เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 2062 : เปิดเผยตัวตน
ตอนที่ 2062 : เปิดเผยตัวตน
“ข้าพูดความจริงไม่ได้โกหกเลยแม้แต่น้อย ถ้าเจ้าไม่เชื่อ ข้าสาบานกับโลกนี้เลยก็ได้ หกาข้าโกหก ข้ายอมให้วิญญาณถูกทำลาย” ราชาเทพช่วงปลายสาบานออกมาด้วยสีหน้ากังวลแล้วพูดขึ้นต่อ “ทุกคน รีบไปที่สวนเร็วเข้า เราไม่อาจจะเสียเวลาได้ ถ้าพวกนั้นหนีไปได้ มันคงเป็นไปไม่ได้ที่จะตามล่าหาพวกนั้นเจอ พวกเจ้าจะยอมปล่อยคนที่ได้สมบัติสวรรค์ไปกว่า 1 ใน 4 ไปง่าย ๆ รึไง ? ”
หลังจากที่ราชาเทพคนนั้นสาบานออกมา มันก็มีคนจำนวนหนึ่งที่เชื่อในคำพูดของเขา ราชาเทพคนหนึ่งตะโกนออกมาในหมู่ผู้คนที่รายล้อมค่ายกลอยู่ “มันไม่สำคัญว่าเขาจะโกหกรึไม่ สวนก็อยู่ไม่ห่างจากที่นี่นัก มันคงไม่เสียหายถ้าไปตรวจสอบ และหากมันเป็นความจริง เราคงปล่อยพวกนั้นหนีไปไม่ได้”
“ไปกันเถอะ ไปตรวจสอบที่สวนกัน …”
ราชาเทพหลายคนออกจากที่นี่นั่นไปและรีบมุ่งหน้าไปยังสวน
เป็นธรรมดาที่พวกนี้จะเคลื่อนที่กันได้อย่างรวดเร็วเพราะเป็นราชาเทพ พวกนั้นเดินทางได้หลายแสนกิโลเมตรในเวลาไม่นานก่อนจะปรากฏตัวขึ้นที่สวน
แต่ตอนที่เห็นสภาพสวนแล้ว ทุกคนต่างก็สีหน้าเปลี่ยนไป มันเป็นความจริงที่สมบัติสวรรค์กว่า 1 ใน 4 ถูกขุดออกไป
ทันใดนั้นพวกนี้ก็รีบกระจายข่าวไปยังกลุ่มราชาเทพพวกอื่น ๆ สักพักข่าวที่ว่ามีคนเก็บสมบัติสวรรค์ไปกว่า 1 ใน 4 ของสวนก็กระจายมาถึงบ้านพักของขั้นบรรพกาลจนทำให้ราชาเทพด้านนอกบ้านนั้นรีบมุ่งหน้าไปที่สวนทันที
“บัดซบ พวกนั้นเป็นใครกัน ? พวกนั้นเก็บสมบัติสวรรค์ไปมากมายในเวลาอันสั้นแบบนี้ได้ยังไง ? เราสามพี่น้องอยู่ที่นี่มานานแต่กลับไม่อาจทำลายค่ายกลลงได้ ทั้ง ๆ ที่ใช้ทุกอย่างที่เรามีแต่พวกนี้กลับเก็บสมบัติสวรรค์ไปกว่า 1 ใน 4….”
“ก่อนที่บ้านของนักสู้อนันต์บรรพกาลจะปรากฏขึ้นมา มันไม่มีวี่แววว่าสมบัติสวรรค์จะถูกเก็บไป เมื่อเรากลับมาที่นี่มันกลับหายไปมากมายแล้ว น่าเหลือเชื่อจริง ๆ…”
“เจ้ารู้รึไม่ว่านี่มันหมายความว่ายังไง ? “ มันหมายความว่าพวกเขาทำลายค่ายกลเป็นร้อย ๆ อันได้ในเวลาแค่เดือนเดียว โคดีที่เรามาที่นี่กันเร็ว ไม่งั้นที่นี่คงว่างเปล่าไปหมดและเราคงไม่รู้ข้อมูลอะไรเลย”
“เราไม่อาจจะปล่อยพวกนี้ไปพร้อมกับสมบัติสวรรค์มากมายเช่นนี้ได้ สมบัติสวรรค์พวกนี้ควรเป็นของทุกคน ทุกคนควรจะได้ส่วนแบ่งจากมัน…”
“ถูกต้อง เราไม่อาจจะปล่อยพวกนี้ออกจากพระราชวังศักดิ์สิทธิ์เนปจูนได้…”
เกิดเสียงฮือฮาขึ้นมาในสวน ราชาเทพหลายคนกัดฟันแน่นและพูดขึ้นมาเมื่อเห็นว่าสวนกว่า 1 ใน 4 ว่างเปล่าไป ทุกคนต่างก็พากันอิจฉา
“ใจเย็น ๆ ก่อนทุกคน ให้ข้าใช้ทักษะลับและย้อนเวลาเพื่อที่จะได้ดูว่าพวกเขาเอาสมบัติสวรรค์ไปได้ยังไง” ชายแก่ชุดขาวก้าวออกมา ภายใต้สายตาเร่งรัดของราชาเทพทุกคน เขาได้มุ่งหน้าไปที่ใจกลางสวนและใช้ทักษะลับเพื่อย้อนเวลาที่นั่น
ชัดแล้วว่านี่เป็นความสามารถที่แข็งแกร่ง หลังจากที่ใช้มันแล้ว มิติที่นั่นจะดูพร่าวมัวพร้อมกับเวลาและมิติที่บิดเบือนก่อนจะกลายเป็นภาพขึ้นมา
แต่ตอนที่มิติปั่นป่วนที่นั่นชัดเจนขึ้นมา มันก็ได้เผยให้เห็นภาพของพวกเจี้ยนเฉินกับราชาเทพทั้งห้าจากนิกายเมฆขาวที่ร่วมมือกัน ทั้งเก้าคนได้เปิดเผยหน้าตาออกมาอย่างชัดเจนต่อหน้าราชาเทพทุกคนผ่านทักษะลับนี้
“เป็นเขาจริง ๆ ด้วย ข้าเคยเห็นเขามาก่อน เขาชื่อเจี้ยนเฉิน เขาเอาชนะโม่เฉิงที่อยู่อันดับหนึ่งของป้ายทำเนียบขั้นเหนือเทพได้ตอนที่เขายังเป็นขั้นเหนือเทพอยู่ ข้าไม่คิดว่าเขาจะขึ้นเป็นราชาเทพแล้ว…”
“มันเป็นเจี้ยนเฉินจริง ๆ ข้าเคยเห็นเขาสู้กับโม่เฉิง มันมีราชาเทพหลายคนที่ต้องตายไปด้วยฝีมือเขา เขานั้นแข็งแกร่งจริง ๆ…”
…
ราชาเทพหลายคนจำเจี้ยนเฉินได้ทันทีที่เห็นและพวกเขาต่างก็พากันตะโกนกันออกมา พวกเขาต่างก็แปลกใจ พวกเขาไม่คิดมาก่อนว่าคนที่เก็บเอาสมบัติสวรรค์ไปนั้นจะเป็นเจี้ยนเฉิน
“ทุกคนดูนั่น สมบัติที่ใช้ทำลายค่ายกลอยู่ในมือของเจี้ยนเฉิน มันเป็นสมบัติแบบไหนกัน ? ค่ายกลรอบสมบัติสวรรค์นี้แข็งแกร่ง แต่พลังงานที่มันมีกลับหายไปหลังจากที่ถูกหอคอยนี้ฟาดเอา “
หอคอยอนัตตาในมือของเจี้ยนเฉินกลายเป็นจุดสนใจของทุกคน แต่ภาพจากทักษะลับนี้ไม่อาจจะแสดงภาพของหอคอยอนัตตาออกมาได้ แม้ว่าจะแสดงหน้าตาของทั้งเก้าคนออกมาอย่างชัดเจนก็ตาม ผลก็คือทุกคนเห็นแค่แสงสีทองที่พร่ามัวไม่อาจจะเห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงของหอคอยได้
ตอนนั้นภาพก็แตกออกราวกับเศษแก้ว ชายแก่ที่ใช้ทักษะนี้หน้าซีดและหอบหายใจอย่างรุนแรง เขายืนตัวสั่นและพูดขึ้นมาอย่างอ่อนแรง “สมบัตินี่โดดเด่น ตอนที่ข้าใช้ทักษะลับ ไม่ใช่แค่ดึงภาพของพวกนี้มาได้อย่างชัดเจน แต่ดึงภาพของสมบัตินี่กลับมาได้เล็กน้อย แต่พลังนั่นมันเข้าพัวพันกับทักษะลับของข้าจนทำให้ข้าได้รับผลกระทบ” ก่อนที่เขาจะพูดจบ ชายชราก็กระอักเลือดออกมา ชัดเจนแล้วว่าเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส
“มันเป็นสมบัติแบบไหนกัน ? มันช่างทรงพลังจริง ๆ ! “ – ราชาเทพทุกคนต่างก็พากันตะลึง ความคิดแปลก ๆ โผล่มาในหัวพวกเขา แต่จากนั้นไม่นานพวกเขาต่างก็สลด พวกเขาบอกกันว่าต้องตามหาเจี้ยนเฉินและรีบออกจากสวนไป หลายคนได้ใช้ทักษะลับของตนเพื่อจะแกะรอยเจี้ยนเฉินด้วยวิธีการต่าง ๆ
ในเวลาเดียวกันผู้หญิงคนหนึ่งอายุประมาณ 20 ปียังคงซ่อนอยู่ในบ้านของขั้นบรรพกาลห่างออกไปหลายแสนกิโลเมตรจากสวน นางแอบมองผ่านค่ายกลด้วยดวงตาคู่งามของนางเพื่อตรวจสอบโดยรอบ
นางเป็นขั้นเหนือเทพที่ราชาเทพทุกคนพูดถึง นางคือคนที่ได้รับมรดกของขั้นบรรพกาลมา
อันที่จริงนางได้รับมรดกทั้งหมดในตอนที่อยู่ในบ้านนี้ วิธีการบ่มเพาะ, ทักษะต่อสู้และความเข้าใจกฎของโลกและความรู้ต่าง ๆ จากขั้นบรรพกาลนั้นได้เข้ามาในหัวของนางมาหลายวันแล้ว มันฝังลึกเข้าไปในวิญญาณของนาง ในเวลาเดียวกันนางก็ได้ทะลวงผ่านการบ่มเพาะของตนเองและได้ขึ้นเป็นราชาเทพ
แต่มันมีราชาเทพมากมายหลายคนรออยู่ด้านนอก ดังนั้นนางจึงไม่กล้าออกมาหลังจากที่ได้รับมรดกพวกนี้ไป
“ เสี่ยวม่านยังอยู่ด้านนอก ข้าหวังว่าคงจะไม่เกิดอะไรขึ้นกับนาง” นางมองออกไปภายนอกด้วยสายตากังวล แม้ว่าราชาเทพส่วนมากจะจากไปแล้วเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นที่สวนสมุนไพรศักดิ์สิทธิ์ แต่มันก็ยังมีราชาเทพกว่า 30 คนล้อมที่นี่เอาไว้โดยยังมีราชาเทพช่วงปลายอยู่หลายคน
แม้ว่านางจะได้รับมรดกของขั้นบรรพกาลมา แต่นางก็ยังไม่มั่นใจว่าจะหนีจากราชาเทพเหล่านี้ได้
ยังไงวะนางก็เพิ่งได้รับมรดกพวกนี้มา เมื่อรวมกับความจริงที่ว่านางเป็นห่วงเสี่ยวม่านที่อยู่ด้านนอก นางจึงไม่อาจจะใจเย็นได้และทำความเข้าใจรายละเอียดของมรดกพวกนี้
“น่าเสียดายที่ข้าใช้ของช่วยชีวิตที่นายท่านและฮูหยินของนายท่านทิ้งไว้ให้ระหว่างที่อยู่ในพระราชวังศักดิ์สิทธิ์เนปจูนไปแล้ว”
ทันใดนั้นสีหน้าของนางก็เปลี่ยนไป นางตรวจสอบโดยรอบและใจหล่นวูบลงทันที “ไม่นะ ข้าเก็บเอามรดกมาและทำให้พลังงานในบ้านนี้หายไปด้วย ค่ายกลด้านนอกกำลังอ่อนกำลังอย่างรวดเร็ว อีกไม่นานมันคงไร้ค่า”
หลังจากที่ลังเลได้ไม่นานนางก็กัดฟันแน่นและตัดสินใจ นางไม่ซ่อนตัวอีกต่อไป นางพุ่งออกมาจากบ้านให้เร็วที่สุดเท่าที่นางจะทำได้