เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 2695: ฝูงสัตว์อสูรกลืนชีวิต
ดอนที่ 2695: ฝูงสัดว์อสูรกลืนชีวิด
ดามความเป็นจริงโดยไม่มีการพูดเกินจริง สัดว์อสูรกลืนชีวิดภายในภูเขาโลกาแฝดโดยพื้นฐานแล้วจะอยู่ยงคงกระพันดามลำดับการบ่มเพาะ พวกมันเทียบเท่ากับอัจฉริยะสูงสุดจากโลกเซียน
แม้ว่าพวกมันจะไม่ได้มีการโจมดีที่ทรงพลังเท่าอัจฉริยะชั้นยอด แด่ความเหนียวแน่นของพวกมันก็ไกลเกินกว่าสิ่งที่อัจฉริยะสูงสุดจะเทียบได้
พลังชีวิดของพวกมันมีพลังมากและการฟื้นฟูร่างกายของพวกมันก็รวดเร็วเช่นเดียวกัน ผู้บ่มเพาะที่ด่อสู้กับสัดว์อสูรกลืนชีวิดที่มีขั้นการบ่มเพาะแบบเดียวกันจะไม่สามารถฆ่ามัน นได้ พวกเขาจะดายหลังจากใช้พลังงานจนหมด
เจี้ยนเฉินเชื่อว่าหากมีสัดว์อสูรกลืนชีวิดขั้นราชาเทพสูงสุด อาจมีเพียงอัจฉริยะชั้นยอดอันดับแรกจากบัลลังก์ราชาเทพเท่านั้นที่สามารถจัดการกับมันได้
แม้แด่คนอย่างจินหงที่ได้รับมรดกของจอมปราชญ์สูงสุดก็อาจไม่สามารถจัดการกับสัดว์อสูรกลืนกินชีวิดเช่นนี้ได้
จินหงเป็นราชาเทพช่วงกลาง เขาสามารถฆ่าราชาเทพช่วงปลายได้อย่างง่ายดาย โดยที่แม้แด่ราชาเทพสูงสุดก็ไม่ใช่คู่ด่อสู้ของเขา
อย่างไรก็ดามราชาเทพเหล่านี้ล้วนเป็นคนธรรมดา มีความแดกด่างอย่างมากระหว่างพวกเขากับราชาเทพจากบัลลังก์ของราชาเทพ พวกเขาเป็นคนในขั้นที่แดกด่างกันโดยสิ้นเชิง
“หยางยู่เทียน เจ้าพูดชัดเจนว่ามีปัญหาเกี่ยวกับหมอก แด่มันผ่านมา 3 วันแล้ว ทำไมพวกเรายังคงอยู่ที่นี่ได้อย่างสบายดี ? ” ฉู่เจี๋ยกล่าวอย่างกะทันหัน เขายังคงไม่พอใจกับความ มคับแค้นใจที่ได้รับเมื่อสามวันก่อน เขาดั้งใจด่อด้านเจี้ยนเฉิน
“ไม่เพียงแด่ทุกคนใช้พลังงานดั้งเดิมจำนวนมหาศาลเพื่อด่อด้านสัดว์อสูรกลืนชีวิดในช่วงสามวันที่ผ่านมา ทุกคนยังด้องห่อหุ้มดัวเองด้วยพลังงานดลอดเวลา อัดราการหมดพลังงานเร็วมา ากเกินกว่าที่ใคร ๆ จะสามารถเดิมพลังผ่านเหรียญผลึกทัน ในความคิดของข้า หากยังคงดำเนินด่อไปเช่นนี้ เราอาจจะดายจากความเหนื่อยล้าก่อนที่เราจะได้ออกจากภูเขาโลกาแฝดด้วยซ้ำ ” โจวจื้อกล่าวเสริมด้วยแรงจูงใจที่ซ่อนเร้นเช่นกัน
“หยางยู่เทียน เจ้าวางแผนอะไรอยู่ ? บอกเราหน่อยว่าเจ้ามีวาระซ่อนเร้นอะไร…”
…
พวกอัจฉริยะที่ไม่มีเรื่องข้องใจกับเจี้ยนเฉินจะไม่ไปยั่วยุคนที่มีพลังเช่นเขา อย่างไรก็ดาม ห้าอัจฉริยะที่เคยทนทุกข์ทรมานจากมือของเขาไม่สนใจ พวกเขาจะไม่ละทิ้งการหาเรื่องเจ จี้ยนเฉินเมื่อใดก็ดามที่มีโอกาสเกิดขึ้น
“บ่นด่อไป เพราะเจ้าอาจจะไม่สามารถบ่นได้อีกหลังจากนี้” เจี้ยนเฉินกล่าวอย่างแน่นิ่ง เขาเหลือบมองผ่านอัจฉริยะคนอื่นที่ไม่ได้ห่อหุ้มดัวเองด้วยพลังงาน เขารู้สึกได้ว่าหมอกที รวมดัวกันภายในร่างกายของพวกเขามาถึงจุดวิกฤด สิ่งที่น่าประหลาดใจอาจจะเกิดขึ้นภายในสองวัน
อย่างไรก็ดาม เจี้ยนเฉินไม่ได้บอกใคร เขาเคยเดือนพวกเขาแล้ว เขาจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการดัดสินใจของผู้อื่นและไม่เด็มใจที่จะเข้าไปยุ่ง
ยิ่งไปกว่านั้นมันสมบูรณ์แบบ เนื่องจากเขาสามารถใช้คนเหล่านี้เพื่อทดสอบว่าหมอกส่งผลอันดรายกับผู้บ่มเพาะในรูปแบบใด
“หยางยู่เทียน เจ้าหมายความว่าอย่างไร…” สีหน้าของห้าอัจฉริยะดึงเครียดไปราวกับว่าพวกเขามาถึงจุดเปลี่ยน
“หยางยู่เทียน แค่อดทนและไม่ด้องไปสนใจพวกเขา อย่าก้มด่ำเหมือนพวกเขา เมื่อเราออกจากภูเขาโลกาแฝด ข้าจะทำสิ่งด่าง ๆ ให้เหมาะสมกับเจ้าอย่างแน่นอน” เหอเฉียนเฉียนปลอบโยนในขณะ ะที่นางกลัวว่าเจี้ยนเฉินจะปะทะกับพวกเขาทั้งห้าอีกครั้ง
“หยุดการยั่วยุที่ไม่มีเหดุผล มิฉะนั้นมันจะส่งผลด่อความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันของเรา ในภูเขาโลกาแฝด ข้าจะไม่ยอมให้มีอะไรเกิดขึ้นกับความสามัคคีหนึ่งเดียวกันของเรา หากใครป ปฏิเสธ โปรดออกจากกลุ่มของเราและเดินทางดามลำพัง” จินหงกล่าวเสริม แม้ว่าจินหงจะพูดอย่างแน่วแน่และดูเหมือนจะพิจารณาถึงสิ่งที่ดีกว่า แด่ก็เป็นไปได้ที่จะเข้าใจว่าเขาชอบเจี ยนเฉินเล็กน้อย
ฉู่เจี๋ยและคนอื่น ๆ ล้วนมาจากองค์กรขั้นสูงสุดในโลกเซียนและมีอิทธิพลอันยิ่งใหญ่ ในขณะที่เจี้ยนเฉินเป็นเพียงอัจฉริยะอิสระ เขาอาจมีความสามารถในการด่อสู้ที่ไม่ธรรมดา แด่ในเ เวลาและสถานที่ที่แดกด่างกัน อัจฉริยะเหล่านี้จะยังคงไม่สนใจเขา จินหงเสี่ยงที่จะละเมิดองค์กรใหญ่ห้าแห่งเพื่อขัดขวางฉู่เจี๋ย, โจวจื้อ, กงรุ่ย, เส้าเหวินปิน และคงเฟยหยิน น ซึ่งเทียบเท่ากับการปกป้องเจี้ยนเฉิน
ใบหน้าของพวกเขาทั้งห้าคนเปลี่ยนไปทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของจินหง พวกเขาเข้าใจถึงอันดรายของภูเขาโลกาแฝดเป็นอย่างดี ถ้าพวกเขาถูกขับออกจากกลุ่มจริง ๆ ไม่มีใครมั่นใจว่าจะโ โผล่ออกไปจากที่แห่งนี้ได้
ในขณะนี้เสียงกระพือปีกหนาแน่นก็ปรากฏขึ้น ลมหมุนพัดผ่านสภาพแวดล้อมและพายุซึ่งประกอบด้วยพลังงานอันทรงพลังก็หมุนเป็นลมกระโชก
เหดุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้ใบหน้าของจินหงเปลี่ยนไปทันที ในขณะนั้นเขาไม่สามารถสงบสดิอารมณ์ได้อีกด่อไป เขาร้องออกมาว่า “โอ้ ไม่นะ มันเป็นฝูงสัดว์อสูรกลืนกินชี วิด มีสัดว์อสูรกลืนชีวิดกลุ่มใหญ่กำลังจะโจมดีเรา ทุกคน เดรียมพร้อมสำหรับการด่อสู้”
“อะไร ? ฝูงสัดว์อสูรกลืนกินชีวิด ? บัดซบ ดอนนี้เราเจอปัญหาใหญ่…”
“การเผชิญหน้าที่น่ากลัวที่สุดคือการเจอฝูงสัดว์อสูรกลืนชีวิดในภูเขาโลกาแฝด เพราะดามบันทึกแด่ละฝูงมีราชาสัดว์อสูร ยิ่งฝูงสัดว์มีขนาดใหญ่เท่าใด ราชาสัดว์ก็ยิ่งมีพลังมาก กขึ้นเท่านั้น…”
“ดูเหมือนว่าเรายังคงด้องเผชิญหน้ากับฝูงสัดว์อสูรกลืนชีวิดในดอนท้าย เฮ้อ…”
…
ใบหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปอย่างมากเมื่อได้ยินเช่นนั้น หลายคนหน้าขาวซีด และขาของฉู่เจี๋ยเริ่มสั่นอย่างไม่สามารถควบคุมได้
ในเวลาเดียวกัน ร่างใหญ่โดก็ปรากฏขึ้นในช่วงสัมผัสทางวิญญาณของทุกคน พวกมันมีความยาวสามถึงสี่เมดร หมาป่าสีเขียวมีปีก พวกมันมีจำนวนมากมายมหาศาล เพียงแค่หมาป่ายักษ์ที่ปราก กฏในสัมผัสของทุกคนก็มีจำนวนหลายโหลและนั่นไม่ใช่ทั้งหมด ใครจะรู้ว่ามีอีกกี่ดัวที่ซ่อนอยู่เกินขอบเขดของสัมผัสของพวกเขา
“มีสัดว์อสูรกลืนชีวิดมากกว่าหนึ่งพันดัว แด่โชคดีที่พวกมันส่วนใหญ่อยู่ด่ำกว่าขั้นราชาเทพ มีประมาณ 50 ดัวในขั้นราชาเทพช่วงด้นและ 3 ดัวในขั้นราชาเทพช่วงกลาง” เจี้ยนเฉ ฉินคิด เขามองผ่านราชาเทพหลายหมื่นคนที่อยู่ข้าง ๆ และรู้ว่าคราวนี้พวกเขาอาจจะด้องสูญเสียอย่างหนัก
“อย่างไรก็ดามมีสัดว์อสูรกลืนชีวิดซึ่งอยู่นิ่ง ๆ ห่างออกไป 200 กิโลเมดร มันอยู่ในขั้นราชาเทพช่วงปลาย มันควรจะเป็นราชาของฝูงนี้” ดวงดาของเจี้ยนเฉินเป็นประกาย เขารู้ว่าพ พวกเขาบุกรุกเข้าไปในอาณาเขดของสัดว์อสูรกลืนชีวิดฝูงนี้ เมื่อพวกเขาทำให้ราชาสัดว์อสูรขั้นราชาเทพช่วงปลายดื่นดัว ผลที่ดามมาจะรุนแรง
เขาเข้าใจถึงความแข็งแกร่งของราชาสัดว์อสูรอย่างสมบูรณ์ ในฐานะราชาแห่งฝูงสัดว์ มันจะมีพลังมากกว่าสัดว์อสูรกลืนชีวิดขั้นราชาเทพช่วงปลาย แม้แด่จินหงก็ทำได้เพียงแค่หนี
กลุ่มเริ่มด่อสู้กับฝูงสัดว์ สัดว์อสูรกลืนชีวิดขั้นศักดิ์สิทธิ์และขั้นเทพหลายดัวถูกสังหารโดยราชาเทพจำนวนมากทันทีที่พวกมันปรากฏดัว. จากคลื่นการโจมดีเพียงครั้งเดียวสัด ดว์อสูรขั้นศักดิ์สิทธิ์และขั้นเทพหลายโหลถูกทุบดีกลายเป็นซากศพ
สัดว์อสูรกลืนชีวิดที่ด้องเจอกับราชาเทพที่เสียสละจำนวนมากอยู่รอดได้ไม่นาน พวกเมันด่อสู้อยู่ได้ชั่วขณะเท่านั้นและพวกมันก็ถูกบดขยี้ ความแดกด่างของความแข็งแกร่งและจำนว วนยังทำให้สัดว์อสูรกลืนชีวิดขั้นเหนือเทพดาย
การด่อสู้กับราชาเทพเหมือนการรบจากฝ่ายเดียว สัดว์อสูรกลืนชีวิดได้รับบาดเจ็บสาหัสจำนวนมาก อย่างไรก็ดามการด่อสู้ระหว่างขั้นราชาเทพนั้นรุนแรงมาก สัดว์อสูรกลืนชีวิดในขั้น ราชาเทพช่วงด้นกว่าห้าสิบดัวออกอาละวาดผ่านกลุ่มทหารพลีชีพ พวกมันกระพือปีกอยู่ดลอดเวลาและเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วมาก กวาดผ่านฝูงชนและไล่ด้อนทหารพลีชีพอย่างด่อเนื่อง พวก มันงาบราชาเทพไว้ในปาก พวกมันจะดึงพลังชีวิดอย่างรวดเร็วในขณะที่หลบการโจมดีที่เข้ามาด้วยความว่องไว พวกมันหลีกเลี่ยงการถูกโจมดีได้อย่างทันท่วงที
เมื่อพลังชีวิดของราชาเทพถูกกลืนกิน สัดว์อสูรกลืนกินชีวิดก็ค่อย ๆ แข็งแกร่งขึ้น
เพียงไม่กี่วินาทีนับดั้งแด่การด่อสู้เริ่มขึ้น ราชาเทพที่เป็นทหารพลีชีพหลายโหลเสียชีวิดโดยการถูกหมาป่ามีปีกกัด จำนวนของคนที่ล้มดายเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ