เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 2705: ปะทะ (1)
ตอนที่ 2705: ปะทะ (1)
ร่างที่ใหญ่โตไม่ใช่สัตว์อสูรกลืนชีวิตขอบเขตตั้งต้น แต่มันเป็นสิ่งที่คล้ายกับวิญญาณของมัน เจี้ยนเฉินจึงสามารถสลายมันไปได้อย่างง่ายดาย
ด้วยพลังในปัจจุบันของเจี้ยนเฉิน มีขั้นอสงไขยเพียงไม่กี่คนที่อาจเป็นภัยคุกคามต่อเขา แม้ว่าสัตว์อสูรกลืนชีวิตจะมาปรากฏตัวเอง ความแข็งแกร่งระดับมันจะไม่สามารถต่อต้านเจี้ย ยนเฉินได้ นับประสาอะไรกับวิญญาณของมัน
ทันทีที่เจี้ยนเฉินแยกร่างออกไป เสียงคำรามที่สั่นสะเทือนของโลกก็ดังขึ้นในป่าทึบที่อยู่ไกลเกินขอบเขตของสัมผัสของเจี้ยนเฉิน เสียงคำรามที่น่ากลัวสั่นสะเทือนไปทั่วภูเขาโดยรอบท ทำให้พื้นดินแตก มันกระจายออกไปเป็นคลื่นเสียง ทำลายชีวิตทั้งหมดในระยะร้อยกิโลเมตร
ภายในถ้ำได้รับการเสริมพลังด้วยพลังงานพิเศษ ร่างเงามหึมาปรากฏตัวออกมาข้างนอก
มันเป็นเสือสีเทาขนาดใหญ่มากซึ่งมีความยาวรวมกันเป็นร้อยเมตร นอกจากนี้ยังมีตาที่สามที่กึ่งกลางหน้าผาก ดวงตาที่สามปิดแน่นจนดูเหมือนเป็นรอยกรีดเท่านั้น
เสือตัวนี้ดูเหมือนกับตัวที่เจี้ยนเฉินเพิ่งฆ่าไป ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือขนาดและความแข็งแรง
ด้วยการเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียว พลังงานที่น่ากลัวก็ปะทุออกมาจากร่างกายของเสือและสภาพแวดล้อมก็ดังขึ้น ภูเขาหลายลูกพังทลายเนื่องจากพลังงาน
ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความโกรธและความเกลียดชังขณะที่จ้องมองไปในทิศทางของเจี้ยนเฉิน แม้ว่าจะอยู่ห่างออกไปหลายล้านกิโลเมตร แต่มันก็ยังสามารถตรวจจับพลังแห่งการมีอยู่ของเจ จี้ยนเฉินได้อย่างแม่นยำไร้ที่ติ
หลังจากนั้นมันก็กระโจนส่งผลให้เกิดการระเบิดในอากาศ มิติที่นั่นสั่นและบิดเบี้ยว เสือขั้นอสงไขยดูเหมือนจะพุ่งทะลุมิติและหายตัวไป ในขณะที่มันเดินทางไปหาเจี้ยนเฉินด้วยความเร็ วที่ไม่ได้เป็นของขั้นอสงไขย
มันเร็วมากจนใช้เวลาไม่นานเกินไปที่จะครอบคลุมระยะทางหลายล้านกิโลเมตรระหว่างพวกเขา
เพียงไม่กี่วินาที พลังแห่งการมีอยู่ที่ยิ่งใหญ่ของเสือก็ปรากฏขึ้นในช่วงประสาทสัมผัสของเจี้ยนเฉิน โดยทั่วไปมันข้ามหมื่นกิโลเมตรในทุกวินาที
“ข้ากำลังจะไปตามหาเจ้า แต่เจ้าก็มาหาข้าแทน” เจี้ยนเฉินพึมพำกับตัวเองเมื่อเขาสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวของเสือ เขาสงบนิ่ง จ้องมองไปที่กลุ่มที่อยู่ห่างออกไป 100 กิโลเมตรก่อ อนที่จะควบคุมนกอินทรีให้บินเข้าหาเสือโดยไม่ลังเล
เขาจำเป็นต้องหยุดสัตว์อสูรกลืนชีวิตขอบเขตตั้งต้นให้อยู่ห่างจากกลุ่มในระยะหนึ่ง
นกอินทรีกระพือปีกและบินอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ มิติโดยรอบบิดเบี้ยวตลอดเวลาราวกับว่ามันถูกพับ ทำให้นกอินทรีสามารถบินผ่านได้เร็วกว่าปกติถึงร้อยเท่า
อีกที่หนึ่ง กลุ่มใหญ่ที่ประกอบด้วยสมาชิกของตระกูลต่าง ๆ ยังคงเดินผ่านพุ่มไม้ที่หนาแน่นอย่างรวดเร็ว ทั้งหมดตื่นตัวพร้อมสำหรับการโจมตีอย่างกะทันหันจากสัตว์อสูรกลืนชีวิต ไม่มีใครในพวกเขารวมถึงจินหงที่สามารถสัมผัสได้ถึงสัตว์อสูรกลืนชีวิตขอบเขตตั้งต้นที่กำลังมุ่งหน้ามาในทิศทางของพวกเขา นี่เป็นสัตว์อสูรที่เพียงพอจะทำให้ใบหน้าของพวกเขาซี ดเผือด
เหอเฉียนเฉียนอยู่แถวหน้าของกลุ่มพร้อมกับอัจฉริยะคนอื่น ๆ นางหยิบโถงศักดิ์สิทธิ์ที่เจี้ยนเฉินมอบให้ออกมาดูบ่อยครั้ง นางจะตรวจสอบว่าเศษเสี้ยววิญญาณยังอยู่ในนั้นหรือไม่เพื่ อที่นางจะได้ยืนยันสถานะของเจี้ยนเฉิน
นางรู้สึกโล่งใจเมื่อนางสัมผัสได้ว่าวิญญาณของเจี้ยนเฉินยังคงอยู่ อย่างน้อยที่สุดนางก็รู้ว่าเจี้ยนเฉินยังมีชีวิตอยู่
อย่างไรก็ตามในไม่ช้านางก็นึกถึงบางสิ่งบางอย่าง นางอดกังวลไม่ได้ นางคิดกับตัวเองว่า “เราเดินทางมานานขนาดนี้แล้ว เราไม่ได้อยู่ใกล้ที่ที่เราแยกจากกันอีกต่อไป หยางยู่เที ยน เจ้าจะสามารถข้ามระยะทางไกลและตามมาหาเราได้หรือไม่ ? ”
“เหอเฉียนเฉียน เสี้ยววิญญาณของหยางยู่เทียนยังคงอยู่หรือไม่ ? ” ทันใดนั้นจินหงก็หันกลับมามองเหอเฉียนเฉียนและถามนาง
เหอเฉียนเฉียนพยักหน้าและไม่พูดอะไร จินหงเห็นแบบนั้นก็อดยิ้มไม่ได้ “อย่างที่ข้าสงสัย หยางยู่เทียนไม่ใช่คนที่จะตายได้ง่าย ๆ ข้าคิดว่าเขาน่าจะตามเราได้ไม่ยากด้วยกฏ แห่งมิติของเขา”
“ทั้งหมดเป็นเพราะการเสียสละของหยางยู่เทียนที่ทำให้เราสามารถหลบหนีได้ในครั้งนี้ เขาล่อราชาสัตว์อสูรกลืนชีวิตออกไปอย่างไม่เห็นแก่ตัว ดังนั้นตอนนี้เขาอาจตกอยู่ในอันตราย ถึงชีวิต ถ้าข้าได้เจอเขาอีกครั้งเมื่อเราออกจากภูเขาโลกาแฝด ข้าจะขอบคุณเขาให้สมกับวีรกรรมของเขา” อัจฉริยะแห่งนิกายกระบี่จักรพรรดิบงกชกล่าว
“หยางยู่เทียนเป็นคนที่มีบุคลิกที่ยอดเยี่ยม เขาถึงขั้นยอมเสียสละตัวเองเพื่อให้เรามีเวลาเพียงพอสำหรับการหลบหนี เขาต้องเผชิญหน้ากับราชาสัตว์อสูรกลืนกินชีวิตระดับราชาเท ทพช่วงปลายเพียงลำพัง เพียงเรื่องนี้อย่างเดียวก็ทำให้ข้าชื่นชมเขามาก ข้าต้องรักษาเพื่อนชั้นยอดแบบนี้ไว้” กวงว่านหัวอัจฉริยะจากตระกูลแสงสีชาดกล่าวเสริม เขารู้สึกชื่นชม มจากก้นบึ้งของหัวใจ
หลายคนรู้สึกประทับใจกับการกระทำของเจี้ยนเฉิน พวกเขารู้สึกว่าเขาเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเขาหลบหนีได้สำเร็จและพวกเขาก็เป็นหนี้บุญคุณเจี้ยนเฉินอย่างเหลือล้น พวกเขารู้สึกซาบซึ้ งต่อการกระทำของเขา
แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่เป็นเช่นนั้น หลายคนยังคงเฉยเมย จากก้นบึ้งของหัวใจ พวกเขาดูแคลนเจี้ยนเฉินเนื่องจากสถานะของเขาในฐานะผู้บ่มเพาะอิสระ พวกเขาเชื่อว่าพวกเขาเหนือกว่ าและเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงและความตายที่อาจเกิดขึ้นก็เป็นสิ่งที่ผู้บ่มเพาะอิสะหรือคนรับใช้ควรกระทำอยู่แล้ว
“ข้าคิดว่าเจ้าประเมินหยางยู่เทียนมากเกินไป ด้วยกฎแห่งมิติของเขา เขาอาจสามารถหลีกเลี่ยงราชาสัตว์อสูรกลืนกินชีวิตได้ชั่วคราว แต่อย่าลืมว่าการใช้พลังของกฎจะดึงดูดพลั งของวิญญาณของคนที่ใช้มัน ซึ่งแตกต่างจากพลังงานดั้งเดิม,พลังของวิญญาณไม่สามารถฟื้นคืนได้ด้วยการดูดซับเหรียญผลึก เมื่อพลังวิญญาณของเขาหมดลงโดยสิ้นเชิง มันอาจจะถึงจุดจ จบของเขา” กงรุ่ยไม่พอใจที่ทุกคนยกย่องเจี้ยนเฉินเพราะเขามีความแค้นในใจที่ฝังลึก เขาจึงพูดในทางร้าย
“ถูกต้อง ในความคิดของข้า แม้ว่าหยางยู่เทียนจะยังมีชีวิตอยู่ เขาคงกำลังเหนื่อยเจียนตาย เขาน่าจะกำลังวิ่งเต้นไปทั่วภูเขาโลกาแฝดเหมือนสุนัข ไม่ต้องคิดว่าเราจะได้เห็นเข ขาในอนาคต ในไม่ช้าพลังชีวิตของเขาคงถูกสัตว์อสูรกลืนชีวิตดูดกลืนเช่นเดียวกับทหารพลีชีพที่ตายไป” ฉู่เจี๋ย กล่าวเสริมอย่างชั่วร้าย
“ฉู่เจี๋ย หุบปากซะ เหตุผลที่เราสามารถรอดพ้นจากราชาสัตว์อสูรกลืนชีวิตได้นั้นก็เป็นเพราะหยางยู่เทียน โดยพื้นฐานแล้วเขาช่วยชีวิตเรา” เหอเฉียนเฉียนมองฉู่เจี๋ยอย่างโกรธเก กรี้ยวด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ
“เขาช่วยเราทุกคนรึ ? เจ้าคิดว่าเขามีความสามารถขนาดนั้นเชียวหรือ ? ” ฉู่เจี๋ยหมิ่นประมาท
ในขณะนี้เสียงคำรามของเสือดังขึ้นจากขอบฟ้า ควบคู่ไปกับระลอกคลื่นพลังงานและแรงกดดันที่มาจากสถานที่อันห่างไกล
แม้ว่าพลังงานและแรงกดดันจะแผ่วลงอย่างมากหลังจากเดินทางมาจากระยะทางไกลเช่นนี้ แต่บรรดาอัจฉริยะมีความรู้ ดังนั้นพวกเขาจึงสัมผัสได้ทันทีถึงพลังงานที่เกินกว่าผู้บ่มเพาะขอบ บเขตเทพจากแรงกดดัน
“ขอบเขตตั้งต้น ! มันเป็นของขอบเขตตั้งต้น ! โอ้ ไม่ แรงกดดันมาจากขอบเขตตั้งต้น ! ” ปิงยี่เชิงจากนิกายกระบี่จักรพรรดิบงกชหน้ามืดทันที เขาเคยพบเจอกับผู้เชี่ยวชาญขอบเขตตั้งต้น นหลายคนในนิกายของเขา เขามีความประทับใจอย่างยิ่งต่อพลังแห่งการมีอยู่และพลังงานที่ไม่เหมือนใครที่ผู้เชี่ยวชาญขอบเขตตั้งต้นครอบครอง
“มันคือสัตว์อสูรกลืนชีวิต นั่นคือเสียงคำรามของสัตว์อสูรกลืนชีวิตขอบเขตตั้งต้น…”
“มีผู้เชี่ยวชาญขอบเขตตั้งต้นกำลังต่อสู้อยู่ในระยะไกล…”
…
ในทันทีการแสดงออกของทุกคนเปลี่ยนไปอย่างมากเนื่องจากพวกเขาจะไม่สามารถต้านทานสัตว์อสูรกลืนชีวิตขอบเขตตั้งต้นได้ ค่ายกลของทหารพลีชีพซึ่งเป็นราชาเทพจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใด ๆ เลย
ด้วยความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรกลืนชีวิตขอบเขตตั้งต้น ความสามารถในการกลืนกินชีวิตของพวกมันจะทรงพลังมากแม้ว่าพวกมันจะอยู่ห่างออกไปหลายกิโลเมตรหรือหลายสิบกิโลเมตร แต่ร่ างกายของพวกมันก็ยังคงได้รับการระบายออกอย่างหมดจดในเวลาอันสั้น.
ทุกคนนอกเหนือจากจินหงก็เริ่มหวาดหวั่นกับการปรากฏตัวของสัตว์อสูรกลืนชีวิตขอบเขตตั้งต้น อย่างไรก็ตามแม้แต่จินหงก็เคร่งเครียดมาก