เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 2067 : ดวงจันทร์เนปจูน (3)
ตอนที่ 2067 : ดวงจันทร์เนปจูน (3)
แต่จื่อหยุนกลับยิ้มออกมา สีหน้านางเต็มไปด้วยความขมขื่นและสิ้นหวัง เสี่ยวม่านจะหนีไปได้ยังไงด้วยความแข็งแกร่งที่นางมี ? นางถึงกับตายได้จากคลื่นพลังเพียงเล็กน้อยภายในพระราชวังศักดิ์สิทธิ์เนปจูน ยิ่งกว่านั้นนี่ก็เป็นชั้น 9 การจะออกไปนั้นนางต้องผ่านโลกภูเขาไฟที่ชั้น 8 ไป เสี่ยวม่านจะผ่านที่อันตรายแบบนั้นได้ยังไงเมื่อนางบินไม่ได้ ?
“อาจารย์ อาจารย์หญิง ศิษย์คนนี้ไม่รู้ว่าจะทำยังไงแล้ว ทำไมท่านถึงให้ข้าพาเสี่ยวม่านเข้ามาในพระราชวังศักดิ์สิทธิ์เนปจูนด้วย ? หากเสี่ยวม่านไม่ได้มาที่นี่ด้วย มันคงไม่เกิดอะไรขึ้น แต่ข้าพาเสี่ยวม่านมายังเส้นทางที่ไม่อาจจะย้อนกลับได้” จื่อหยุนคิดและนึกถึงคำสั่งของอาจารย์ทั้งสองก่อนที่พวกเขาจะสิ้นใจ
“ไม่ พี่จื่อหยุน อย่าพูดเช่นนั้น มันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับท่าน ไม่มีอะไรจะเกิดขึ้นกับท่านได้” เสี่ยวม่านประคองตัวจื่อหยุนเอาไว้แล้วพูดออกมาด้วยความเจ็บปวด
“ฮ่าฮ่า ข้ารู้ว่าเจ้าคงทนได้ไม่นานนัก เจ้าจบสิ้นแล้ว” ตอนนั้นมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากไกล ๆ ราชาเทพช่วงปลายหลายคนบินเข้ามาด้วยความเร็วแสงและมองมายังจื่อหยุนด้วยความตื่นเต้น
“ส่งทุกอย่างที่เจ้าได้มาจากบ้านนั้นมา ไม่งั้นตาย ! ” ราชาเทพช่วงปลายคนหนึ่งพูดขึ้นมาอย่างเย็นชา
“พวกคนชั่ว ข้าไม่ให้พวกเจ้าทำร้ายพี่จื่อหยุนหรอก ! พวกเจ้าไม่ได้มรดกนั่นไปเพราะพวกเจ้าไม่มีความสามารถพอ มันไม่ใช่ความผิดของพี่จื่อหยุน” เสี่ยวม่านมายืนอยู่ตรงหน้าจื่อหยุนพร้อมกับกางแขนออก นางกัดฟันแน่นพร้อมกับน้ำตามที่ไหลอาบออกมา นางมองไปยังเหล่าราชาเทพที่ไล่ตามพี่สาวนางมา สายตาของนางเต็มไปด้วยความแค้น
“เด็กน้อย เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้า ออกไปเล่นที่อื่นซะ” ราชาเทพคนหนึ่งมองไปที่เสี่ยวม่านราวกับว่านางเป็นแค่มดก่อนจะแผ่พลังของตัวเองไปเล็กน้อย ทันใดนั้นมันก็ทำให้เสี่ยวม่านบาดเจ็บสาหัสจนกระอักเลือดและกระเด็นออกไป
“เสี่ยวม่าน ! ” จื่อหยุนร้องอุทานออกมา นางไม่สนใจร่างกายที่อ่อนแอของตัวเอง นางรีบบินไปรับเสี่ยวม่าน ทันที
เสี่ยวม่านนอนอยู่ในอ้อมแขนของจื่อหยุนด้วยใบหน้าที่ซีดและกระอักเลือดออกมา ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความเจ็บปวด นางอ่อนแอเกินไป แค่เศษเสี้ยวพลังจากราชาเทพก็เป็นภัยร้ายแรงต่อตัวนาง
ใจของจื่อหยุนแทบจะขาดเมื่อเห็นสภาพของเสี่ยวม่าน นางรู้สึกขมขื่นและบอกกับเหล่าราชาเทพ “พวกเจ้าต้องการมรดกของขั้นบรรพกาลไม่ใช่หรือไง ? ข้าจะยกมันให้กับเจ้าแต่อย่าทำร้ายเสี่ยวม่าน ไม่งั้นข้าจะไม่ให้อะไรกับเจ้า แม้ว่าข้าจะต้องตายก็ตาม “
“มันคงดีหากเจ้าให้การร่วมมือ แต่คนข้างหลังจะตามมาในไม่ช้า ! เราต้องไปที่อื่น ทุกคน พวกเจ้าคิดว่ายังไง ? ” ราชาเทพแขนเดียวพูดขึ้นก่อนจะมองไปยังราชาเทพคนอื่น ๆ เขาเหมือนจะขอร้องพวกนี้ซึ่งชัดแล้วว่าพวกนี้ไม่ได้มาด้วยกัน
ตอนนั้นเลือดของเสี่ยวม่านเปียกชุ่มเสื้อผ้าของนาง เลือดไหลผ่านเสื้อผ้าจนลุ่ม ตอนที่เลือดไหลผ่านจี้หยกของนาง มันก็มีพลังลึกลับปรากฏขึ้นที่จี้หยก แต่คนที่นั่นไม่อาจจะรับรู้ได้ อันที่จริงแม้แต่ผู้ที่อยู่ขอบเขตตั้งต้นก็ยังยากที่จะรับรู้ถึงมันได้
พลังนี้อ่อนแรงอย่างมาก มันอ่อนซะจนขยายตัวไปได้แค่ 3 เมตร แต่ตอนที่พลังนี้ปรากฏขึ้นมา มันทำให้พื้นดินของพระราชวังศักดิ์สิทธิ์เนปจูนที่สงบนิ่งมาหลายปีกลับสั่นไหวอย่างรุนแรง ทั้งชั้น 9 สั่นไหวราวกับกำลังเกิดแผ่นดินไหวขึ้น
“เกิดอะไรขึ้นกัน……”
“การสั่นไหวที่รุนแรงแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของพระราชวังศักดิ์สิทธิ์เนปจูน…”
“ใช่การต่อสู้ระหว่างราชาเทพระดับสูงสุดหรือไม่…”
“เป็นไปไม่ได้ พระราชวังศักดิ์สิทธิ์เนปจูนนั้นคือวัตถุเทพที่น่าประทับใจ นี่ไม่ต้องนับราชาเทพเลย แม้แต่พวกขอบเขตตั้งต้นก็ไม่อาจะทำให้เกิดการสั่นไหวแบบนี้ได้ตอนที่สู้อยู่ที่นี่ ….”
….
ตอนนั้นเองสีหน้าของทุกคนที่ชั้น 9 ก็เปลี่ยนไป พวกเขามองไปรอบ ๆ ด้วยความกังวล ถ้ามันเป็นโลกภายนอก การสั่นไหวแบบนี้คงไม่ได้พิเศษอะไรแต่มันผิดปกติที่เกิดเรื่องแบบนี้ภายในพระราชวังศักดิ์สิทธิ์เนปจูน
แต่พวกเขาไม่รู้ว่าการสั่นไหวนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ชั้น 9 ตั้งแต่ชั้น 1-12 ต่างก็เกิดการสั่นไหวกันหมด มันไม่มีที่อื่นที่ยังสงบอยู่ได้นอกจากภูเขาเนปจูน
หลังจากนั้นสิ่งที่ทำให้ทุกคนตกตะลึงคือคนที่เข้ามาในพระราชวังศักดิ์สิทธิ์เนปจูน คือดวงอาทิตย์ที่อยู่บนท้องฟ้าซึ่งไม่ได้เปลี่ยนมาหลายร้านปีกลับเริ่มตกดิน มันเป็นอาทิตย์ตกดินที่หายากตั้งแต่ที่พระราชวังศักดิ์สิทธิ์เนปจูนถูกสร้างขึ้นมา
แต่อาทิตย์ตกดินนี้คงอยู่แค่ไม่กี่วินาทีก่อนที่ดวงอาทิตย์จะหายไปที่ปลายขอบฟ้า ทั้งโลกตกสู่ความมืดมิดและตอนนั้นเองก็มีดวงจันทร์เริ่มโผล่ขึ้นมาช้า ๆ ฉายแสงให้กับโลกใบนี้
“ นั่นดวงจันทร์เนปจูน มันคือดวงจันทร์เนปจูน ….”
“สวรรค์ ดวงจันทร์เนปจูนปรากฎขึ้นมาจริง ๆ มันหมายความว่ายังไง…”
“บันทึกโบราณบอกว่าดวงจันทร์เนปจูนไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อนตั้งแต่ที่ลัทธิเต๋าแห่งเนปจูนถูกทำลายไป แต่ตอนนี้มันกลับปรากฏขึ้นมา …”
….
ไม่มีใครในพระราชวังศักดิ์สิทธิ์เนปจูนที่ใจเย็นลงได้ พวกเขาต่างก็มองไปที่ดวงจันทร์ด้วยสีหน้าตกตะลึง
ในที่แห่งหนึ่งภายในพระราชวังศักดิ์สิทธิ์เนปจูน จิตวิญญาณโบราณอันหนึ่งเหมือจะตื่นขึ้นจากการหลับไหล ในเวลาเดียวกันมันก็แผ่พลังจิตออกมา – “เล..เลือดของนายท่าน มันคือสายเลือด…ของนายท่าน สายเลือดของนายท่านทำให้ข้าตื่นขึ้นมา ในที่สุดข้าก็รอจนถึงตอนที่ลูกหลานของนายท่านมาถึง ….”
“แต่ข้าอ่อนแอเกินไป ข้าจะหลับใหลอีกครั้งในไม่ช้า…ไม่ ลูกหลานของนายท่าน…ตกอยู่ในอันตราย ข้าต้องใช้จิตของข้า..ควบคุม…กฎ…เพื่อปกป้อง….ลูกหลานของนายท่าน…” จิตวิญญาณนี้พูดออกมาอ้ำอึ้ง มันอ่อนแออย่างมากและหลังจากนั้นมันก็เงียบไป
ในเวลาเดียวกัน พระราชวังศักดิ์สิทธิ์เนปจูนเหมือนจะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมา นอกจากไคยะและเฉินหลงที่อยู่ในภูเขาเนปจูนแล้ว ไม่มีใครอื่นที่รับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงได้เลยรวมไปถึงพวกที่อยู่ในบัลลังก์ราชาเทพด้วย
ยานอวกาศที่เป็นขององค์กรต่าง ๆ จอดอยู่ตามที่ราบต่าง ๆ พวกมันรอคอยคนของตัวเองที่เข้ามายังพระราชวังศักดิ์สิทธิ์เนปจูน และยานอวกาศพวกนี้ก็สามารถปกป้องคนของตัวเองได้
แต่ตอนนั้นเองมีหลายร่างปราฏขึ้นมาในอวกาศใกล้กับพระราชวังศักดิ์สิทธิ์เนปจูน ทุกคนต่างก็แผ่พลังที่น่ากลัวออกมาซึ่งทำให้มิติโดยรอบบิดเบี้ยว ทุกคนต่างก็แข็งแกร่งกันอย่างมาก
แต่สายตาของทุกคนตอนนี้เป็นประกาย พวกเขามจับจ้องไปยังพระราชวังศักดิ์สิทธิ์เนปจูนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“หลังจากที่หลับใหลไปกว่าสามล้านปี ในที่สุดจิตวิญญาณวัตถุของพระราชวังศักดิ์สิทธิ์เนปจูนก็ตื่นขึ้นมา…”
“เมื่อจิตวิญญาณวัตถุนี้ตื่นขึ้นมา พระราชวังศักดิ์สิทธิ์เนปจูนคงจะมีเจ้าของคนใหม่ ข้าต้องรายงานเรื่องนี้ทันที…”
“ดูเหมือนว่าในพระราชวังศักดิ์สิทธิ์เนปจูนจะวุ่นวายในไม่ช้า ครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งสุดท้ายที่พระราชวังศักดิ์สิทธิ์เนปจูนจะเปิด…”