เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 2513 ต้อนรับ / ตอนที่ 2514 ลูกชายข้าเล่า
ตอนที่ 2513 ต้อนรับ
กระทั่งเห็นคนพวกนั้นที่เดินลงมาจากเรือบิน กลุ่มคนที่กำลังมุงดูและกระซิบกระซาบด้วยความอยากรู้อยากเห็นจึงเอ่ยขึ้นว่า “ที่แท้ก็เป็นภูตหมอ! ภูตหมอกลับมาแล้ว!”
ข่าวแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว คนของตระกูลใหญ่ต่างๆ เมื่อรู้ข่าวว่าเฟิ่งจิ่วกลับมา ต่างรีบพากันออกมาต้อนรับ
พวกเขาที่อยู่ทางนี้เองก็รู้เรื่องการต่อสู้ของภูตหมอกับเจ้าแห่งมารเช่นกัน ยามนี้ภูตหมอกลับมา พวกเขาย่อมต้องออกไปต้อนรับอยู่แล้ว แต่ทว่า แม้พวกเขาจะรู้เรื่องเร็วแล้ว ก็ ยังเร็วสู้องครักษ์เฟิ่งจากหอยาสวรรค์ไม่ได้
คนที่ออกมารอรับพวกเฟิ่งจิ่วกลับหอยาสวรรค์ที่นอกเมือง นอกจากเหล่าองครักษ์เฟิ่งแล้ว ยังมีชางฉิงและผู้ฝึกตนพลังแข็งแกร่งอีกหลายคน พวกเขาสวมเสื้อสีเขียวทั้งตัว ยืนเรียงแถ ถวอย่างเป็นระเบียบโดยมีชางฉิงเป็นผู้นำ เหล่าผู้ฝึกตนยืนเรียงแถวยาวจากนอกประตูเมืองไปจนถึงหอยาสวรรค์
“คารวะนายท่าน!”
เสียงทุ้มต่ำก้องกังวาน แต่ละเสียงล้วนแฝงไปด้วยแรงกดดันอันทรงพลัง เมื่อเสียงนั้นดัง ท้องฟ้าทั่วเมืองร้อยนทีกึกก้องไปด้วยเสียงแห่งความยินดี และเพราะเสียงอันกึกก้องนี้ ทำให ห้คนทั้งในและนอกเมืองต่างก็รู้ว่า ภูตหมอกลับมาแล้ว!
คนของตระกูลใหญ่ต่างๆ แม้จะอยากเข้ามาตีสนิทก็เบียดเข้ามาไม่ได้ เพราะมีกลุ่มกำลังอันแข็งแกร่งที่ยืนเรียงแถวเปิดทางอยู่เช่นนั้น คนอื่นหากไม่ได้รับอนุญาตจากเฟิ่งจิ่ว จะเบียด เข้ามาข้างหน้าในสถานการณ์อย่างนี้ได้อย่างไรกัน
เฟิ่งจิ่วที่เก็บเรือบินเรียบร้อยแล้วปล่อยให้เซวียนหยวนโม่เจ๋อจูงมือ ทั้งสองเดินนำอยู่ด้านหน้าสุด และด้านหลังก็มีกวนสีหลิ่น เยี่ยจิง เฟิ่งเยี่ยและจ้าวหยาง และถัดไปก็เป็ นพวกหนิงหลาง
ไป๋เสี่ยวหลังจากชำนาญการควบคุมสัตว์ร้าย เฟิ่งจิ่วไม่ได้เรียกให้เขาปรากฏตัว เขาจึงแสดงตัวน้อยครั้งมาก ครั้งนี้เรียกได้ว่าหาได้ยากที่จะเดินตามหลังเฟิ่งจิ่วอยู่เช่นนี้ ด้วย ยเหตุนี้ เมื่อได้เห็นสถานการณ์เอิกเกริกเช่นนี้ เขาก็อดอึ้งงันไม่ได้
เขารู้ว่าเฟิ่งจิ่วอยู่ที่นี่นับว่าไม่เลว แต่ไม่รู้ว่าจะยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ดูนางสิ เพิ่งมาถึงเมืองร้อยนที แต่ละคนที่ออกมารอต้อนรับล้วนเป็นใคร ช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ!
เยี่ยจิงยิ่งนึกไม่ถึง เมื่อมาถึงที่นี่ก็ได้เห็นผู้แข็งแกร่งมากมาย ภายใต้แรงกดดันของผู้แข็งแกร่งมากมายขนาดนี้ นางอดรู้สึกประหม่าไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ มือที่จูงกับกวนสีหลิ่น อยู่จึงยิ่งกระชับแน่นขึ้น
ราวกับสัมผัสได้ถึงความประหม่าของนาง กวนสีหลิ่นตบหลังมือนางเบาๆ กระซิบบอกว่า “ผ่อนคลายหน่อย พวกเขาล้วนเป็นคนของเรา”
“อืม” นางรับคำ สูดหายใจลึกๆ แล้วค่อยผ่อนออกมาช้าๆ พยายามสงบสติอารมณ์อย่างสุดความสามารถ
ก็ไม่แปลกที่นางจะเป็นเช่นนี้ ตอนนี้พลังของนางนับว่าต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับคนพวกนี้ จู่ๆ ก็มีผู้แข็งแกร่งมากมายขนาดนี้ปรากฏตัว พลังอำนาจสะท้านสะเทือน หากนางสงบใจได้จึง งจะแปลก
กลุ่มคนเดินไปเรื่อยๆ ท่ามกลางสายตาจากผู้คนรอบข้าง เมื่อพวกเขาใกล้ถึงหอยาสวรรค์ เหล่าผู้ฝึกตนที่อยู่ข้างหลังก็เดินตามมาติดๆ ฝีเท้าสม่ำเสมอ เดินกันอย่างเป็นแถวเป็นแนว มองด ดูจนคนจากตระกูลต่างๆ ตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น
หากกองกำลังที่แข็งแกร่งเช่นนี้เป็นของตระกูลของพวกเขา จะดีขนาดไหนนะ หากมีกองกำลังเช่นนี้สักกอง อย่างนั้นตระกูลของพวกเขาก็คงแข็งแกร่งเทียมฟ้าแล้ว!
ทว่า ผู้แข็งแกร่งมากมายขนาดนี้ ผู้ฝึกตนที่มีพลังยอดเยี่ยมมากมายขนาดนี้ กลับยอมจำนนต่อเฟิ่งจิ่วเพียงผู้เดียว นั่นทำให้พวกเขาต่างอดอิจฉาไม่ได้
เฟิ่งซิงก็คือเฟิ่งซิงดังคาด มีเพียงเฟิ่งซิงคนเดียว ที่แม้จะเป็นหญิงก็ยังทำให้คนมากมายขนาดนี้ยอดจำนนและติดตามนางได้เช่นนี้ และมีเพียงเฟิ่งซิงคนเดียว ที่สามารถรวมผู้ฝึกตน นที่แข็งแกร่งมากมายขนาดนี้ได้…
………………………………….
ตอนที่ 2514 ลูกชายข้าเล่า
ในหอยาสวรรค์ กลุ่มคนที่รู้ว่านายท่านกลับมาแล้วต่างก็ออกมาต้อนรับ มีตู้ฝานกับเหลิ่งหวาเป็นแกนนำ ยืนรอต้อนรับอยู่ด้านหน้าหอยาสวรรค์
กระทั่งเมื่อเห็นเงาร่างสีดำและเงาร่างสีแดงสะดุดตาเดินเคียงไหล่อยู่ด้านหน้าสุดของกลุ่มคน พวกเขาก็อดเผยยิ้มออกมาไม่ได้
“ดูนั่น! นายท่านข้าก็กลับมาแล้ว!” ฮุยหลางพูดด้วยความตื่นเต้น เขายืนอยู่หน้าหอยาสวรรค์กับอิ่งอี ครั้นพวกเขาเห็นนายท่านที่ไม่ได้เจอกันนานกลับมา ก็อดตื่นเต้นดีใจขึ้ นมาไม่ได้
ตอนที่พวกเขารู้ว่านายท่านกลับมาจากนอกมหาสมุทร แล้วยังร่วมสู้รบกับเจ้าแห่งมารจนเอาชนะได้ในท้ายที่สุด ก็ตั้งตารอให้พวกเขากลับมาอยู่ตลอด
อิ่งอียืนเงียบๆ แม้ภายนอกไม่แสดงออก แต่แววแห่งความดีใจที่ล้นทะลักออกมาจากดวงตากลับทำให้คนรู้ ตอนนี้เขากำลังดีใจและตื่นเต้นมากเช่นกัน
“นายท่าน” เหลิ่งหวา ตู้ฝานรวมถึงเหล่าองครักษ์เฟิ่งต่างก็คารวะเฟิ่งจิ่วอย่างนอบน้อม
เฟิ่งจิ่วมองดูพวกเขา ยิ้มเอ่ยว่า “ใครเป็นคนจัดขบวนนี้กัน พวกข้ากลับมาก็เห็นขบวนเอิกเกริกเช่นนี้ เหมือนกลัวคนอื่นไม่รู้ว่าพวกเรากลับมาอย่างนั้นแหละ”
“นายท่าน เป็นข้าจัดการเอง”
ชางฉิงที่อยู่ด้านหนึ่งตอบ เขามองเธอ ก่อนอธิบายว่า “คนในแผ่นดินใหญ่ผืนนี้ล้วนรู้ว่านายท่านกับเจ้าตำหนักยมราชเอาชนะเจ้าแห่งมารได้ ต่างอยากชื่นชมบารมีของพวกท่านทั้งสอง ฉะนั้นหลังจากที่รู้ข่าวว่าพวกท่านจะกลับมา ข้าจึงให้พวกเขาเตรียมการต้อนรับอย่างดี”
“เอาละ บอกให้พวกเขาแยกย้ายเถอะ!” เฟิ่งจิ่วที่เข้าไปในหอยาสวรรค์โบกมือสั่งชางฉิง
“ขอรับ” เขารับคำ ก่อนจะโบกมือส่งสัญญาณ ไม่นานก็เห็นเหล่าผู้ฝึกตนที่อยู่ข้างนอกกระโดดขึ้นไปบนชั้นเมฆเหนือท้องฟ้า เหลือเพียงผู้ฝึกตนจำนวนหนึ่งคอยเฝ้าอยู่รอบๆ หอยาสวรรค์
“เสี่ยวเฟิ่งเยี่ย หยางหยาง พวกเจ้าเพิ่งมาครั้งแรก ให้เหลิ่งหวาพาพวกเจ้าไปเดินชมรอบๆ” เฟิ่งจิ่วกวักมือเรียกเด็กสองคน ก่อนจะหันไปกำชับเหลิ่งหวา “เจ้าพาพวกเขาไปเดินชมรอบๆ ๆ จากนั้นก็พาพวกเขาไปที่ตลาด ดูว่าต้องการอะไรหรือไม่ หากมีอะไรที่ต้องการก็จัดแจงให้พวกเขาเสียหน่อย”
เหลิ่งหวาเมื่อเห็นเฟิ่งเยี่ยกับจ้าวหยางก็อึ้งงันไปทันที “พวกเจ้า…”
“พวกข้ายังมีชีวิตอยู่” เฟิ่งเยี่ยยิ้มตาหยีขณะตอบ ก้าวเข้าไปดึงเหลิ่งหวาก่อนเอ่ยว่า “ไปกันเถอะๆ! พาพวกข้าไปเดินชมรอบๆ หอยาสวรรค์ ข้าอยากรู้ ในหอแห่งนี้มียาล้ำค่าจ จัดแสดงอยู่มากมายจริงๆ หรือ”
เหลิ่งหวานั้นเขารู้จักดี แม้ตอนนั้นยังเด็ก แต่ก็มีภาพความทรงจำอยู่ ด้วยเหตุนี้จึงไม่รู้สึกว่าเป็นคนแปลกหน้าแต่อย่างใด
จ้าวหยางเองก็ขานเรียกเหลิ่งหวาหนึ่งคำ จากนั้นก็ตามเขาขึ้นไปที่ชั้นสอง พลางตอบคำถามของเหลิ่งหวาไปด้วย…
“นายท่าน เชิญดื่มชา” ไป๋ชิงเฉิงยกชามาให้เฟิ่งจิ่ว และคนอื่นๆ ด้วย จากนั้นก็ถอยออกไปอย่างเงียบๆ
ตู้ฝานมองกวนสีหลิ่นที่นั่งดื่มชา ยิ้มบอกว่า “สีหลิ่น นึกไม่ถึงว่าเจ้าก็ตามนายท่านกลับมาด้วย ตั้งแต่ที่เจ้าหายตัวไป พวกข้าก็ตามหาไปทั่วทิศ เพียงแต่ไม่เจอเบาะแสเลย กระท ทั่งได้ยินว่าเจ้าถูกเผ่ามารจับตัวไป แต่ถูกจับตัวเข้าไปในสถานที่เช่นนั้น พวกข้าหวาดเสียวแทนเจ้าจริงๆ หากไม่ใช่ได้ยินว่าเจ้าหนีออกมาแล้ว นายท่านเกือบจะพาพวกข้าบุกเข้าไปใ ในรังของเผ่ามารแล้ว”
กวนสีหลิ่นยิ้ม “ข้าเองก็นึกไม่ถึงว่าจะถูกจับตัวเข้าไปในเผ่ามาร แต่โชคดีที่สุดท้ายก็หนีออกมาได้”
“ใช่ ปลอดภัยกลับมาสำคัญกว่าสิ่งใด” ตู้ฝานยิ้มขณะเอ่ยเสริม
“ลูกชายของข้าเล่า” เฟิ่งจิ่วหันไปมองรอบๆ ก็ไม่เห็นเหลิ่งซวงและลูกชายของเธอ
เซวียนหยวนโม่เจ๋อที่อยู่ข้างๆ ได้ยินประโยคนั้นพลันยักคิ้ว ก่อนหันไปมองเธอ…