เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า - ตอนที่ 3128 ฝึกฝน / ตอนที่ 3129 จุดอ่อน
ตอนที่ 3128 ฝึกฝน
หลินเฉิงจิ่นหันไปมองมู่หลิง ก่อนยิ้มตอบว่า “ข้าก็อยู่ด้วยดีกว่า ข้ารู้ว่าเอ็นวิญญาณนิลพันปีอยู่ที่ใด ข้าไปด้วยประหยัดเวลากว่าพวกท่านไปตามหากันเองโดยไม่รู้อะไรเลย”
“อย่างนั้นข้าก็จะไปด้วย ข้า…” ปี้ข่ายจือพูดขึ้น ทว่ายังพูดไม่ทันจบก็ถูกตัดบทเสียก่อน
“ก็ได้! ให้พวกเจ้าสามคนติดตามข้า คนอื่นก็ช่างเถิด” เฟิ่งจิ่วมองพวกเขา “พวกเจ้าออกไปก่อนเถอะ! เกิดเหตุวุ่นวายขนาดนี้ในดินแดนลับ ข้าว่าหากคนข้างนอกรู้จะต้องส่งพวกผู้อาวุโสเ เข้ามาเป็นแน่ ก่อนที่จะมีอันตรายถึงชีวิต รีบไปจากที่นี่เสีย”
ทุกคนพอได้ยินเช่นนั้นก็มองหน้ากัน ก่อนจะพยักหน้า “ได้! อย่างนั้นพวกข้าจะไปพรุ่งนี้ก็แล้วกัน! วันนี้ก็ดึกแล้ว ผ่านไปอีกคืนแล้วค่อยกลับไปก็ไม่ต่างกัน”
“อืม จัดการศพด้วยก็แล้วกัน!” เฟิ่งจิ่วบอก นางชำเลืองมองศพที่อยู่ไม่ไกล
ด้วยเหตุนี้ ศิษย์สองคนจึงเข้าไปจัดการศพให้เรียบร้อย พวกเขากลับไปย่างเนื้อและผิงไฟอยู่ข้างกองไฟ เพียงแต่ เพราะรู้สถานะของเฟิ่งจิ่วแล้วจึงมักชำเลืองมองนางเป็นระยะ
สุดท้ายเฟิ่งจิ่วจึงกระโดดขึ้นไปนอนพักบนต้นไม้ ขณะที่อสูรกลืนเมฆาทั้งสองก็หดตัวให้เล็กลง นอนหมอบพลางหรี่ตาสังเกตสถานการณ์รอบๆ อยู่ใต้ต้นไม้
“เหตุใดไม่ให้ข้าตามไปด้วยเล่า? คำนวณดูแล้วนางก็เป็นบรรพจารย์ของตระกูลปี้เหมือนกันนี่!” ปี้ข่ายจือมองพวกมู่หลิงอย่างไม่เข้าใจ
พวกมู่หลิงยิ้มๆ ทว่าไม่ได้พูดอะไร ท่ามกลางพวกเขาสามคน สองในสามเป็นศิษย์คนโตของอาจารย์พวกเขา ย่อมไม่ต้องพูดถึงระดับวรยุทธ์ ส่วนหลินเฉิงจิ่นนั้นเป็นเพราะรู้ที่อยู่ของเอ็น วิญญาณนิลพันปี จึงไม่แปลกที่จะให้เขาตามไปด้วย
แน่นอนพวกเขารู้ว่า ท่ามกลางคนมากมายขนาดนี้ มีเพียงพวกเขาสามคนที่ได้ติดตามนาง คนอื่นคงรู้สึกไม่ยุติธรรมอยู่ในใจ แต่นั่นก็ช่วยไม่ได้
“ท่านพี่ ท่านอยู่ที่นี่จะต้องระวังทุกฝีก้าว ดูแลตนเองให้ดีด้วยเล่า” หลินอวี่ซือกำชับอย่างไม่วางใจ
หลินเฉิงจิ่นเอ่ยยิ้มๆ “วางใจเถอะ! ข้ารู้ดี ไม่ต้องเป็นห่วงข้า ข้าอยู่ที่นี่ปลอดภัยแน่นอน” ติดตามผู้แข็งแกร่งระดับเซียนสวรรค์ขั้นสูงสุด ซ้ำยังมีสัตว์เทวะขั้นสุดยอดและสัตว์เ เทวะระดับเจ็ดอีกสองตัวคอยคุ้มครอง แม้เจอสัตว์ร้ายที่แข็งแกร่งขนาดไหน พวกเขาก็จะปลอดภัยหายห่วงแน่นอน
มู่หลิงกับเผยจื่อเซวียนกำชับเหล่าศิษย์น้องของตนเองไม่ให้พวกเขาพูดเรื่องเฟิ่งจิ่ว ทุกคนรับรู้ตรงกัน และรับปากว่าจะไม่พูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นข้างในนี้
ค่ำคืนนี้ เพราะรู้ว่ามีสัตว์เทวะแข็งแกร่งสองตัวคอยคุ้มครอง ทั้งยังมีเฟิ่งจิ่วอยู่ พวกเขาจึงนอนหลับอย่างสบายใจ กระทั่งรุ่งเช้าของวันต่อมา แสงแดดสาดลงมาบนผืนป่า ส่องทะลุต้ นไม้ใบไม้อันอุดมสมบูรณ์เข้ามาอาบไล้ลงบนตัวพวกเขา พวกเขาจึงค่อยๆ ตื่นขึ้นมา
“ฟ้าสางแล้วหรือ?”
พวกเขาลุกขึ้นนั่ง ขยี้ตาเล็กน้อย ครั้นพอตั้งสติได้ก็เห็นว่าเฟิ่งจิ่วและพวกมู่หลิงกำลังเตรียมตัวออกเดินทาง ตอนนี้กำลังมองมาที่พวกเขา
เห็นดังนั้นพวกเขาก็ไม่พูดอะไรอีก เพียงลุกขึ้นคารวะคนทั้งสี่ ทิ้งท้ายไว้เพียงว่ารักษาตัวด้วย จากนั้นก็บีบป้ายหยกเคลื่อนย้ายที่แต่ละคนพกติดตัวไว้ให้แตก ออกจากดินแดนลับแห่ งนี้ไป
เมื่อพวกเขากลับออกไปแล้ว เฟิ่งจิ่วก็หันไปมองสามคนที่ยืนอยู่ข้างๆ “ตามข้ามา! หากไม่ถึงที่สุด พวกมันจะไม่กลับไปอยู่ในร่างจริง และไม่ปลดปล่อยแรงกดดันออกไป ฉะนั้น หลังจากนี้พว วกเจ้าต้องตั้งสติให้มั่น”
“ขอรับ!” ทั้งสามรับคำ รีบตั้งสติขึ้นมา เพราะรู้ว่านางต้องการถือโอกาสฝึกฝนพวกเขาไปในตัว พวกเขาทั้งรู้สึกประหม่าและรู้สึกคาดหวังไปด้วยในเวลาเดียวกัน
………………………………….
ตอนที่ 3129 จุดอ่อน
ภายใต้แสงแดดยามอรุณ เงาร่างทั้งสี่ใช้ปลายเท้าแตะพื้นพาร่างโฉบไหวแหวกฝ่าป่าไพร นกและแมลงที่ตื่นเช้าพากันส่งเสียงร้องท่ามกลางแมกไม้ พวกเขาเคลื่อนไหวเร็วมาก โดยเฉพาะเมื่อเฟิ่ งจิ่วนำทางอยู่ด้านหน้า สามคนข้างหลังยิ่งไม่กล้าชักช้า เพราะหากช้าเมื่อใด เพียงพริบตาเดียวเงาร่างของนางอาจหายวับไปในป่าลึกผืนนี้
พวกเขาไม่ได้พักเลยทั้งช่วงเช้า หลังจากไล่ตามเฟิ่งจิ่วไม่ห่างมาพักใหญ่ พวกเขาก็เริ่มหอบหายใจ เหงื่อไหลเต็มแผ่นหลัง เรี่ยวแรงเริ่มถดถอย ในตอนนี้เอง เงาร่างที่นำหน้าอยู่ก็หย ยุดลงในที่สุด
“พักสักหน่อยก็แล้วกัน!” เฟิ่วจิ่วพูดขึ้น ก่อนจะกระโดดขึ้นไปพักผ่อนบนต้นไม้
สามคนข้างหลังเดินหอบตามมาจนถึงใต้ต้นไม้ พวกเขาเงยหน้ามองนางเล็กน้อย ยกมือค้ำต้นไม้พลางยืนหอบอยู่อย่างนั้นครู่หนึ่ง หลังจากหายเหนื่อยเล็กน้อย จึงค่อยนั่งลงบนพื้น เอาน้ำออก กมาดื่ม
ผลไม้สามลูกถูกขว้างลงมาในอ้อมแขนพวกเขา ทั้งสามรับไว้ กล่าวขอบคุณและลงมือกิน
เฟิ่งจิ่วที่อยู่บนต้นไม้นั่งพิงลำต้นพลางหลับตาทำสมาธิ ทว่าครั้นนางปล่อยดวงจิตออกไป ก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือดังมารางๆ แม้เสียงนั้นจะเบามาก แต่พอได้ยิน นางก็ลืมตามอ องไปยังทิศทางหนึ่งทันที
ทั้งสามที่อยู่ใต้ต้นไม้เห็นดังนั้นก็ลุกขึ้นยืน “มีอะไรหรือ?”
“เยื้องไปข้างหน้าด้านขวา พวกเจ้ารีบไปช่วย” เฟิ่งจิ่วสั่ง
ทั้งสามชะงักเล็กน้อย ก่อนจะรีบพุ่งตัวไปตามทิศที่นางบอก หลังจากโฉบร่างออกมาไกลราวหนึ่งร้อยห้าสิบจั้ง พวกเขาก็เห็นศิษย์หลายคนกำลังถูกสัตว์ร้ายไล่โจมตี สภาพของลูกศิษย์เหล่า านั้นทั้งบาดเจ็บและเหนื่อยล้า เลือดเต็มตัว แทบจะแยกสีเสื้อผ้าเดิมของพวกเขาไม่ออกแล้ว
“ศิษย์พี่ช่วยด้วย!”
คนพวกนั้นเห็นพวกเขาสามคนก็รีบร้องขอความช่วยเหลือ วิ่งมาทางพวกเขาด้วยฝีเท้าสะเปะสะปะ พอเห็นสัตว์ร้ายที่ไล่ตามมาข้างหลังกำลังอ้าปากไล่งับมาทางพวกเขา ทั้งสามก็ไม่รีรออีก รี บพุ่งตัวเข้าไปช่วยทันที
“ชิ้ง!”
พลังกระบี่สามสายพุ่งออกไป ไอกระบี่อันดุดันฟันสัตว์ร้ายตัวนั้นจนบาดเจ็บ เลือดไหลอาบปากแผล ทำให้สัตว์ร้ายตัวนั้นเปลี่ยนเป้าโจมตีมาทางทั้งสามแทน
“กรร!”
เสียงสะท้านแก้วหูดังก้อง กรงเล็บอันแหลมคมตะปบมาทางหลินเฉิงจิ่นด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้า หลินเฉิงจิ่นรีบพลิกกระบี่ในมือ ฟันกรงเล็บที่พุ่งเข้ามาของสัตว์ร้ายตัวนั้นจนขาดสะบั น
“โฮก!”
กรงเล็บข้างนั้นถูกฟันขาด เลือดไหลอาบ สัตว์ร้ายตัวนั้นคำรามอย่างเจ็บปวดแสนสาหัส รีบถอยหลังไม่กล้าเข้าใกล้อีก ขณะที่สัตว์ร้ายตัวอื่นกำลังแยกเขี้ยวกางกรงเล็บ หนึ่งในนั้นแหง งนหน้าคำรามขึ้นฟ้า พริบตาต่อมา สัตว์ร้ายเหล่านั้นพลันพุ่งเข้ามาพร้อมแววตาโหดเหี้ยมกระหายเลือด อ้าปากงับมาทางพวกเขาทั้งสาม
ศิษย์เหล่านั้นตกใจหน้าซีด พวกเขาอยากเข้ามาช่วย แต่กลับถอยหลังอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ พวกเขาถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง
พวกเขาไม่รู้เลยว่าบนต้นไม้ที่อยู่เหนือหัวพวกเขานั้น เฟิ่งจิ่วกำลังมองการต่อสู้ที่อยู่เบื้องหน้า สัตว์ร้ายพวกนั้นกำลังต่อสู้กับพวกมู่หลิง
สัตว์ร้ายฝูงนั้นมีพลังต่อสู้ที่ไม่ต่ำเลย ยามเผชิญหน้ากับอันตรายถึงชีวิต ทั้งสามไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย พวกเขาสู้อย่างสุดชีวิต และเพราะเหตุนี้ จิตนักรบจึงพวยพุ่งอยู่รอบกาย แม้แ แต่อากาศรอบข้างก็ราวกับหยุดนิ่งตามไปด้วย
“ต้องหาจุดอ่อนของพวกมันให้เจอ ถึงจะฆ่าพวกมันในคราวเดียวได้” เสียงเฉื่อยๆ ของเฟิ่งจิ่วดังมาจากต้นไม้ใหญ่ ลูกศิษย์ที่อยู่ใต้ต้นไม้ต่างก็ตื่นตกใจ เงยหน้าขึ้นมองตามสัญชาตญาณ
………………………………….