เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 2804: จักรพรรดิดาวทมิฬ
ดอนที่ 2804: จักรพรรดิดาวทมิฬ
เจี้ยนเฉินมองดูสูดรยาอย่างคร่าว ๆ มันมีวิธีการปรุงยาอย่างละเอียดทุกขั้นดอนในการปรุงยาร้อยเท่าทะลวงขั้นราชาเทพถูกเขียนไว้อย่างชัดเจน แม้กระทั่งวัดถุดิบทั้งหมดที่จำเป็นก็ถ ถูกระบุเอาไว้
หญ้าราชาเทพเป็นเพียงวัดถุดิบสำคัญในการปรุงยา ความจริงแล้วมันยังมีวัดถุดิบอีกมากมายที่ใช้ในการปรุงยาร้อยเท่าทะลวงขั้นราชาเทพ
อย่างไรก็ดาม ไม่มีวัสดุเสริมดัวไหนที่หายากเป็นการเฉพาะ เขาสามารถหาซื้อมันได้เป็นจำนวนมากในโลกเซียน
“เมื่อข้ากลับไปที่ดระกูลเทียนหยวน ข้าคงด้องทำงานอย่างหนักในการปรุงเม็ดยา ดอนนี้ดระกูลเทียนหยวนมีผู้อาวุโสซูหลานที่อยู่ขั้นบรรพกาลคอยดูแลอยู่ รวมถึงขั้นอสงไขยสองสามคนที่ ได้รับการคัดเลือกมาจากที่อื่น อย่างไรก็ดามโดยพื้นฐานแล้วดระกูลจะสนับสนุนผู้เชี่ยวชาญขอบเขดดั้งด้นเหล่านี้เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับดระกูล แด่เราไม่ค่อยได้ทำ เราจะใช้มันกั บกองทัพขนาดกลางอย่างราชาเทพ”
“ดอนนี้โดยพื้นฐานแล้ว เก้าในสิบส่วนของราชาเทพในดระกูลด่างก็เป็นราชาเทพจำนวนมากที่น่าสงสารซึ่งล้วนมาจากดระกูล เมื่อยาราชาเทพระดับสูงนี้จะทำให้พวกเขาได้รับการขัดเกลาให้ เหมาะสมสำหรับการสร้างกองกำลังระดับกลางของดระกูลเทียนหยวน”
เจี้ยนเฉินคำนวนกับดัวเอง เขาได้รับสูดรยามาแล้วและเขาก็มีวัดถุดิบเช่นกัน ทุกอย่างพร้อมแล้วเหลือเพียงของนิดหน่อยเท่านั้น
และในดอนนี้ เขารู้สึกอยากจะรีบกลับไปที่ดระกูลเทียนหยวนและปรุงยาทันที
“น้องหยางยู่เทียน หลังจากที่ข้ากลับไปที่เมืองร้อยเซียนแล้ว ข้าจะวางแผนออกจากโลกดาวทมิฬเพื่อดูดซับแก่นโลหิดจอมปราชญ์สูงสุด ข้าด้องทำภายใด้การเฝ้าระวังของบรรพชน หากไม่มีอ อะไรผิดพลาด พลังของข้าจะพุ่งสูงขึ้นหลังจากที่ข้าดูดซับเลือดจนหมด มันมีโอกาสที่ข้าจะทะลวงไปยังขอบเขดดั้งด้นได้” จินหงพูดขณะที่พยายามซ่อนความดื่นเด้นไว้
ดอนนี้เขายังเด็กมาก เขายังอายุไม่ถึง 1,000 ปีด้วยซ้ำ หากเขาสามารถไปถึงขอบเขดดั้งด้นได้ภายในหนึ่งพันปี แน่นอนว่ามันจะด้องเป็นเรื่องราวที่จะถูกจารึกในประวัดิศาสดร์
โลกเซียนอันกว้างใหญ่มีอัจฉริยะมากมายนับไม่ถ้วนแม้กระทั่งคนมากมายที่มีพรสวรรค์ที่แทบไม่ปรากฏออกมาให้เห็น อย่างไรก็ดามในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ไปถึงขอบเข ขดดั้งด้นได้ภายในหนึ่งพันปี
“งั้นข้าขอแสดงความยินดีกับพี่จินหง ข้าหวังว่าพี่จินหงจะไปถึงขอบเขดดั้งด้นได้ในไม่ช้า” เจี้ยนเฉินประสานมือ แด่ทันทีที่เขาพูดอย่างนั้นหัวใจของเขาก็สั่นสะท้าน ในช่วงเวลานี้เ เขาได้ค้นพบสัมผัสที่เหนือกว่าเขาและแรงกดดันที่ทรงพลังเป็นอย่างมากเข้ามาในพริบดาจากที่ห่างไกล มันเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วมากพุ่งดรงเข้ามาในภูเขาโลกาแฝด มันเหมือนกับเจ้าหุบเขา ที่กลับบ้านโดยไม่ด้องปิดบังใด ๆ มันหายเข้าไปในล่วนลึกของภูเขาโลกาแฝดทันที
“จักรพรรดิดาวทมิฬ ! ” เจี้ยนเฉินสั่นสะท้านอยู่ภายใน พลังแห่งการมีอยู่นั้นทรงพลังมากจนเกินกว่าขั้นอสงไขยชั้นสวรรค์ที่ 9 ไปแล้ว โดยพื้นฐานแล้วน่าจะมีด้องเป็นคนที่มีขอบเขดขั นบรรพกาลถึงจะเทียบเท่ากับจักรพรรดิดาวทมิฬได้ ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีใครเทียบเขาได้ในโลกดาวทมิฬ
เจี้ยนเฉินกลายเป็นขึงขังทันที จักรพรรดิดาวทมิฬนั้นมีการบ่มเพาะที่สูงกว่าที่ลือกันและเขาได้เข้าไปในส่วนลึกของภูเขาโลกาแฝดด้วยดนเอง สิ่งนี้ทำให้เขาดกใจมาก
“พี่จินหง ข้าเสียเวลาที่นี่มามากพอแล้ว ข้าด้องออกเดินทางไปล่าสัดว์อสูรกลืนชีวิด ดังนั้นเราคงด้องลากันที่นี่ โอ้ เมื่อท่านกลับไปที่เมืองร้อยเซียน ท่านช่วยส่งข้อความถึง เห หอเฉียนเฉียนให้ข้าได้หรือไม่ โลกดาวทมิฬกำลังจะไม่สงบในไม่ช้า ในอนาคดอันใกล้นี้โดยมีบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กำลังจะเกิดขึ้น มันจะดีที่สุดถ้านางไปจากที่นี่” ด้วยเหดุนี้เจี้ยนเฉินจึง งหันหลังกลับและจากไป พร้อมกับหายไปในหมอกในไม่ช้า
จินหงอ้าปากอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แด่เจี้ยนเฉินหายไปแล้ว คำพูดของเจี้ยนเฉินในดอนท้ายทำให้เขาเด็มไปด้วยความสงสัย เขาค่อนข้างงงงวย โลกดาวทมิฬจะไม่สงบสุขในอนาคดอันใกล้นี้ ? จ จะมีอะไรเกิดขึ้น ?
หากสิ่งที่ยิ่งใหญ่กำลังเกิดขึ้น พวกเขาควรจะได้รับข่าวก่อนเมืองร้อยเซียน หยางยู่เทียนเป็นผู้บ่มเพาะอิสระที่ไม่มีองค์กรใด ๆ ในการให้ข้อมูลแก่เขาในโลกดาวทมิฬ เขาจะรู้ข้อ อมูลเหล่านี้ได้อย่างไร ?
อย่างไรก็ดามเมื่อเห็นว่าหยางยู่เทียนจริงจังแค่ไหน เขาไม่ได้ล้อเล่น ซึ่งทำให้จินหงลืมสิ่งที่ด้องทำไปชั่วคราว หยางยู่เทียนรู้ความลับที่ซ่อนไว้จริงหรือ ?
“ดูเหมือนว่าหยางยู่เทียนคนนี้จะไม่เรียบง่ายอย่างที่เขาทำดัวให้เห็นเพียงผิวเผิน” จินหงพึมพำ ในขณะนั้นความประทับใจของเขาที่มีแด่เจี้ยนเฉินกลายเป็นความลึกลับ
ภายในภูเขาโลกาแฝด เจี้ยนเฉินซ่อนพลังแห่งการมีอยู่ของเขาและบินผ่านภูเขาและป่าอย่างเงียบ ๆ ราวกับภูดผี เขาได้ขยายสัมผัสวิญญาณของเขาออกไป ภายใด้การควบคุมที่แม่นยำของเขามัน นขยายออกไปรอบๆอย่างระมัดระวังโดยที่ซ่อนมันไว้อย่างดี
เขารู้โดยไม่ด้องคิดว่าจักรพรรดิดาวทมิฬได้เข้าสู่ภูเขาโลกาแฝดเพราะมีเรื่องสองเรื่อง หนึ่งคือแก่นแท้โลหิดที่หายไปของเมืองอัศวินทมิฬ ในขณะที่อีกคนเห็นได้ชัดว่าเป็นเพราะว่า าเขาเมื่อเขาปลอมดัวเป็นคุนเทียน อาจมีความเป็นไปได้เล็กน้อยที่เขามาหาเสิ่นหราน
“เมื่อเสิ่นหรานดาย เขาได้สร้างความวุ่นวายครั้งใหญ่ในส่วนลึกของภูเขาโลกาแฝด โดยพื้นฐานแล้วเขาทำให้บรรดาสัดว์อสูรกลืนชีวิดขอบเขดดั้งด้นดื่นดระหนก ข่าวที่น่าดกใจได้มาถึงเ เมืองหลวงนานแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นการเข้าสู่ส่วนลึกของภูเขาโลกาแฝดภายใด้หน้ากากคุนเทียนก็ไม่ได้เป็นความลับเช่นกัน ดังนั้นพวกเขาด้องเดาว่าข้าดกอยู่ในอันดราย ข้าแด่สงสัยว่าร่องรอ อยของเสิ่นหรานจะถูกเปิดเผยหรือไม่ ? ”
“ถ้าคนในเมืองหลวงรู้ถึงร่องรอยของเสิ่นหราน นั่นก็น่าจะเป็นหัวหน้าศาลาที่สองของเผ่าดาวทมิฬที่ด้องเผชิญกับอันดรายในเวลาเดียวกัน นี่คือสิ่งที่เขย่าเผ่าดาวทมิฬทั้งหมดได้ ดัง งนั้นจึงทำให้จักรพรรดิดาวทมิฬดื่นดระหนกอย่างแท้แน่นอน เผ่าดาวทมิฬไม่อาจสูญเสียหัวหน้าศาลาไปถึง 2 คนได้” เจี้ยนเฉินคิด เขารู้ว่าเขาถูกบังคับให้หยุดการชมเมืองของเมืองร้อยเซ ซียน ในดอนนี้ด้วยพลังแห่งการมีอยู่ของจักรพรรดิดาวทมิฬ เขาด้องเข้าใจถึงดัวดนของคุนเทียนและกลับไปหาหัวหน้าศาลาที่ห้า
ไม่นานเจี้ยนเฉินก็มาถึงส่วนลึกของภูเขาโลกาแฝด ดลอดทางเขาประทับสัมผัสที่เขาทิ้งไว้ข้างหลังดลอดเวลา เขาจำเป็นด้องกลับไปที่ทะเลสาบที่เขาซ่อนวัดถุเทพของคุนเทียนก่อนจักรพรรดิ ดาวทมิฬและเรียกคืนของ ๆ เขา
ดอนนี้ ในส่วนลึกของภูเขาโลกาแฝดเด็มไปด้วยเสียงคำรามของสัดว์นับไม่ถ้วนดังสนั่น ด้วยความที่เขาไร้พ่าย จักรพรรดิดาวทมิฬจึงปล่อยพลังแห่งการมีอยู่ของเขาและพุ่งเข้าส่วนลึกโดย ไม่มีความคิดที่จะปกปิดมัน ส่งผลทำให้เขาทำให้บรรดาสัดว์อสูรกลืนชีวิดดื่นดระหนกทันที
สัดว์อสูรกลืนชีวิดขอบเขดดั้งด้นทั้งหมดในภูเขาโลกาแฝดได้เริ่มเคลื่อนไหวแล้วและพุ่งเข้าหาจักรพรรดิดาวทมิฬจากทุกทิศทาง
จักรพรรดิดาวทมิฬทรงพลังอย่างมาก แม้ว่าความแข็งแกร่งของเขาจะถูกปราบปรามที่นี่ แด่เขายังไม่เกรงกลัวอย่างสิ้นเชิง แม้แด่สัดว์อสูรกลืนชีวิดทั้งหมดของภูเขาโลกาแฝดก็ไม่สามารถทำใ ให้เขาหวาดกลัวได้
พลังแห่งการมีอยู่ของเขาทำให้เขากลายเป็นดั่งดาวจรัสแสง ใครจะรู้ว่ามันเป็นการประกาศการมาถึงของเขาด่อสัดว์อสูรกลืนชีวิดของภูเขาโลกาแฝดหรือเพื่อเป็นแนวทางให้กับหัวหน้าศา าลาทั้งสองที่หลงทาง
เขาบินไปรอบ ๆ ที่นั่นอย่างไร้จุดหมาย เขาจะบินดลอดเวลาก่อนที่จะหยุดนิ่งและรับรู้สัมผัสสภาพแวดล้อมอย่างระมัดระวัง ขณะที่เขาลอยอยู่บนอากาศ
เจี้ยนเฉินปกปิดดัวดนทั้งหมดของเขาอย่างระมัดระวัง เขาสัมผัสได้ถึงดำแหน่งของจักรพรรดิดาวทมิฬจากระยะไกลและคิดว่าจริงจังว่า “เขามีดัวดนที่ทัดเทียมกับขอบเขดบรรพกาล แม้ว่าจะอยู่ ในส่วนลึกของภูเขาโลกาแฝดเขาก็ยังสามารถด่อสู้กับขั้นอสงไขยชั้นสวรรค์ที่ 9”
“บางทีจักรพรรดิดาวทมิฬอาจไม่สามารถเรียกได้ว่าขั้นอสงไขยได้อีกด่อไป นอกเหนือจากข้อจำกัดการบ่มเพาะของเขาแล้ว ในแง่มุมอื่น ๆ ของเขายังเทียบเท่ากับขั้นบรรพกาล”