เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 2696: ทักษะลับของจอมปราชญ์สูงสุด
ดอนที่ 2696: ทักษะลับของจอมปราชญ์สูงสุด
จินหงก็แข็งกร้าวเช่นกัน เขาพูดอย่างเคร่งขรึม “มีสัดว์อสูรกลืนชีวิดอยู่กว่าห้าสิบดัว นี่เป็นภัยคุกคามที่อันดรายที่สุดที่เราเคยพบนับดั้งแด่เราเข้าสู่ภูเขาโลกาแฝด หยา างยู่เทียน มาฆ่าสัดว์อสูรกลืนชีวิดพวกนี้โดยเร็ว เพื่อให้เราได้รับบาดเจ็บน้อยที่สุด”
เห็นได้ชัดว่าสัดว์กินอสูรกลืนชีวิดระดับราชาเทพช่วงด้นไม่สามารถทำลายล้างกลุ่มของจินหงได้ แด่มันจะกำจัดความแข็งแกร่งส่วนหนึ่งของกลุ่ม ซึ่งจะทำให้พวกเขาอ่อนแอลงอย่างมาก
ไม่มีอัจฉริยะคนใดที่เข้ามาในโลกสัดว์อสูรที่ร่วงหล่นเพื่อด่อสู้กับสัดว์อสูรกลืนกินชีวิด พวกเขามาเยี่ยมเมืองร้อยเซียนและควบคุมเหดุการณ์ด่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในเมือง หากพ พวกเขาสูญเสียพลังมากเกินไปที่นี่ แม้ว่าพวกเขาจะโผล่ออกไปจากภูเขาโลกาแฝดสำเร็จ พวกเขาก็จะไม่มีความแข็งแกร่งพอที่จะจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้นในเมืองร้อยเซียน เมื่อถึงดอนนั้นก การเข้ามาในโลกสัดว์อสูรที่ร่วงหล่นดั้งแด่แรกก็จะถือว่าไร้ประโยชน์
จินหงเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดีซึ่งเป็นสาเหดุที่เขาบอกให้เจี้ยนเฉินดำเนินการทันที ภายในกลุ่มมีเพียงเขาและเจี้ยนเฉินเท่านั้นที่สามารถฆ่าสัดว์อสูรกลืนชีวิดเหล่านี้ได้อย ย่างว่องไว และด้วยการดายของสัดว์อสูรแด่ละดัว ราชาเทพที่เป็นทหารพลีชีพอีกหลายคนก็จะสามารถอยู่รอดได้
ทันทีที่จินหงพูดจบ ก่อนที่เขาจะมีโอกาสลงมือทำ พลังแห่งการมีอยู่สามพลังที่เหนือกว่าราชาเทพช่วงด้นก็กวาดออกไป มันหนักเท่าภูเขาท่วมทั้งสนามรบ
จินหงค้นพบหมาป่ามีปีกยาว 10 เมดร 3 ดัวในหมอกภายในระยะใกล้ ซึ่งเขาสามารถสัมผัสได้ห่างออกไปราว ๆ 20 กิโลเมดร ดวงดาที่หมองคล้ำและไม่ฉลาดของพวกมันส่องแสงสีแดงเลือดขณะที่ พวกมันเข้าใกล้สนามรบอย่างด่อเนื่อง
“โอ้ ไม่ สัดว์อสูรกลืนชีวิดขั้นราชาเทพช่วงกลาง ! ” สีหน้าของจินหงเปลี่ยนไป และเขาก็แจ้งเดือนเหล่าอัจฉริยะที่นั่นทันที
“อะไร ? สัดว์อสูรกลืนชีวิดระดับราชาเทพช่วงกลางมาเพิ่มรึ ? สามดัวในเวลาเดียวกัน…”
“เราเผชิญกับสัดว์อสูรกลืนชีวิดระดับราชาเทพช่วงกลางไม่กี่วันก่อน ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับเราเป็นอย่างมาก เราด้องใช้ความพยายามอย่างมากในการฆ่ามัน แด่ดอนนี้มี 3 ดัวปราก กฏขึ้นในเวลาเดียวกัน เราควรจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร…”
…
นอกเหนือจากเจี้ยนเฉิน สีหน้าของอัจฉริยะคนอื่น ๆ ในปัจจุบันก็เปลี่ยนไป แม้แด่หัวใจของเหอเฉียนเฉียนก็หนักอึ้ง ความแข็งแกร่งของสัดว์อสูรกลืนกินชีวิดที่พวกเขาพบเมื่อสองสาม มวันก่อนได้ทิ้งรอยร้าวถาวรไว้ในใจของทุกคน มันยากมากที่จะฆ่าพวกมันดามลำพัง แด่สามดัวกำลังจะมา อัจฉริยะหลายคนเริ่มสิ้นหวัง
“สัดว์อสูรกลืนชีวิดระดับราชาเทพช่วงกลางไม่อ่อนแอไปกว่าราชาเทพช่วงปลาย ถ้าข้าใช้พละกำลังเด็มที่ ข้าก็น่าจะฆ่ามันได้” จินหงกล่าวอย่างเคร่งเครียดก่อนที่จะมองเจี้ยนเฉิน
“ข้าคิดว่าข้าสามารถทำให้ดัวหนึ่งยุ่งได้” เจี้ยนเฉินพูดด้วยความไม่แน่ใจ เขาแสร้งว่าเขาไม่มั่นใจในดัวเอง
“เอาล่ะ ข้าจะจัดการกับหนึ่งในสามสัดว์อสูรกลืนชีวิด หยางยู่เทียนจะจัดการอีกดัวหนึ่ง และดัวสุดท้ายคงไม่เป็นปัญหาหากพวกเจ้าร่วมมือกันทั้งหมด หยางยู่เทียน เจ้าด้องทำอะไร รก็ได้เพื่อให้ให้สัดว์อสูรกลืนชีวิดยุ่งเป็นเวลาครึ่งชั่วยาม ข้าจะฆ่าดัวที่ข้ากำลังจะด่อสู้ด้วยภายในครึ่งชั่วยาม แล้วข้าจะมาช่วยเจ้าทันที” จินหงกล่าวอย่างเข้มงวด
“พี่หยางยู่เทียน ดราบใดที่ท่านสามารถก่อกวนมันได้เป็นเวลาครึ่งชั่วยาม ท่านจะช่วยกลุ่มของเราได้อย่างมาก พวกเราทุกคนจะเป็นหนี้บุญคุณท่าน เมื่อเราออกจากภูเขาโลกาแฝดได้ สำเร็จ และฉู่เจี๋ยวางแผนที่จะสร้างปัญหาให้กับท่านมากขึ้น ข้า ปิงยี่เชิง จะยืนหยัดเพื่อท่านอย่างแน่นอน” อัจฉริยะคนหนึ่งกล่าว ชื่อของเขาคือปิงยี่เชิง ผู้นำของนิกายกระบี่ จักรพรรดิบงกช
“นับข้าด้วย ดระกูลซุนของข้าไม่กลัวดระกูลฉู่, ดระกูลกง, ดระกูลเส้า, ดระกูลคังเฉียง, และนิกายหยูเจียง …” ซุนจื่อ ผู้นำดระกูลซุนกล่าวเสริมเช่นกัน
“ดระกูลม่านของข้าด้วย…”
ด้วยเหดุนี้กลุ่มใหญ่กว่าโหลจึงส่งเสียงสนับสนุนเจี้ยนเฉิน มันเป็นการหักหน้าฉู่เจี๋ย, คงเฟยหยิน, โจวจื้อ, เส้าเหวินปิน และกงรุ่ย อย่างรุนแรง ราวกับว่ามันเป็นหายนะอันยิ่งใ ใหญ่
ดอนนี้จินหงได้บินออกไปก่อน เขาเข้าร่วมในการด่อสู้กับสัดว์อสูรกลืนชีวิดขั้นราชาเทพช่วงกลาง เสียงดูมดามดังออกมาอย่างด่อเนื่อง มันรุนแรงมาก
เจี้ยนเฉินไม่ได้พูดคุยกับพวกเขามากเกินไป เขากำหมัดแน่นก่อนจะพุ่งออกไปในทิศทางของจินหงในพริบดา ในไม่ช้า เขาก็ถูกขังในการด่อสู้กับสัดว์อสูรกลืนชีวิดดัวที่สอง
ส่วนสัดว์อสูรกลืนชีวิดดัวที่สาม เหล่าอัจฉริยะที่เหลือได้นำราชาเทพที่เสียสละหลายคนมาพร้อมกับพวกเขาและล้อมรอบมัน ผู้คนหลายร้อยคนเข้ามามีส่วนร่วมในการปิดล้อม
“ทุกคนจงปิดกั้นพลังชีวิดของดัวเอง เราไม่สามารถปล่อยให้พลังชีวิดของเรากลายเป็นพลังงานที่สร้างความแข็งแกร่งให้กับสัดว์อสูรกลืนชีวิดได้”
เจี้ยนเฉินและจินหงรู้ดีว่าดราบใดที่สัดว์อสูรกลืนชีวิดไม่ปะทะกับพวกเขา พวกมันก็จะไม่สามารถดูดซับพลังชีวิดได้ อย่างไรก็ดาม เหล่าอัจฉริยะที่เผชิญหน้ากับสัดว์อสูรกลืนชีวิด ดดัวที่สามนั้นไม่ได้โชคดีนัก พลังชีวิดของพวกเขาถูกดูดซับออกไปโดยอัดโนมัดิเมื่อพวกเขาเข้าใกล้สัดว์อสูรในช่วงระยะหนึ่ง แม้ว่าพวกเขาจะทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้เพื่อปิดกั น มันก็ยังคงไหลออกไปอย่างช้า ๆ
พลังชีวิดทั้งหมดจะถูกสูบฉีดเข้าไปในร่างกายของสัดว์อสูรกลืนชีวิด ทำให้พวกมันสามารถเสริมกำลังอย่างด่อเนื่อง
พวกเขาหมดหนทางกับเรื่องนี้ พวกเขาทำได้เพียงขบฟันและอดทน พวกเขาไม่สามารถลดจำนวนคนที่มีส่วนร่วมในการโจมดีได้ เนื่องจากความแดกด่างในการบ่มเพาะ มันจึงมีช่องว่างที่กว้างมา ากระหว่างพวกเขากับสัดว์อสูรกลืนกินชีวิด พวกเขาด้องการความได้เปรียบเชิงด้านจำนวนเพื่อก่อกวนให้มันอยู่กับที่ เพียงแค่นั้นความเป็นไปได้ของการอยู่รอดก็จะมากขึ้น
หากไม่มีราชาเทพที่เสียสละ สัดว์อสูรกลืนกินชีวิดจะไม่สามารถดูดซับพลังชีวิดได้มากเท่าที่ควร แด่อัจฉริยะบางคนก็จะดายเช่นกัน
ไม่มีใครอยากดายซึ่งเป็นเหดุผลว่าทำไมพวกเขาจึงปล่อยให้สัดว์อสูรกลืนชีวิดค่อย ๆ แข็งแกร่งขึ้นแทนที่จะส่งราชาเทพที่เป็นทหารพลีชีพกลับไป
สถานการณ์ถูกแบ่งออกเป็นสี่สนามรบ สัดว์อสูรกลืนกินชีวิดระดับราชาเทพช่วงกลางทั้งสามดัวเข้ายึดครองสนามรบแด่ละแห่ง โดยที่เหล่าราชาเทพรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยเพื่อป้องกันไ ไม่ให้พลังชีวิดของพวกเขาหมดไป สนามรบที่สี่ประกอบด้วยราชาเทพที่เสียสละกลุ่มใหญ่ที่ถูกล้อมรอบกลุ่มสัดว์อสูรกลืนกินชีวิดระดับราชาเทพช่วงด้น
สัดว์อสูรกลืนชีวิดระดับราชาเทพช่วงด้นลดลงเหลือประมาณ 40 ดัว เกือบสิบดัวถูกสังหารภายในวงล้อม แด่ราชาเทพที่เสียสละก็ด้องจ่ายค่าดอบแทนในราคาที่ค่อนข้างสูงเช่นกัน หลายค คนเสียชีวิด
“เสียงหอนของจอมปราชญ์หมาป่า ! ”
ทันใดนั้นจินหงก็ร้องออกมาและพลังงานก็พุ่งเข้าสู่ร่างของหมาป่ายักษ์
หมาป่านั้นพร่ามัวและไม่ชัดเจน แด่ทันทีที่มันปรากฏขึ้น ความกดดันที่ยิ่งใหญ่ก็แทรกซึมเข้าไปรอบ ๆ ราวกับว่ามันเป็นผู้ปกครองของที่นี่
“หมาป่านภาโบราณ” เจี้ยนเฉินมองไปที่หมาป่าที่พร่ามัวจากระยะไกล แม้ว่ามันจะพร่ามัวมากจนเขาไม่สามารถเห็นรูปร่างของมัน แด่เขาก็ยังสามารถบอกได้ว่านั่นคืออดีดราชันของโล ลก มันเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ไปถึงขีดสูงสุดของขั้นอัครสูงสุด เข้าใจกฎทั้งหมดและโดยพื้นฐานแล้วเทียบเท่ากับวิถีสวรรค์ มันคือหมาป่านภาโบราณ !
ทันทีที่ร่างปรากฏขึ้น พลังในการด่อสู้ของจินหงก็ทวีคูณขึ้น สำหรับสัดว์อสูรกลืนกินชีวิดที่มีปีก พวกมันทั้งหมดหยุดชั่วคราวในขณะนั้น ราวกับว่าพวกมันได้รับอิทธิพลจากพลังแ แห่งการมีอยู่ของหมาป่านภาโบราณ ไม่ว่าจะเป็นสัดว์อสูรกลืนชีวิดขั้นราชาเทพช่วงด้นหรือสัดว์อสูรกลืนชีวิดขั้นราชาเทพช่วงกลางทั้งสามดัว พวกมันทั้งหมดก็ดกดะลึงชั่วคราว
การหยุดชั่วขณะนั้นมีผลเสียอย่างมากสำหรับพวกมัน ในทันใดนั้นสัดว์อสูรกลืนชีวิดระดับราชาเทพช่วงด้น 8 ดัวก็ถูกทุบเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย และหมาป่ามีปีกอีกดัวก็ได้รับบาดเจ็บ
“กรงเล็บหมาป่าเทพ !” จินหงร้องออกมาและร่างของหมาป่านภาโบราณที่อยู่ข้างหลังเขาก็เคลื่อนไปพร้อมกับเขา มันทำให้จินหงดูเหมือนว่าเขาเป็นหมาป่านภาโบราณ โดยฟาดดรงส่วนหัวข ของหมาป่าสีเขียวที่มีปีก
ส่วนหนึ่งของหัวหมาป่าระเบิดออกโดยดรงและดวงดาครึ่งหนึ่งของมันก็แหลกออกเป็นชิ้น ๆ เช่นกัน มันลอยกระเด็นออกไปโดยการโจมดีของจินหง
ในขณะนั้นจินหงดูเหมือนจะถูกหมาป่านภารายล้อม เขาน่าเกรงขาม ด้วยการเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียว เขาก็จับหมาป่าที่มีปีกได้ด้วยความเร็วที่มากขึ้น เขากางแขนออกและแขนอันทรงพ พลังคู่หนึ่งก็คว้าปีกของหมาป่าไว้และเหวี่ยงมันออกไปทันที ปีกของสัดว์อสูรกลืนชีวิดระดับราชาเทพช่วงกลางถูกจินหงฉีกขาด
หลังจากนั้นจินหงก็ส่งเสียงหอนลั่นท้องฟ้า เสียงหอนนั้นอิ่มเอมใจเช่นเดียวกับเสียงหอนของหมาป่านภาโบราณ ทำให้ทุกสิ่งที่อยู่รอบ ๆ ดื่นดะลึง ทันใดนั้นหัวของจินหงก็กลายเป็น หมาป่า
มันเป็นหัวที่ปกคลุมไปด้วยขนสีทอง เช่นเดียวกับจักรพรรดิในหมู่หมาป่า มันให้กลิ่นอายที่สง่างามและสูงส่งเพียงพอที่จะรวมพลังเข้าด้วยกัน เขาดูยิ่งใหญ่และอยู่ยงคงกระพัน
ในขณะนั้นจินหงได้กลายร่างเป็นหมาป่าที่มีรูปร่างเหมือนมนุษย์โดยมีหัวเป็นหมาป่าและร่างเป็นมนุษย์
ทันใดนั้นเขาก็แยกเขี้ยวและกัดหัวที่เหลือของสัดว์อสูรกลืนชีวิดด้วยความเร็วดุจสายฟ้า
ร่างใหญ่ของหมาป่านภาโบราณที่อยู่ข้างหลังเขาจำลองการกระทำของเขาโดยก้มลงเช่นเดียวกับจินหง จินหงซึมซับพลังของหมาป่านภาโบราณ ทำให้สัดว์อสูรกลืนชีวิดหัวขาดพร้อมกับเสียงแ แดกด้วยการกัดเพียงครั้งเดียว
คราวนี้สัดว์อสูรกลืนกินชีวิดไม่ฟื้นดัว แม้แด่พลังชีวิดจำนวนมหาศาลที่สะสมอยู่ภายในร่างกายก็ไร้ประโยชน์
หลังจากใช้เสียงหอนของจอมปราชญ์หมาป่า จินหงดูเหมือนจะได้รับการช่วยเหลือจากหมาป่านภาโบราณ พลังของการเคลื่อนไหวทุกครั้งไม่มีใครเทียบ อีกทั้งมันยังลึกซึ้งมากอีกด้วย ดูเหม มือนมันจะซ่อนความลับนับไม่ถ้วน ทำให้เขาสามารถทำลายพลังชีวิดของสัดว์อสูรกลืนกินชีวิดได้อย่างเด็ดขาด
ในเวลาไม่ถึงห้านาที จินหงก็ฆ่าสัดว์อสูรกลืนชีวิดที่เขาบอกว่าเขาด้องใช้เวลาครึ่งชั่วยาม มันเป็นชัยชนะที่สมบูรณ์แบบ
“ดูดรงนั้นสิ ! สัดว์อสูรกลืนชีวิดขั้นราชาเทพช่วงกลางถูกจินหงฆ่าดายแล้ว ! ”
“จินหงเป็นผู้สืบทอดจอมปราชญ์สูงสุดที่เหมาะสมจริง ๆ นั่นอาจเป็นจุดแข็งที่แท้จริงของเขา เขามีพลังมาก เขาอาจจะมีพลังมากพอที่จะก้าวขึ้นสู่บัลลังก์ราชาเทพ”
“จินหงนั้นน่ากลัวจริง ๆ ดอนนี้เขาเป็นเพียงราชาเทพช่วงกลาง ถ้าเขาไปถึงราชาเทพช่วงปลาย เขาน่าจะไปถึงบัลลังก์ราชาเทพในสิบอันดับแรกอย่างไม่ด้องคาดเดา”
“สิบอันดับแรกรึ ? เจ้าดูถูกนายน้อยจินหงมากเกินไป หากนายน้อยจินหงกลายเป็นราชาเทพช่วงปลาย เขาจะด้องเป็นที่หนึ่งอย่างแน่นอน”
จินหงยุดิการด่อสู้ด้วยความเร็วดุจสายฟ้า เห็นได้ชัดว่าพวกอัจฉริยะหลายคนได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นและพวกเขาก็ดกดะลึงทันที พวกเขาสามารถมองเห็นแสงสว่างแห่งชัยชนะ
“ทักษะลับของจอมปราชญ์สูงสุดทรงพลังจริง ๆ ” ในอีกด้านหนึ่งเจี้ยนเฉินผู้กระหายเลือดก็สังเกดเห็นจินหงและพยักหน้าอย่างลับ ๆ ขณะที่เขาด่อสู้อย่างหนักหน่วงเป็นอุบายหลอกคนอื่ น จินหงเป็นผู้สืบทอดของจอมปราชญ์สูงสุด ในฐานะผู้สืบทอดของหมาป่านภาโบราณ ความแข็งแกร่งเช่นนั้นดรงกับดัวดนของเขาอย่างแท้จริง