เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 2481 คนคนนั้นเป็นใคร / ตอนที่ 2482 เป็นเซวียนหยวนโม่เจ๋อ
- Home
- เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า
- ตอนที่ 2481 คนคนนั้นเป็นใคร / ตอนที่ 2482 เป็นเซวียนหยวนโม่เจ๋อ
ตอนที่ 2481 คนคนนั้นเป็นใคร
เมื่อกี้พวกเขายังกังวลและไม่รู้จะทำอย่างไรดี ตอนนี้พอชายฉกรรจ์ไว้หนวดมาถึง กลับกำราบเจ้าแห่งมารได้ในพริบตา ทำให้เขาต้องหนีบหางหนีเอาตัวรอดไปอย่างรวดเร็ว สถานการณ์พลิกผั นกลับมาทันที หากไม่ใช่ว่าเห็นกับตา พวกเขาคงไม่เชื่อว่ายังมีคนที่สามารถสู้กับเจ้าแห่งมารได้เช่นนี้ด้วย
เดิมทีหัวใจที่กระสับกระส่ายตึงเครียดก็ผ่อนคลายลงเมื่อเห็นผู้ฝึกวิชามารพวกนั้นถอยหนีไปหมดแล้ว เพราะพวกเขารู้ว่า อันตรายได้ผ่านพ้นไปแล้ว
เพียงแต่ ท้องฟ้าเหนือสำนักดาราจักร เขตอาคมที่เจ้าแห่งมารสร้างขึ้นยังคงอยู่ ตอนนี้เจ้าแห่งมารหนีไปแล้ว ใครจะทำลายเขตอาคมนี้ได้
ชั่วขณะนั้น สายตาของทุกคนอดหันไปมองชายฉกรรจ์ไว้หนวดและเฟิ่งจิ่วไม่ได้ เดาว่าคงมีแต่พวกเขาสองคนเท่านั้นที่จะมีพลังทำลายเขตอาคมนี้ได้!
ทว่าเทียบกับอารมณ์อันซับซ้อนของทุกคน เวลานี้เซวียนหยวนโม่เจ๋อกลับไม่ได้สนใจคนอื่น เขามาหยุดอยู่ข้างกายเฟิ่งจิ่ว
“เหตุใดไม่พันแผลก่อน” เขาขมวดคิ้ว มองบาดแผลที่เต็มไปหมดบนตัวเธอ
“ไม่เป็นไร” เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ หันไปมองเขตอาคมที่ปกคลุมสำนักดาราจักรไว้ เอ่ยว่า “ท่านช่วยพวกเขาทำลายเขตอาคมเถอะ!”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อที่เดิมทีไม่คิดจะสนใจเขตอาคมนั่น ครั้นเห็นใบหน้าของเฟิ่งจิ่วซีดขาวขนาดนั้นแล้วก็ยังบอกว่าไม่เป็นไร ซ้ำยังบอกให้เขาช่วยทำลายเขตอาคมนั่นให้สำนักดารา าจักร ในที่สุดก็ใจอ่อน
เขาเบี่ยงตัวเล็กน้อย มองดูพลังเขตอาคมสีดำมืดที่กำลังกระเพื่อมอยู่กลางอากาศเหนือสำนักดาราจักร ถ่ายกลิ่นอายพลังวิญญาณใส่กระบี่เซวียนหยวนในมือจากนั้นก็ซัดใส่เขตอาคมนั่น
“ปึง!”
เสียงทุ้มต่ำดังสนั่น เห็นเพียงกระบี่เซวียนหยวนบินพุ่งออกไป กระบี่พุ่งทะลุเขตอาคม เสี้ยวนาทีที่กระบี่เซวียนหยวนสัมผัสถูกเขตอาคมนั่น กระแสพลังสองขุมปะทะกัน ไม่นานก็เ เกิดเสียงระเบิดดังสนั่น เขตอาคมที่อยู่เหนือสำนักก็ค่อยๆ หายลับไปกลางอากาศเมื่อเสียงนี้ดังขึ้น…
“ไปเถอะ! ข้าพาเจ้าไปทำแผลก่อน” เขาจูงมือเธอไปที่สำนัก ทว่าหลังจากทั้งสองเดินไปได้ระยะหนึ่ง เฟิ่งจิ่วกลับหยุด
“รอเดี๋ยว” เขาหันไปทางฮุ่นหยวนจื่อ ก่อนพูดกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อว่า “ตาเฒ่าบาดเจ็บไม่น้อย ข้าไปดูเขาก่อน” ขณะเอ่ย ตัวคนก็เหาะลงไปก่อนแล้ว
เซวียนหยวนโม่เจ๋อเห็นอย่างนั้นก็มาหยุดอยู่ข้างๆ ฮุ่นหยวนจื่อพร้อมกับเฟิ่งจิ่วด้วย
เธอเข้าไปจับชีพจรของฮุ่นหยวนจื่อ จากนั้นก็เอายาเม็ดหนึ่งออกมาจากห้วงมิติ “กินยาเม็ดนี้ก่อน แล้วกลับไปพักฟื้นสักหน่อย”
“ไม่เป็นไร ข้าไม่ตายหรอก” ฮุ่นหยวนจื่อกล่าว ทว่าภายใต้สายตาของเฟิ่งจิ่ว เขาก็ยังคงรับยาที่เธอยื่นให้ไปกิน
เฟิ่งจิ่วยังทำท่าจะพูดอะไร แต่กลับถูกเซวียนหยวนโม่เจ๋ออุ้มขึ้นกลางอากาศ
“อ๊ะ ท่านทำอะไร” เฟิ่งจิ่วเสียหลักถูกเขาอุ้มขึ้นมา เธอจึงร้องด้วยความตกใจ มองเขาอย่างตะลึงเล็กน้อย ต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้ เขาอุ้มเธอขึ้นมาทำไมกัน
“พาเจ้าไปใส่ยา” เซวียนหยวนโม่เจ๋อตอบ ก่อนจะมุ่งหน้าไปทางสำนัก ทว่าหลังจากเดินออกไปได้ระยะหนึ่ง คล้ายนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาชะงักเท้าตวัดสายตากลับมามอง น้ำเสียงทุ้ม มต่ำเย็นชาเปล่งออกจากปาก “สำนักของพวกท่านที่ไหนเงียบสงบมากที่สุด”
เวลานี้ เจ้าสำนักที่ตั้งสติได้แล้วรีบก้าวออกมา ตอบว่า “สวนเล็กๆ ด้านหลังยอดเขาไผ่งามเงียบสงบที่สุด เชิญท่านตามข้ามา” เจ้าสำนักนำทางด้วยตนเอง เขาพาเซวียนหยวนโม่เจ๋อและเ เฟิ่งจิ่วเข้าไปในสำนัก
เมื่อพวกเขาไปแล้ว คำถามอันสงสัยก็ค่อยๆ ดังขึ้น
“คนคนนั้นเป็นใคร เก่งกาจยิ่งนัก!”
………………………………….
ตอนที่ 2482 เป็นเซวียนหยวนโม่เจ๋อ
“ภูตหมอเฟิ่งจิ่วเหมือนจะมีคู่หมั้นอยู่คนหนึ่ง เหมือนจะชื่อเซวียนหยวนอะไรสักอย่าง…”
“เซวียนหยวนโม่เจ๋อกระมัง ได้ยินว่าคนคนนี้เป็นองค์รัชทายาทแห่งจักรวรรดิเซวียนหยวน หนึ่งในแปดจักรวรรดิใหญ่ในแผ่นดินใหญ่แถบใต้แม่น้ำ เหตุใดจึงได้มีวรยุทธ์สูงส่งเช่นนี้”
“แม้แต่เจ้าแห่งมารก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา คนคนนี้แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!”
“นั่นสิ ร้ายกาจเกินไปแล้ว!”
ผู้คนเบื้องล่างพูดคุยถกเถียงกัน นอกจากพวกซ่งหมิงที่ตามเข้าไปในสำนักหลังจากตั้งสติได้ คนในสำนักเองต่างก็ค่อยๆ ทยอยกลับเข้าไปในสำนักด้วย
หงส์ไฟก้มมองขนของตนเองที่ถูกกระชากไปหนึ่งกำมือ จากนั้นก็กระพือปีกบินตามเข้าไปในสำนัก ไม่ว่าอย่างไร เจ้าตำหนักกลับมาแล้ว นายท่านพ้นขีดอันตายแล้ว แม้ขนของมันจะหายไปก กระจุกหนึ่ง แต่อย่างน้อยเจ้าแห่งมารก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเลย
บนยอดเขา เฟิ่งเยี่ยดึงไป๋เสี่ยวถอนหายใจอย่างโล่งอก เอ่ยว่า “พวกเราก็รีบไปที่สำนักเถอะ! ข้าอยากไปหาหลานสาวข้า”
“ได้ๆๆ ทูนหัวตัวน้อยของข้า เจ้าอย่าเพิ่งใจร้อน” ไป๋เสี่ยวปลอบใจ พลางลุกขึ้นยืน “เจ้าตำหนักยมราชกลับมาแล้ว จากที่ข้าดู วันนี้ใครก็อย่าหวังจะได้เจอเฟิ่งจิ่วเลย แม้เจ้าร้ อนใจอยากจะเจออีกแค่ไหนก็คงไม่ได้เจอ”
เฟิ่งเยี่ยขมวดหน้าน้อยๆ ถามอย่างไม่เข้าใจ “ทำไมเล่า”
“ทำไมงั้นหรือ” ไป๋เสี่ยวชะงัก ก่อนจะฉีกยิ้ม “แน่นอนว่าเป็นเพราะเจ้าตำหนักยมราชเผด็จการอย่างไรละ! มีเขาอยู่ ใครจะกล้าเข้าใกล้เฟิ่งจิ่ว แม้มีคนกล้าเข้าใกล้ ก็ต้องไม่ได้พบ คนอย่างแน่นอน”
เฟิ่งเยี่ยฟังเหมือนเข้าใจแต่ก็ไม่เข้าใจ เขาแหงนหน้าเล็กๆ ขึ้น “แต่ถึงอย่างนั้นพวกเราก็ต้องไปอยู่ดีนี่! หลานสาวของข้าบาดเจ็บไปทั้งตัวขนาดนั้น!”
“วางใจเถอะ! มีเจ้าตำหนักอยู่ไม่เป็นไรหรอก” ไป๋เสี่ยวหัวเราะในลำคอ ก่อนจะเรียกสัตว์พาหนะมา พาเฟิ่งเยี่ยกับจ้าวหยางมุ่งหน้าไปที่สำนักดาราจักร
ในสำนัก เจ้าสำนักพาเซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่วมาถึงลานสวนอันเงียบสงบแห่งหนึ่ง ขณะจะเข้าไปดูในลานสวนว่ามีอะไรให้ช่วยเหลือหรือไม่ กลับได้ยินเสียงของเซวียนหยวนโม่เจ๋อ ดังมา
“ถอยไป อย่าให้ใครมารบกวน”
เท้าของเจ้าสำนักที่ยังไม่ทันแตะพื้น ก็ต้องชักกลับมาอย่างเงียบๆ เขารับคำ “ได้ ทั้งสองท่านพักผ่อนก่อน ข้าไม่รบกวนแล้ว” เขาเอ่ย ก่อนจะหมุนตัวจากไป
มาถึงข้างนอก ย่อมต้องทำตามที่เซวียนหยวนโม่เจ๋อบอก เขาไม่ให้ใครเข้าไปรบกวน ด้วยเหตุนี้ พวกคนที่อยากเข้าไปดูเฟิ่งจิ่วจึงทำได้เพียงรออยู่นอกป่าไผ่
ในขณะที่ด้านในลานสวนป่าไผ่ หลังจากเข้าไปในเรือนและปิดประตู เซวียนหยวนโม่เจ๋อวางเฟิ่งจิ่วลงบนเตียง ทำท่าจะถอดเสื้อผ้าของเธอออก แต่กลับถูกมือข้างหนึ่งห้ามไว้
“กลางวันแสกๆ อย่างนี้ ท่านทำอะไรน่ะ” เฟิ่งจิ่วดวงตาอมยิ้ม น้ำเสียงแฝงแววหยอกเย้า
เซวียนหยวนโม่เจ๋อหน้าเครียด มองเธอแวบหนึ่ง “บาดเจ็บไปทั้งตัวขนาดนี้ยังมีอารมณ์ล้อเล่น? แผลไม่เจ็บแล้วหรือไร” เขาว่า ขณะที่มือไม่ได้หยุดชะงัก ยังคงถอดเสื้อคลุมสีเขียวที เปื้อนเลือดของเฟิ่งจิ่วออก
เฟิ่งจิ่วเห็นเขาทำอย่างระมัดระวังและอ่อนโยน จึงไม่ได้ห้ามเขา ปล่อยให้เขาถอดเสื้อคลุมออก หลังจากถอดเสื้อคลุมออก เสื้อด้านในสีขาวยิ่งทำให้เห็นรอยเลือดชัดเจน
เธอเงยหน้ามองเขาโดยสัญชาตญาณ ตามคาด เห็นเขาทำหน้าเคร่งเครียด จ้องเขม็งไปที่เสื้อด้านในที่เต็มไปด้วยรอยเลือดกระดำกระด่าง
ขณะที่เอื้อมมือไปปลดเสื้อด้านในของเธอ เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ กุมมือของเขาไว้ พูดขึ้นมา “ตัวนี้ไม่ต้องถอดแล้ว ท่านลืมแล้วหรือ ข้าสามารถฟื้นรักษาบาดแผลเองได้”
เธอนั่งขัดสมาธิบนเตียง จ้องเขา เอ่ยว่า “อีกเดี๋ยวข้าอยากอาบน้ำ”