เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 2815 วางแผน / ตอนที่ 2816 กำราบ
ตอนที่ 2815 วางแผน
“ชะ..ใช่หมู่บ้านที่อยู่ติดทะเล มีชาวบ้านอาศัยอยู่แค่สิบกว่าหลังหรือไม่” ชายรูปร่างผอมบางคนหนึ่งถามขึ้นอย่างลังเล
เหล่าไป๋พยักหน้า “ใช่แล้ว หมู่บ้านนั้นแหละ”
ชายตัวผอมได้ยินก็ถามขึ้นอย่างร้อนใจ “เจ้ารู้จักหมู่บ้านนั้นได้อย่างไร คน..คนในหมู่บ้านนั้นสบายดีหรือไม่”
“พวกเราเพิ่งผ่านมาทางนั้น!”
เหล่าไป๋ตอบขณะสะบัดหางไปมา “ข้ากับเจ้านายของข้าพักที่นั่นหนึ่งคืน พวกเรายังทำอาหารให้คนในหมู่บ้านกินมื้อใหญ่ด้วย ในหมู่บ้านมีแต่คนแก่กับเด็ก พวกเขาบอกว่าลูกชายและลูกสะ ะใภ้ของพวกเขาถูกจับมาหมดแล้ว พวกเจ้าเห็นบ้างหรือไม่”
ชายตัวผอมได้ฟังก็ดวงตาร้อนผ่าว ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสะอื้น “นั่นครอบครัวข้าเอง บ้านข้าอยู่ที่นั่น คนหนุ่มสาวของหมู่บ้านเราถูกจับมาหมดแล้ว พวกเราไม่ได้กลับบ้านทั้งยังไม่ได้ เจอพ่อแม่และลูกๆ ของเรามาปีกว่าแล้ว พวกเขายังสบายดีหรือไม่”
เหล่าไป๋ครุ่นคิด ก่อนตอบว่า “ไม่ค่อยดี พวกเขาไม่ค่อยมีอาหารกิน มีแค่ผักป่ากับหัวไชเท้า พวกเขาผอมมาก เด็กก็ผอมมากเช่นกัน สภาพเหมือนขาดสารอาหาร”
ได้ฟังเหล่าไป๋เล่า เหล่าชายฉกรรจ์ที่ค่อยๆ ล้อมวงเข้ามาอดไม่ได้ที่จะร้องไห้ออกมา พวกเขานั่งยองๆ บนพื้น ยกสองมือขึ้นปิดหน้าร้องไห้
นั่นพ่อแม่ของพวกเขานะ! นั่นลูกๆ ของพวกเขา! พวกเขาไม่ได้อยู่ข้างๆ คนแก่และเด็กๆ มีแค่คนแก่และเด็กอยู่กันตามลำพัง แล้วจะให้มีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างไร?
เห็นชายฉกรรจ์แต่ละคนนั่งลงร้องไห้ เหล่าไป๋รู้สึกอิหลักอิเหลื่อ หากมันไม่เล่าเรื่องพวกนั้นให้คนเหล่านี้ฟัง พวกเขาก็จะไม่ร้องไห้ใช่หรือไม่? มันกระทืบเท้าและสะบัดหางอย่างร้อนใจ “ “พวกเจ้าอย่าร้องไห้เลย ที่จริงพวกเขาสบายดีมาก ตอนที่พวกเราจากมาได้ทิ้งอาหารไว้ให้พวกเขาจำนวนมาก ตอนนี้พวกเขามีอาหารกินคงไม่หิวแล้ว”
ครั้นได้ฟัง หลายคนก็ล้อมวงเข้ามาถามเหล่าไป๋ต่อ พวกเขาอยากรู้ข่าวคราวเกี่ยวกับครอบครัวของพวกเขาให้มากขึ้นอีกหน่อย
ในเวลาเดียวกันนี้เอง เจ้าเมืองพาเฟิ่งจิ่วมาถึงห้องโถงด้านข้าง ก่อนจะสั่งให้คนเตรียมอาหารและสุรามาหนึ่งกา เขามองเฟิ่งจิ่ว จากนั้นก็ยิ้มพลางถามว่า “ไม่ทราบว่าภูตหมอเดินทางมา าจากที่ใด และจะไปที่ใดอย่างนั้นหรือ”
“ข้าผ่านทางมา จึงอยากจะขอเข้ามาพักเท้าสักหน่อย” เฟิ่งจิ่วตอบ ก่อนจะเงียบไปเล็กน้อย นางหันไปมองเขา “แต่นึกไม่ถึงว่าเพิ่งจะเข้าเมืองมาก็ถูกผู้ฝึกตนเหล่านั้นขวางทางเสียแล้ว จ จากนั้นก็ถูกเจ้าเมืองเชิญมาที่นี่”
เจ้าเมืองยิ้มแห้งๆ “ภูตหมอวางใจ มาถึงที่จวนของข้าท่านสามารถพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ อยู่ในจวนข้ารับรองเรื่องความปลอดภัยแน่นอน ไม่มีใครกล้าทำอะไรท่าน”
เฟิ่งจิ่วยิ้มอย่างมีนัยแฝง เข้ามาในรังหมาป่าแล้วยังจะปลอดภัยได้อีกหรือ?
“ภูตหมอ มา ดื่มสุรา สุรานี้เป็นของสะสมที่ข้าเก็บไว้นานหลายปีแล้ว” เขารินสุราให้เฟิ่งจิ่วด้วยตนเอง ก่อนจะรินให้ตนเองด้วย จากนั้นก็เอ่ยว่า “ข้าขอดื่มให้ภูตหมอก่อน”
เฟิ่งจิ่วเห็นเขายกสุราดื่มหมดแก้วในคราวเดียว จึงยกถ้วยสุราตรงหน้าขึ้น เพียงแต่พอนางยกถ้วยสุรามาแตะริมฝีปาก กลับต้องยักคิ้วเล็กน้อย ความตั้งใจแรกที่คิดว่าจะดื่มกลับต้อง งเป็นอันล้มเลิกไปเสียก่อน
เจ้าเมืองที่คอยสังเกตนางอยู่ตลอด เมื่อเห็นนางวางถ้วยสุราลงจึงถามว่า “ภูตหมอ เป็นอะไรไปหรือ หรือว่าสุรานี้ไม่ถูกปาก”
เฟิ่งจิ่วหยักยิ้มมุมปาก ก่อนเอ่ยอย่างทีเล่นทีจริงว่า “สุราที่ใส่ยาสลายวิญญาณลงไป ไม่ถูกปากข้าจริงๆ นั่นล่ะ”
ครั้นเอ่ยประโยคนี้ออกไป เจ้าเมืองหน้าเปลี่ยนสีเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มอย่างประดักประเดิด “ภูตหมอพูดอะไรกัน ยาสลายวิญญาณอะไรกัน นั่นคือสิ่งใดหรือ”
………………………………….
ตอนที่ 2816 กำราบ
ครั้นเห็นหญิงงามตรงหน้าหมุนถ้วยสุราในมือเล่น สายตาของเจ้าเมืองพลันไหวระริก สีหน้าของเขาพลันเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม เขาตบโต๊ะเสียงดังปึงก่อนจะลุกขึ้นยืน
เขาจ้องหน้าเฟิ่งจิ่วก่อนจะตวาดเสียงเกรี้ยว “ภูตหมอไม่คิดจะไว้หน้าผู้แซ่ห่าวใช่หรือไม่ จึงไม่ยอมดื่มสุราและบอกว่าในสุรามียาสลายวิญญาณผสมอยู่”
เฟิ่งจิ่วเพียงยักคิ้ว ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย “ใช่แล้วจะทำไมหรือ เจ้าเมืองคิดจะลงไม้ลงมือกับข้าหรือไร”
“หึ! เข้ามาในที่ของข้าแล้ว ภูตหมอยังคิดว่าจะออกไปได้อีกหรือ” เขาแค่นเสียง หรี่ดวงตาอันเบาปัญญาลงพลางจ้องมองนาง
เฟิ่งจิ่วหัวเราะในลำคอ “เจ้าเมืองคิดว่าคำว่าภูตหมอเป็นชื่อที่มีไว้เรียกเฉยๆ อย่างนั้นหรือ รู้หรือไม่ว่าความหมายของชื่อนี้คืออะไร” นางลุกขึ้น นัยน์ตางามหรี่ลง ประกายเยือ อกเย็นพาดผ่าน “คิดจะหมายตาข้า เจ้ายังไม่มีคุณสมบัติถึงขั้นนั้น!”
สิ้นเสียงเอ่ย แรงกดดันอันทรงพลังแผ่ปกคลุมในทันใด แรงกดดันที่เหนือกว่ากดทับเขาลงมาดุจภูเขาไท่ซาน ทำให้เขาต้องคุกเข่าลงกับพื้นเสียงดัง
“โครม!”
เสียงเข่ากระแทกพื้นดังขึ้น พริบตาเดียวสีหน้าของเจ้าเมืองพลันซีดขาว เหงื่อไหลซึมจากหน้าผาก เขามองหญิงชุดแดงที่มีสีหน้าเย็นชาดุจหิมะตรงหน้า ดวงตาจะยังเหลือความคิดชั่วร้ายท ที่ไหนอยู่อีก มีเพียงความหวาดกลัวและลนลานฉายชัด
เข่าของเขากำลังสั่นเทา เมื่อครู่ที่เขาคุกเข่าลงไปอย่างกะทันหัน ทำให้หัวเข่าของเขารองรับแรงกระแทกทั้งหมดเอาไว้ เจ็บจนน้ำตาแทบไหลออกมา
แต่สิ่งที่ทำให้เขาอยากจะหมดสติไปเสียตอนนี้เลยก็คือ พลังและแรงกดดันของภูตหมอที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา เหตุใดจึงแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้? บัดซบ! ใต้หล้านี้มีผู้แข็งแกร่งคนใดที่ ตั้งใจซ่อนพลังของตนเองเอาไว้เช่นนี้กัน? มนุษย์ทุกคนล้วนแต่อยากจะอวดจุดเด่นและความแข็งแกร่งของตนเองให้คนอื่นเห็นกันทั้งสิ้น มีอย่างนางเสียที่ไหน ทั้งที่มีพลังแข็งแกร่งราวกั บฝืนกฏธรรมชาติอย่างนั้น แต่กลับจงใจซ่อนมันเอาไว้
“เจ้าเมือง เจ้าคุกเข่าทำไมรึ” เฟิ่งจิ่วเอ่ยอย่างไม่ยี่หระ แต่กลับทำให้เจ้าเมืองตกใจจนไม่กล้าเงยหน้า
“ทะ..ท่านช่างเป็นคมในฝัก ขะ..ข้ามีตาหามีแววไม่ ละ..ล่วงเกินท่านแล้ว ได้โปรดอภัยให้ข้าด้วย” เขาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ทั้งยังขาดๆ หายๆ สัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่กดทับบนตัวค คน แค่จะพูดสักคำก็ยังยากเย็น
“เจ้าว่า หากเมืองนี้เปลี่ยนเจ้าเมืองจะเป็นอย่างไรนะ” เฟิ่งจิ่วถาม
“ท่าน…”
“ข้าว่าในเมืองคงมีคนไม่น้อยอยากลากเจ้าลงจากตำแหน่ง ตระกูลใหญ่ในเมืองนี้ หากประคองสักตระกูลขึ้นมา เดาว่าคงทำได้ดีกว่าเจ้าแน่ เจ้าว่าใช่หรือไม่” เฟิ่งจิ่วยิ้มกว้างขณะถาม
เขาอ้าปาก แต่ก็พูดอะไรไม่ออกสักคำ ด้วยพลังของนาง หากฆ่าเขาแล้วประคองผู้นำตระกูลตระกูลหนึ่งขึ้นมาเป็นเจ้าเมือง เกรงว่าตระกูลนั้นคงมีแต่จะดีใจเหลือล้น…
นึกมาถึงตรงนี้เขาก็ร้อนรนขึ้นมา เอ่ยว่า “ท่าน…ภูตหมอ…ข้าเปลี่ยน ข้าจะเปลี่ยนตัวเองแน่นอน…”
“สายไปแล้ว” นางเอ่ยก่อนสะบัดแขนเสื้อหนึ่งที เจ้าเมืองที่คุกเข่าอยู่บนพื้นหมดสติล้มลงไปทันที
เฟิ่งจิ่วละสายตาออกไปอย่างเรียบเฉย ก่อนจะขานเรียก “ทหาร”
ทหารข้างนอกได้ยินก็เข้ามา ครั้นเห็นเจ้าเมืองล้มอยู่บนพื้น ก็อดหน้าเปลี่ยนสีไม่ได้ “ท่านเจ้าเมือง! ท่านเจ้าเมืองเป็นอะไรไป”
“เขาเมาจนหมดสติไปแล้ว พวกเจ้าประคองเขากลับไปพักเถอะ!” เฟิ่งจิ่วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เหลือบมองทหารคนนั้นแวบหนึ่ง ก่อนพูดขึ้นอีกว่า “เตรียมห้องรับแขกสะอาดๆ ให้ข้าห้องห หนึ่ง”