เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 2543 ชายชราผู้นั้น / ตอนที่ 2544 ไม่กลับ
ตอนที่ 2543 ชายชราผู้นั้น
“เรื่องที่ในร่างของข้ามีเม็ดบัวเขียวก่อกำเนิด มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ และข้าเชื่อว่า ไม่กี่คนนี้จะไม่เอาเรื่องนี้ไปบอกกับคนนอกแน่นอน อีกอย่าง เห็นได้ชัดว่าคนพ พวกนี้ไม่ใช่คนบนแผ่นดินใหญ่เหนือแถบแม่น้ำ แต่กลับรู้เรื่องเม็ดบัวเขียวก่อกำเนิดในตัวข้า อย่างนั้น…”
ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของเธอ เพียงแต่เธอไม่อยากเชื่อการคาดเดาของตนเองนัก
เซวียนหยวนโม่เจ๋อมองเธอแวบหนึ่ง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเคร่งขรึม “หากไม่ใช่ไม่กี่คนที่รู้เป็นคนพูดออกไป อย่างนั้นก็เป็นได้มากว่ามีคนตกอยู่ในกำมือของคนพวกนั้น จากนั้นก็รู้เรื่องเม็ดบัวเขียวก่อกำเนิดจากคนผู้นั้น”
เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนถามว่า “นอกจากข้า ยังมีใครรู้เรื่องเม็ดบัวเขียวก่อกำเนิดในตัวเจ้าอีก”
“ตาเฒ่าฮุ่นหยวน แล้วก็จัวจวินเยวี่ย” เธอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่นัยน์ตาจะไหวระริก “ยังมีอีกหนึ่งคน ก็คือชายชรากวาดพื้นผู้ลึกลับที่เป็นคนมอบเม็ดบัวเขียวให้ในข้าตอ อนนั้น”
“ฮุ่นหยวนจื่อยอมสละชีวิตเพื่อปกป้องเจ้าโดยไม่ห่วงความปลอดภัยของตนเอง ตอนนี้ยังพักฟื้นอยู่ที่สำนักดาราจักร ย่อมไม่ใช่เขาอยู่แล้ว ส่วนจัวจวินเยวี่ย…” เขาหยุดพูดไปครู่หนึ ง ก่อนเงยหน้ามองเธอ
“จัวจวินเยวี่ยอยู่ในจวนเฟิ่งตลอดเวลา และข้าก็เชื่อเขาด้วย เขาไม่ใช่คนที่จะหักหลังใคร” เฟิ่งจิ่วอธิบายด้วยน้ำเสียงแช่มช้า เธอก้มหน้าเล็กน้อย ไล้นิ้วมือผ่านรอยฟันตรงจุดต ตันเถียนของเธอ
“คนพวกนั้นต้องการควักเม็ดบัวเขียวออกจากตัวข้า” ขณะเอ่ยประโยคนี้ กลีบปากของเธอหยักโค้ง ดวงตามีประกายเย็นเยียบพาดผ่าน
“ในเมื่อตอนนั้นตาเฒ่ามอบเม็ดบัวเขียวให้ข้า อย่างนั้นเขาก็ไม่น่าจะเอาเรื่องที่เม็ดบัวเขียวอยู่ในตัวข้าไปบอกคนพวกนั้น แม้ต้องตาย เขาก็จะไม่มีวันพูดอย่างแน่นอน”
นัยน์ตาลึกล้ำ สีหน้าเย็นชา “แต่ ในเมื่อคนพวกนั้นตามหาข้าเจอ หนำซ้ำยังรู้ว่าเม็ดบัวเขียวอยู่ในตัวข้า แสดงว่าจะต้องได้รู้มาอีกทีอย่างแน่นอน ฉะนั้นข้าเดาว่าชายชรากว วาดพื้นในตอนนั้น เกรงว่าจะตกอยู่ในเงื้อมมือของพวกเขาและตายไปแล้ว”
“วิชาสำรวจดวงวิญญาณ” เซวียนหยวนโม่เจ๋อเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบช้า มองเธอก่อนจะเอ่ยว่า “จะต้องใช้วิชาสำรวจดวงวิญญาณรู้เรื่องนี้มาอย่างแน่นอน”
ทั้งสองคาดเดาและตั้งข้อสงสัยอยู่ทางนี้ แต่กลับไม่รู้เลยว่าเรื่องราวเป็นอย่างที่พวกเขาคาดเดาจริงๆ ชายชรากวาดพื้นผู้ลึกลับในสวนดอกท้อตอนนั้น ได้ตกอยู่ในกำมือของคนพ พวกนั้น และถูกคนพวกนั้นใช้วิชาสำรวจดวงวิญญาณจนได้รู้เรื่องเม็ดบัวเขียวก่อกำเนิด กระทั่งตามหาเฟิ่งจิ่วเจอจริงๆ
“บาดแผลนี้แปลกมาก พลังของเม็ดบัวเขียวรักษาไม่ได้” สายตาของเฟิ่งจิ่วจับจ้องที่บาดแผลบนตัว ขมวดคิ้วเล็กน้อย “ดูท่าจะเตรียมการมาอย่างดี”
“ข้าจะให้คนของตำหนักยมราชไปสืบประวัติของคนพวกนี้” เซวียนหยวนโม่เจ๋อพูดขึ้น หันตัวเดินเข้าไปในห้องเสื้อผ้าด้านใน จากนั้นก็หยิบชุดกระโปรงตัวหนึ่งออกมาให้เธอ
“ใส่เสื้อผ้าก่อน”
“อืม” เธอรับคำ จากนั้นก็สวมใส่เสื้อผ้าโดยมีเขาคอยช่วย เพียงแต่เวลากระทบกระเทือนถูกบาดแผลก็เกิดรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมา
“เจ้าไปนอนบนเตียงเถอะ!” เซวียนหยวนโม่เจ๋อไม่ให้เธอออกไปอีก แต่ประคองเธอเข้าไปนอนในห้องข้างใน
“ท่านบอกพวกเขาทีว่าไม่ต้องเป็นห่วงข้ามาก”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อพยักหน้า จากนั้นก็เดินออกไปที่ห้องด้านนอก และเปิดประตู
พวกกวนสีหลิ่นที่รออยู่ในลานบ้านเห็นประตูเปิดออก รีบเดินเข้ามาถาม “เป็นอย่างไรบ้าง บาดแผลสาหัสมากหรือไม่”
เซวียนหยวนโม่เจ๋อเบี่ยงตัวให้พวกเขาเข้าไป “พันแผลเสร็จแล้ว ตอนนี้นอนพักอยู่ น่าจะไม่เป็นไรมาก ไม่จำเป็นต้องกังวล”
ครั้นได้ฟังเช่นนั้น ทุกคนต่างก็ถอนหายใจ ก่อนจะถามอีกว่า “ใครเป็นคนเล่นงานพวกเจ้า”
………………………………….
ตอนที่ 2544 ไม่กลับ
“ตอนนี้ยังไม่แน่ใจ” เซวียนหยวนโม่เจ๋อตอบ ก่อนจะสาวเท้าเดินเข้าไปด้วย
พวกกวนสีหลิ่นรีบสาวเดินเข้าไป พอมาถึงห้องด้านใน เห็นเฟิ่งจิ่วที่นอนอยู่บนเตียงสีหน้าซีดขาวเล็กน้อย จึงอดเป็นห่วงไม่ได้ “เสี่ยวจิ่ว บาดแผลสาหัสมากใช่หรือไม่ ทำไมเจ้าหน้า าซีดขนาดนี้”
“ไม่เป็นไร ล้วนเป็นบาดแผลภายนอกเล็กน้อย ข้าพักสักหน่อยก็หายแล้ว” เธอเผยรอยยิ้มปลอบประโลม ไม่ให้พวกเขาเป็นห่วงมาก
โม่เฉินก้าวเข้ามา เห็นสีหน้าของเธอไม่ค่อยดี จึงเดินมาข้างเตียง “ยื่นมือออกมา ข้าช่วยดูให้”
เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ “เจ้าลืมแล้วหรือว่าข้าก็เป็นหมอ ร่างกายของข้าข้ารู้ดี ไม่เป็นไรหรอก”
โม่เฉินได้ยินอย่างนั้นก็ไม่พูดอะไรอีก เพียงจ้องเธอด้วยแววตาลึกล้ำแวบหนึ่ง ก่อนละสายตาออกไป
“เมื่อกี้พวกเราคุยกันตอนอยู่ข้างนอก คิดว่าพวกคนที่จู่ๆ ก็โจมตีพวกเจ้าเป็นเพราะเสี่ยวห้าวเอ๋อร์หรือเปล่า” กวนสีหลิ่นพูดขึ้น พลางสังเกตสีหน้าของเฟิ่งจิ่วไปด้วย
เธอชะงักงันเล็กน้อย จากนั้นก็ส่ายหน้า ยิ้มเอ่ยว่า “ไม่ใช่ เป็นคนอื่น อีกอย่างเกรงว่าจะรับมือไม่ได้ง่ายๆ” ดูจากพลังของคนพวกนั้น ครั้งนี้เป็นเพียงแค่การหยั่งเชิง หากโจมต ตีจริง จะต้องรุนแรงกว่านี้อย่างแน่นอน
คนที่โจมตีเธอมักมีอยู่เสมอ เธอไม่กลัวความแข็งแกร่งของศัตรู แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็คือ ดันเกิดเรื่องนี้ขึ้นตอนที่เธอตั้งใจจะพาเฟิ่งเยี่ยกลับบ้าน เจอศัตรูตัวฉกาจเช่นนี้ เ เธออดกังวลใจไม่ได้เลยจริงๆ
เธอกังวลว่าจะทำให้ครอบครัวเดือดร้อนไปด้วย เรื่องอย่างนั้นเคยเกิดขึ้นมาครั้งหนึ่งแล้ว เธอไม่อยากให้เกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง
“แต่ว่าพวกเจ้าสองคนเหตุใดจึงไปอยู่ที่นั่นได้ ข้าได้ยินว่าที่นั่นอยู่ห่างจากที่นี่ระยะหนึ่งเลยทีเดียว อีกทั้งยังเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดด้วย ตามหลักแล้ว ด้วยพลังของเจ้ า กอปรกับโม่เจ๋ออยู่ข้างกายเจ้า เจ้าไม่ควรได้รับบาดเจ็บนี่นา!” กวนสีหลิ่นประหลาดใจ นี่เป็นเรื่องที่เขาไม่เข้าใจนัก
มีเซวียนหยวนโม่เจ๋อคอยปกป้อง บวกกับพลังของเธอ เหตุใดจึงถูกทำร้ายได้เล่า
เฟิ่งจิ่วยิ้มๆ “ได้ยินมาว่าที่นั่นดูพระอาทิตย์ตกสวยมากจึงไป เพียงแต่นึกไม่ถึงว่าคนที่ข้าสั่งให้อสูรกลืนเมฆาไปช่วยกลับเป็นพวกเดียวกับคนพวกนั้น ตั้งใจเข้าใกล้ข้า สองคนน นั้นฉวยโอกาสตอนที่ข้าไม่ทันตั้งตัวทำร้ายข้า ข้าจึงไม่ทันระวังตัว ทำให้จุดตันเถียนได้รับบาดเจ็บ”
เห็นเธอยังยิ้มออก กวนสีหลิ่นจึงขมวดคิ้ว “เจ็บขนาดนี้เจ้ายังจะยิ้มออกอีก เจ้านี่ก็จริงๆ เลย เหตุใดต้องไปช่วยคนพวกนั้นด้วย!”
“เกิดใจดีขึ้นมาชั่วขณะ คิดว่าแค่เรื่องง่ายๆ แต่นึกไม่ถึงว่าที่ช่วยกลับมาไม่ใช่แกะ กลับเป็นหมาป่า” เธอไม่ยี่หระ แม้จะเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้นอีกครั้ง เธอก็จะให้อสูรกลืนเมฆาไป ปดูอยู่ดี
เพราะอย่างไร หากผู้หญิงอ่อนแอเจอเรื่องอย่างนี้จริงๆ จุดจบจะเป็นเช่นไรไม่ต้องเดาก็รู้ แม้เธอจะเย็นชา แต่กลับไม่ได้เลือดเย็น อีกทั้งภายใต้เงื่อนไขที่มีพลังเพียงพอ ย่อมจะไม ม่เห็นคนตายแล้วไม่ช่วยอยู่แล้ว
เมื่อมีวรยุทธ์และฐานะตำแหน่งอย่างเธอ แล้วยังไม่ช่วยเมื่อเห็นคนกำลังจะตาย อย่างนั้นจะต่างอะไรกับผู้ฝึกวิชามารพวกนั้นที่ไม่เห็นค่าชีวิตคนอย่างไร
“พวกเจ้ากลับไปพักผ่อนเถอะ! ข้าเหนื่อยแล้ว อยากนอน” เธอเอ่ยเสียงเบาๆ บอกให้พวกเขาต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อนเสีย
เห็นหัวคิ้วเธอฉายแววเหนื่อยล้า พวกเขาจึงพยักหน้า กำชับเธอว่าต้องพักผ่อนรักษาแผลให้หายดี จากนั้นก็ออกไป ทว่าพวกกวนสีหลิ่นไปแล้ว โม่เฉินกลับยังคงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นไม่ ขยับ
เฟิ่งจิ่วมองเขาอย่าปงระหลาดใจเล็กน้อย “ยังมีเรื่องอะไรอีกหรือ”
โม่เฉินมองเธอ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ข้าเห็นอาการเจ้าไม่ค่อยสู้ดี เกรงว่าจะไม่ใช่บาดแผลธรรมดา”