เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 2533 หอของขวัญ / ตอนที่ 2534 จัดการ
ตอนที่ 2533 หอของขวัญ
“ได้ อย่างนั้นข้าขอตัวกลับก่อน” เหลิ่งหวาพยักหน้ายิ้มๆ คารวะหนึ่งครั้งแล้วหันตัวจากไป
มองส่งเขากลับไป โม่เฉินละสายตากลับมา สายตาจับจ้องไปที่หนังสือในมืออีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้เขากลับอ่านไม่รู้เรื่องเสียแล้ว…
ในจวนเฟิ่ง เฟิ่งจิ่วกำลังหยอกเล่นกับห้าวเอ๋อร์ เห็นเสี่ยวเฟิ่งเยี่ยก็ชะโงกหน้าเข้ามา เธอจึงบอกว่า “เจ้าไม่ไปฝึกวรยุทธ์กับหยางหยางหรือ ทำไมวิ่งมานี่ได้ล่ะ”
“ฝึกนานแล้ว ข้าออกมาเล่น อีกเดี๋ยวค่อยกลับไป” เสี่ยวเฟิ่งเยี่ยยิ้มตาหยีขณะตอบ เขาเข้ามาใกล้เฟิ่งจิ่ว บอกว่า “เสี่ยวจิ่วจิ่ว ยาที่ข้าบอกเจ้าครั้งก่อน เจ้ายังไม่ได้ให้ข ข้าเลย!”
“รีบหรือ”
เฟิ่งจิ่วชำเลืองมองเขาแวบหนึ่ง “เจ้าอายุยังน้อยจะเอายาพวกนั้นไปทำอะไร อีกอย่าง ครั้งนี้หลังกลับจากกลับบ้าน ข้าจะส่งเจ้ากลับขึ้นเขา เจ้าก็จะไม่มีโอกาสไปเที่ยวเล่นไปทั่วแ แล้ว”
“อายุน้อยก็มีประโยชน์เหมือนกันนะ! ตอนแรกพวกข้าเจออันตรายระหว่างทางหลายครั้ง โชคดีที่มียาพวกนั้นติดตัว! เพียงแต่ตอนนี้ข้ากับหยางหยางไม่มียาเหลือแล้ว ฉะนั้นจึงได้อยากขอ เจ้าเอาไว้ป้องกันตัวสักหน่อย” เขาดึงแขนเสื้อของเธอ “เจ้าก็ให้พวกเรามากหน่อยเถอะ!”
เฟิ่งจิ่ววางห้าวเอ๋อร์ในอ้อมแขนลงในเปล ก่อนจะหยิบของห่อใหญ่ที่เตรียมไว้ในห้วงมิติออกมา เพียงแต่ พอเสี่ยวเฟิ่งเยี่ยยื่นมือออกมาจะรับไป เธอกลับเอื้อมมือออกไปตี “ไป ไปเ เรียกหยางหยางมาด้วยกัน”
“เจ้าให้ข้า ข้าค่อยให้หยางหยางก็เหมือนกัน” เฟิ่งเยี่ยกะพริบตาปริบๆ ดวงหน้าดูว่าง่ายไร้เดียงสา
เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ ยื่นมือไปหยิกแก้มของเขา “งั้นหรือ เหมือนกันหรือ แต่ข้าไม่เชื่อเจ้านี่นา! รีบไปเร็ว ไปเรียกหยางหยางมาด้วยกัน”
ครั้นถูกหยิกแก้ม เฟิ่งเยี่ยสูดปาก หลังจากนวดคลึงแก้มของตนเอง ก็ทำปากทู่ “ข้าเป็นท่านอาน้อยของเจ้านะ บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าหยิกแก้มๆ เจ้ากลับหยิกแก้มข้าครั้งแล้วคร รั้งเล่า ถ้ากลับไปเมื่อไรข้าจะฟ้องท่านพ่อกับท่านแม่”
เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ ดีดหน้าผากของเขา “จิ้งจอกน้อย เจ้าฟ้องใครก็ไม่มีประโยชน์ หากข้าอยากหยิกเจ้า แม้แต่พ่อแม่เจ้าก็ห้ามข้าไม่ได้” ขณะเอ่ย เธอเอื้อมอุ้งมือมารออกไปทำท่าจะหยิก กแก้มเขาอีกครั้ง
“อ๊า!” เฟิ่งเยี่ยอุทานด้วยความตกใจ รีบวิ่งหนีไปทันที พลางเอามือปิดแก้มเพื่อป้องกันเฟิ่งจิ่ว
“เจ้ายังมัวยืนอึ้งอะไรอยู่ รีบไปเรียกหยางหยางมาเร็วเข้าสิ ของพวกนี้ยังจะเอาหรือไม่” เธอใช้มือข้างหนึ่งตบห่อของบนโต๊ะ จ้องเขายิ้มๆ
“ข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้” เฟิ่งเยี่ยบอก รีบสาวเท้าออกวิ่งทันที วิ่งไปที่ลานสวนเล็กๆ ตั้งใจจะไปเรียกจ้าวหยางมาด้วยกัน
เห็นเขาไปแล้ว เฟิ่งจิ่วหยอกเล่นกับเด็กน้อย กระทั่งผ่านไปพักใหญ่ๆ ก็ได้ยินเสียงของเฟิ่งเยี่ยดังมาอีก
“มาแล้วๆ หยางหยางมาแล้ว”
เฟิ่งเยี่ยดึงจ้าวหยางกลับมาด้วยความเร่งรีบ ทั้งสองเดินมาหยุดตรงหน้าเธอ ตาของเฟิ่งเยี่ยจับจ้องไปที่ห่อของขนาดใหญ่บนโต๊ะ ส่วนจ้าวหยางขานเรียก “พี่สาวเฟิ่ง”
“อืม นั่ง” เธอพยักหน้าให้ทั้งสองนั่งลง ก่อนจะเปิดห่อของใหญ่ที่อยู่ด้านข้าง
หลังจากเปิดห่อก็เห็นขวดยาเล็กๆ จำนวนหนึ่ง บนขวดยาแต่ละขวดมีอักษรเขียนกำกับไว้ ยังมีผงยาบางส่วนที่ใช้กระดาษห่อไว้ มีตัวหนังสือเขียนแยกแยะไว้ชัดเจน
“ของในนี้มีอยู่สองชุด เจ้ากับหยางหยางคนละชุด” เฟิ่งจิ่วบอก พลางแยกของเป็นสองชุด
………………………………….
ตอนที่ 2534 จัดการ
“หยางหยาง ครั้งนี้ข้าเตรียมยาที่จะให้เจ้าไว้ด้วยแล้ว เมื่อถึงตอนที่กลับมาก็จะส่งพวกเจ้ากลับขึ้นเขาตรงๆ ไม่พาพวกเจ้ามาที่นี่แล้ว ฉะนั้นของพวกนี้เจ้าต้องจำไว้ว่าจะใช้อย่ างไร”
เฟิ่งจิ่วบอก พลางอธิบายวิธใช้และฤทธิ์ยาแต่ละชนิดให้เขาฟัง
จ้าวหยางก็ตั้งใจฟัง กระทั่งสุดท้าย หลังจากที่อธิบายครบทุกอย่างแล้ว จึงค่อยเอาของเหล่านั้นใส่ห้วงมิติ “ขอบคุณพี่สาวเฟิ่งมาก ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะใช้ของพวกนี้อย่างดี”
“อืม หยางหยางว่าง่ายจริงๆ”
เธอเผยรอยยิ้ม ลูบหัวจ้าวหยางเบาๆ เห็นใบหูของเด็กน้อยแดง สีหน้าก็เหมือนจะเก้อเขินเล็กน้อย เธออดยิ้มๆ ไม่ได้ “เฟิ่งเยี่ยแม้จะเฉลียวฉลาด แต่เขาไม่ได้ขยันฝึกวรยุทธ์เท่าเจ จ้า เจ้าติดตามเขาบางครั้งจะตามใจเขามากก็ไม่ได้ ต้องเกลี้ยกล่อมเขา เข้าใจหรือไม่”
“ขอรับ หยางหยางเข้าใจแล้ว” เขาพยักหน้า หันไปมองเฟิ่งเยี่ยที่กำลังนั่งฟุบบนโต๊ะและนับจำนวนขวดยา
เฟิ่งจิ่วหันไปมองตามสายตาของเขา หยุดมองที่เฟิ่งเยี่ยเช่นกัน เธอบีบจมูกน้อยๆ ของเขาเบาๆ บอกว่า “ของพวกนี้ทำได้แค่รับหน้าในสถานการณ์ฉุกเฉิน เจ้าต้องจำไว้ให้ดี หากไม่จำ ำเป็นจริงๆ ห้ามใช้เด็ดขาด ต้องเชื่อฟังหยางหยางให้มาก”
“ข้าต่างหากที่เป็นนาย ข้าไม่เชื่อฟังเขาหรอก”
เฟิ่งเยี่ยแค่นเสียง เอื้อมมือกวาดของเข้ามาใกล้ๆ พลางเก็บเข้าไปในอ้อมแขน ไม่วายเอ่ยว่า “อีกอย่าง ท่านอาจารย์เคยบอกไว้ พื้นฐานร่างกายของหยางหยางเหมาะแก่การฝึกวรยุทธ์มา าก พัฒนาการของเขาเร็วกว่าข้ามาก ตอนนี้พลังของข้าสู้เขาไม่ได้ ต่อไปก็เดาว่าคงสู้เขาไม่ได้”
ได้ยินอย่างนั้น เฟิ่งจิ่วลูบหัวของเขา เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “เฟิ่งเยี่ย เจ้าต้องจำไว้ วรยุทธ์ไม่ได้มีไว้แข่งกับคนอื่น แต่มีไว้เพื่อปกป้องคนในครอบครัว และปกป้องคนที สำคัญในชีวิต ตอนนี้เจ้าต้องฉวยโอกาสตอนยังเด็กตั้งใจฝึกวรยุทธ์ ภายหน้าหากแข็งแกร่งขึ้น เรื่องราวที่ครอบครัวของเราเคยเผชิญมาก่อนหน้านี้ จะได้ไม่เกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง”
เฟิ่งเยี่ยไม่ใช่เด็กไม่รู้ประสา ครั้นได้ฟังเช่นนั้น หัวใจของเขาสั่นไหว เงยหน้ามองเฟิ่งจิ่วแวบหนึ่ง จากนั้นก็พยักหน้า เอ่ยว่า “ข้ารู้แล้ว ข้าเองก็จะตั้งใจฝึกวรยุทธ์อย่า างดี เสี่ยวจิ่วจิ่ว ต่อไปให้ข้าเป็นคนปกป้องเจ้า ปกป้องคนในครอบครัวบ้าง”
“ได้” เธอยิ้มอย่างเบิกบานใจ เอื้อมมือไปดึงเขาเข้ามาหอมแรงๆ แต่กลับได้เสียงอุทานด้วยความเขินอายของเฟิ่งเยี่ยเป็นสิ่งตอบแทน
“อ๊า! ไม่ต้องหอมข้า ไม่ต้องหอมข้าแล้ว ข้าเป็นท่านอาน้อยของเจ้านะ ข้าเป็นผู้ชายอกสามศอก!” เขาเก็บของเสร็จก็ดิ้นออกจากอ้อมแขนของเฟิ่งจิ่ว จากนั้นก็รีบวิ่งหนีไปอย่างรว วดเร็ว พลางไม่ลืมกวักมือเรียกจ้าวหยาง
“หยางหยาง มาเร็ว พวกเรากลับกัน”
“พี่สาวเฟิ่ง พวกเรากลับก่อนแล้ว” จ้าวหยางกล่าวลา ก่อนจะกลับไปพร้อมกับเฟิ่งเยี่ย
“ช่างเป็นเด็กที่ไม่รู้บุญคุณจริงๆ เอาของของข้าไปตั้งมากมายขนาดนี้กลับจากไปง่ายๆ เสียอย่างนี้ ไม่รู้บุญคุณจริงๆ!” เธอทอดถอนใจ น้ำเสียงแฝงแววขบขัน
“ใครไม่รู้บุญคุณ”
จู่ๆ เสียงหนึ่งก็ดังมา ทำเอาเธอสะดุ้งตกใจ ยังไม่ทันหันกลับไป มือใหญ่คู่หนึ่งก็โอบไหล่ของเธอไว้แล้ว “ข้าได้ยินว่าวันนี้เจ้ากลับมาเร็ว ข้าจึงวางเรื่องในมือลงแล้วกลับ บมาด้วย”
“ตกใจหมดเลย”
เฟิ่งจิ่วเอ่ย ดึงมือเขาให้ลงมานั่งข้างๆ เอ่ยว่า “สะสางงานเสร็จแล้วหรือ ข้าตั้งใจว่าสองสามวันนี้ก็จะไปแล้ว” จากบ้านมานาน เธอก็อยากรีบกลับไปเยี่ยมบ้านสักครั้ง