เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 2475 สะบักสะบอม / ตอนที่ 2476 ไปกับข้า
ตอนที่ 2475 สะบักสะบอม
หลังจากสะสางธุระนอกมหาสมุทรเสร็จเขาก็รีบเร่งเดินทางกลับมา ทันทีที่เข้ามาในเขตแดนของแผ่นดินใหญ่ผืนนี้ ก็ได้ยินข่าวเรื่องที่เจ้าแห่งมารผู้ซึ่งไม่เคยก้าวเท้าออกจากเผ่ามาร รแม้แต่ก้าวเดียวมาร้อยปีได้นำทัพมารบุกโจมตีสำนักดาราจักร
โดยเฉพาะศึกครั้งนี้ เฟิ่งจิ่วก็จะปรากฏตัวด้วย
ตอนที่ได้ยินข่าวนั้น เซวียนหยวนโม่เจ๋อตะลอนเดินทางอย่างไม่หยุดพัก เพียงเพื่อจะมุ่งหน้ามายังเขตแดนของสำนักดาราจักรให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าเฟิ่งจิ่วจะสู้เจ้าแห่งมารไม่ได้ และได้รับบาดเจ็บ
จากที่เขารู้ วรยุทธ์ของเจ้าแห่งมารอยู่ในระดับจักรพรรดิเซียนตั้งแต่ร้อยปีก่อนแล้ว ร้อยปีต่อมาพลังเขาของต้องแกร่งขึ้นแล้วแน่นอน ด้วยพลังของเฟิ่งจิ่วตอนนี้แม้จะบวกหงส์ ไฟเข้าไปด้วย ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้าแห่งมารอยู่ดี
เขารู้ว่าคนพวกนั้นต่างเห็นนางเป็นเฟิ่งซิง เฟิ่งซิงผู้เป็นเจ้าแห่งใต้หล้าตามคำทำนายของผู้เฒ่าเทียนจี คิดว่านางสามารถรับมือกับคนของเผ่ามารได้ แต่ในสายตาของเขา แม้นา างจะแกร่งอีกเพียงใด ก็เป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องการคนปกป้องเท่านั้น
แทนที่จะห่วงเรื่องสำนักเซียนถูกทำลายหรือไม่ แทนที่จะห่วงว่าใต้หล้านี้จะวุ่นวายโกลาหลหรือไม่ สิ่งที่เขาห่วงและใส่ใจยิ่งกว่าก็คือความปลอดภัยของนาง
เพื่อให้ไปถึงเขตแดนของสำนักดาราจักรเร็วขึ้น เขาขยับมือข้างหนึ่ง เก็บกระบี่บินใต้เท้า กลิ่นอายพลังวิญญาณอันแข็งแกร่งยิ่งเข้มข้นขึ้น เงาร่างโถมพุ่งไปข้างหน้า เหาะเหินกลางอ อากาศ
เห็นเพียงเงาร่างสีดำของเขากลายเป็นเงารางๆ เส้นหนึ่งพาดผ่านท้องฟ้าไป พริบตาเดียวก็หายลับไปยังเส้นขอบฟ้า มุ่งหน้าไปยังทิศสำนักดาราจักร…
เหนือท้องฟ้าด้านหน้าสำนักดาราจักร ฮุ่นหยวนจื่อถูกเจ้าแห่งมารซัดฝ่ามือใส่จนกระอักเลือดปลิวออกไป ก่อนจะเสียศูนย์ร่วงลงไป
คนข้างล่างเห็นก็รีบเข้าไปรับคนไว้
“พรืด!”
หลังจากถูกรับร่างไว้ ฮุ่นหยวนจื่อกระอักเลือดอีกครั้ง ใบหน้าของเขาแทบจะซีดขาวไปทั้งใบ ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย ทว่ายังพยายามจะเข้าไปสู้อีกครั้ง
“ท่านเซียน ท่านบาดเจ็บขนาดนี้แล้ว อย่าสู้อีกเลย!” เจ้าเขาสองคนประคองเขา หัวคิ้วเต็มไปด้วยแววกังวล
ฮุ่นหยวนจื่อจ้องเจ้าแห่งมารที่อยู่ด้านบนเขม็ง ขยับกลีบปาก เอ่ยออกมาอย่างชัดเจนทีละคำ “แม้เฟิ่งจิ่วมีวรยุทธ์ระดับจักรพรรดิเซียน ก็ยากจะต้านทานเจ้าแห่งมารที่วรยุทธ์ล้ำลึก กนั่นได้ หากข้าไม่เข้าไปช่วย ใครจะช่วย ปล่อยข้า! แม้ข้าต้องสู้จนตัวตาย ข้าก็จะเข้าไปช่วยนางอีกแรง!”
เขาผลักสองคนข้างๆ ออกไป เพียงแต่ฝีเท้าซวนเซ แม้แต่จะยืนให้มั่นคงยังทำไม่ได้ แทบจะล้มลงไปบนพื้น
กลางอากาศ เฟิ่งจิ่วที่ได้ยินคำพูดเหล่านั้น ยกมือเช็ดเลือดที่มุมปาก นัยน์ตาเย็นใสมองฮุ่นหยวนจื่อที่อยู่ข้างล่าง “ตาเฒ่า ท่านแก่ปูนนี้แล้ว ไม่ต้องขึ้นมา ถึงจะขึ้นมาก็สู้เข ขาไม่ได้อยู่ดี”
เธอละสายตาออกจากตาเฒ่า หันไปมองเจ้าแห่งมาร เพราะเธอสู้สุดกำลัง เธอจึงบาดเจ็บด้วย บนร่างของเจ้าแห่งมารเองก็แต่งแต้มไปด้วยสีสันจนดูไม่จืด เพียงแต่ หลังจากการต่อสู้อันดุเ เดือด เธอกลับค้นพบว่าแม้สู้สุดกำลังแล้วก็ยังทำได้เพียงทำให้เขาบาดเจ็บ ทว่าไม่อาจเอาชีวิตอีกฝ่ายได้
แม้จะทะลวงขั้นระหว่างสู้กัน แม้กระดูกที่หักจะกลับมาต่อกันและหายดีเหมือนเดิม แต่เวลานี้ร่างกายของเธอก็เต็มไปด้วยรอยเลือดกระด่ำกระด่างไปทั้งตัว
พวกซ่งหมิงกับต้วนเยี่ยเองแม้จะอยากเข้าไปช่วยแต่ก็ไร้กำลัง พลังของพวกเขาเมื่อเทียบกับเฟิ่งจิ่วและเจ้าแห่งมารแล้วห่างชั้นกันเกินไป สองคนนั้นสู้กัน แรงกดดันอันแข็งแกร่ง งถูกปลดปล่อยไปทั่วฟ้าเช่นนี้ แม้พวกเขาอยากเข้าไปใกล้ก็ยังทำไม่ได้ ทำได้เพียงยืนดูอยู่ข้างด้วยความร้อนใจ
“อาจิ่ว สู้ไม่ได้ก็หนี! ไม่ต้องสู้กับเขาแล้ว!” หนิงหลางตะโกนอยู่ข้างล่าง
………………………………….
ตอนที่ 2476 ไปกับข้า
สีหน้าของเขาลนลาน แทบอยากจะขึ้นไปดึงเฟิ่งจิ่วหนีไป แต่พอแรงกดดันอันแข็งแกร่งของเฟิ่งจิ่วกับเจ้าแห่งมารกระจายออกมา แม้พวกเขาจะฝืนทนแล้วก็ยังไม่อาจเข้าใกล้ได้
ชั่วขณะนี้ พวกเขาถึงเพิ่งตระหนักได้ แม้พวกเขาจะอยู่ในสำนัก และเคยเจอผู้แข็งแกร่งข้างนอกมาไม่น้อยแล้ว แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้แข็งแกร่งระดับจักรพรรดิเซียน รวมถึงเจ้าแห ห่งมารที่มีพลังลึกล้ำ พวกเขากลับเหมือนเด็กทารกที่ไร้พิษภัยและไร้พลังต่อสู้
“อาจิ่ว! หนีไป! ไม่ต้องสู้แล้ว!”
หนิงหลางตะโกนอีกครั้ง เห็นเฟิ่งจิ่วยังคงยืนอยู่กลางอากาศตั้งท่าจะสู้อีกครั้ง หัวใจของเขาบีบเกร็งไปทั้งดวง
นางเป็นอะไรไป นี่ไม่เหมือนนิสัยของนางเลย! หากเป็นแต่ก่อนถ้ารู้ว่าสู้ไม่ได้นางหนีไปนานแล้ว แต่วันนี้กลับสู้กับเจ้าแห่งมารครั้งแล้วครั้งเล่า หากเป็นอย่างนี้ต่อไป เขากลัว วว่าร่างกายของนางจะทนรับไม่ไหวจริงๆ
ซ่งหมิง ต้วนเยี่ยและลั่วเฟยเม้มปากแน่น พวกเขาไม่พูดอะไร เพียงยืนดูจากข้างล่าง แม้ว่าจิตใจจะร้อนรุ่มเพียงใด ก็ทำได้เพียงยืนดูเฉยๆ อย่างนี้
“ทำไมพวกเจ้าไม่ห้ามนาง ให้นางรีบหนีไป? หากเป็นอย่างนี้ต่อไปนางอาจตายได้นะ!” หนิงหลางมองสามคนข้างๆ อย่างร้อนใจ
ต้วนเยี่ยกับลั่วเฟยสีหน้าหนักใจ แต่กลับไม่พูดอะไร แต่ซ่งหมิงกลับถอนหายใจ เอ่ยว่า “ไม่ใช่พวกข้าไม่อยากห้าม แต่พวกข้ารู้ นางจะไม่ไปแน่”
เขามองหนิงหลางที่ร้อนรนไปทั้งคน เอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “นางรู้ว่าหากนางไป ทุกคนที่นี่จะต้องถูกฆ่า”
ซ่งหมิงเลื่อนสายตาไปที่เจ้าแห่งมารเสื้อคลุมสีดำ กล่าวอีกว่า “พลังของเจ้าแห่งมารพลังลึกล้ำ แม้แต่เฟิ่งจิ่วที่มีวรยุทธ์ระดับจักรพรรดิเซียนก็ยังยากจะรับมือ เจ้าว่าหากเฟิ่ง งจิ่วหนีไป เขาจะไม่ระบายโทสะกับทุกคนที่นี่หรือ แม้คนของสำนักดาราจักรทั้งหมดจะออกหน้าสู้พร้อมกัน ก็ยากจะรับเพลิงโทสะของเจ้าแห่งมารได้”
ได้ยินอย่างนั้น หนิงหลางชะงักงัน เขาเข้าใจทันที ไม่น่าเล่านางที่แต่ไหนแต่ไรหากเห็นท่าไม่ดีจะหนีก่อนตลอด วันนี้กลับยืนหยัดไม่ยอมถอย แม้ว่าทั้งตัวจะเต็มไปด้วยรอยเลือดก็ยั งไม่ยอมไป ที่แท้นางก็รู้ว่าหากนางไป ทุกคนที่นี่จะต้องตาย บางที ไม่ใช่แค่คนที่อยู่ที่นี่ แต่อาจมีคนมากกว่านี้ที่ต้องตายเพราะเจ้าแห่งมาร…
“อย่างนั้นจะทำเช่นไรดี พวกเราจะยืนดูเฉยๆ อย่างนี้หรือ นางก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้าแห่งมารเหมือนกันนี่!” หนิงหลางร้อนใจ จิตใจสับสน นึกอะไรไม่ออกแม้แต่น้อย
“ข้าเองก็ไม่รู้ว่าควรทำเช่นไรดี มองไปทั่วทั้งแผ่นดินใหญ่ ยังมีใครที่เป็นคู่ต่อสู้ของเจ้าแห่งมารได้อีก” ซ่งหมิงพึมพำ เขาเองก็ไร้หนทางเช่นกัน
เพราะอย่างไร เจ้าแห่งมารก็ไม่ใช่ผู้แข็งแกร่งทั่วไป เขาเป็นผู้ปกครองสูงสุดของเผ่ามาร เป็นผู้แข็งแกร่งที่เป็นที่ยอมรับกันทั่งแผ่นดินใหญ่นับตั้งแต่ร้อยปีก่อนแล้ว ใครจะมีพลัง งสู้กับเขาได้
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ!”
เจ้าแห่งมารแหงนหน้าหัวเราะ แรงกดดันอันแข็งแกร่งกระจายออกไปพร้อมกับเสียงหัวเราะ กลายเป็นคลื่นเสียงขยายออกไปกลางอากาศ แรงกดดันและกลิ่นอายอันแข็งแกร่งในเสียงหัวเราะนั้น แข็งแกร่ งจนถึงขั้นทำให้เลือดลมของคนที่อยู่บนพื้นป่วนพล่าน ปวดแก้วหู ราวกับเลือดในตัวใกล้จะระเบิด
เสียงร้องครวญด้านล่างดังอย่างต่อเนื่อง เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังเป็นระยะ แต่ละคนยกมือปิดหูถอยหลัง คนที่พลังค่อนข้างอ่อนยิ่งมีเลือดไหลออกจากทวารทั้งเจ็ด กระทั่งล้ม มตายไป…
เห็นสีหน้าเย็นชาของเฟิ่งจิ่ว เจ้าแห่งมารพลันหยุดเสียงหัวเราะ เขาจ้องเธอ เอ่ยออกมาทีละคำ “ไปกับข้า แล้วข้าจะปล่อยทุกคนที่นี่ไป!”