เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 2541 บาดแผล / ตอนที่ 2542 ที่แท้
ตอนที่ 2541 บาดแผล
มังกรเขียวบินกลับเข้าไปในร่างของเซวียนหยวนโม่เจ๋อในพริบตา เมื่อมันหายไป แรงกดดันอันแข็งแกร่งของสัตว์เทวะโบราณที่กระจายอยู่กลางอากาศก็หายไปด้วย
โม่เฉินเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกลางอากาศจากที่ไกลๆ แล้ว เห็นบนยอดเขานั่น เฟิ่งจิ่วกับเซวียนหยวนโม่เจ๋อยืนเคียงคู่กัน เขารีบขี่กระบี่บินเข้าไป
ครั้นเห็นว่าไม่เพียงอสูรกลืนเมฆาที่บาดเจ็บ แม้แต่เฟิ่งจิ่วก็บาดเจ็บด้วย นัยน์ตาของเขาหดเล็กลง “ใครทำร้ายพวกเจ้า”
“กลับไปค่อยคุยกัน” เฟิ่งจิ่วเอ่ยจบ เซวียนหยวนโม่เจ๋อก็โอบเธอขี่กระบี่บินกลับจวนทันที
โม่เฉินมองอสูรกลืนเมฆาที่บาดเจ็บ เขาพามันขึ้นกระบี่บิน จากนั้นก็ตามพวกเฟิ่งจิ่วกลับไปด้วย
ในจวนเฟิ่ง พวกกวนสีหลิ่นที่ยิ่งรอก็ยิ่งร้อนใจยืนสอดส่องออกไปยังที่ไกลอยู่บนหลังคา พวกเขาเดินกลับไปกลับมาอยู่บนหลังคา ราวกับเวลาช่างเดินช้าเหลือเกิน
กระทั่งเห็นเงาร่างกลุ่มหนึ่งจากที่ไกลๆ กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ เขาตะโกนขึ้นว่า “กลับมาแล้ว! พวกเขากลับมาแล้ว!”
เสื้อคลุมของเซวียนหยวนโม่เจ๋อเป็นสีดำ ดูไม่สะดุดตาในความมืดอยู่แล้ว ด้วยเหตุนี้ บนตัวเขามีบาดแผลหรือไม่คนอื่นมองไม่ออก แต่เฟิ่งจิ่วนั้นสวมใส่ชุดกระโปรงสีแดง แม้เลือดสีแด ดงสดจะย้อมชุดกระโปรงสีแดงจนทำให้มองไม่เห็นเลือด แต่ชุดกระโปรงที่ถูกฟันจนเป็นรอยกระบี่นั้นกลับชัดเจนมาก
“เสี่ยวจิ่วบาดเจ็บ!”
กวนสีหลิ่นตื่นตะลึง เห็นพวกเขาเข้ามาในลานบ้านจึงรีบกระโดดลงจากหลังคา สาวเท้าเร็วๆ หยุดอยู่ตรงหน้าพวกเขา เห็นบนตัวเฟิ่งจิ่วมีบาดแผลน้อยใหญ่มากมาย จึงรีบหันไปขานเรียก “อาจิง เร็วเข้า ช่วยเสี่ยวจิ่วทำแผลหน่อย”
เยี่ยจิงสาวเท้าเข้ามาเร็วๆ ช่วยประคองเฟิ่งจิ่ว ก่อนเอ่ยว่า “ข้าทำแผลให้เจ้าก่อนก็แล้วกัน!”
เฟิ่งจิ่วไม่ได้พูดอะไร เซวียนหยวนโม่เจ๋อกลับเป็นคนเอ่ยว่า “ไม่ต้อง ข้าทำเอง” เอ่ยจบ ก็พาเธอเข้าห้องไป
เห็นทั้งสองเดินเข้าห้องไป กวนสีหลิ่นจึงถามว่า “โม่เฉิน เจ้ารู้หรือไม่ว่าใครเล่นงานพวกเขา เหตุใดเสี่ยวจิ่วจึงบาดเจ็บถึงเพียงนี้” ด้วยวรยุทธ์ระดับจักรพรรดิเซียนของนาง นึกไม ม่ถึงว่าจะถูกคนทำร้ายเช่นนี้ หรือพลังของคนคนนั้นแข็งแกร่งกว่านางอีก
สายตาของทุกคนหันไปจับจ้องที่โม่เฉิน พวกเขาไม่ได้ไป จึงไม่รู้เรื่อง แต่โม่เฉินน่าจะรู้บ้างไม่มากก็น้อย
“ตอนที่ข้าไปถึงคนพวกนั้นก็ถูกโม่เจ๋อฆ่าแล้ว รู้แค่ว่าพลังของคนพวกนั้นแข็งแกร่งมาก หนึ่งในนั้นยังมีจักรพรรดิเซียนคนหนึ่งด้วย” เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยอย่างครุ่ นคิดว่า “ข้าเดาว่า คนพวกนี้อาจไม่ใช่คนบนแผ่นดินใหญ่แถบเหนือแม่น้ำ”
“ไม่ใช่คนของแผ่นดินใหญ่แถบเหนือแม่น้ำ?” ทุกคนชะงักงัน ถามด้วยความประหลาดใจว่า “หมายความว่าเช่นไร” นายท่านของพวกเขาไปมีเรื่องบาดหมางกับคนที่ไหนงั้นรึ หากไม่ใช่คนของแผ่นดินใ ใหญ่แถบเหนือแม่น้ำ แล้วมาจากที่ไหนกันเล่า
“แม้ว่าแผ่นดินใหญ่แถบเหนือแม่น้ำจะครอบครองเนื้อที่กว้างขวาง แต่มีจักรพรรดิเซียนกี่คนทุกคนล้วนรู้ ยิ่งไปกว่านั้น คนที่โจมตีพวกเขาคืนนี้นอกจากผู้ฝึกตนระดับปราชญ์เซียนสิบกว ว่าคน ยังมีจักรพรรดิเซียนคนหนึ่ง เห็นได้ว่ากองกำลังที่เล่นงานพวกเขาแข็งแกร่งมาก”
ได้ยินเช่นนี้ ทุกคนสูดหายใจ “ผู้ฝึกตนระดับปราชญ์เซียนสิบกว่าคน?”
แค่จักรพรรดิเซียนคนหนึ่งก็น่าเหลือเชื่อแล้ว แต่นี่กลับมีปราชญ์เซียนสิบกว่าคนอีกหรือ
ต้องรู้ว่า ปราชญ์เซียนไม่ใช่ผักกาดขาวนะ! บนแผ่นดินใหญ่แถบเหนือแม่น้ำแห่งนี้มีปราชญ์เซียนกี่คนก็แทบนับนิ้วได้เช่นกัน ไม่น่าเล่า ไม่น่าโม่เฉินถึงได้บอกว่าคนพวกนี้อาจ จไม่ใช่คนบนแผ่นดินใหญ่แถบเหนือแม่น้ำ นอกจากผู้แข็งแกร่งภายใต้อาณัติของนายท่านของพวกเขาแล้ว ตามหาไปทั่วทั้งแผ่นดินใหญ่แถบเหนือแม่น้ำแห่งนี้ เดาว่าคงมีปราชญ์เซียนเพียงส สิบกว่าคนเท่านั้น
………………………………….
ตอนที่ 2542 ที่แท้
เหลิ่งหวาฟังที่โม่เฉินวิเคราะห์ พลางใส่ยาให้อสูรกลืนเมฆาไปด้วย เขาชะงักงันเล็กน้อย ถามว่า “ในเมื่อไม่ใช่คนบนแผ่นดินใหญ่แถบเหนือแม่น้ำ อย่างนั้นจะเป็นใครได้เล่า หรือจะเป ป็นแผ่นดินนอกมหาสมุทร แต่นายท่านไม่เคยไปที่นั่น จะมีความแค้นกับคนพวกนั้น และทำให้พวกเขาอยากสังหารนางได้อย่างไรกัน”
กวนสีหลิ่นครุ่นคิด อดหันสายตาไปจับจ้องเสี่ยวห้าวเอ๋อร์ที่อยู่ในเปลไม่ได้ เขาลังเลเล็กน้อย “เสี่ยวจิ่วเคยบอกว่าชาติกำเนิดของเสี่ยวห้าวเอ๋อร์ลึกลับซับซ้อน หรือว่าคนพวกน นั้นมาเพราะเสี่ยวห้าวเอ๋อร์”
ครั้นเอ่ยประโยคนี้ออกไป ทุกคนเงียบงัน ก็จริง ตามหลักแล้ว หลังจากที่เฟิ่งจิ่วมาที่แผ่นดินใหญ่แถบเหนือแม่น้ำ นางก็สร้างอำนาจอยู่ที่นี่ตลอด ไม่ได้ไปสร้างความแค้นกับคนในพื นที่อื่น แล้วจะทำให้คนอื่นเคลื่อนกองกำลังที่มีปราชญ์เซียนสิบกว่าคน และจักรพรรดิเซียนหนึ่งคนเพื่อเอาชีวิตนางได้อย่างไร หรือว่าเป็นภัยจากเด็กที่นางเก็บมาเลี้ยงจริงๆ
โม่เฉินไม่พูดอะไร เพียงหันไปจ้องเด็กทารกที่อยู่ในเปล จะใช่อย่างที่พวกเขาคาดเดากันหรือไม่ ตอนนี้ยังไม่รู้ แต่เขาคิดว่าแม้พวกเขาจะไม่รู้ เฟิ่งจิ่วก็น่าจะรู้
ในห้อง เหลิ่งซวงยกน้ำสะอาดเข้าไป ก่อนจะถอยออกมาภายใต้คำสั่งของเซวียนหยวนโม่เจ๋อ
“ข้าช่วยเจ้าถอดเสื้อผ้าก่อน” เซวียนหยวนโม่เจ๋อเอ่ย มองดูสีแดงเข้มบนเสื้อสีแดงของเฟิ่งจิ่ว อดขมวดคิ้วไม่ได้ แต่สองมือกลับช่วยเธอถอดเสื้อตัวบนอย่างระมัดระวัง พยายามไม่ให ห้โดนบาดแผลบนตัวเธอให้มากที่สุด
เฟิ่งจิ่วรับคำ ถอดเสื้ออย่างให้ความร่วมมือ เหลือเพียงเสื้อชั้นในที่ปิดบังทิวทัศน์อันงดงามบนเรือนร่าง เพียงแต่ แม้ทิวทัศน์ตรงหน้าจะงดงามเพียงใด เซวียนหยวนโม่เจ๋อก็ไร้จิตใจจ จะเชยชม สายตาของเขาจับจ้องไปที่บาดแผลแต่ละรอยบนตัวของเธอ มองดูบางแผลที่เนื้อแผลปลิ้นออกมาข้างนอก เหมือนแผลจะลึกมาก ประกายเย็นยะเยือกพาดผ่านนัยน์ตาสีดำลึกล้ำ
คนที่เขาทนุถนอมยิ่งดวงใจ กลับถูกทำร้ายจนมีสภาพเช่นนี้ต่อหน้าต่อตาเขา คนพวกนั้น แม้ตายร้อยครั้งก็ยังไม่สาสม!
“เม็ดบัวเขียวที่อยู่ในตัวเจ้าสามารถรักษาอาการบาดเจ็บไม่ใช่หรือ ลองใช้พลังของเม็ดบัวเขียวรักษาบาดแผลบนตัวก่อน” เขาพยามยามควบคุมจิตสังหาร ก่อนจะเอ่ยกับเธอด้วยน้ำเสียง อ่อนโยน
เฟิ่งจิ่วที่กำลังครุ่นคิดอย่างเหม่อลอย ครั้นได้ยินเขาพูด จึงรับคำ “ได้”
เธอหลับตา ยกสองมือจรดที่จุดตันเถียน ขับเคลื่อนพลังของเม็ดบัวเขียว ใช้พลังการฟื้นฟูของเม็ดบัวเขียวรักษาบาดแผลบนตัว
ทว่า เมื่อเวลาผ่านไป หน้าผากของเธอมีเม็ดเหงื่อผุดซึม สีหน้าขาวซีดขึ้นเรื่อยๆ แต่บาดแผลบนตัวกลับยังเหมือนเดิม ไม่มีร่องรอยว่าจะหายแต่อย่างใด
เซวียนหยวนโม่เจ๋อที่อยู่ด้านหนึ่งสีหน้าหนักอึ้งจมดิ่ง เริ่มคาดเดาได้รางๆ
เวลานี้ เฟิ่งจิ่วลืมตา สลายพลังเม็ดบัวเขียวรอบกาย หลังจากผ่อนลมหายใจก็เงยหน้ามองเขา นัยน์ตาสุกใสสบกับนัยน์ตาดำขลับลึกล้ำของเขา “รักษาไม่ได้ พลังเม็ดบัวเขียวกับกลิ่นอา ายบนบาดแผลของข้าเหมือนแม่เหล็กขั้วเดียวกัน มันต่อต้านกันและกัน ไม่อาจรักษาได้”
ขณะเอ่ยประโยคนี้ หัวใจของเธอก็สงบลง การคาดเดาในตอนแรกได้รับการยืนยันแล้ว
“คนพวกนั้นมาเพราะเม็ดบัวเขียวก่อกำเนิดในตัวเจ้า”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม พลางหยิบยาออกมาทำความสะอาดแผลให้เธอ จากนั้นก็ใช้ยารักษาแผลจากมีดที่เธอทำขึ้นโดยเฉพาะ ก่อนจะหยิบผ้าขึ้นมาพันแผลที่โรยยาแ แล้วให้เรียบร้อย
นัยน์ตาของเฟิ่งจิ่วจมดิ่ง นัยน์ตาสุกใสคล้ายกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่…