรงกดดันของจิ้งจอกเก้าหาง
ส่วนบนแท่นสูง เมื่อหัวหน้าตระกูลจินที่ชมดูการแสดงอยู่เป็นเวลานานแล้วเห็นบรรยากาศตึงเครียดระหว่างหานคังผิงและประธานหร่าน เขาลูบเคราพร้อมกับลุกขึ้นยืนเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ “การขอรางวัลที่มอบให้แล้วคืนมา เป็นพฤติกรรมที่ทำให้ปรมาจารย์เมืองเจียงมีแต่เสีย ไม่สมควร ไม่สมควร”
“ส่วนกฎบางข้อของการแข่งขันปรมาจารย์ลัทธิเต๋าจำเป็นต้องแก้ไขหรือไม่นั้น ทำไมพวกเราไม่ลงคะแนนโหวตกันล่ะ แล้วค่อยใช้คะแนนโหวตมาพิจารณาว่าสหายน้อยเฝ่ยมีสิทธิ์ได้รับรางวัลหรือไม่” ในดวงตาของเขาฉายแสงแวววาว แต่เจ้าตัวก็ระงับไว้อย่างรวดเร็ว เขามองไปทางทุกคนพร้อมรอยยิ้มกริ่ม
“ได้ และวัดเต๋าเทียนฮั่นควรมีหนึ่งเสียง” จิ้งจอกเก้าหางเป็นคนแรกที่ตอบ เจ้าอาวาสวัดเต๋าเทียนฮั่นปาดเหงื่อเย็นออกจากหน้าผาก ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมจิ้งจอกเก้าหางผู้ยิ่งใหญ่ต้องการเข้ามายุ่งในเรื่องนี้ แต่เขาก็เชื่อฟังและไม่พูดอะไรมาก
หัวหน้าตระกูลจินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในใจรู้ดีว่าการแย่งชิงอาวุธศักดิ์สิทธิ์ของผู้อื่นไม่ถูกต้อง จิ้งจอกเก้าหางผู้ซื่อตรงจะต้องอยู่ฝ่ายเฝ่ยไป๋ลู่แน่ แต่เสียงเดียวไม่อาจกระทบต่อผลลัพธ์อยู่แล้ว เขาจึงกล่าวว่า “แน่นอนครับ”
“อืม…” จิ้งจอกเก้าหางหรี่ดวงตาจิ้งจอกยาวและแคบ เขาพูดทันที “ข้าลงคะแนนให้เฝ่ยไป๋ลู่มีคุณสมบัติ”
คนอื่น ๆ มองหน้ากันและกันอย่างสงบ
หัวหน้าตระกูลหาน จิน เฝิง เหลียง และประธานหร่านซึ่งเป็นตัวแทนของสมาพันธ์ปรมาจารย์ลัทธิเต๋า ต่างมีสิทธิ์ออกเสียงลงคะแนนคนละหนึ่งเสียง จึงไม่มีใครต้องการให้ตราประทับศักดิ์สิทธิ์ตกอยู่ในมือของคนที่ไร้ชื่อเสียงและบารมี ส่วนคะแนนเสียงของเทพจิ้งจอก ไม่นับว่ามีความหมายอะไร
หัวหน้าตระกูลจินที่เป็นคนยิ้มแย้มหันไปทางเฝ่ยไป๋ลู่ เขาแย้มยิ้มเล็กน้อยและเอ่ยเสียงนุ่มนวล “ถ้าเธอเข้าร่วมตระกูลจินของฉัน ฉันจะโหวตให้เธอและรับรองความปลอดภัยให้เธอด้วย”
‘ไปตายซะ!’ ดวงตาของประธานหร่านเข้มขึ้น เธอออกหน้าพูดแทนเฝ่ยไป๋ลู่หลายครั้ง เพราะมีความคิดจะดึงเธอเข้าร่วมสมาพันธ์ คิดไม่ถึงเลยว่าหัวหน้าตระกูลจินจะชิงนำหน้าไปก่อน!
หร่านหนีไม่ยอมน้อยหน้าอีกฝ่าย “ถ้าเธอเข้าร่วมกับสมาพันธ์ปรมาจารย์ลัทธิเต๋า ทุกคนในสมาพันธ์จะเป็นผู้สนับสนุนเธอ และเธอกับฉันเราต่างเป็นผู้หญิงเหมือนกัน เราสามารถคุยแลกเปลี่ยนความเข้าใจเรื่องวิถีเต๋าได้”
ตอนนี้ใบหน้าและสายตาของหานคังผิงเย็นชาและไม่เป็นมิตรมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่รู้สึกถึงสายตารอบ ๆ ที่จับจ้องตัวเธออยู่เลยแม้แต่น้อย เพราะตอนนั้นเธอกำลังคิดกับตัวเองอย่างใจเย็นว่า ‘หัวหน้าตระกูลจินพูดเสียน่าฟังว่าจะรับรองความปลอดภัยให้เธอได้ แต่กลับไม่อธิบายให้ชัดเจนถึงความเป็นเจ้าของตราประทับหยิน เรื่องเสร็จงานฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล*[1] ใครจะรู้ล่ะว่าจะไม่เกิดขึ้น?’
ประธานหร่านแสดงความเมตตาต่อเธอ แต่สมาพันธ์ไม่ใช่สถานที่ที่ดีเสมอไป ผู้คนจำนวนมากที่ต้องการโจมตีเธอเมื่อครู่นี้ก็มาจากสมาพันธ์
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตระกูลหานเลย ส่วนอีกสองตระกูลเธอก็ไม่เคยพูดคุยติดต่อ ถ้าลงคะแนน เธอต้องถูกเอาเปรียบแน่
คนดีถูกรังแกได้ง่าย งั้นก็สู้จนกว่าพวกเขาจะยอมจำนนแล้วกัน?
เฝ่ยไป๋ลู่กำลังคิดมาตรการตอบโต้ ทันใดนั้นก็เห็นจิ้งจอกเก้าหางขยิบตาให้ตน ตามด้วยเสียงที่ชัดเจนของเขาดังขึ้นในใจของเธอ “นายท่าน สมุดอักษรเหลียง!”
ไม่มีสิ่งใดในวัดเต๋าที่จะหลบหนีการควบคุมของจิ้งจอกเก้าหางได้ เขาฟังการสนทนาของเฝ่ยไป๋ลู่และเหมียวจื่ออั๋งแล้ว บัดนี้ได้เวลาเหมาะสมที่จะเตือนเฝ่ยไป๋ลู่
เฝ่ยไป๋ลู่ตื่นรู้อย่างฉับพลัน ดวงตาส่องสว่าง
ใช่แล้ว เธอยังมีสมุดอักษรเหลียงนี่นา!
เหมียงจื่ออั๋งบอกว่าคนที่ถือสมุดนี้ สามารถทำให้สมาพันธ์ปรมาจารย์ลัทธิเต๋ารับปากกับตนเองได้อย่างไม่มีเงื่อนไขใช่ไหมนะ? ถ้าอย่างนั้นพอดีเลย วันนี้มาดูกันว่าข่าวลือเป็นเรื่องจริงหรือหยอกเล่น!
เมื่อเห็นว่าทุกคนยังรอคำตอบของเธอ เฝ่ยไป๋ลู่ก็หยิบสมุดอักษรเหลียงออกมาจากกระเป๋า หันมองไปทางประธานหร่าน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง “ผู้อาวุโสเหลียงชื่อเคยกล่าวว่า ด้วยสมุดอักษรเหลียงนี้ สามารถยื่นคำร้องต่อสมาพันธ์ปรมาจารย์ลัทธิเต๋าได้ ฉันเข้าร่วมการแข่งขันตามกฎระเบียบ อาวุธศักดิ์สิทธิ์ก็ยอมรับฉัน ฉันจึงขอให้สมาพันธ์ปรมาจารย์ลัทธิเต๋าให้ความเป็นธรรมกับฉัน”
ให้ความเป็นธรรมแบบไหนกัน? แน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องที่ถูกคนแย่งชิงอาวุธวิเศษ! และสิ่งที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือ การโหวตให้เธอ
“อะไรนะ! สมุดอักษรเหลียงปรากฏออกมาแล้วอย่างงั้นเหรอ!” ฝูงชนพลันตกอยู่ในความโกลาหล คนที่รู้ประวัติของปรมาจารย์ลัทธิเต๋าในเมืองเจียงแม้เพียงเล็กน้อย ไม่มีทางไม่รู้จักเหลียงชื่อ!
สีหน้าประธานหร่านเปลี่ยนไปอย่างมาก สายตาจับจ้องไปยังสมุดในมือของเฝ่ยไป๋ลู่ ในนั้นมีกลิ่นอายของเหลียงชื่อ มันคือสมุดอักษรเหลียงชื่อของแท้!
จากการกำหนดเงื่อนไขให้เฝ่ยไป๋ลู่พลันต้องเปลี่ยนเป็นการยอมรับคำขอของเฝ่ยไป๋ลู่ การเปลี่ยนแปลงสถานะนี้ทำให้เธอรักษาความสงบได้ยาก
ประธานหร่านสบตากับดวงตาสีขาวดำชัดเจนคู่นั้นของเฝ่ยไป๋ลู่แล้ว ลำคอเธอแห้งผากอยางอธิบายไม่ถูก เธอเค้นเสียงพูดอย่างยากลำบาก “ฉันโหวตให้เฝ่ยไป๋ลู่!” พูดจบเธอก็สะบัดแขนเสื้อแล้วนั่งลง แล้วดื่มชาร้อนติด ๆ กันอยู่หลายแก้ว เพื่อสงบอารมณ์
“ถ้าอย่างนั้นฉันจะโหวตให้สหายน้อยเฝ่ยเช่นกัน” หัวหน้าตระกูลเหลียงพูดช้า ๆ ทำลายความเงียบ
“เหลียงชื่อคือสมาชิกของตระกูลเหลียง เขาซ่อนตัวไม่พบปะโลกภายนอกมาหลายปี ทุกคนคิดว่าเขาตายแล้ว เมื่อไม่มีเหลียงชื่ออิทธิพลและความแข็งแกร่งของตระกูลเหลียงจึงเสื่อมถอยอย่างรวดเร็ว”
จิ้งจอกเก้าหางไขว้ขา ฉีกยิ้มและส่งคำพูดไปยังเฝ่ยไป๋ลู่ “นายท่านเอาสมุดอักษรเหลียงออกมาอีกครั้ง นี่สามารถบอกกับโลกภายนอกได้ว่าเหลียงชื่อยังไม่ตาย สมาชิกตระกูลเหลียงย่อมตอบแทนคำพูดของท่านโดยปริยาย”
เฝ่ยไป๋ลู่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่มีความนัย “ผู้อาวุโสเหลียงชื่อมอบสมุดนี้ให้แก่สหายคนหนึ่งเมื่อหกปีก่อน และสหายคนนั้นก็มอบให้ฉันเมื่อไม่นานมานี้” ความหมายก็คือ ระยะหกปีมากพอที่จะเกิดเรื่องราวมากมาย รวมถึงความชราและความตาย
จิ้งจอกเก้าหางกล่าวว่า “สมาชิกตระกูลเหลียงจะไม่ตรวจสอบหาความจริงในเรื่องเหล่านี้” เหลียงชื่ออยู่หรือตายไม่สำคัญ ที่สำคัญคือพวกเขาต้องใช้อิทธิพลของเหลียงชื่อ
เฝ่ยไป๋ลู่นิ่งเงียบ ทัศนคติที่ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของสำนัก นิกาย และตระกูลใหญ่ทำให้เธอรู้สึกไม่สบาย
“สามโหวต! ถึงแม้สามตระกูลหาน จิน และเฝิงไม่ออกเสียง ก็คือผลโหวตเสมอกัน!” เหมียวจื่ออั๋งตะโกนเสียงแหบ
สีหน้าของหัวหน้าตระกูลหาน จิน และเฝิงต่างดูแทบไม่ได้
เจียงชิงเอามือแตะจมูก ได้สติคืนมาหลังจากตกใจที่เห็นสมุดอักษรเหลียง
เขาถอนหายใจโล่งอกและพึมพำว่า “คิดไม่ถึงว่าผู้หญิงคนนี้จะซ่อนอาวุธลับเอาไว้!”
กานว่างเองถอนใจโล่งอกเช่นกัน เขาเกือบจะเรียกให้ท่านอาจารย์ออกโรงแล้ว!
อวี๋ทิงหลันดึงตัวเฝ่ยไป๋ลู่มาอย่างมีความสุข “ไป๋ลู่ ตราประทับนี้เป็นของคุณแล้ว!”
หานเสียวเสี่ยวกำหมัดแน่น คิดถึงกานว่างที่แสดงความปรารถนาดีต่อเฝ่ยไป๋ลู่ คิดถึงอาวุธเซียนของตระกูลตนเองที่ถูกเฝ่ยไป๋ลู่แย่งชิงไป ในดวงตาพลันเกิดร่อยรอยความไม่พอใจ ทันใดนั้นเธอก็เอ่ยว่า “มันก็แค่เสมอเท่านั้น”
“การแข่งขันล้วนขึ้นอยู่กับเสียงข้างมาก เว้นแต่จะได้อีกหนึ่งเสียง ไม่อย่างนั้นเฝ่ยไป๋ลู่จะเอาตราประทับไปไม่ได้!”
สีหน้าของหัวหน้าสามตระกูลหาน จิน และเฝิง ค่อย ๆ ดีขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย พวกเขาคาดหวังว่า เฝ่ยไป๋ลู่จะไม่สร้างแรงกระเพื่อมอะไรอีก เว้นแต่เธอจะเอาสมุดอักษรจิน หรือ อักษรเฝิงอะไรเทือกนั้นออกมา!
หัวหน้าตระกูลจินเผยรอยยิ้มซ่อนดาบ “ดูเหมือนว่าสหายน้อยเฝ่ยไม่เต็มใจจะเข้าร่วมกับตระกูลจิน มันจึงยากที่ฉันจะโหวตให้เธอ”
สายตาของหัวหน้าตระกูลเฝิงจับจ้องอยู่ที่ตราประทับหยิน “ตราประทับศักดิ์สิทธิ์ควรจะคู่กับเจ้าของที่แข็งแกร่ง มันถึงแสดงพลังของมันได้อย่างเต็มที่”
หานคังผิงกำลังจะพูด ทันใดนั้นเสียงมีพลังราวกับระฆังที่ดังกังวานก็ดังขึ้น
“มาเร็ว ยังไม่สู้มาทัน ฉันโหวตให้สหายน้อยเฝ่ย!”
[1] เสร็จงานฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล หมายถึง ใช้งานเสร็จแล้วถีบหัวส่ง