เทพกระบี่มรณะ (Chaotic sword god) - ตอนที่ 2806: ระดมกำลังทั้งหมด
ตอนที่ 2806: ระดมกำลังทั้งหมด
ระหว่างทาง ความแข็งแกร่งของจักรพรรดิดาวทมิฬที่อยู่ในขั้นไร้พ่ายได้แสดงออกมา ทำให้เห็นสัตว์อสูรกลืนชีวิตที่อยู่รอบ ๆ เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ไม่มีสัตว์อสูรกลืนชีวิตตัวใดที่ เขาเคยเห็นมาก่อนหน้านี้มีความกล้าที่จะต่อสู้กับเขา
แต่ตอนนี้ ลูกศรกระดูกจากส่วนลึกของในป่าก็ไม่อาจทำอะไรจักรพรรดิดาวทมิฬได้ มันไม่ได้ถูกขับไล่หรือได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีเพียงครั้งเดียวเหมือนกับสัตว์อสูรกลืนชีวิตที่อ่อน นแอกว่าตัวอื่น ๆ
ทั้งหมดชี้ให้เห็นว่าสัตว์อสูรกลืนชีวิตที่ปล่อยศรกระดูกจะต้องมีความแข็งแกร่งใกล้เคียงกับจักรพรรดิดาวทมิฬหรือแม้กระทั่งความแข็งแกร่งเท่าเทียมกัน
กลางอากาศ ลูกศรกระดูกปล่อยพลังอย่างมากมายจนส่องแสงออกมาจากตัวของลูกศร ซึ่งเป็นการโจมตีที่น่ากลัวซึ่งทำให้หัวหน้าศาลาของเผ่าดาวทมิฬต้องหน้าซีด มันกำลังขับเคี่ยวกับจักรพรรดิ ดาวทมิฬอยู่ตลอดเวลา
ปลายนิ้วของจักรพรรดิดาวทมิฬยังคงควบแน่นพลังปราณ พลังปราณอันนี้มากพอที่จะทำร้ายผู้เชี่ยวชาญขอบเขตตั้งต้นในโลกเซียน มันแทบจะกลายเป็นผลึกที่สามารถจับต้องได้ มันโผล่ออกมาจาก หนึ่งนิ้วและกำลังปะทะกับลูกศรกระดูกโดยไม่อ่อนแอกว่า
แต่ท้ายที่สุด ลูกศรกระดูกก็ยังคงเป็นสิ่งที่หมดพลังปราณ หากไม่มีการสนับสนุนจากแหล่งพลังสำรองใด ๆ มันก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของจักรพรรดิดาวทมิฬในท้ายที่สุด เมื่อมันกำลังจะหมดพลัง งปราณ มันกลับไปยังส่วนลึกของป่า
ในขณะที่ท้องฟ้าสีขาวขุ่นที่ปกคลุมไปด้วยหมอกหนาที่อยู่ใกล้กับจักรพรรดิดาวทมิฬก็มืดลง เงาขนาดใหญ่ตกลงมาจากฟ้าอย่างรวดเร็วพร้อมกับแรงกดดันมหาศาลกดทับจักรพรรดิดาวทมิฬที่อยู่ด ด้านล่าง
นี่คือสัตว์อสูรกลืนชีวิตขอบเขตตั้งต้นที่ตัวใหญ่มาก แรงกดดันนั้นทรงพลังมากจนเทียบเท่าแรงกดดันของจักรพรรดิดาวทมิฬ เมื่อมันลงมา มันก็มาพร้อมกับลูกศรกระดูกพุ่งเข้าหาจักรพรรด ดิดาวทมิฬอีกครั้ง
สัตว์อสูรกลืนชีวิตที่สามารถต่อกรกับจักรพรรดิดาวทมิฬได้นี้เห็นได้ชัดว่าเป็นเจ้าของลูกศรกระดูกก่อนหน้านี้
จักรพรรดิดาวทมิฬยังคงสงบ แรงกดดันของเขาพวยพุ่งพร้อมกับพลังงานที่บริสุทธิ์ที่ไม่อาจบรรยายได้ราวกับคลื่นยักษ์ เขาออกหมัดทันที
ตูม !
หมัดของเขาเคลื่อนไหวเร็วกว่าลูกศรกระดูก ก่อนที่ลูกศรจะพุ่งเข้าหาเขาได้ เขาก็โจมตีถึงตัวของสัตว์อสูรกลืนชีวิตแล้ว มีเสียง”ตูม” ดังขึ้น และเงาที่กำลังทอดลงของสัตว์อสูรก กลืนชีวิตก็หยุดลงเพราะถูกแรงของมันกระแทกกลับไป ท้ายที่สุดก็มีเสียงดังกึกก้องอีกครั้งเพราะสัตว์อสูรกลืนชีวิตได้หล่นลงไปยังภูเขาข้าง ๆ และทำให้บริเวณโดยรอบสั่นสะเทือน
อย่างไรก็ตามมันลงพื้นได้ตามปกติหลังจากที่ถูกหมัดที่ทรงพลังของจักรพรรดิดาวทมิฬ สัตว์อสูรกลืนชีวิตตัวนี้ไม่ได้รับบาดแผลใด ๆ ราวกับว่ามันรับการโจมตีของจักรพรรดิดาวทมิฬได้อย ย่างหมดจด
เพียงตอนนี้ร่างของมันก็โผล่ออกมา มันเป็นสัตว์อสูรกลืนชีวิตที่ยาวหลายพันเมตรที่คล้ายกับมังกรปฐพี มีศรกระดูกขนาดใหญ่ 9 อันยื่นออกมาจากด้านหลังของมัน
ศรเหล่านี้สามารถเปลี่ยนขนาดได้อย่างชัดเจน ในระหว่างการโจมตีจากระยะไกลครั้งแรกมันมีความยาวเพียง 10 เมตร แต่เมื่อเทียบกับตัวของมันที่มีความยาวหลายร้อยเมตร
กรร !
เห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มังกรปฐพีและจักรพรรดิดาวทมิฬได้พบกันครั้งแรก ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความเกลียดชัง ทันทีที่มันลงถึงพื้นมันก็คำรามและพุ่งเข้าหาจักรพรรดิดาวทมิ ฬ
เห็นได้ชัดว่าการต่อสู้นี้สามารถทำลายภูเขาทั้งหมดได้จากมังกรปฐพีและจักรพรรดิดาวทมิฬ เสียง “ตูม” ดังออกมาเป็นระยะ จนเสมือนว่าท้องฟ้ากำลังถล่ม
มังกรปฐพีอยู่ในขั้นอสงไขยชั้นสวรรค์ที่ 9 ซึ่งเป็นขอบเขตการบ่มเพาะเดียวกับจักรพรรดิดาวทมิฬ อย่างไรก็ตามเมื่อพวกเขาปะทะกันก็เห็นได้ชัดว่ามันอ่อนแอกว่าจักรพรรดิดาวทมิฬเล็กน้ อย
สัตว์อสูรกลืนชีวิตมีพลังมากเกินไป เขาได้รับการปราบปรามโดยตรงจากจอมปราชญ์สูงสุดในภูเขาโลกาแฝด จนไม่อาจปลดปล่อยความแข็งแกร่งได้อย่างเต็มที่ แต่เขาก็ยังได้เปรียบขณะที่เขาเ เผชิญหน้ากับมังกรปฐพี สัตว์อสูรกลืนชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุดของภูเขาโลกาแฝด ภายใต้สถานการณ์เหล่านี้
เขายังคงได้เปรียบ แต่ก็ยังยากมากที่จักรพรรดิดาวทมิฬจะเอาชนะมังกรปฐพีได้ เพราะการป้องกันของมังกรปฐพีนั้นทรงพลังเกินไป การโจมตีของจักรพรรดิดาวทมิฬไม่อาจทำให้เกิดบาดแผลสาหั สใด ๆ ได้ แม้ว่าเขาจะทิ้งร่องรอยบาดแผลเล็ก ๆ ไว้เบื้องหลัง มันก็จะหายไปในพริบตาเมื่อต้องมาเจอกับพลังชีวิตที่น่ากลัวของมังกรปฐพี
และมังกรปฐพีสามารถฟื้นฟูได้อยู่ในสภาวะสูงสุดเมื่อมันอยู่ในภูเขาโลกาแฝด ตราบใดที่มันยังคงอยู่ที่นี่ พลังปราณของมันก็ฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องและไม่มีวันหมดอย่างแท้จริง
ในขณะที่พวกเขาปะทะกัน สัตว์อสูรกลืนชีวิตขอบเขตตั้งต้นก็วิ่งเข้ามาทุกตัว พวกมันร่วมกันต่อสู้และปิดล้อมจักรพรรดิดาวทมิฬให้กับมังกรปฐพี
จักรพรรดิดาวทมิฬอยู่ในวงล้อมของสัตว์อสูรกลืนชีวิตขอบเขตตั้งต้นหลายสิบตัว !
เจี้ยนเฉินเฝ้าดูการเคลื่อนไหวของจักรพรรดิดาวทมิฬอย่างใกล้ชิดจากยอดเขาอื่นในภูเขาโลกาแฝด จักรพรรดิดาวทมิฬไม่ได้ปกปิดกลิ่นอายของเขาและความวุ่นวายจากการต่อสู้ก็มากเกินไป ด้วย ความแข็งแกร่งของเจี้ยนเฉินในขอบเขตตั้งต้น เขาจึงรู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นแม้ว่าเขาจะไม่ได้ให้ความสนใจเป็นพิเศษ
อย่างไรก็ตามเมื่อเขาพบว่าจักรพรรดิดาวทมิฬสามารถจัดการสัตว์อสูรกลืนชีวิตทั้งหมดของภูเขาโลกาแฝดโดยลำพัง เขาก็ตกใจเล็กน้อย
ถ้าจักรพรรดิดาวทมิฬแสดงความแข็งแกร่งอย่างนี้ในเผ่าดาวทมิฬ เขาจะไม่แปลกใจเลยเพราะจักรพรรดิดาวทมิฬมีความสามารถอยู่ในขั้นบรรพกาลแล้ว แม้แต่การฆ่าสัตว์อสูรกลืนชีวิตเหล่านี้ก็ ยังสมเหตุสมผล
แต่นี่คือภูเขาโลกาแฝด เขายังคงมีพลังมากแม้ว่าจะถูกควบคุมความแข็งแกร่ง ซึ่งทำให้เจี้ยนเฉินต้องประเมิณความแข็งแกร่งของจักรพรรดิดาวทมิฬใหม่
ในตอนนี้สีหน้าของเจี้ยนเฉินเปลี่ยนไป ห่างออกไปหลายล้านกิโลเมตรสัมผัสของเขาค้นพบใครบางคนที่คุ้นเคย
มันคือรองหัวหน้าศาลาห้า โตววูจิน เขามาถึงส่วนลึกของภูเขาด้วยเช่นกัน แต่ไม่เหมือนกับจักรพรรดิดาวทมิฬผู้หน้าด้าน อย่างไรก็ตามโตววูจินยังคงปกปิดสถานะของเขาอย่างมิดชิดและค้น นหาอยู่ในส่วนลึกอย่างระมัดระวัง เขาใช้ทักษะลับของตนเองอย่างต่อเนื่องเพื่อพยายามเข้าใจอะไรบางอย่าง เขาไม่ได้กระตุ้นสัตว์อสูรกลืนชีวิตใด ๆ เขาอ้อมไปมาเพื่อหลีกเลี่ยงที่จะเจอ สัตว์อสูรกลืนชีวิตขั้นราชาเทพ
เจี้ยนเฉินพบโตววูจินได้ แต่โตววูจินไม่สามารถพบเจี้ยนเฉินได้ เพราะแม้แต่สัมผัสของคนนอกก็ถูกจำกัดอย่างมาก นับประสาอะไรกับคนของเผ่าดาวทมิฬ
วิญญาณของเจี้ยนเฉินแตกต่างเช่นกัน เมื่อรวมกับเขาซ่อมตัวอย่างตั้งใจ แม้ว่าเขาจะเจอกับคนที่มีการบ่มเพาะสูงกว่าเขา เขาก็ยังคงต้องพยายามอย่างมาเพื่อที่จะหาสัมผัสวิญญาณของเจี ยนเฉินในสภาพแวดล้อมที่เป็นเอกลักษณ์เช่นภูเขาโลกาแฝดนี้
ไม่นานหลังจากที่เขาพบโตววูจิน สัมผัสวิญญาณของเจี้ยนเฉินก็ห่อหุ้มรัศมีพื้นที่ 500 กิโลเมตรจากโตววูจิน หัวหน้าศาลาสิบ เฟิงสือก็มาด้วยเช่นกัน
มันไม่ได้หมดแค่พวกเขา 2 คน เจี้ยนเฉินได้เห็นรองหัวหน้าศาลาของศาลาเจ็ด อันเล่ย
ภูเขาโลกาแฝดมีขนาดใหญ่มากแม้ว่าเจี้ยนเฉินจะขยายสัมผัสวิญญาณของเขาออกไปทั้งหมด เขาก็ต้องพยายามอย่างมาเพื่อที่จะแผ่ออกไปทั่วแม้จะเป็นเพียงหนึ่งในสิบของมัน ถึงอย่างนั้นเขาก็ ค้นพบขอบเขตตั้งต้นถึง 3 คนจากเผ่าดาวทมิฬในระยะเวลาสั้น ๆ สิ่งนี้ทำให้เจี้ยนเฉินตัวสั่นและมีความคิดที่ไร้สาระขึ้นมาในหัวของเขา แน่นอนว่าผู้เชี่ยวชาญขอบเขตตั้งต้นของเผ่าดาว ทมิฬไม่ได้ถูกเกณฑ์มาทั้งหมด
แต่ในเวลาต่อมาเขาก็บินขึ้นทันทีและบินไปที่ทะเลสาบอย่างรวดเร็วที่ซึ่งเขาทิ้งเกราะและกระบี่ของคุนเทียนเอาไว้