เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 2675 : ภัย
ตอนที่ 2675 : ภัย
ปัง !
เสียงดังก้องขึ้นพร้อมกับร่างของหยานโม่ที่ตกลงบนพื้นอย่างแรงจนทำให้ฝุ่นกระจายขึ้นมา
คนโดยรอบต่างก็มองไปที่ศพของหยานโม่ พวกเขาต่างก็ตะลึง ทุกคนรู้สึกราวกับฝันไป พวกเขาไม่กล้าจะยอมรับความจริงในสิ่งที่เห็น
สี่พี่น้องลงมาจากฟ้าช้า ๆ พวกเขขามองไปที่ศพของหยานโม่ด้วยสายตาเย็นชาพร้อมใบหน้าที่แสดงความเคียดแค้น
เจี้ยนเฉินได้หายตัวไปในอีกฝั่ง เขาพุ่งผ่านถนนหลายเส้นโดยใช้กฎมิติแล้วปรากฏตัวใกล้ ๆ กับศพของหยานโม่ เขามองไปยังพี่น้องทั้งสี่คนและเผยรอยยิ้มอันหายากออกมา
ทั้งสี่คนได้เก็บแหวนมิติของหยานโม่ พวกเขาเหมือนจะรับรู้ได้ถึงบางอย่าง พวกเขารีบหันกลับไปมองด้านหลังทันที
ทันใดนั้นพวกเขาก็พบกับเจี้ยนเฉิน ใบหน้าและพลังอันคุ้นเคยนี้ทำให้พวกเขาต้องหรี่ตาลง
“เจี้ยนเฉิน ! ” พวกเขาพากันตะโกนกันออกมา พวกเขาต่างก็ยินดี น้ำเสียงของพวกเขาเต็มไปด้วยความดีใจและแปลกใจ
พวกเขาคงไม่คิดมาก่อนว่าจะได้เจอกับคนรู้จักจากด้านล่างในโลกเซียน
ย้อนกลับไปที่ทวีปเทียนหยวน สี่พี่น้องไม่ได้สนิทกับเจี้ยนเฉินเท่าไหร่นัก มันอาจจะเรียกได้ว่าพี่น้องร่วมสาบานไม่ได้ แต่พวกเขาก็ถือว่าเป็นสหายกับเจี้ยนเฉิน ในต่างแดนนี้ มิตรภาพนี้ยิ่งลำค่า ดังนั้นทั้งสี่คนจึงดีใจกันอย่างมาก
ไม่รู้ตัวเลยว่าความเกลียดที่พวกเขามีต่อหยานโม่ได้หายไปทันทีหลังจากที่พบกับเจี้ยนเฉิน
ตอนที่เจี้ยนเฉินต้องการจะพูดบางอย่างนั้น จู่ ๆ เขาก็ขมวดคิ้ว เขามองไปยังทางเข้าทวีปกำเนิดดาราบนอากาศด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป
“ยอดฝีมือบรรพกาลจำนวนหนึ่งมุ่งหน้ามาที่นี่ บางทีพวกนั้นอาจจะมาเพราะพวกเจ้า พวกเจ้าควรรีบหนีไปซะ” เจี้ยนเฉินพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
สี่พี่น้องเหมือนจะรับรู้ได้ถึงการมาของเหล่ายอดฝีมือบรรพกาล พวกเขาเองก็แสดงสีหน้าเคร่งเครียดออกมา พวกเขาจัดการกับยอดฝีมืออสงไขยอย่างหยานโม่ได้เพราะเจี้ยนเฉินอยู่ช่วย แต ต่ยอดฝีมือบรรพกาลนั้นไม่เหมือนกับยอดฝีมืออสงไขยชั้นสวรรค์ที่ 5 พวกเขาไม่มั่นใจกับการเผชิญหน้ากับยอดฝีมือบรรพกาล
ยิ่งกว่านั้นมันก็ยังมียอดฝีมือบรรพกาลมาที่นี่กันหลายคน
“ข้าได้ก่อตั้งตระกูลเทียนหยวนบนที่ราบเมฆาของที่ราบทั้ง 49 แห่งในโลกเซียน พวกเจ้าไปหาข้าได้ที่นั่นในอนาคต” เจี้ยนเฉินส่งข้อความหาทั้งสี่คน เขาไม่รู้ว่าเขาจะพบกับทั้งส สี่ในโลกจิตวิญญาณอีกหรือไม่หลังจากที่แยกจากกันที่นี่ ดังนั้นเขาจึงบอกวิธีติดต่อให้กับพวกนี้
ทั้งสี่คนพยักหน้า ตอนนี้เวลากระชั้นชิด พวกเขาไม่กล้าจะรีรอ พวกเขารีบกางค่ายกลและเตรียมที่จะหนีกันทันที
“ช้าก่อน...”
“ผู้เยาว์ อย่าเพิ่งไป…”
“ พวกเจ้า อย่าเพิ่งไป …”
…
ในเวลาเดียวกันก็มีเสียงร้องมากมายดังขึ้น ยอดฝีมือบรรพกาลหลายคนได้แผ่พลังอันน่าตกใจออกมาบนอากาศพร้อมกับพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว พวกเขารีบมุ่งหน้ามาที่นี่ พวกขาได้ทำให้ มิติผันผวนจนทำให้เกิดเสียงราวกับฟ้าร้อง ผู้บ่มเพาะที่อ่อนแอบางคนถึงกับสลบไปก็มี
ยอดฝีมือบรรพกาลพวกนี้ชัดแล้วว่าเป็นยอดฝีมือที่แข็งแกร่งซึ่งนำหน้าคนอื่น ๆ มาถึงที่นี่ก่อน
ก่อนที่พวกนี้จะมาถึง แรงกดดันอันน่ากลัวก็ได้แผ่ออกมาจนทำให้มิติรอบตัวสี่พี่น้องแข็งตัวไป กฎที่เสียหายของโลกนี้รอบตัวต่างก็ป่วน ภายใต้พลังของพวกนี้ทำให้กฎนั้นปั่นป่น นยิ่งกว่าเดิม
เจี้ยนเฉิน อยู่ใกล้กับสี่พี่น้องที่สุด เขาเองก็ได้รับผลไปด้วย ภายใต้แรงกดดันมหาศาลนี่เขารู้สึกว่าร่างกายของเขาหนักราวกับขุนเขา มิติที่นี่เหมือนกับทรายดูดที่ทำให้ยากที เขาจะขยับตัวได้
“ท่าไม่ดีแล้ว ! ” เจี้ยนเฉินใจหายวูบ แม้แต่เขาก็ยังต้องอยู่ในสภาพนี้ นี่ไม่ต้องนับสี่พี่น้องเลย มันคงเป็นไปไม่ได้ที่ทั้งสี่คนจะหนีภายใต้แรงกดดันแบบนี้
สายตาของเจี้ยนเฉินสะท้อนความอาฆาตออกมา ปราณกระบี่ 4 สายที่อัดแน่นขึ้นมาในวิญญาณของเขาได้ตื่นขึ้นราวกับมีชีวิต สามสายนั้นถูกใช้ออกไปแล้ว
เขาบอกได้ว่ายอดฝีมือเหล่านี้คือยอดฝีมือบรรพกาลช่วงปลายซึ่งคือชั้น 7 และเหนือกว่านั้น ต่อหน้ายอดฝีมือแบบนั้นมีแค่ปราณกระบี่ลึกซึ้งเท่านั้นที่จะใช้ได้ผล บางทีเขาอาจจะซ ซื้อเวลาให้กับสี่พี่น้องนี้ได้บ้าง
“นายท่าน ช้าก่อน สี่พี่น้องนี้ไม่ได้ธรรมดาแบบที่ท่านคิด” ตอนที่เจี้ยนเฉินกำลังจะดึงปราณกระบี่ลึกซึ้งออกมา มันก็มีเสียงเฉยชาของจิตวิญญาณกระบี่ดังขึ้นในหัวของเจี้ยนเฉิน
เจี้ยนเฉินแปลกใจขึ้นมา แต่ก่อนที่เขาจะได้ถาม สี่พี่น้องก็ได้ตะโกนออกมา “ไปกันเถอะ ! ด้วยสี่กระบี่รวมเป็นหนึ่ง ทุกอย่างจะถูกทำลาย ! ” แสงส่องประกายขึ้นไปในอากาศ ค่ายกลจากส สี่พี่น้องเหมือนจะทะลุทุกอย่างที่บดบังมันไว้ได้ จุดแสงสี่อันได้หลอมรวมกันก่อนที่จะหายไป
แรงกดดันจากยอดฝีมือบรรพกาลยังคงอยู่ มันทำให้มิตินั้นเหมือนกับแข็งตัวแต่สี่พี่น้องไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว
“อะไรกัน ? พวกเขาหนีไปได้รึ ? ” ยอดฝีมือบรรพกาลที่มาถึงที่นั่นต่างก็พากันแปลกใจ พวกเขาได้แผ่การรับรู้วิญญาณออกไปค้นหาครอบคลุมทั่วทั้งทวีปกำเนิดดาราทันที
หลังจากนั้นยอดฝีมือบรรพกาลอีกกว่าสิบคนก็มาถึง พวกเขาต่างก็แผ่การรับรู้วิญญาณออกไปเช่นกันเพื่อค้นหาสี่พี่น้อง
“พวกนั้นหนีไปแล้ว น่าเสียดายที่พลาดค่ายกลกระบี่ที่แข็งแกร่งเช่นนั้นไป….”
“พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่ามันเป็นค่ายกลกระบี่แบบไหนกัน ? มันกลับแสดงพลังที่น่าทึ่งในมือของราชาเทพทั้งสี่คนได้ มันช่างน่ากลัวจริง ๆ…”
“หากเราได้ค่ายกระบี่นั้นมา ความแข็งแกร่งของตระกูลเราต้องเพิ่มขึ้นมาอย่างมาก...”
….
ยอดฝีมือบรรพกาลที่มารวมตัวกันต่างก็พากันถอนหายใจและส่ายหน้า หลายคนรู้สึกเสียดายอย่างมาก
“เด็กน้อย เจ้ารู้จักสี่คนนั่นรึ ? ” ตอนนั้นเองก็ได้มีเสียงเย็นชาดังขึ้นมา เจี้ยนเฉิน รู้สึกเหมือนว่ามีสายตาอันเฉียบคมจับจ้องมาที่เขาแทงทะลุเขาราวกับมีด
คำถามนี้มาจากชายแก่หัวล้านชุดขาว เขาเป็นคนแรกที่มาถึง เขาเป็นยอดฝีมือบรรพกาลช่วงปลาย
เมื่อได้ยินแบบนั้นเหล่ายอดฝีมือบรรพกาลทั้งหมดก็มองมาที่เจี้ยนเฉิน
“ผู้อาวุโส ไม่ว่าข้าจะรู้จักพวกนั้นรึไม่ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับท่าน” สีหน้าของเจี้ยนเฉินไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย เขายังตอบกลับด้วยท่าทีใจเย็นแต่ใจเขานั้นกลับเต้นรัว
ตอนแรกชายแก่ต้องการแค่ขู่เจี้ยนเฉิน แต่เมื่อเห็นว่าเจี้ยนเฉินไม่ได้เกรงกลัว เขาก็หมดความมั่นใจ เขาฮึดฮัดออกมาอย่างเย็นชา “เด็กน้อย เจ้าเป็นคนขององค์กรไหนในโลกเซียน ? เจ้ามีท่าทีหยิ่งทะนงเช่นนี้ เจ้าควรระวังไว้ว่ามันอาจจะเกิดปัญหาต่อองค์กรของเจ้า”