เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 2805: จักรพรรดิที่ไร้พ่าย
ตอนที่ 2805: จักรพรรดิที่ไร้พ่าย
ในเวลานี้สัตว์อสูรกลืนชีวิตก็ค่อย ๆ เข้ามาถึงตัวจักรพรรดิดาวทมิฬแล้ว อย่างไรก็ตามพวกมันหยุดหลังจากห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตร ก่อนที่จะมองไปที่ยังทิศทางที่เขาอยู่ ดวงตาที่ค ค่อนข้างฉลาดของมันแสดงให้เห็นถึงความกลัว จริง ๆ แล้วพวกมันไม่กล้าที่จะเข้าไปหาเขา
ความแข็งแกร่งของจักรพรรดิดาวทมิฬและพลังแห่งการมีอยู่ของเขาแผ่ออกมา ทำให้เกิดแรงกดดันระดับเทียบเท่ากับขอบเขตตั้งต้นของสัตว์อสูรกลืนชีวิต ความกลัวที่รุนแรงนั้นเห็นได้ชัดจาก กสายตาของสัตว์อสูรกลืนชีวิตระดับขอบเขตตั้งต้น
ราวกับว่าพวกมันจำได้ครั้งหนึ่งที่เคยทุกข์ทรมานจากจักรพรรดิดาวทมิฬ
วูบ !
ในตอนนี้จักรพรรดิดาวทมิฬเริ่มเคลื่อนไหว ด้วยความที่เขานั้นไร้พ่ายในระดับเดียวกัน เขาสามารถอาละวาดอยู่ในส่วนลึกของภูเขาโลกาแฝดได้ และบินไปยังทิศทางอื่น
ทิศทางที่เขาบินไปนั้นทำให้สัตว์อสูรกลืนชีวิตขอบเขตตั้งต้นต่างลังเล ซึ่งดูเหมือนกับว่ามันกับรอกำลังเสริม ตอนนี้เมื่อเห็นจักรพรรดิดาวทมิฬบินมาหามัน มันก็สั่นสะท้านก่อนที่ จะหันหัวและหลบหนีไป
อย่างไรก็ตามมันยังช้าเกินไป หลายสิบกิโลเมตรเป็นเพียงก้าวเดียวของจักรพรรดิดาวทมิฬ เขามาถึงสัตว์อสูรกลืนชีวิตที่กำลังหลบอยู่ได้ภายในพริบตาและดูเหมือนว่าสัตว์อสูรกลืนชีวิตต ตัวนี้กำลังขวางทางอยู่ เขาโบกมือออกไปอย่างสบาย ๆ
ในขณะที่เขาโบกมือ พลังปราณที่น่าตกใจก็พุ่งออกมาทันทีและควบเป็นฝ่ามือใหญ่ขนาด 300 เมตรก่อนที่จะตบไปที่สัตว์อสูรกลืนชีวิตอย่างไร้ความปราณี
ในส่วนลึกของภูเขาโลกาแฝด ความแข็งแกร่งของจักรพรรดิดาวทมิฬได้ถูกยับยั้ง ทำให้เขาไม่ได้ใช้กำลังทั้งหมดของเขา แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นการโจมตีของเขาก็ยังคงน่าตกใจ
ปัง !
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับหลังมือ สัตว์อสูรกลืนชีวิตที่อยู่ขั้นอสงไขยชั้นสวรรค์ที่ 3 ก็ไม่อาจหลบหนีได้ มันถูกตบอย่างแรงทำจนต้องส่งเสียงครวญครางอย่างน่าสังเวช จากการโจมตีระย ยะไกล มันก็กระเด็นไปชนต้นไม้ที่ขวางทางก่อนที่จะเลยไปถึงภูเขาและจมอยู่ใต้ดินทั้งเป็น
ฝ่ามือนั้นน่ากลัวอย่างมาก ไม่เพียงแต่จะทำให้สัตว์อสูรกลืนชีวิตบาดเจ็บสาหัส แต่คลื่นพลังของมันก็ยังทำให้บริเวณรอบ ๆ กลายเป็นพายุกวาดออกไปให้ต้นไม้และใบหญ้าถูกพัดออกไปใน นระยะทางกว่าสิบกิโลเมตรจนเป็นชิ้น ๆ
คลื่นพลังจากการโจมตีเพียงแค่ครั้งเดียวก็ได้กวาดล้างทุกชีวิตในรัศมี 10 กิโลเมตรให้กลายเป็นพื้นราบ
เมื่อจักรพรรดิดาวทมิฬทำร้ายสัตว์อสูรกลืนชีวิตในขอบเขตตั้งต้น สัตว์อสูรกลืนชีวิตตัวอื่นที่ซ่อนอยู่ใกล้ ๆ ก็ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือใด ๆ แต่พวกมันทั้งหมดถอยกลับไปโดยสัญชาตญาณ ดวงตาของพวกมันเต็มไปด้วยความกลัว
อย่างไรก็ตามจักรพรรดิดาวทมิฬไม่ได้สนใจกับพวกมันเลย บางทีสำหรับจักรพรรดิดาวทมิฬไม่เคยแม้แต่จะเหลียวแล ที่เขาโจมตีมันไปนั้นเพราะว่าพวกมันขวางทางของเขาเท่านั้น
หลังจากนั้นเขาก็ลอยขึ้นไปในอากาศและหายไปในพริบตา เพียงไม่กี่ก้าวของเขา เขาก็ปรากฏตัวออกไปหลายหมื่นกิโลเมตรก่อนที่จะหยุดอีกครั้งและส่งสัมผัสออกไปอย่างใกล้ชิด
คราวนี้ดูเหมือนเขาจะรู้สึกอะไรได้ ดวงตาของเขาเปล่งประกายทันทีและเขาก็บินผ่านป่าและมาถึงที่ซ่อนของสัตว์อสูรกลืนชีวิตในท้ายที่สุด
สัตว์อสูรกลืนชีวิตในถ้ำนี้หนีไปทันทีราวกับว่ากำลังเจอภัยพิบัติและซ่อนตัวห่างออกไปกว่าร้อยกิโลเมตร พร้อมกับจ้องมองไปที่จักรพรรดิดาวทมิฬอย่างระแวดระวัง ในขณะเดียวกันมันก็มอง เข้าไปในระยะไกล ขณะการจ้องมองของมันเผยให้เห็นความไม่อดทน พรรคพวกที่แข็งแกร่งของมันเกือบทั้งหมดได้มาถึงที่นี่แล้ว
จักรพรรดิดาวทมิฬยื่นมือออกไป ในเวลาต่อมาแหวนมิติก็มาอยู่ในมือของเขาอย่างรวดเร็ว แหวนมิตินี้คือของเจ้าเมืองอัศวินทมิฬ ไป่จิน ที่หายตัวไป
มองไปที่แหวนมิติ มีแสงที่เย็นชาผ่านสายตาของจักรพรรดิดาวทมิฬทันที หลังจากนั้นก็เกิดรอยแยกมิติและจากนั้นแหวนมิติก็กลายเป็นฝุ่นภายในมือของเขา นอกจากแก่นโลหิตแล้วที่เหลือสล ลายกลายเป็นฝุ่น
หลังจากนั้นจักรพรรดิดาวทมิฬก็ยื่นมือไปหาสัตว์อสูรกลืนชีวิตที่เป็นเจ้าของที่ซ่อนตัวอยู่ก่อนที่จะกำมือ ตอนนี้สิ่งที่อยู่ห่างออกไปร้อยกิโลเมตร
เกิดเหตุการณ์รอยแยกมิติห่างไปกว่าร้อยกิโลเมตรและดูเหมือนกับว่ารอยแยกมิตินี้ได้ทำลายพื้นที่รอบ ๆ จนบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง
สัตว์อสูรกลืนชีวิตที่อยู่ที่นั่นรู้สึกว่าร่างกายของมันหดตัวลง แรงกดดันที่ไม่ทราบแน่ชัดได้มาบีบตัวมันทุกทิศทาง ร่างกายขนาดใหญ่ของมันถูกบีบอย่างรวดเร็วจนน่ากลัว
ในขณะที่มันหดตัว เลือดสีเขียวขุ่นภายในร่างกายของมันก็ซึมออกมาจากรูขุมขน ผิวหนังของมันปริแตกออกขณะที่เนื้อและเลือดไหลออกมา แม้กระทั่งเกิดเสียงกระดูกหัก
มันอ้าปากและร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวด ดวงตาของมันเริ่มปูด แรงกดดันนั้นนี้บีบจนเสียดวงตาของมันยังหลุดออกจากเบ้า
สัตว์อสูรกลืนชีวิตขอบเขตตั้งต้นที่แม้แต่หัวหน้าศาลาเผ่าดาวทมิฬก็ยังต้องรับมืออย่างระมัดระวังก็อ่อนแอมาก ๆ เมื่ออยู่ต่อหน้าจักรพรรดิดาวทมิฬ เพียงแค่เขาบีบมือของเขา มันก ก็มีพลังเพียงพอที่จะบดขยี้สัตว์อสูรกลืนชีวิตตัวนี้ได้รุนแรง
นี่ไม่ใช่กฏมิติ มันเป็นเพียงความเข้าใจและวิธีการใช้งาน
ความแข็งแกร่งของจักรพรรดิดาวทมิฬนั้นน่ากลัวอย่างแท้จริง การใช้พลังและการควบคุมพลังของเขาได้มาถึงจุดที่ทำให้ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ในโลกเซียนต่างก็หนาวสั่น
แต่ในขณะนี้เสียงร้องเสียดหูก็มาถึง ลูกศรกระดูกพุ่งทะลุอากาศจากต้นไม้สูงและยอดเขานับไม่ถ้วนระหว่างทางที่มันพุ่งเข้ามาหาจักรพรรดิดาวทมิฬด้วยความเร็วอย่างไม่อยากจะเชื่อ
พลังภายในลูกศรกระดูกนั้นยอดเยี่ยมมากจนดูเหมือนว่ามันจะต่อสู้กับจักรพรรดิดาวทมิฬได้เลย
สายตาของจักรพรรดิดาวทมิฬแว่บขึ้นอย่างเย็นชา ทันในนั้นเขาก็ยกมืออีกข้างขึ้นและพลังที่ท่วมท้นก็ควบแน่นที่ปลายนิ้วของเขา เขาชี้ไปที่ลูกศรกระดูกที่พุ่งเข้ามา
ปัง !
ลูกศรกระดูกกลายเป็นเงาขณะที่ชนกันพลังจากนิ้วจักรพรรดิดาวทมิฬด้วยความเร็วที่ไม่น่าเชื่อ เสียง “ตูม” หนัก ๆ ดังออกมาทันทีพร้อมกับคลื่นกระแทกที่มองไม่เห็นทำให้เศษหญ้า, ต้นไม้ใ ในระยะหลายร้อยกิโลเมตรนั้นกลายเป็นชิ้น ๆ แม้แต่ที่ผืนดินก็เต็มไปด้วยรอยแตกระแหง
พลังของลูกศรกระดูกไม่ได้หายไป มันลอยอยู่กลางอากาศก่อนที่จะแผ่พลังกดดันที่มหาศาลอยู่ด้านในและสะเทือนไปตามข้อต่อนิ้วของจักรพรรดิดาวทมิฬ