เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 2517 อึดอัดเกินไปหรือไม่ / ตอนที่ 2518 ร้อนในแล้ว
ตอนที่ 2517 อึดอัดเกินไปหรือไม่
เฟิ่งเยี่ยเอามือเล็กๆ ที่ปิดหน้าไว้ออกก่อนจะมองไปที่เด็กทารก เห็นเจ้าหนูที่ตัวเล็กกว่าเขากำลังกะพริบตาปริบๆ มองมาที่เขา เขาอดใจเต้นไม่ได้ เอื้อมมือเล็กๆ ออกไปจิ้มหน้าน้อยๆ นั่นหนึ่งที
“เขาตัวเล็กมาก ตัวเล็กกว่าข้าอีก”
เขามองเด็กทารกด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ ทว่า ขณะที่เขาคิดจะจิ้มลงไปอีกครั้ง กลับเห็นเด็กทารกแหกปากร้องไห้ขึ้นมา เสียงร้องไห้ของเด็กทารกดังก้องมาก ทำให้เขาสะดุ้งตกใจ
“ข้าแค่จิ้มเขาเบาๆ ครั้งเดียวเท่านั้นเอง จริงๆ นะ” เสี่ยวเฟิ่งเยี่ยรีบแก้ตัว กลัวพวกเขาคิดว่าเขาจิ้มเด็กทารกแรงจนร้องไห้
เฟิ่งจิ่วหัวเราะเบาๆ วางเขาลง ยื่นมือไปบิดจมูกของเขา “รู้แล้ว เขาแค่ไม่ค่อยชอบให้ใครแตะต้องหน้าน้อยๆ ของเขา แตะต้องเมื่อใดก็จะร้องไห้”
“หา อย่างนี้เองหรือ ตกใจหมดเลย” เสี่ยวเฟิ่งเยี่ยถอนหายใจ พูดไปก็ตบหน้าอกอย่างโล่งใจ ท่าทางเช่นนั้นทำให้คนอื่นหัวเราะออกมา
“มา ข้าอุ้มเอง” เฟิ่งจิ่วรับตัวเด็กน้อยไปจากอ้อมแขนเฟิ่งจิ่ว บอกกับพวกเขาว่า “ข้าตั้งใจว่ากลับไปครั้งนี้ก็จะพาห้าวเอ๋อร์กลับไปด้วย ต่อไปจะให้เขาติดตามเพื่อสั่งสอนด้วยตนเอง”
“อย่างนั้นครอบครัวของเด็กคนนี้เล่า ไม่มีแล้วหรือ เจ้าเคยให้คนสืบประวัติของเขาหรือไม่” ซ่งหมิงถาม ถึงแม้เฟิ่งจิ่วรับเลี้ยงเด็กคนหนึ่งไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่หากเด็กคนนี้ยังมีญาติอยู่เล่า จะร้อนใจ และเศร้าโศกเพราะไม่ได้เจอเขาหรือไม่
เฟิ่งจิ่วอุ้มเด็กเดินไปนั่งที่โต๊ะ ก่อนจะบอกพวกเขาว่า “พวกเจ้ายังไม่รู้ เด็กคนนี้มีที่มาที่ไปที่ลึกลับ อีกทั้งยังมีประวัติซ้ำซ้อน แม้ข้าจะบอกว่าเก็บมา แต่ที่จริงตอนนั้นข้าช่วยเด็กคนนี้มา าจากคมดาบ”
ทุกคนตะลึงงัน อดมองหน้ากันไม่ได้ นึกไม่ถึงว่าจะยังมีเรื่องเช่นนี้ด้วย
“พอกลับมาข้าก็ให้คนไปสืบแล้ว เพียงแต่ ยิ่งสืบก็ยิ่งไม่เจออะไร” เธอก้มหน้าหยอกล้อเด็กทารกในอ้อมแขน “ฉะนั้นข้าคิดว่า ตัวตนของห้าวเอ๋อร์ต้องไม่ธรรมดาแน่นอน ตอนนี้เลี้ยงเขาไว้ข้างกายก่อน บา างทีวันใดวันหนึ่งในอนาคต ไม่ต้องรอให้ห้าวเอ๋อร์โตเป็นผู้ใหญ่ ครอบครัวของเขาก็คงมาหาถึงที่เอง”
หนิงหลางได้ฟังเช่นนั้นก็ถามว่า “อย่างนั้น หากภายหน้าครอบครัวของเขามาตามหา เด็กคนนี้ก็ต้องคืนให้พวกเขาหรือ”
“แน่นอนสิ! เขาได้เจอครอบครัว ข้าย่อมต้องปล่อยให้เขากลับไปอยู่กับครอบครัวของตนเองอยู่แล้ว!” เธอตอบเหมือนมันเป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว
“แต่ทำอย่างนั้นเจ้าจะไม่ตัดใจยากหรือ อย่างไรก็เลี้ยงมาด้วยตนเอง หากภายหน้าเขาต้องไป เจ้าจะไม่อาลัยอาวรณ์หรือ” หนิงหลางไม่เข้าใจความคิดของเธอ แต่เขาดูออก เฟิ่งจิ่วชอบเด็กคนนี้มาก
“แม้จะอาลัยอาวรณ์ก็ต้องปล่อยให้เขากลับไปอยู่กับครอบครัว!” เธอยิ้มๆ “อีกอย่าง เขากลับบ้านไม่ใช่ว่าจะไม่รู้จักเราแล้ว นี่คนละเรื่องกัน ไม่มีอะไรขัดแย้งกันเลย”
ทุกคนพูดคุยกันอยู่ในลานสวน กระทั่งผ่านไปครู่หนึ่ง กวนสีหลิ่นก็เอ่ยว่า “ตลอดเส้นทางนี้พวกเราก็ไม่ได้พักผ่อนดีๆ ในเมื่อถึงบ้านแล้ว พวกเราไปพักก่อน มีเรื่องอะไรค่อยคุยกันพรุ่งนี้” เอ่ยจบ เ เขาก็จูงมือยเยี่ยจิงเดินไปก่อนแล้ว
เฟิ่งจิ่วจึงตะโกนหยอกล้อใส่แผ่นหลังของทั้งสองคน “ท่านพี่ ให้ข้าบอกเหลิ่งซวงเตรียมเรือนที่พักให้เยี่ยจิงดีหรือไม่ พวกท่านสองคนพักด้วยกัน จะอึดอัดเกินไปหรือไม่”
พวกหนิงหลางกลั้นหัวเราะไม่ไหว ส่วนเยี่ยจิงหันกลับมาด้วยใบหน้าแดงก่ำ “อาจิ่ว!”
“ไม่อึดอัดหรอก เพราะอาจิงไม่ให้ข้าพักห้องเดียวกับนาง ฮ่าๆๆๆๆ…” กวนสีหลิ่นหันกลับมาพูดกลั้วหัวเราะ ก่อนจะจูงมือเยี่ยจิงที่กำลังหน้าแดงเดินหายลับไปจากสายตาทุกคน
………………………………….
ตอนที่ 2518 ร้อนในแล้ว
“เอาละ พวกข้าเองก็ไม่รบกวนครอบครัวของพวกเจ้าที่ได้อยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาแล้ว พวกข้าไปอาบน้ำพักผ่อนก่อน” ซ่งหมิงยิ้มเอ่ย จากนั้นก็เดินเอามือไพล่หลังเดินออกไปข้างนอก
“เฟิ่งจิ่ว พวกข้าไปก่อนนะ”
พวกหนิงหลางเองก็บอกลาด้วย ผ่านไปไม่นาน ทั้งลานสวนก็เหลือเพียงเฟิ่งจิ่วกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อ รวมถึงเฟิ่งเยี่ยกับจ้าวหยาง ยังมีอิ่งอีที่เฝ้าอยู่ในที่ลับด้วย ส่วนเหลิ่งซวงกับเหลิ่งหวานั้น ยืนอยู่นอกลานสวน
เฟิ่งเยี่ยกับจ้าวหยางเห็นว่าเหลือแค่พวกเขาอยู่ในลานสวน จึงเบากตามองเซวียนหยวนโม่เจ๋อ จากนั้นก็หันไปมองเฟิ่งจิ่ว สุดท้าย เฟิ่งเยี่ยก็ลากจ้าวหยางพร้อมกับบอกว่า “ข้าจะไปหาเหลิ่งหวา ให้เขา าพาพวกเราเดินเล่นในจวน” พูดจบก็รีบสาวเท้าออกไปอย่างรวดเร็ว
“อิ่งอี ถอยไป” เซวียนหยวนโม่เจ๋อออกคำสั่ง ให้อิ่งอีที่เฝ้าอยู่ในที่ลับถอยออกไป
“ขอรับ” อิ่งอีรับคำ เขาเองก็ถอยออกไปอย่างเงียบงันเช่นกัน
เหลิ่งซวงที่อยู่ข้างนอกเห็นอย่างนั้นก็ถอยออกไปเงียบๆ เช่นกัน ในลานสวน เหลือเพียงเซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่ว รวมถึงห้าวเอ๋อร์ที่ถูกเฟิ่งจิ่วอุ้มไว้ในอ้อมแขนด้วย
เมื่ออยู่ในอ้อมแขนของเฟิ่งจิ่ว เด็กน้อยไม่ร้องงอแง เพียงกระพริบตาปริบๆ จ้องมองเธออยู่อย่างนั้น
“อาจิ่ว เจ้าไม่คิดว่าเด็กน้อยควรให้เหลิ่งซวงอุ้มไปจะดีกว่าหรือ” เซวียนหยวนโม่เจ๋อนั่งลงข้างกายเธอ เห็นเธอกำลังหยอกเล่นกับเด็กน้อย ความสนใจทั้งหมดถูกดึงดูดไป จึงเริ่มคิดแผนการขึ้นมา
ดูท่า เขาไม่ควรเป็นสุภาพบุรุษมากเกินไป เขาควรหาเวลาหุงข้าวสารให้เป็นข้าวสุกเสียก่อน หากไม่ได้การอีก ค่อยใช้แผนบีบบังคับก็ได้ เขากำลังวางแผน จิตใจจดจ่ออยู่กับแผนการหุงข้าวสารให้เป็นข้าวสุก และแผนบีบบังคับ ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ทันสังเกตว่าพอเฟิ่งจิ่วได้ยินที่เขาพูดเช่นนั้น ก็จ้องหน้าเขาไม่วางตา
ครั้งที่แล้วตอนที่พวกเขาตั้งใจจะหุงข้าวสารให้เป็นข้าวสุก กลับถูกคนทำลายลงก่อน ครั้งนี้กลับมา หากเขายังคิดจะอดทนอดกลั้น อย่างนั้นเธอก็คงสงสัยว่าเขาไม่ใช่ผู้ชาย และเขาก็คงต้องเริ่มสงสัยตน นเองแล้วเช่นกัน
เพียงแต่ จะใช้วิธีใดดีเล่า ผู้หญิงคนนี้จิตใจลึกล้ำเหมือนงมเข็มในมหาสมุทร จะให้คาดเดาก็คาดเดาไม่ออก แต่ก่อนพูดเรื่องแต่งงานก็ไม่เคยคัดค้าน แต่ตอนนี้กลับบอกว่าไม่รีบเสียแล้ว?
นางไม่รีบ แต่เขารีบนี่นา!
นิ้วมือเคาะบนโต๊ะอย่างไม่รู้ตัว ในสมองจินตนาการไปถึงภาพที่เขากับนางกำลังสุขสมเริงรมย์แล้ว นึกถึงฉากอันงดงามเร่าร้อนที่คนอื่นไม่มีวันได้เห็น จู่ๆ เขาก็รู้สึกเหมือนมีเลือดร้อนๆ สองสายไหลออกจ จากจมูก…
“ท่านกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ ถึงกับเลือดกำเดาไหลออกมาเช่นนี้”
เฟิ่งจิ่วมองเขาอย่างตกใจ เห็นสีหน้าของเขาที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมานั่น ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ สุดท้ายท่าทางเหมือนกำลังคิดเรื่องวาบหวาม ถึงขั้นเลือดกำเดาไหล จึงอดมุมปากกระตุกไม่ได้
เธอกล้ามั่นใจเลยว่า ตาคนนี้กำลังคิดเรื่องที่ไม่เหมาะสมกับเด็กน้อยอยู่อย่างแน่นอน
เซวียนหยวนโม่เจ๋อมองเธออย่างสงบนิ่ง เอาผ้าเช็ดหน้าในห้วงมิติออกมาเช็ดจมูก ปั้นหน้าเคร่งขรึมเหมือนกำลังอดทนสุดกำลัง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงเสน่ห์ “ไม่ได้คิดอะไร แค่เกิดอาการร้อนในขึ้น มาเล็กน้อย”
อืม เขาร้อนในจริงๆ ต้องระบายออกเสียหน่อย
เฟิ่งจิ่วได้ยินคำตอบกลีบปากก็หยักโค้ง เอ่ยอย่างหยอกล้อว่า “อ้อ ร้อนในแล้วหรือ เรื่องนี้ง่ายมาก ประเดี๋ยวข้าสั่งยาแล้วให้เหลิ่งซวงต้มให้ท่านดื่ม ดับร้อนเสียหน่อย รับประกันได้ว่าจะไม่มีไฟอะ ะไรหลงเหลือทั้งนั้น”
“ไม่ต้องลำบาก ข้ามียาที่ดีกว่า” เขาจับจ้องไปที่ตัวเธอด้วยสายตาลึกล้ำ ไม่ได้พูดเจาะจง แต่ความหมายกลับชัดเจนมาก