เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 2539 มาจากไหน / ตอนที่ 2540 ฉากนองเลือดในยามราตรี
ตอนที่ 2539 มาจากไหน
เขาตามไปอย่างไม่ลังเล เงาร่างสีขาวดูสะดุดตามากในท้องฟ้ายามราตรี พวกตู้ฝานสังเกตได้ถึงการมาถึงของเขา
“คุณชายโม่เฉิน!” ตู้ฝานขานเรียก
เงาร่างของโม่เฉินโฉบไหว มาหยุดข้างกายเขา ถามว่า “เกิดอะไรขึ้น”
“พวกเราเองก็ไม่รู้ เพิ่งเห็นการเคลื่อนไหว คนในจวนก็สังเกตเห็นกันหมดแล้ว พวกเขาบอกว่าเจ้าตำหนักกับนายท่านออกจากจวนไปตอนหัวค่ำ จนตอนนี้ยังไม่กลับ ตอนนี้พอเห็นการเคลื่อน นไหว พวกข้ากลัวว่านายท่านจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น จึงจะรีบไปดู”
“นั่นเป็นแรงกดดันระดับจักรพรรดิเซียน พวกเฟิ่งจิ่วน่าจะอยู่ที่นั่น” โม่เฉินเอ่ย มององครักษ์เฟิ่งและตู้ฝานแวบหนึ่ง กล่าวว่า “พวกเจ้าไม่ต้องไปแล้ว ผู้แข็งแกร่งระดับจักรพรรดิ เซียน พวกเจ้าไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ ยังจะเป็นตัวถ่วงให้นางอีก”
ได้ยินอย่างนั้น หัวคิ้วของตู้ฝานมีแววกระวนกระวาย องครักษ์เฟิ่งที่อยู่ข้างหน้าหยุดชะงักกลางอากาศ “แต่พวกข้าเป็นห่วงนายท่าน…”
“ในเมื่อเป็นห่วง อย่างนั้นก็กลับไปรอที่จวนเฟิ่ง แม้จะไม่รู้ว่าพวกเขามีอันตรายอะไร แต่พวกเขาเจ้าไปที่นั่นก็ช่วยอะไรไม่ได้ กลับช่วยปกป้องคนในจวนได้ เผื่อว่ามีคนฉวยโอกาสลอ อบโจมตีทั้งหน้าและหลัง” โม่เฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม ใบหน้าแลดูจริงจังอย่างหาได้ยาก “ฟังข้า กลับไปเฝ้าบ้านให้ดี ทางฝั่งพวกเขา มีข้าอยู่”
ตู้ฝานไตร่ตรองครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า “ได้ อย่างนั้นข้าพาพวกเขากลับไป” เขาโบกมือส่งสัญญาณ ให้องครักษ์เฟิ่งกลับมาอยู่ข้างหลัง “คุณชายโม่เฉิน ระวังตัวด้วย”
“อืม” โม่เฉินพยักหน้า รีบขี่กระบี่บินมุ่งหน้าไปทางนั้น
“พวกเราไม่ไปดูจะดีจริงหรือ หากทางนายท่านมีเรื่องอะไรจริง จะไม่…”
“คุณชายโม่เฉินพูดมีเหตุผล ในเมื่อเป็นผู้แข็งแกร่งระดับจักรพรรดิเซียน พวกเราไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ ตอนนี้รีบกลับไปก่อนดีกว่า พวกเจ้ากลับไปเฝ้าหอยาสวรรค์ ที่เหลือกลับจวนเฟิ่ งกับข้า รายงานสถานการณ์ให้พวกกวนสีหลิ่นรู้” ตู้ฝานเอ่ย สิ้นเสียงคนก็เหาะออกไปไกลหลายจั้งแล้ว
พวกกวนสีหลิ่นที่อยู่ในจวนเฟิ่งเดิมทีกำลังหยอกเล่นกับห้าวเอ๋อร์ แต่ใครจะรู้ว่าจะเห็นเหตุการณ์เหนือท้องฟ้านั่น พวกเขาเฝ้ามองจากบนหลังคา กระทั่งเห็นตู้ฝานพาคนกลับมา เ เขาตะลึงไปทันที
“พวกเจ้ากลับมาได้อย่างไร ไหนว่าจะไปตรวจสอบดูอย่างไรเล่า การเคลื่อนไหวนั้นเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เกี่ยวข้องกับเสี่ยวจิ่วกับโม่เจ๋อหรือไม่” กวนสีหลิ่นสาวเท้าเข้ามาถามเร็วๆ
“ลงไปคุยกันข้างล่าง” ตู้ฝานว่า ดึงเขาลงจากหลังคาไปพร้อมกัน มาถึงลานสวนด้านล่าง
เหลิ่งหวากับเหลิ่งซวงต่างก็ล้อมกันเข้ามาหาเขา แม้แต่องครักษ์ลับในจวนก็เงี่ยหูฟังด้วย
“ตอนแรกข้าคิดจะไป แต่ระหว่างทางเจอคุณชายโม่เฉิน เขาบอกว่าคนที่สู้กันอยู่ทางนั้นมีพลังอย่างน้อยก็ระดับจักรพรรดิเซียนหรือสูงกว่า บอกว่าน่าจะเป็นนายท่านกับเจ้าตำหนัก อา าจเจอศัตรูตัวฉกาจ เขาให้พวกข้ากลับมาเฝ้าบ้านก่อน บอกว่าพวกเราไปแล้วก็ไม่มีทางเข้าใกล้ได้”
“ระดับจักรพรรดิเซียน?”
กวนสีหลิ่นขมวดคิ้ว สีหน้าตื่นตะลึง “เหตุใดผู้แข็งแกร่งระดับจักรพรรดิเซียนปรากฏตัวอีกแล้ว เสี่ยวจิ่วก็เป็นจักรพรรดิเซียนแล้ว โม่เจ๋อจะต้องมีวรยุทธ์สูงกว่าแน่นอน อย่างนั้นนอ อกจากพวกเขา จากที่ข้ารู้ แผ่นดินใหญ่ผืนนี้ก็มีเพียงผู้คุ้มกันสี่ทิศสวรรค์ทั้งสี่ที่มีวรยุทธ์ระดับจักรพรรดิเซียนไม่ใช่หรือ”
เขาสีหน้าหนักอึ้ง เอ่ยด้วยน้ำเสียงเข้มขรึม “อีกทั้งก่อนหน้านี้ ยังไม่เคยได้ยินว่ามีใครมีพลังระดับจักรพรรดิเซียนเลยนะ! อย่างนั้น จักรพรรดิเซียนที่ปรากฏตัวในคืนนี้มาจากที ใด และทำไมต้องเล่นงานพวกเขาด้วย”
………………………………….
ตอนที่ 2540 ฉากนองเลือดในยามราตรี
ตู้ฝานส่ายหัว “ข้าเองก็ไม่รู้ ตอนนี้ได้แต่รอให้พวกเขากลับมาถึงจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
ทุกคนมองหน้ากันแวบหนึ่ง รู้ว่าร้อนใจไปก็ไม่มีประโยชน์ ทำได้เพียงรออยู่ที่นี่
เพียงแต่ ช่วงเวลาแห่งการรอคอยทรมานที่สุดแล้ว ระหว่างที่รอ พวกเขารู้สึกราวกับเวลาหยุดชะงัก ตั้งตารอการมาถึงของพวกเขา แต่กลับไม่เห็นเงาคนสักที…
ในอีกด้านหนึ่ง ผู้ฝึกตนที่โจมตีเซวียนหยวนโม่เจ๋อกับเฟิ่งจิ่วแทบไม่อาจเข้าใกล้พวกเขาได้เมื่อทั้งสองปลดปล่อยแรงกดดันออกมา ด้วยเหตุนี้ ผู้ฝึกตนสิบกว่าคนนั้นหันไปโจมตีอสู รกลืนเมฆาแทน แต่ละกระบวนท่าหมายเอาถึงชีวิต ทำให้บนตัวอสูรกลืนเมฆาเต็มไปด้วยบาดแผลมากมาย
ส่วนผู้แข็งแกร่งระดับจักรพรรดิเซียนคนนั้นสู้กับเฟิ่งจิ่วและเซวียนหยวนโม่เจ๋อ เพียงแต่เมื่อทั้งสองร่วมมือกัน เขากลับไม่อาจทำร้ายอีกฝ่ายได้แม้แต่น้อย ด้วยเหตุนี้ หลังจากต่ อสู้กันนานแล้วก็ยังไม่ได้รับชัยชนะ เขาเลือกที่จะถอยทัพ
“ถอย!”
เสียงสั่งถอยดังขึ้น ผู้ฝึกตนพวกนั้นหมายจะถอยทัพ แต่เซวียนหยวนโม่เจ๋อกลับไม่ยอมปล่อยพวกเขาไปง่ายๆ แววตาเยือกเย็นของเขาจ้องมองไปยังเงาร่างที่เหาะถอยหลังไปไกลสามจั้งกว่า ไอสังหารพวยพุ่ง
“มังกรเขียว!”
เสียงขานเรียกดังกึกก้อง พลันนั้นรอบกายเขามีประกายแสงเจิดจ้าห้อมล้อม มังกรเขียวที่เป็นสัตว์เทวะโบราณกระโจนออกมาจากตัวเขา มังกรที่มีลำตัวขนาดใหญ่และมีเกล็ดสีเขียวสะบัด หางแหงนหน้าคำรามใส่ท้องฟ้า
เมื่อมังกรเขียวคำราม แรงกดดันจากเสียงคำรามแผ่ปกคลุมไปทั่วท้องฟ้าทั้งแถบ ผู้ฝึกตนสิบกว่าคนที่คิดจะหนีราวกับถูกอะไรบางอย่างตรึงร่างไว้กลางอากาศ ไม่อาจขยับเขยื้อนได้ ส่ว วนผู้แข็งแกร่งระดับจักรพรรดิเซียนคนนั้นหันมองแวบหนึ่งก็รีบหมุนตัวหนีไปทันที ทว่า แม้จะเร็วอีกแค่ไหน ก็เร็วสู้มังกรเขียวที่โถมพุ่งออกไปด้วยความเร็วแสงไม่ได้
“กรรซ์!”
เสียงมังกรคำรามเปล่งออกจากปากของมังกรเขียว เห็นเพียงร่างกายของมันกลายเป็นประกายแสงสีเขียวเส้นหนึ่ง พุ่งโจมตีไปยังจักรพรรดิเซียนผู้นั้น
กลิ่นอายแห่งความตายปะทะเข้ามา จักรพรรดิเซียนตกใจหน้าเปลี่ยนสี หัวใจเต้นรัว เขาแทบจะหันไปมองด้วยสัญชาตญาณ แต่กลับมองเห็นแค่มังกรเขียวตัวนั้นกลายเป็นประกายแสงสีเขียวคมกริบ บเส้นหนึ่งพุ่งโจมตีเข้ามาทางเขา
ไม่ทันหลบเลี่ยง และไม่ทันหลบหลีก กระแสพลังอันแข็งแกร่งและดุดันที่มาพร้อมกับมังกรเขียวทำให้เขารู้ หากถูกพุ่งชน เขาจะต้องตายอย่างแน่นอน
ด้วยเหตุนี้ ในนาทีที่มังกรเขียวโจมตีเข้ามา เขาทิ้งกายสังขารและถอดดวงวิญญาณต้นหนีไป ดวงวิญญาณต้นที่ออกจากร่างพุ่งพาดผ่านท้องฟ้าออกไปราวกับดาวตก รวดเร็วจนไม่ทันตั้งตัว
“พวกเจ้าคอยดูเถอะ! ข้าจะกลับมาแน่นอน!” เสียงอาฆาตมาดร้ายดังมาจากที่ไกลๆ ดังก้องไปทั่วผืนฟ้า เนิ่นนานก็ยังไม่หายไป
“บึ้ม!”
ขณะเดียวกัน กายสังขารของจักรพรรดิเซียนผู้นั้นถูกมังกรเขียวที่กลายเป็นลำแสงสีเขียวพุ่งทะลุผ่าน เกิดเป็นเสียงระเบิดดังบึ้ม ร่างกายแหลกละเอียด เลือดเนื้อกระจายกลางอากาศ สา าดลงไปด้านล่าง และหายลับไปท่ามกลางความมืดยามค่ำคืน…
“วืด!”
มังกรเขียวหักเลี้ยงกลางอากาศ กลายเป็นลำแสงสีเขียวอีกครั้ง พุ่งทะลุผ่านร่างกายของผู้ฝึกตนพวกนั้นที่ถูกตรึงร่างค้างเติ่งอยู่กลางอากาศทีละคน เมื่ออยู่ต่อหน้าสัตว์เทวะโบ บราณที่แข็งแกร่ง ผู้ฝึกตนพวกนั้นไม่อาจถอดดวงวิญญาณต้นหนีไปได้ ทำได้เพียงเบิกตารอดูตนเองถูกฆ่า
“อ๊าก!”
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังก้องฟ้า กระทั่งสุดท้ายก็กลับมาเงียบสงบ ท่ามกลางท้องฟ้ายามราตรี จันทร์เสี้ยวลอยอยู่หลังชั้นเมฆ สาดส่องประกายแสงอันอ่อนโยนลงมาจางๆ
ทว่าภายใต้แสงจันทร์อันนุ่มนวลนี้ กลิ่นคาวเลือดกลับตลบอบอวลไปทั่ว…