เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 2691: เปิดเผยความสามารถ
ตอนที่ 2691: เปิดเผยความสามารถ
เสียงของเจี้ยนเฉินเต็มไปด้วยจิตสังหาร มันดูเหมือนผู้ใหญ่ที่รังควานเด็ก ๆ เล็กน้อยเมื่อเขาต้องจัดการกับราชาเทพเหล่านี้ มันไม่ตรงกับตัวตนของเขามากนัก
อย่างไรก็ตาม ทุกคนมีอารมณ์ร้อนและพวกเขาสามารถสูญเสียการควบคุม การกระทำของฉู่เจี๋ยก้าวข้ามความอดทนของเจี้ยนเฉินไปอย่างชัดเจน
หากเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย เจี้ยนเฉินจะไม่ใส่ใจเลย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็นเรื่องของเกียรติยศและศักดิ์ศรี มันจึงไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยอีกต่อไป
ศักดิ์ศรีของผู้เชี่ยวชาญขอบเขตตั้งต้นยิ่งใหญ่มาก
เจี้ยนเฉินยกคอของฉู่เจี๋ยขึ้นไปในอากาศ ฉู่เจี๋ยดิ้นรนด้วยเท้าอย่างสิ้นหวัง นอกจากนี้เขายังพยายามงัดมือของเจี้ยนเฉินออกไปโดยสัญชาตญาณ แต่ดูเหมือนเขาจะไร้พลังมากต่อหน้าเ เจี้ยนเฉินด้วยการบ่มเพาะของเขาในฐานะราชาเทพช่วงต้น
ยิ่งไปกว่านั้นเจี้ยนเฉินได้จำกัดเขาด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ในขณะที่เขาจับคอของฉู่เจี๋ย ภายใต้การระงับ การเคลื่อนไหวของฉู่เจี๋ยจึงไม่มีผล เขาสูญเสียการควบคุมพลังภายในร่างกาย
ในขณะนั้นสภาพแวดล้อมเงียบสนิท เจี้ยนเฉินเคลื่อนไหวอย่างกะทันหันเกินไป มันเร็วมากจนหลายคนในที่นั้นไม่สามารถตอบสนองได้ พวกอัจฉริยะทั้งหมดจ้องฉู่เจี๋ยที่กำลังดิ้นรนซึ่งถูกย ยกคอขึ้นด้วยความตกใจ ความคิดของพวกเขาว่างเปล่า
ในความเห็นของพวกเขา ฉู่เจี๋ยไม่ใช่หนึ่งในราชาเทพที่ทรงพลังเป็นพิเศษ แต่เขาก็ยังคงเป็นราชาเทพ อย่างไรก็ตามเขากลับเป็นคนที่เปราะบางมากต่อหน้าผู้บ่มเพาะอิสระที่เป็นราช ชาเทพเหมือนเขา เขาช่างอ่อนแอเหลือเกิน มันได้พลิกความเชื่อเดิมของพวกเขาอย่างสิ้นเชิง
เหอเฉียนเฉียนก็ประหลาดใจเช่นกัน นางคิดว่าแม้ว่านางจะใช้ความแข็งแกร่งเต็มที่ นางก็จะไม่สามารถคว้าคอฉู่เจี๋ยได้อย่างง่ายดาย ตามความเป็นจริง นางอาจต้องใช้ความพยายามพอสมควรที จะเอาชนะเขา
ถึงกระนั้นหยางยู่เทียนที่เก็บตัวเงียบอยู่ข้าง ๆ นางได้ยกคอของฉู่เจี๋ยขึ้นตั้งแต่เริ่มต้น ดูเหมือนเขาจะทำอย่างสบาย ๆ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ต้องใช้ความพยายาม
“จู่ ๆ หยางยู่เทียนก็ทรงพลังเช่นนี้ได้อย่างไร ? เขาไม่ใช่ราชาเทพธรรมดา ๆ อย่างแน่นอน” เหอเฉียนเฉียนตกใจ
“หยางยู่เทียนทรงพลังมากจริง ๆ และจากลักษณะท่าทางดูเหมือนว่าเขาจะยังไม่ได้ใช้กำลังเต็มที่ดี ในสถานที่ที่อันตรายพอ ๆ กับภูเขาโลกาแฝด เราต้องการคนที่ทรงพลังเช่นเขา ยิ่ งเรามีคนอย่างเขามากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งมีโอกาสที่จะได้ออกมาจากภูเขาโลกาแฝดมากขึ้นเท่านั้น” จินหงแปลกใจเช่นกัน เขาจ้องมองเจี้ยนเฉินและรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย
“หยุดเถอะ หยางยู่เทียน เจ้ากำลังทำอะไร ? รีบปล่อยฉู่เจี๋ย” ในขณะนี้อัจฉริยะที่เป็นเพื่อนกับฉู่เจี๋ย กลับมามีสติและตะคอกเสียงดัง ทหารพลีชีพราชาเทพหลายสิบคนล้อมรอบเจี้ยน นเฉินภายในพริบตา
บางทีอาจเป็นเพราะความแข็งแกร่งที่เจี้ยนเฉินแสดงขึ้นอย่างฉับพลันจึงทำให้ผู้คนของเขาไม่กล้ายืนใกล้เจี้ยนเฉินมากเกินไป ในขณะที่พวกเขาล้อมรอบเขา อัจฉริยะคนนั้นยืนอยู่ด้านหล ลังผู้คุ้มกันของเขา
อย่างไรก็ตามเขายังไม่รู้สึกปลอดภัยเพียงพอ เขาร้องเรียกฝูงชนทันทีว่า “กงรุ่ย, เส้าเหวินปิน, คงเฟยหยิน, พี่น้องของเรากำลังถูกทำร้าย ทำไมพวกเจ้าไม่ออกมายืนหยัดเพื่อเขา ? ”
จากนั้นอัจฉริยะอีก 3 คนก็ลุกขึ้นยืนจากฝูงชนทันที พวกเขาทั้งหมดล้อมรอบเจี้ยนเฉินพร้อมกับทหารผู้คุ้มกันของพวกเขาเอง
“หยางยู่เทียน ปล่อยฉู่เจี๋ยเดี๋ยวนี้และขอโทษเขา ไม่เช่นนั้นจะไม่ใช่ความผิดของเราหากเราร่วมกันลงโทษเจ้า…”
“เขาเป็นเพียงผู้บ่มเพาะอิสระ เขากลับหยิ่งผยองอย่างมาก ในความคิดของข้า ไม่เพียงแต่เขาจะต้องขอโทษ แต่เขายังต้องตัดแขนของตัวเองอย่างรุนแรงด้วย มิฉะนั้นเขาจะต้องตายที นี่ในวันนี้…”
“ฉู่เจี๋ยเป็นพี่น้องร่วมสาบานของเรา ถ้าเจ้าทำให้เขาเสียเกียรติก็เท่ากับว่าเจ้าทำให้เราเสียเกียรติ และใครก็ตามที่ทำให้เราเสียชื่อเสียงจะต้องตาย”
อัจฉริยะทั้งสามมีความหยิ่งผยองอย่างยิ่ง แม้ว่าความแข็งแกร่งของเจี้ยนเฉินจะเกินความคาดหมาย แต่พวกเขาก็ยังคงเป็นอัจฉริยะจากกลุ่มชั้นสูงในโลกเซียน พวกเขาได้รับการเลี้ยงดูจา ากผู้เชี่ยวชาญขอบเขตตั้งต้นตั้งแต่ยังเด็ก ดังนั้นความรู้และความเข้าใจของพวกเขาจึงไม่ธรรมดา พวกเขาเคยเห็นพลังของผู้เชี่ยวชาญมาก่อน ดังนั้นความแข็งแกร่งที่เจี้ยนเฉินแสดงออกมา านั้นไม่เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาตกใจกลัว
แน่นอนแหล่งที่มาของความเชื่อมั่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเขาคือทหารพลีชีพที่พวกเขานำมาจากโลกภายนอก
“แม้ว่าเราจะไม่มีผู้เชี่ยวชาญจากตระกูลมาปกป้องเราในโลกแห่งสัตว์อสูรที่ร่วงหล่น แต่เมื่อทหารพลีชีพต่อสู้ในแนวค่ายกล แม้แต่ขั้นอสงไขยที่อ่อนแอกว่าบางคนก็ยังสู้พวกเขาไ ไม่ได้ นับประสาอะไรกับราชาเทพ” เหล่าอัจฉริยะต่างก็มั่นใจ ในตอนที่ต้องต่อสู้กับสัตว์อสูรกลืนชีวิต พวกเขาถูกยับยั้งโดยพลังกลืนกินชีวิตของสัตว์อสูร ข้อได้เปรียบของทหารพ พลีชีพจึงถูกจำกัด อย่างไรก็ตามไม่มีอะไรต้องกังวลเกี่ยวกับผู้บ่มเพาะทั่วไป
ใบหน้าของเหอเฉียนเฉียนเปลี่ยนไปด้วยการแทรกแซงของคนกลุ่มนี้ ถ้าเป็นเพียงตระกูลฉู่ นางก็สามารถที่จะระงับพวกเขาไว้ได้ แต่ตอนนี้องค์กรใหญ่อีก 4 แห่งได้ปรากฏตัวขึ้น นางร รู้สึกหมดหนทาง
เจี้ยนเฉินถูกล้อมรอบไปด้วยราชาเทพกว่าร้อยคน เขาสงบนิ่งและพูดอย่างเย็นชาว่า “เจ้าเชื่องช้า เนื่องจากเจ้าอยากขายหน้า ข้าจะให้ในสิ่งที่เจ้าต้องการ” ด้วยเหตุนี้เขาจึงโยนฉู่เ เจี๋ยออกไปเหมือนสุนัขที่ตายแล้ว ฉู่เจี๋ยกระแทกใส่ต้นไม้ 3 ต้นก่อนที่จะลงสู่พื้น ข้อต่อทั้งหมดของเขาเกือบจะหลุดออกมา เขาพยายามที่จะลุกขึ้นยืนอีกครั้ง
เจี้ยนเฉินหายตัวไปทันที เขาปรากฏตัวต่อหน้าอัจฉริยะทั้งสี่ที่ยืนอยู่ด้านหลังผู้คุ้มกนของพวกเขา เขายกมือขึ้นแล้วจัดการตบ 4 ครั้ง
เพียะ ! เพียะ ! เพียะ ! เพียะ !
ด้วยเสียงที่คมชัด อัจฉริยะทั้งสี่ก็ประสบชะตากรรมเช่นเดียวกับฉู่เจี๋ย พวกเขาถูกตบอย่างไร้ความปราณี โดยใบหน้าครึ่งหนึ่งของพวกเขาเละเทะจนเป็นสีเลือด ผู้คุ้มกันที่พวกเขานำมา านั้นไร้ประโยชน์
“หยางยู่เทียน เจ้าตบพวกเราจริง ๆ…” อัจฉริยะดิ้นรนที่จะลุกขึ้นยืน เขากระอักเลือดท่วมปากและฟันหัก เขาชี้ไปที่เจี้ยนเฉินด้วยมือที่สั่นเทาขณะที่ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีเลือ อดเหมือนสัตว์ร้าย
“นั่นเป็นไปไม่ได้ เราทั้งคู่เป็นราชาเทพ เขาทำให้ข้าล้มลงในการโจมตีเพียงครั้งเดียวได้อย่างไร ? ข้าแทบไม่สามารถตอบสนองได้เลย” อัจฉริยะอีก 3 คนสงบลงมาก พวกเขานึกถึงสิ งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้อย่างละเอียด พวกเขารู้สึกอับอายและมีเหงื่อไหลออกมาโซมกาย
“โอ้ ไม่ ปกป้องนายน้อย…”
“ทุกคนจงฆ่าชายคนนั้น…”
ในเวลาเดียวกันเสียงร้องดังออกมาจากเหล่าทหารพลีชีพ พวกเขาทั้งหมดเริ่มเคลื่อนไหว พวกเขาดึงวัตถุเซียนที่มีคุณภาพสูงออกมาในขณะที่พวกเขาพุ่งไปที่เจี้ยนเฉิน
“สิ้นคิด” เจี้ยนเฉินตะคอกอย่างเย็นชา เขาสร้างกระบี่ด้วยนิ้ว และทันใดนั้นกระแสสีขาวเงินก็พุ่งออกมา เขาควบแน่นกระบี่จากเส้นปราณกระบี่ที่เรียบง่าย
เขาโบกกระบี่ และเสี้ยวปราณกระบี่ก็ยิงออกไปทันที ไม่ว่ามันจะผ่านไปที่ใด พื้นที่ก็บิดเบี้ยวและสะเทือนเป็นจังหวะ
ภายใต้การสั่นสะเทือนของมิติ ทันใดนั้นปราณกระบี่ก็ระเบิดด้วยความเร็วและเดินทางเร็วขึ้นหลายเท่า มันผ่านราชาเทพ 8 คนในจังหวะที่ไม่น่าเชื่อ
ราชาเทพทั้งแปดเพียงรู้สึกเจ็บแปลยที่เอว พวกเขากรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ในช่วงเวลาต่อมาร่างกายของพวกเขาก็แยกจากกัน พวกเขาถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนจากเอวของพวกเขา
อย่างไรก็ตามพวกเขายังไม่ตาย ตราบใดที่วิญญาณของพวกเขายังคงสมบูรณ์ พวกเขาสามารถฟื้นตัวจากบาดแผลทางผิวหนังได้
เจี้ยนเฉินไม่มีเจตนาที่จะฆ่าพวกเขา เขาเพียงทำให้พวกเขาได้รับบาดเจ็บเท่านั้นและไม่ได้กำหนดเป้าหมายไปที่วิญญาณของพวกเขา
“สร้างค่ายกล ! ” เมื่อได้เห็นความแข็งแกร่งของเจี้ยนเฉิน ผู้คุ้มกันคนอื่น ๆ ก็ตอบสนองทันที พวกเขารวมตัวกันอย่างรวดเร็วและเตรียมการ